บทที่ 2
เดวิดไม่คิดว่าตัวเองจะยืนตัวแข็งเป็หุ่นได้ขนาดนี้!
เขามัวแต่จ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าในหัวได้ยินเหมือนเสียงบิดาพูดซ้ำๆอยู่แต่ว่า ‘ขี้คร้านแกจะบอกฉันว่ามันช้าไปไหมต่างหาก’ คำพูดนั้นถูกเผง แต่เขาก็สับสนเกินกว่าจะพูดจาดีๆตรงเข้าไปสวมกอดเพื่อแสดงความคิดถึงหรือทำอะไรก็ได้ให้เธอเห็นว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมเธอได้เลยแม้วินาทีเดียว
เฮอะ! ไม่มีทางเสียหรอก
เป็เพราะข่าวที่ใครๆก็พูดถึงว่าเธอลาออกจากที่บริษัทนี้เพราะติดใจผู้ชายรูปหล่อจนถึงกับหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามก้นกันไป ทั้งที่ไอ้หมอนั่น! มันก็แค่นายแบบหางแถว แต่เธอกลับมองข้ามหัวเขาหนีไปอยู่กินกับมัน
“กลับมาทำไม!”
ประโยคแรกที่หลุดจากปากเขา ทั้งห้วนกระด้าง แสนเ็า แต่ดูเหมือนเธอกลับยิ้มเยาะไม่รู้สึกรู้สา
“ก็ตำแหน่งเลขาฯกำลังว่างนี่คะ”
“แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะรับคุณกลับมาทำงานที่นี่อีก”เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยความหงุดหงิดจนเหมือนมือมันเกะกะ ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนสายตามองเธออย่างขึ้งเครียด กัดฟันกรอดเมื่อพูดต่อ “เพราะผมไม่ชอบคนที่ทิ้งงาน เพื่อเลือกผู้ชายแบบคุณ”
เธอเลิกคิ้วเรียวโก่งมุมปากจุดรอยยิ้มกวนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นบนใบหน้าเธอก่อนที่ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดจะขยับบอก
“จริงๆฉันก็ไม่อยากมาทำงานเป็เลขาฯของคุณสักเท่าไหร่หรอกนะคะแต่ว่าพ่อของคุณขอร้อง...และท่านก็มีบุญคุณกับฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
“ถ้าไม่เต็มใจ ก็ไม่ต้องมาสิคุณ”
เขาพูดประชดออกไปทันควัน ทั้งที่คิดอีกอย่าง...ไม่รู้ทำไมหัวสมองมันถึงสั่งการตรงข้ามกับเสียงของหัวใจเบอร์นี้
“ทำไมคะ คุณจะไล่ฉันออกทั้งที่ฉันเพิ่งจะมาทำงานวันแรกเองนะคะ”
เธอเล่นหูเล่นตาแพรวพราวใส่ทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดหนักขึ้นจนหัวคิ้วขมวดตึง...ก็เพราะผู้หญิงตรงหน้าช่างต่างจากคนเดิมเมื่อสามปีที่แล้วเกือบสิ้นเชิง...ผู้หญิงคนนั้นที่เขารู้จักเรียบร้อยกว่านี้ พูดคะขาอ่อนหวานไม่มีปากเสียง ไม่ใช่เถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้แถมยังยิ้มน้อย อ่อนโยน เอาใจเก่ง ไม่ใช่ปากดียั่วโมโหอย่างที่กำลังเป็
“ผมเป็เ้านายคุณก็แปลว่าผมไล่คุณออกได้”
แต่ดูเธอสิ ไม่สะทกสะท้านใดเลย“คนที่จะไล่ฉันออกได้ มีแค่ประธานคนเดียวค่ะ คุณรองประธานโปรดเข้าใจตรงกันตามนี้ด้วยนะคะ”
“หมายความว่าไง?”
เขาก้าวขาจนร่างไปยืนชิดขอบโต๊ะเธอจึงยื่นหน้าเหมือนท้าทาย
“คุณรู้จักคำว่าเด็กฝากไหมคะ?คุณบอสสุดหล่อ”
ดูกิริยาท่าทางที่เธอยั่วยวนใส่ตอนนี้ปะไรยักคิ้วหลิ่วตา จีบปากจีบคอ ชักทำให้ใจเขาเต้นผิดจังหวะไปหมด เขายอมรับว่าเคยรักหลงใหลเธออยู่เงียบๆเพราะขลาดกลัวว่าทุกคนรอบข้างทั้งนอกและในบริษัทจะมองว่าเขาเป็ ‘สมภารกินไก่วัด’ เป็บอสที่แอบกินเลขาฯตัวเอง จึงได้แต่หักห้ามใจมาตลอดว่าจะไม่เหลียวไม่หลง ไม่อยากมีสัมพันธ์สวาทกับเธอ
แต่แล้วเื่มันก็เลยเถิดในคืนหนึ่งจนได้!
“อ่อ แปลว่าพ่อของผมถือหางคุณงั้นสินะ”
เธอลุกจากเก้าอี้ ทำเป็หูทวนลมหยิบแฟ้มเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพลิกดู ก่อนที่จะช้อนตาขึ้นมองเขา“เราจะเริ่มงานกันเลยไหมคะคุณ...เอ่อ...บอสคะ”
ได้!ในเมื่อเธอกำลังปั่นหัวเขาอยู่ เขาจะต้องเป็ฝ่ายรุกในเกมนี้ให้ได้
เดวิดเดินไปกดล็อกประตูห้อง สายตาของหมาป่าเ้าเล่ห์ฉายชัดเมื่อมองไปที่เธอค่อยๆย่างสามขุมเข้าไปหาจนเธอถึงกับถอยเท้าร่นหนีอย่างอัตโนมัติท่าทียั่วเย้ากวนประสาทหายวับเมื่อร่างสูงของเขายืนห่างเธอไม่ถึงคืบตอนนั้นแผ่นหลังของเธอก็ชิดไปกับผนังห้องจนไม่มีทางหลบหนีเสียแล้ว
“ก่อนจะเริ่มงาน ผมคงต้องขอสัมภาษณ์เลขาฯคนใหม่ก่อน แต่ว่าหนนี้เราจะคุยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ส่วนตั๊ว ส่วนตัวนะคุณลักษมี...จุๆ...” เขาแกล้งจุปาก“ไม่สิ ถ้าผมเรียกคุณลักษมี มันคงจะเป็การสัมภาษณ์ที่ห่างเหินไปหน่อยขอเรียกคุณหมีละกันนะ มันคงคุ้นเคยกว่ากันเยอะ”
ลักษมีดึงแฟ้มเอกสารไปกอดแนบอก แต่มือเขาก็ไวคว้ามันออกจนหล่นไปกองกับพื้นระเกะระกะ แต่จะอะไรก็ช่าง สิ่งที่กำลังสะกดสายตาเขาอยู่ตอนนี้คือเธอต่างหาก
ลักษมีไม่เพียงแต่มีกิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปมากแต่ทรวดทรงองค์เอวก็แลดูดึงดูดร่างของเขาจนอยากจะแนบชิดเหมือนมีแม่เหล็กยิ่งกว่าสามปีก่อนเสียอีกแม้เธอจะแต่งตัวแบบเดิม ผมยาวตรงมัดเป็หางม้า สวมเสื้อสูทรัดรูป่บนสีขาวแต่ตอนนี้กระโปรงที่สวมกลับสั้นอยู่เหนือหัวเข่ามากกว่าคืบจนเห็นปลีน่องอิ่มโผล่ออกมาจากรอยแหวกด้านข้างไปห้าเิเเล่นเอาเขาถึงกับเผลอกลืนน้ำลายดังเอื้อก ในตอนที่สายตาตวัดจากเรียวขา ไปมองเนินอกอิ่มที่ซ่อนรูปอยู่ภายใต้เสื้อเนื้อบางสีแดงที่คว้านคอจนลึก
“คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“ทำไม?”
“คุณเป็เ้านาย ฉันเป็เลขาฯ และตอนนี้เราสองคนอยู่ในที่ทำงาน”
“แปลว่าหลังเลิกงานก็คุยกันนอกรอบเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำของเราสองคนได้งั้นสิ”
“กรุณาให้เกียรติฉันด้วยนะคะ”
“นี่ผมกำลังสัมภาษณ์งานคุณอยู่นะ”
เธอสบตาเขานิ่ง มันมีความหวามไหวระริกในหน่วยตาหวานคู่นั้น
“ถ้าคุณล่วงเกินฉันอีก...แม้แต่นิดเดียวฉันจะร้องดังๆให้ทุกคนข้างนอกได้ยิน”
เขาจึงเลิกคิ้วขึ้น “นี่คุณกำลังท้าทาย ข่มขู่หรือเชิญชวนผมกันแน่”
เธอป้องแขนสองข้างกอดตัวเองเหนือเนินทรวงนั่นทำให้เขาย่ามใจ...ในเมื่อสามปีที่ผ่านมาเธอเหมือนคุมเกมจนเขาแทบคลั่งเป็บ้าเป็หลังเมื่อเธอหายตัวไปจนตามหาไม่พบ...แต่จู่ๆก็กลับมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวจนเขาชักจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาก็ต้องเป็ฝ่ายคุมเกมครั้งนี้ให้ได้
เกมที่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีก
เดวิดไม่สนใจอีกต่อไปว่าเธอจะเต็มใจหรือขัดขืนเขาโน้มใบหน้ากดริมฝีปากหยักลึกไปยังกลีบปากสีแดงสดของเธอด้วยความกระหาย...ขณะดันร่างสูงใหญ่อย่างหนุ่มตะวันตกแนบชิดเธอได้ยินเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอของเธอ ในหัวมันว่างโหวงไปหมดจนเผลอคิดไปว่าเธอก็ตอบรับรสจูบที่เขากำลังปรนเปรอและหมายจะสอดปลายลิ้นเข้าไปเพื่อทบทวนบทรักในอดีตเมื่อสามปีก่อน
ทว่าเขาคิดผิด!
อ้อก!!
เดวิดเริ่มทรุด เมื่อจู่ๆหัวเข่าของเธอก็ลอยสูงขึ้นกลางหว่างขาของเขาเข้าสู่เป้ากางเกงที่ตอนนี้น้องชายกำลังขยายตัวแข็งขึงอยู่ในนั้นทำให้เขาต้องทิ้งตัวย่อหัวเข่าลงไปชันพื้นอย่างหมดท่าส่วนเธอก็ถอยไปตั้งหลักในมุมหนึ่งด้านหลังโต๊ะทำงานของเธอคว้ากระเป๋าสะพายสีแดงแปร๊ดขึ้นคล้องบ่า
“ทีหลังบอสอย่าทำรุ่มร่ามแบบนี้กับฉันอีก”
“โอ๊ย!คุณ”
เธอหายใจหอบ ขณะหลังมือข้างหนึ่งปาดไปที่กลีบปากเหมือนกำลัง้าเช็ดรอยจูบนั้นให้หมดไป
“จูบของบอสมันเสื่อมไปั้แ่สามปีที่แล้วค่ะ”
ลักษมีตั้งท่าจะก้าวยาวๆไปเปิดประตูห้อง แต่เขาตาไวเห็นเสียก่อน จึงฝืนความเจ็บตรงกลางเป้าพุ่งเอาตัวไปขวางไว้ที่ประตู
“ยังไม่หมดเวลางานนะครับ และเราสองคนมีเื่ที่ต้องเคลียกันอีกตั้งเยอะ!”
//////////////////////////////////////
ลักษมีจำใจกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองตามเดิมโดยที่เดวิดยืนขวางประตูเอาไว้ เธอเหลือบมองไปที่นาฬิกาแขวนผนังห้อง แล้วจึงพูด
“มีอะไรอยากสัมภาษณ์ก็ว่ามาค่ะ เหลือเวลาแค่อีกหนึ่งชั่วโมง”
“อะไรกันคุณจะรีบกลับไปไหนกันเชียว นี่เพิ่งจะมาทำงานวันแรกเองนะครับแถมยังมาเฉพาะกิจ่บ่ายด้วยซ้ำ”
“เื่ส่วนตัว ฉันขอไม่ตอบนะคะ”
เขาสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงอีกเมื่อหยั่งเชิงถามขึ้น “แปลว่าถ้าเป็เื่ส่วนตัว คุณก็จะไม่ตอบคำถามผมงั้นสิ”
“ถูกค่ะ”
เขาส่งเสียงหึ หยันมุมปากเล็กน้อย“งั้นคุณก็ต้องรู้เอาไว้ ว่าเลขาฯของผม ต้องโสดเท่านั้น”
“จำเป็ต้องตอบไหมคะ?”
“ผมออกกฎนี้มาสามปีละ เพราะผมไม่รับผู้หญิงที่มีผัว!เอ๊ย!มีสามี มีครอบครัวเป็ตัวเป็ตนแล้วมาทำงานเป็เลขาฯของผม”
“เื่นั้นฉันไม่ตอบนะคะ”
“ไม่ได้!” เขาชักหงุดหงิด “แต่ผมต้องรู้!”
“ทำไมคะ ได้ข่าวว่าคุณเคลมเลขามานับไม่ถ้วน...ที่้าคนโสดก็เพราะอยากเคลมฉันเป็เมียเหรอคะ”
เขากัดฟันกรอดทีเดียว“แต่คุณก็...เคย...” และจงใจทิ้งคำพูดไว้
แต่เธอดูจะไม่ยี่หระกับมันยิ้มข่ม “จำผิดคนแล้วค่ะ...ฉันไม่เคยเห็นจะจำได้ว่าเคยเป็เมียของคุณ”
ทว่าเธอกลับพูดคำว่า ‘เมีย’ เต็มปากจนเขาเผลอตัวหวังจะเข้าไปดึงร่างของเธอมาสวมกอด แล้วตะโบมโลมไล้จูบเพื่อรื้อฟื้น ‘อดีต’ อีกสักครั้ง เผื่อเธอจะจดจำได้
“หรือว่าผมควรจะทบทวนความจำ”
เธอรีบปกป้องตัวเอง ลุกจากเก้าอี้“บอสคะช่วยสุภาพกับฉันด้วยค่ะ...อย่าแตะตัวฉันนะคะไม่งั้นฉันจะร้องกรี๊ดให้คนข้างนอกได้ยิน ว่าคุณหื่นกามคิดจะปล้ำฉันกลางห้องทำงาน”
“แล้วตกลงคุณจะตอบผมได้หรือยังว่ายังโสดอยู่ไหม?”
ลักษมีเงียบ ทำให้เขาเองกลับเป็ฝ่ายหน้าร้อนผ่าว...เพราะใจลึกๆกลับคาดหวังว่าเธอจะยังครองตัวเป็โสดไม่มีครอบครัวไม่มีผู้ชายคนไหนเป็มารความรัก...เื่ที่เธอหนีไปกับนายแบบนั่นเป็แค่ข่าวโคมลอยที่ใครๆก็กุเื่ขึ้นมาเพื่อดิสเครดิต...แต่ดูเหมือนการนิ่งของเธอกลับทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดหัวร้อนขึ้นมา
เขาจึงถามย้ำ “ว่าไงครับยังโสดหรือว่ามีครอบครัวแล้ว?”
“มันเื่ส่วนตัวไหมคะ? สิ่งที่คุณถามมันไม่จำเป็ที่ฉันจะต้องตอบ”
“มันไม่จำเป็สำหรับคุณแต่มันสำคัญสำหรับผม”
“ฉันมาทำหน้าที่เลขาฯของคุณเท่านั้นนะคะฉันจะโสดหรือมี...สามี” เธอเน้นสถานะนี้ขณะตามองมาที่เขาคมกริบ “แล้วก็ตามมันไม่ได้มีผลอะไรกับงานเลยสักนิด”
“แต่มันเป็กฎของผม”
เดวิดวางหน้าขรึมเอาจริงเอาจัง...ั้แ่เขารับหน้าที่รองประธานบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ที่ผสมแอลกอฮอล์ภายใต้แบรนด์‘Davi’ ั้แ่แปดปีที่แล้วใน่อายุยี่สิบสองจนตอนนี้อายุผ่านเลขสามมาหมาดๆเขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองหงุดหงิดกับเื่ไม่เป็เื่ได้ขนาดนี้
ก็กฎที่ว่าเลขาฯส่วนตัวของเขาต้องเป็โสด...มันเพิ่งจะออกจากปากเขาสดๆร้อนๆไม่ใช่สามปีที่แล้วอย่างกล่าวอ้างเหตุผลก็มีแค่อยากจะต้อนให้ลักษมีตอบเพียงแค่ยังโสด เป็ไปตามทิศทางที่เขาคาดหวังและ้า...อย่างน้อยเขาก็จะได้รู้ว่าควรรุกต่ออย่างไรเพื่อจะคุมเกมนี้แต่นี่เธอกลับดื้อแพ่ง นอกจากจะเถียงไม่หยุดหย่อน วางมาดถือดีชนิดที่เขาไม่เคยเห็นสุดท้ายคำตอบที่้าก็ไม่หลุดจากปากของเธอ
ลึกๆก็แอบเคืองบิดาตัวเองนี่เป็เพราะท่านให้ท้ายลักษมีในการดึงเธอกลับมาหนนี้แน่ๆไม่อย่างนั้นเธอจะกล้าอ้างชื่อ ‘ท่านประธาน’ เอามาข่มเขาได้อย่างนี้เชียวหรือ
เมื่อยังต้อนเธอให้จนมุมไม่ได้เขาก็เปลี่ยนวิธีการ
“ถ้าอย่างนั้นผมก็บอกคุณไว้เนิ่นๆ ถ้าคุณไม่ได้โสดอย่างที่ผมบอกแต่อยากจะมาทำงานเป็เลขาฯของผม...ผมก็จะทำให้คุณเป็โสด...เท่านั้น!!”
เขาจงใจกวนประสาทเธอและเธอก็เม้มปากแน่นก่อนจะพึมพำเบาๆ
“คนผีทะเล”
ทว่าเขาได้ยินเข้าหู“คุณพูดว่าไงนะ คุณหมี”
“บอสได้ยินไม่ชัดเหรอคะ”
“ใช่!”
“งั้นฉันจะพูดดังๆให้ได้ยินนะคะ”
“ว่ามาสิ”
“คน-ผี-ทะ-เล”
เต็มสองรูหูเลยทีเดียว...แต่เขากลับนึกขำ...เพราะแววตาของเธอดูอ่อนโยนลงมีแววละไมเหมือนสามปีก่อนผุดขึ้นมาจนััได้
“จริงๆแล้วคุณก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากอย่างที่ผมคิดหรอกนะเพราะว่าคุณยังเหมือนเดิม แต่งตัวแบบเดิม ไว้ผมก็ทรงเดิม แถมยังทาปากสีเดิม”
“ก็ฉันคนเดิมนี่คะ อ้อ! แต่หน้าอกฉันใหญ่ขึ้นนะคะ” แล้วเธอก็ไหวไหล่ยั่วประสาท “แต่ขอโทษนะคะไม่อนุญาตให้คนอื่นดู”
เขาได้แต่นึก คนอื่นที่ไหนกันก็เคยเป็ ‘เมีย’ เขาแท้ๆถึงจะแค่ความผิดพลาดในคืนหนึ่งก็ตาม แล้วจู่ๆคำว่า ‘เคย’ที่มันค้ำความคิดเอาไว้ก็ผุดขึ้นในหัว ไม่คิดว่าจะถูกผู้หญิงตรงหน้าปั่นจนหัวหมุนไปหมด
“ผมถือว่าคุณท้าทายผมนะ”
“เื่อะไรคะ?”
เขาหัวเราะหึๆในลำคอ“ผมจะทำให้คุณอนุญาตจนได้”
สีหน้าเธอตึงทันทีเมื่อเข้าใจความหมายโดยนัย ถอนฉุนอย่างโมโหจนเขารู้สึกสนุกกับเกมนี้เสียแล้ว...จนที่สุดเธอก็เปลี่ยนเื่
“มีอะไรจะสัมภาษณ์อีกไหมคะถ้ายังไม่มี ฉันจะไปชงกาแฟให้บอสสักแก้ว เอาไหมคะ?”
“ก็ดี”
เขาขยับตัวออกจากประตูบานนั้นไปยืนอิงกายกับขอบโต๊ะทำงานของตัวเอง มองทุกการเคลื่อนไหวของลักษมีจู่ๆก็หวนนึกถึงคืนอันเร่าร้อนเมื่อเห็นสะโพกอันกลมกลึงกำลังเดินผ่านหน้าจนกระทั่งปลายเท้าเธอหยุดอยู่ตรงหน้าประตู แล้วหันกลับมา
“กาแฟดำเหมือนเดิมนะคะ”
“ก็จำได้นี่”
“จำได้สิคะแต่ไม่รับประกันเื่สาดกาแฟใส่หน้าบอสหรอกนะคะ”
แล้วเธอก็ย้ายก้นออกไปจากห้องทำงานทิ้งให้เขาเม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่ตาขวาเริ่มกลับมากระตุกยิกถี่ยิบอีกครั้งแถมหูยังแว่วเหมือนได้ยินเสียงจิ้งจกที่ไหนร้องทักใกล้ๆ
เธอพูดเหมือนมีตาทิพย์ บ้าฉิบ!
////////////////////////////////////////////
เดวิดไม่เป็อันทำงาน ไม่รู้เป็เพราะกาแฟที่เลขาฯคนโปรดผู้กลับมาทำงานด้วยอีกครั้งชงเอาใจจนส่งผลให้ตาแข็งหรือไม่ รู้แค่ว่าสายตาเขาพยายามจะเหลือบมองไปยังวงหน้ารูปหัวใจที่ก้มหน้าอยู่ตรงแฟ้มเอกสารกองโตมองเห็นแพขนตาหนากะพริบขึ้นลง กลีบปากบางเคลือบลิปสติกสีแดงสดเม้มเข้าหากันเป็ระยะรวมๆแล้วมันคือแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้ใจเขาเต้นผิดจังหวะ
อยากจะเคลียสิ่งที่ค้างคาใจหลายเื่แต่ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบสักอย่าง บอกแต่เื่ส่วนตัวจนคำถามของเขากลายเป็พายเรือวนในอ่าง คำตอบวกกลับมาที่เดิมคือ ‘เื่ส่วนตัว ขอไม่ตอบละกันค่ะ’
เขาได้แต่เคาะปากกาในมือเล่นขณะที่เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ประหนึ่งกำลังทำงาน แต่ขอโทษที สมาธิกระเจิงไปหมดเกลี้ยง
แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาตรง
“มีอะไรคาใจจะสัมภาษณ์ฉันอีกไหมคะ”
“มี” เขาตอบห้วนๆ
เธอจึงปิดแฟ้มงานตรงหน้าลง“ตอบทุกเื่ค่ะ ที่ไม่ใช่เื่ส่วนตัวแต่ถ้าคุณจะมัวแต่ถามว่าฉันแต่งงานมีครอบครัวรึยัง หายไปไหนมาหลายปีนึกยังไงถึงกลับมา พักอยู่แถวไหน อะไรก็ตามที่เป็เื่ส่วนตัวคำตอบเหมือนเดิมทุกอย่างค่ะ...คือ...ไม่”
เขาขมวดคิ้วหงุดหงิด“ชีวิตส่วนตัวของคุณมันเป็ความลับงั้นสินะ”
เธอไม่ตอบ แต่หยิบแฟ้มเอกสารบนสุดลุกขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าเขา กางแฟ้มไปยังหน้าที่้าชี้นิ้วไปยังเอกสารแผ่นตรงหน้า
“บอสช่วยเซ็นด้วยค่ะฉันเห็นว่าเป็เอกสารด่วน”
เขาจับปากกาจรดลงบนแผ่นกระดาษนั้น หลังจากกวาดตามองอ่านคร่าวๆ “ตกลงคุณจะไม่ตอบผมรึไงเื่ที่ผมถามว่าชีวิตคุณมันจะเป็ความลับอะไรขนาดนั้น”
“บอสเคยมีความลับที่ไม่อยากบอกใครไหมคะ?”
นอกจากไม่ตอบยังถามย้อนกลับด้วยสีหน้านิ่ง สงบ
“พับผ่าสิ ผมไม่ชอบเลยเวลาคุณชอบพูดยียวนแบบนี้ แต่ก่อนคุณไม่เคยเป็นะคุณหมี”
“นั่นมันแต่ก่อนนี่คะ ว่าไงคะ...ตกลงบอสเคยมีความลับอะไรที่ไม่อยากบอกคนอื่นไหมคะ”
แล้วเธอก็ยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นเขานิ่งเงียบ...ก็คนเราเวลาถูกจี้ใจดำ เป็ใครก็คงไม่สบอารมณ์นัก ซึ่งยอมรับว่าตัวเองมีความลับมากมายไปหมดโดยเฉพาะเื่ในคืนนั้น...คืนที่เขาทำผิดต่อเธอ
ในที่สุดเขาก็ไม่เซ้าซี้ ตัดบท
“มีให้เซ็นตรงไหนอีก”
เลขาฯผู้ทำหน้าง่วนกับงานโน้มตัวลงเปิดเอกสารไปยังหน้าถัดไปทำให้่คอเสื้อที่คว้านจนลึกเปิดให้เห็นร่องอกอวบอิ่มอยู่ภายใต้ผ้าเนื้อบางสีแดงตัวในแล้วสายตาเขาก็ซุกซนไปมองสิ่งที่เคยกอบกุมแสดงความเป็เ้าของนั้นในอดีต
“บอสค่ะช่วยปรับระดับสายตาไปที่กระดาษด้วยค่ะ”
เมื่อโดนตอกซึ่งหน้าเขาก็อดไม่ได้ที่จะแขวะกลับ
“จอแบนขนาดนี้ ไหนว่าอัพมาใหญ่ขึ้นขนาดเพ่งมองจนตากลับตั้งนาน ยังไม่เห็นว่ามีอะไรเลย...เฮอะ! เรียบจนจะมองเห็นถึงสะดืออยู่ละ”
ลักษมีถึงกับปิดแฟ้มเอกสารใส่หน้าดังปึง!
แล้วเธอก็กลับไปที่โต๊ะทำงานคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นคล้องบ่า “ขอตัวกลับเลยนะคะ เลยเวลางานไปสิบห้านาทีละค่ะ...ส่วนเื่เอกสารฉันขอเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์จะเคลียให้ทุกอย่างเข้าที่นะคะ”
เธอพูดยาวๆโดยไม่ได้้ารอคำตอบใดๆพูดจบก็หมุนตัวก้าวยาวๆจะออกไปจากห้องทำงาน แต่เขาผู้เตรียมพร้อมก็พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของเธอไว้ทัน
“คุณพักที่ไหน ผมจะไปส่ง”
“ไม่ดีมั้งคะ คนอื่นจะเก็บไปนินทาได้ว่าคุณกำลังคั่วเลขาฯเก่ารีเทิร์น...อีกอย่างชื่อเสียงในอดีตของฉันก็ไม่ค่อยดีนักคุณลืมไปแล้วเหรอคะใครๆเขาก็ลือกันว่าฉันลาออกจากที่นี่เพราะหนีตามผู้ชาย”
เธอพูดแทงใจดำเขาอีกจนได้เจ็บจี๊ดในหัวไปหมด!
ก็ถ้าไม่ใช่อย่างที่พวกปากสวะพูดเอาสนุกทำไมไม่แก้ตัว...ทั้งที่เขาเองก็อยากรู้ใจจะขาดว่ามันจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่
“แล้วมันจริงไหมละ?”
เธอสะบัดข้อมือออกจากการเหนี่ยวรั้ง“ขอโทษค่ะบอสหมดเวลาทำงานแล้ว...และฉันก็ขับรถมาเอง”
ทว่าคนอย่างเดวิดไม่มีทางปล่อยให้ ‘ลูกหมีในกำมือ’ หลุดรอดกลับบ้านไปได้ง่ายๆหรอกจึงคว้าสูทขึ้นสวมเร็วๆแล้วเดินตามหลังเธอไปตามทาง พอเธอเข้าไปในโถงลิฟต์ก็เอามือไปขวางแล้วยืนขนาบข้าง พอมีพนักงานคนอื่นกำลังจะเข้ามาเขาก็แสดงออกให้รู้ว่าลิฟต์นี้ไม่ต้อนรับ
พนักงานบางคนวิ่งโร่มาไม่รู้อีโหน่อีเหน่เขาก็พูดดักคอ
“ถ้าคุณสองคนไม่รีบ รอเข้าลิฟต์อีกรอบคงดีกว่านะครับแต่ถ้ายังรีบ เชิญลงบันได”
ใครได้ยินแบบนั้น ไม่ล่าถอยก็คงบ้าเต็มทีทำเอาลักษมีที่ยืนอยู่ข้างๆบ่นจมหู
“คุณมันบ้าอำนาจ เผด็จการเหมือนเดิม”
“ผมแค่ไม่ชอบที่มีคนอยู่เยอะมันอึดอัด”
พอประตูลิฟต์เปิดออกเขาก็เดินตามเธอออกไปติดๆจนถึงลานจอดรถทำให้เธอต้องหันขวับกลับมามองด้วยความไม่สบอารมณ์
“จะเดินตามฉันมาทำไมคะ”
เขากวาดตามองไปรอบๆ ตอบกวนประสาท“นี่มันลานจอดรถนะคุณ มีป้ายห้ามคนเดินมาเอารถเหรอครับ”
“ถ้างั้นคุณก็ไปหารถคุณเถอะค่ะนี่ถึงรถของฉันละ”
ลักษมีหยิบพวงกุญแจรถยนต์ขึ้นมากดสัญญาณปลดล็อกดังติ๊ดๆ เขาจึงสำรวจรถยนต์คันหรูตรงหน้า...เดินจนแทบทั่วคันรถ
“รถใหม่ป้ายแดงซะด้วยแถมรถยังเป็สีแดง ท่าทางคุณจะถูกโฉลกกับสีนี้นะครับ”
เขายืนพิงแขนกับหลังคารถค้ำร่างสูงขวางไม่ให้หญิงสาวตรงหน้าเปิดประตูรถ
“จะรถใหม่หรือรถเก่าก็ไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ แล้วก็ช่วยหลบหน่อยนะคะ ฉันจะได้ขึ้นรถ”
เขาได้แต่คิด...หายหน้าไปสามปีโผล่กลับมาอีกทีมีรถคันหรู แลดูจะมีฐานะขึ้นตอนนั้นเองที่สายตาตวัดมองไปยังนิ้วเรียวบนมือข้างซ้าย จงใจมองไปที่นิ้วนางเมื่อเห็นยังว่างจากแหวนเพชรวงงาม จึงแอบถอนใจอยู่กลายๆ
แล้วเขาก็ฉวยจังหวะที่เธอเผลอคว้ากุญแจรถยนต์ในมือเธอมาถือเอาไว้
“นั่นคุณกำลังจะทำอะไรเอากุญแจรถคืนมานะคะ”
เขาแกล้งหมุนพวงกุญแจเล่น“พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ วันจันทร์หน้าผมจะต้องไปงานเลี้ยงตอนกลางคืน แต่ยังไม่ได้ซื้อของขวัญไปให้ลูกค้า...หน้าที่คุณนะที่ต้องไปช่วยเลือกซื้อของนั่นกับผม”
เธอถอนหายใจแรงๆบอกอารมณ์ได้ดีว่ากำลังโมโหแค่ไหน
“แต่พรุ่งนี้วันเสาร์นะคะ”
“วันเสาร์แล้วไง...วันแฟมิลีของคุณเหรอ”
“ฉันทำงานแค่จันทร์ถึงศุกร์เท่านั้นไม่รับทำโอทีในวันหยุดพักผ่อน”
“เอาน่า หยวนๆหน่อย...คิดจะเป็เลขาฯของผมต้องสตรองนะคุณ” แล้วเขาก็กดล็อกประตูรถยนต์ของเธอแต่หยิบกุญแจรถยนต์ของตัวเองมากดสัญญาณปลดล็อก ซึ่งไฟกะพริบดังอยู่คันข้างๆนี่เอง“นี่รถผม...ไปรถผมดีกว่า เสร็จธุระแล้วผมกลับมาส่ง”
“แต่ฉัน...”
เขายกข้อมือดูนาฬิกา“รับปากว่าจะไม่ให้เกินสองทุ่ม”
ในที่สุดเธอก็ยอมขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับสีหน้าไม่ได้เต็มใจ แต่เขากลับยิ้มพึงใจ...ก็ตอนนี้เขากำลังคุมเกมอยู่และมุ่งมั่นว่าหนนี้จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีกแล้ว...ยิ่งถ้าสืบจนรู้ว่าเธอไม่มีใครเมื่อไรเขาจะเดินเกมรุกกุมหัวใจเธอเอาไว้ให้ได้ จะไม่เดินเกมผิดเหมือนสามปีที่แล้วแน่นอน
//////////////////////////////จบบทที่ 2