อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 153 โดนล่าหัว

    บทที่ 153 โดนล่าหัว


                


    กลุ่มนักล่าจำนวน 20 กว่าคนตรงหน้าทำให้กลุ่มนักล่าของพ่ออันหยุดชะงักไป พวกเขาเพิ่งได้รับคำเตือนจากอันซูหยวนเกี่ยวกับกลุ่มคนชั่วที่ล่าหัวนักล่าอยู่ ยิ่งได้เห็นสายตาของนักล่ากลุ่มนั้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ทุกคนระแวงมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก พวกเขาบางคนหยิบเอาลูกแก้วขอความช่วยเหลือมาถือไว้ เตรียมจะทำลายทันทีถ้าเห็นว่าคนกลุ่มนั้นเคลื่อนไหวอย่างประหลาด


                


    เพราะกลุ่มพ่ออันเองก็มีสมาชิก 20 กว่าคน ถือเป็นกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นพวกกลุ่มอันธพาลจึงแค่มองผ่านพวกเขาเท่านั้น พวกมันไม่เคลื่อนไหวแล้วปล่อยให้กลุ่มพ่ออันเดินผ่านไป




    “หัวหน้า ถ้าพวกเราล่ากลุ่มนี้ได้ พวกเราก็สามารถกลับไปพักได้เลยนะครับ” ลูกน้องเข้ามากระซิบ แต่คนเป็นหัวหน้ากลับโบกมือ




    “ไม่ได้ ไม่เห็นหรอว่าพวกมันระวังตัวมากขนาดไหน มากกว่าครึ่งถือลูกแก้วขอความช่วยเหลือแล้วด้วยซ้ำ”




    “หืม? หัวหน้า คุณเก่งจริงๆ ผมไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำ”




    “แต่ว่ามันน่าแปลก...”




    “ครับ?”




    “คนพวกนั้นพอได้เจอกับพวกเราก็ระวังตัวขนาดนี้เลยหรอ? พวกมันจะระวังตัวเกินไปหน่อย ราวกับรู้ว่าพวกเราคิดจะทำอะไรอย่างนั้นแหละ” คนเป็นหัวหน้าขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางของกลุ่มคนทั้ง 20 กว่าคนนั้นแปลกประหลาดเกินไป




    “แต่พวกมันจะรู้ได้ยังไงครับ”




    “ก็นั่นน่ะสิ ถึงได้บอกว่าแปลก...ส่งคนไปตรวจสอบพวกมันหน่อย ถ้าพวกมันรู้อะไรเข้า พวกเราจะต้องเก็บพวกมันก่อนออกพื้นที่ล่าให้ได้” คนเป็นหัวหน้ากลุ่มไม่คิดปล่อยความเสี่ยงเหล่านี้ไป ทุกครั้งที่เขาสงสัยอะไรบางอย่าง ก็มักจะเป็นจริงแบบนั้นเสียด้วย ดังนั้นเขาจึงเชื่อสัญชาตญาณของตนเองไม่น้อย


                


    คนเป็นลูกน้องสั่งสองสามคนให้ไปตรวจสอบตามคำสั่งของหัวหน้า เพราะกลุ่มของอันเฉินยังไม่ได้เดินไปไหนไกล แถมพวกเขายังระมัดระวังตัวมาก ทำให้พวกลูกน้องที่ถูกส่งมาตามทันในเวลาไม่นาน


                


    ซูหยวนสังเกตเห็นคนสองสามคนที่ติดตามอยู่ข้างหลังแล้ว คนพวกนี้ฉลาดไม่เบา แถมยังพร้อมที่จะเป็นศัตรูด้วยอีก ด้วยความระแวดระวังของพวกมัน เธอไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ออกพื้นที่ล่าแล้ว พวกมันจะส่งคนมาเก็บพวกเธออีกหรือเปล่า เพราะหลังจากนี้...เมื่อพวกมันไล่จัดการคนมากขึ้น อีกไม่นานก็คงจะมีข่าวออก แล้วทางการก็ต้องเข้ามาตรวจสอบ ดีไม่ดีพวกมันอาจจะอยากปิดปากทุกคนที่เห็นพวกมันในพื้นที่ล่าก็ได้




    หากเธออยู่ที่บ้านตลอดก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามีแค่พ่ออัน เธอก็ไม่รู้เลยว่าพ่ออันจะจัดการปัญหานี้ได้ไหม ดังนั้น...ในเมื่อพวกมันไม่คิดจะปล่อยเธอไป ซูหยวนจึงไม่คาดหวังว่าจะปล่อยให้พวกมันลอยนวลเช่นกัน




    “ฟู่! เหมือนกับที่หนูอันพูดเลย บางทีอาจจะเป็นคนกลุ่มนี้ก็ได้”




    “ใช่ ฉันก็รู้สึกเหมือนกันว่าสายตาของพวกมันมองพวกเราแปลกๆ”




    “คนพวกนั้นไม่ใช่คนดีแน่ พวกเราควรจะต้องไปแจ้งทางการไหม”




    “พวกเรารีบออกไปกันเถอะ แล้วก็ให้ทางการมาตรวจสอบ ถ้าพวกเขาต้องการพยานชี้คนน่าสงสัย พวกเราก็จะได้ทำประโยชน์บ้าง” เมื่อคิดว่าตัวเองพ้นระยะของกลุ่มคนชั่วแล้ว สมาชิกคนอื่นๆในทีมล่าก็พูดเรื่องที่น่าตื่นตระหนกเมื่อครู่กันทันที


                


    ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย คำพูดของพวกเขาคงจะดังไปถึงหูของผู้ตรวจสอบแน่ แบบนี้แล้ว...คงจะเลี่ยงการปะทะได้ยาก เธอไม่คิดว่ากลุ่มคนชั่วพวกนั้นจะปล่อยให้กลุ่มนักล่าที่รู้ตัวตนของพวกมันรอดไปได้


                


    แน่นอนว่าเธอไม่ได้เตือนทุกคน จากที่ตรวจสอบดูแล้ว กลุ่มคนชั่วพวกนั้นก็ไม่ได้มีอุปกรณ์ระดับสูงหรือความน่าเกรงขามมากมายอะไร ลำพังแค่เธอก็น่าจะล่าพวกมันได้ไม่ยาก ดังนั้นปล่อยให้พ่อและสมาชิกในกลุ่มได้รับประสบการณ์เล็กๆน้อยๆก็คงจะดีกว่า


                


    อีกอย่าง ถ้าพวกเขาจัดการคนชั่วที่ทำผิดกฎหมายได้ ทางการจะต้องมอบของรางวัลเล็กๆน้อยๆให้แน่ อาจจะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่สมาชิกในกลุ่มของพ่ออันก็ขาดแคลนเงินกันจริงๆ


                


    เหมือนที่ซูหยวนคิดเอาไว้ ผู้ที่ถูกส่งมาตรวจสอบได้ยินทั้งหมดจริงๆ พวกมันมองหน้ากันเองแล้วรีบไปรายงานหัวหน้ากลุ่มย่อยว่าตัวตนของพวกเขาถูกล่วงรู้แล้ว ดังนั้นหัวหน้ากลุ่มจึงไม่คิดจะปล่อยนักล่ากลุ่มนี้ไป แต่พวกเขาก็ต้องวางแผนเพื่อไม่ให้คนทั้งกลุ่มมีใครใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือได้ทัน




    “พวกเราควรจะต้องตลบหลังพวกมัน โจมตีตอนที่พวกมันไม่รู้ตัวนั้นดีที่สุด”




    “ใช่แล้ว เมื่อครู่ที่ผมเห็น พวกมันไม่ได้มีใครถือลูกแก้วขอความช่วยเหลือแล้วครับ” 




    “แต่พวกเราต้องเร็วพอที่จะเข้าประชิดตัวพวกมันด้วย ถ้าไม่อย่างนั้น...อาจมีใครใช้ลูกแก้วขึ้นมาทันก็ได้”




    “พวกเราเข้าประชิดจากด้านหลัง แล้วใช้ยาสลบได้ไหมครับ จำนวนของพวกมันพอๆกับพวกเรา คนหนึ่งรับผิดชอบ 1-2 คน ก็น่าจะไหว เมื่อจัดการไปได้ครึ่งหนึ่ง ให้อีกครั้งโจมตีจากระยะไกล ทำให้พวกมันต้องป้องกันตัวแทนที่จะสนใจอย่างอื่น”




    “อืม นั่นคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าพวกมันใช้ลูกแก้วก็ไม่เป็นไร พวกเรารีบจัดการแล้วก็รีบหนี อ้อ ทิ้งร่องรอยทำให้เหมือนว่าเป็นกลุ่มพวกสีหมอกที่ลงมือก็แล้วกัน”




    “ฮ่าๆ หัวหน้ากลุ่มฉลาดที่สุดเลยครับ”




    “หึ ไป! อย่าปล่อยให้พวกมันออกไปได้” เมื่อคิดแผนการพร้อมแล้ว พวกเขาก็รีบเร่งฝีเท้าเพื่อไล่ตามกลุ่มของพ่ออันให้ทันทันที ซูหยวนตรวจสอบอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่คนเหล่านั้นเคลื่อนไหวเธอก็เตรียมพร้อมทันที


                


    พลั่วและธนูคืออาวุธที่เธอเอาออกมาใช้วันนี้ ดังนั้นเพื่อให้สามารถใช้ธนูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซูหยวนจึงกระซิบบอกพ่อว่าเธอต้องการไปลาดตระเวนก่อน แล้วก็เตือนให้พ่อรู้ด้วยว่ากำลังมีคนติดตามกลุ่มของตนเองอยู่ ถ้าคนเหล่านั้นโจมตีให้พ่อใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือทันที


                


    พ่ออันตัวเกร็ง เขาอยากจะบอกกับสมาชิกในกลุ่ม แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว...




    “ระวัง!” เขาร้องเตือนออกไปเมื่อเห็นว่ามีคนพุ่งออกมาจากด้านหลัง ในมือของพวกมันถือเศษผ้าออกมาด้วย ถึงจะไม่รู้ว่าผ้านั้นมีอะไร แต่เชื่อว่าจะต้องเป็นบางอย่างที่ช่วยในการต่อสู้แน่


                


    เพราะพ่ออันตะโกนออกไปเร็ว ดังนั้นสมาชิกหลายคนจึงหลบการจู่โจมนี้ได้ทัน แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ทันได้ขยับ พวกเขาก็ล้มลงไปเสียแล้ว


                


    เมื่อเห็นภาพนั้น สมาชิกนักล่าคนอื่นๆก็หวาดกลัวมาก นี่เป็นการถูกจู่โจมโดยมนุษย์ด้วยกันเป็นครั้งแรก แถมคนเหล่านี้ก็มีวิธีการจัดการแปลกๆด้วย


                


    ฟิ้ว!!!


                


    ปัง!!


                


    ในขณะที่ผู้คนหันไปสนใจทางด้านหลัง กลุ่มอันธพาลที่แยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจู่โจมจากด้านหลังเพื่อใช้ยาสลบ และอีกกลุ่มหนึ่งก็โจมตีจากทางด้านหน้า เน้นการโจมตีจากระยะไกลก่อน ซึ่งตอนนี้ไม่มีคนสนใจด้านหน้าขบวน เป็นผลให้พวกมันใช้โอกาสนี้ในการโจมตีหวังผล


                


    น่าเสียดายที่แผนการอันแยบยลของพวกมันไม่ได้รวมซูหยวนที่มีทักษะการใช้ธนูระดับสูงไปด้วย ไม่อย่างนั้นด้านหลังของพ่ออันเวลานี้ควรจะมีธนูปักอยู่แล้ว


                


    ลูกศรที่ถูกยิงออกมา ถูกสกัดกั้นด้วยลูกศรแบบเดียวกันจนเบี่ยงทิศทางไป พ่ออันตกใจมากที่คิดว่าตัวเองเพิ่งรอดจากความตายไปได้ฉิวเฉียด ก่อนจะเห็นศรอีกดอกพุ่งออกไปยังพุ่มไม้ใหญ่ ส่งผลให้ร่างของนักธนูคนหนึ่งร่วงลงมาทันที




    “มีคนลอบจู่โจม ระวังทั้งสองด้าน!!” พ่ออันตะโกนออกคำสั่ง ทุกคนเอาอาวุธของตนเองออกมาแล้ว ส่วนเรื่องลูกแก้วขอความช่วยเหลือนั้น เป็นพ่ออันที่เปิดใช้งานตั้งแต่การโจมตีแรก ดังนั้นทุกคนจึงไม่ต้องห่วงจะใช้ลูกแก้วอีก เพียงแค่ระวังไม่ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บก็พอ




    “พวกมันใช้ลูกแก้วแล้ว จะต้องรีบลงมือ!” คนเป็นหัวหน้าได้รับการแจ้งเตือนผ่านสายรัดข้อมือ เขาตะโกนออกมาก่อนจะรีดเร้นพลังของตนเองเพื่อจัดการกับพวกขยะพวกนี้ให้เร็วที่สุดก่อนเจ้าหน้าที่จะมา


                


    ในการที่จะขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยได้ มันต้องผ่านการต่อสู้กับพวกระดับสูงมานับไม่ถ้วน ดังนั้นการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวก็สามารถตัดคอของคนได้แล้ว ความแข็งแกร่งที่มันแสดงออกมานี้ ทำให้สมาชิกนักล่าของทีมพ่ออันหวาดกลัวกันไปตามๆกัน พวกเขาพยายามเดินถอยหลัง เป็นผลให้ถูกสมาชิกคนอื่นๆของกลุ่มคนชั่วลอบโจมตีเอาได้




    “อย่าไปกลัว ฉันจะรับมือกับเจ้านี่เอง” พ่ออันมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในฐานะกลุ่ม เขาจะปล่อยให้ทุกคนได้รับบาดเจ็บเพราะผู้ใช้พลังงานคนเดียวไม่ได้ อีกอย่าง..ตัวเขาเองก็เป็นผู้ใช้พลังงานเหมือนกัน ในเมื่ออีกฝ่ายต่อสู้ได้ดี เขาก็ต้องสามารถทำได้


                


    เพราะคุ้นเคยกับการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน พ่ออันจึงสามารถพุ่งตัวเข้าไปป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายได้ ทำให้สมาชิกในทีมล่าของเขาไม่ต้องบาดเจ็บมากไปกว่านี้


                


    โล่ราคาแพงของพ่ออันสาดประกายเข้าในดวงตาของศัตรู พวกมันมองดูด้วยความชอบใจ แค่คิดว่าสามารถขโมยโล่นี้กลับไปได้ ท่านผู้นำจะต้องไม่ตำหนิจากการที่พวกเขาล่าแกนพลังงานไม่ได้แน่




    “เหยื่อตัวน้อยกระโดดมาให้เล่นด้วยถึงที่เลยหรอ” หัวหน้ากลุ่มย่อยแลบลิ้นด้วยความชอบใจ ดวงตาของมันวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะขยับเพียงครั้งเดียว ก็มาปรากฏอยู่ด้านหลังของพ่ออันแล้ว


                


    ตู้ม!!


                


    พ่ออันยกโล่ขึ้นป้องกันได้ทัน และฟาดดาบเป็นชุดคอมโบเหมือนกับตอนต่อสู้กับพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์ แต่น่าเสียดายที่ศัตรูรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบและเตรียมใช้กรงเล็บซึ่งเป็นอาวุธของมันตวัดฟันเข้าที่พ่ออันโดยมีเป้าหมายเป็นแผ่นหลังที่เปิดกว้าง


                


    ทว่า...


                


    ฉึก ฉึก!!




    “อั่ก!!” โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ลูกศรที่ไร้ที่มาก็พุ่งมาอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ก็ถูกมันพุ่งเข้าแทงที่หน้าอกเสียแล้ว




    “หัวหน้า!!”




    “ระวัง มันมีผู้โจมตีระยะไกลอยู่ด้วย!!” เสียงร้องเตือนของพวกคนของกลุ่มอันธพาลทำให้พ่ออันเบาใจ ปรากฏว่าลูกสาวของเขายังคงทำได้ดีจริงๆ ดูจากการต่อสู้ของอีกฝ่ายแล้ว ถ้าไม่ใช่หยวนเอ๋อร์เข้ามาช่วย ตัวเขาที่ไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับคนจริงๆจะต้องพลาดท่าแน่




    “ไป! ฆ่าไอ้คนที่ซ่อนอยู่ให้ได้ก่อน!” หัวหน้ากลุ่มย่อยที่ได้รับบาดเจ็บโกรธจัด ต่อให้มันตาย มันก็จะต้องลากไอ้คนสารเลวที่กล้าลอบโจมตีมันไปด้วย


                


    ฟิ้ว!!


                


    คราวนี้ซูหยวนไม่รอเวลาอีก ผู้ใช้พลังเพียงคนเดียวของกลุ่มถูกโจมตีและบาดเจ็บไปแล้ว เธอยิงลูกศรออกมาอีก 2-3 ดอกติดต่อกัน จากนั้นก็โยนคันธนูไปสะพายไว้ด้านหลัง ถือพลั่วกระโจนเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้


                


    ฉวั๊วะ!!


                


    อาศัยตอนที่ไม่มีใครคาดคิดว่านักธนูอย่างเธอจะเลือกต่อสู้ระยะประชิด ซูหยวนสามารถฟาดฟันเข้าที่กลางลำตัวของอีกฝ่ายจนล้มลงไปได้ 2 คน ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่เหลือพยายามวิ่งหนี เธอคงจะจัดการพวกมันได้ทั้งหมด




    “พาคนเจ็บออกไปก่อน” เธอหันไปบอกคนอื่นๆ ในกลุ่ม หลังจากที่แอบดูการต่อสู้ของพวกเขา ซูหยวนก็ยืนยันได้แล้วว่าคนกลุ่มนี้เหมาะสมที่จะเป็นสหายของพ่ออันจริงๆ


                


    พวกเขาทุกคนไม่มีใครทิ้งพวกพ้องเอาไว้ด้านหลัง แถมยังรับมือการต่อสู้อย่างใจเย็นอีกด้วย ดังนั้นครั้งนี้...เธอจะไม่ปล่อยให้ใครต้องตายจากไป เพื่อที่วันข้างหน้า พวกเขาจะได้ร่วมกันต่อสู้ ดูแลกันและกันต่อไป


                


    เมื่อเห็นว่ามีคนพาคนเจ็บออกไปแล้ว สองพ่อลูกก็พยักหน้าให้กัน พ่ออันเคลื่อนไหวก่อนเป็นคนแรก เขารู้ว่าตัวเองยังมีความสามารถอ่อนด้อยกว่าลูกสาวมาก แต่จากที่เคยฝึกซ้อมต่อสู้กันก่อนหน้านี้ เขาก็ต้องการแสดงให้ลูกสาวได้เห็นว่าที่ผ่านมา...เขาเองก็มีการพัฒนามาไกลแล้วเช่นกัน!!


                


    ภาพสองพ่อลูกที่ร่วมกันต่อสู้กับชายฉกรรจ์กว่า 20 คนอยู่ในสายตาของนักล่าทั้งหลายแล้ว ช่างเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์เหลือเกิน ถึงแม้ว่าในอนาคต...พ่ออันจะถูกหยอกล้อที่เป็นฝ่ายไล่ตามลูกสาว ทว่าภาพที่พวกเขาเคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาก่อนก็ยังเป็นความประทับใจของทุกคนอยู่ดี


                


    อย่างน้อยๆ...ในฐานะพ่อ เขาก็ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ลูกกำลังเติบโต....




    …………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน