เทพสงครามมังกรเทวะ

    ยกระดับอีกแล้ว

    เมื่อตระกูลเฟิงได้รับชัยชนะในศึกใหญ่ เหล่าสมาชิกภายในตระกูลต่างร้องเฮกันออกมาไม่ขาดสายดังก้องไปทั้วทั้งเมืองที่จะเดิมเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเหล่าบรรพบุรุษได้มารวมตัวต่อหน้าของเฟิงหลินเทียนพร้อมกับรายงานเรื่องราวต่างๆให้ได้รับทราบในทันที ในเวลานี้ดูเหมือนว่าความทะเยอทะยานของตำหนักรัตติกาลจะมาถึงขีดสุดแล้วจริงๆ

     

    ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นในเวลานี้ชายหนุ่มโดนเฟิงเสวียกอดไว้แน่นในใจเต็มไปด้วยความกลัวไม่หายแม้ว่าภัยร้ายจะหายไปแล้วก็ตามที "ภรรยาตัวน้อยจะกอดข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่ตอนนี้สายตาทุกคู่ของสมาชิกในตระกูลเจ้ามองมาที่ข้าหมดแล้วนะ เจ้าไม่อายเขาหรือ"

     

    เฟิงเสวียส่ายหัวไปมา นอกจากสามีของนางคนนี้หญิงสาวไม่ได้สนใจใครทั้งนั้นความคิดถึงพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ให้ตายยังไงนางก็ไม่มีทางปล่อยอีกฝ่ายเป็นอันขาด

     

    "เจ้าหนู เอายังไงกับเจ้าแก่นี่ดี"ไป๋หู่กล่าวถาม เฟยหรงมองไปที่อุ้งเท้าพยัคฆ์ขาวที่ตอนนี้มีชายคนหนึ่งที่สภาพดูไม่ได้เต็มทนเนื่องจากโดนปราณพยัคฆ์วายุของไป๋หู่เข้าไป

     

    "ฆ่ามันซะ!"เฟยหรงกล่าวอย่างโหดเหี้ยม คนที่บังอาจทำให้ภรรยาของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายเฟยหรงไม่คิดจะเก็บเอาไว้อย่างแน่นอน ไป๋หู่เมื่อได้ยินก็พยักหน้าอย่างยินดี นี่แหละถึงจะสมเป็นสายเลือดของเฟยเทียนเมื่อเป็นศัตรูย่อมไม่มีปราณี ไป๋หู่ยกอุ้งเท้าอันใหญ่โตขึ้นกระทืบเข้าไปที่เหยาเหยียนจนร่างแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดูเมื่อยกเท้าขึ้นสิ่งที่ปรากฏคือเปลวเพลิงสวรรค์สามอย่างด้วยกันที่ออกมาจากร่างของเหยาเหยียนเพียงคนเดียว ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นโดยรอบตระกูลเฟิงเปลวเพลิงสวรรค์และเปลวเพลิงอสูรมากมายจากศิษย์และผู้อาวุโสที่ตายก็ลอยออกมาเช่นกัน เฟยหรงที่เห็นดังนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเก็บมันและหันไปหาเฟิงหลินเทียน

     

    "พวกเจ้าเอาไปเถอะ เปลวเพลิงสวรรค์แม้จะดีงามเพียงใดแต่ก็ไม่เหมาะสมสำหรับพวกเราตระกูลเฟิง เพราะพวกข้าบ่มเพาะทักษะวิหคเพลิงดังนั้นไฟที่ใช้ย่อมต้องเป็นของวิหคเพลิง"เฟิงหลินเทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น เฟยหรงก็ยกยิ้มและยอมรับแต่โดยดี

     

    "นี่สาวน้อย ข้าขอแล้วเลาสักเดี๋ยวเจ้าไปอยู่กับลูกก่อนนะ"เฟยหรงผละตัวของเฟิงเสวียออกมา แม้นางจะไม่ค่อยยินยอมนักแต่ก็ออกมาแต่โดยดีและขึ้นไปหาลูกสาวที่อยู่หลังพยัคฆ์ขาวสามเนตร ส่วนตัวของเฟยหรงนั้นเองก็ลอยขึ้นไปเหนือฟากฟ้าจนทำให้ทุกคนที่เห็นได้แต่ประหลาดใจว่าเขาจะทำอะไรกันแน่

     

    ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น ชายหนุ่มในเวลานี้ประดุจหลุมดำดูดกลืนเปลวเพลิงสวรรค์และเปลวเพลิงอสูรร่วมร้อยชนิดเข้ามาในร่างกายของตนเองสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนที่พบเห็นไม่น้อยเลยทีเดียว

     

    "นั่นเขาบ้าไปแล้วแน่นอน เปลวเพลิงมากมายขนาดนั้นเขาดูดกลืนมันเข้าไปได้อย่างไร!!"

     

    "ช่างรนหาที่ตายโดยแท้ ขนาดเหยาเหยียนยังมีขีดจำกัดแค่สามเปลวเพลิงเท่านั้นเขาคิดจะทำอะไรกันแน่"

     

    "บ้าไปแล้ว เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ"

     

    หลากหลายความคิดเห็นประดังเข้ามาไม่ขาดสาย เฟยหรงแม้จะได้ยินก็หาได้สนใจไม่มงกุฏเปลวเพลิงปรากฏขึ้นเหนือศรีษะของชายหนุ่มแต่บัลลังก์ราชันไม่ได้ปรากฏออกมา ทันทีที่เปลวเพลิงทั้งหมดโดดดูดเข้าไปมันก็สงบราวกับได้เจือกับผู้เป็นนายและหลอมรวมเข้ากับบัลลังก์ราชันจนหมดสิ้น ส่วนเปลวเพลิงสวรรค์ที่มีความแข็งแกร่งมากๆพวกมันไม่ได้โดนหลอมรวมแต่ยังคงลอยวนอยู่ด้านหลังบัลลังก์ประดุจบริวารที่ปกปักษ์ผู้เป็นนาย

     

    เฟยหรงหลังจากได้ดูดซับพลังของเปลวเพลิงทั้งหลายมันก็ทำให้เขายกระดับไปอีกขั้นใหญ่นั่นคือขอบเขตเทวะนั่นเอง และแน่นอนการเลื่อนขั้นนั้นไม่ได้ง่ายดายเมื่อจะก้าวข้ามระดับจากมนุษย์เป็นเทวาต้องผ่านบททดสอบแห่งสวรรค์เสียก่อนนั่นคือทันฑ์สวรรค์ที่ในเวลานี้มีถึงห้าร้อยสายด้วยกันนับว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ ทั้งในคราวนี้มันยังมาในรูปแบบของหอกสายฟ้าขนาดใหญ่พอที่จะบดขยี้เมื่อได้ทั้งเมือง

     

    แต่อิจจาช่างน่าสงสารเมื่อเป็นสายฟ้าไหนเลยจะรอดพ้นอำนาจของบัลลังก์ราชันไปได้ มงกุฏเปลวเพลิงของเฟยหรงถูกเปลี่ยนเป็นมุงกุฏสายฟ้าในทันใดพร้อมดูดกลืนสายอัสนีทั้งหมดเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

     

    "แม้จะทรงอำนาจเพียงใดแต่สายฟ้าก็คือสายฟ้า"เฟยหรงยกยิ้มอย่างสบายใจเขาดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้งหอกสายฟ้าห้าร้อยสายถูกดูดกลืนจากชายหนุ่มเพียงคนเดียว ช่างเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

     

    "ปะ เป็นแบบนี้อีกแล้ว"เฟิงหลินเทียนที่เห็นว่ามันเหมือนกับที่เฟยหรงรับทัณฑ์สวรรค์ครั้งก่อนถึงกับอุทานออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าหนุ่มคนนี้มีความลับอะไรในตัวถึงได้สยบเปลวเพลิงและสายฟ้าได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะรู้มากที่สุดแต่ไม่ได้กล่าวถาม นอกจากเฟิงหลินเทียนที่เคยเห็นภาพนี้มาก่อนในเวลานี้ทุกคนได้แต่เหม่อลอยอย่างถึงที่สุด การยกระดับพลังที่บ้าบิ่นและบ้าคลั่งเช่นนี้พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ดังนั้นมันจึงเป็นการเปิดหูเปิดตาของพวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

     

    "ตูม!! เทวะขั้นห้า นี่คือสูงสุดที่พวกเจ้าให้ข้าได้แล้วหรือช่างน่าผิดหวัง"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเเผ่วเบามองไปยังท้องฟ้าที่บัดนี้ไร้ซึ่งสายฟ้าอีกต่อไป หากใครได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่มเมื่อครู่เกรงว่าคงจะถึงขั้นกระอักเลือดตายเป็นแน่แท้

     

    "ฟุ๊บ"

     

    "ภรรยาที่น่ารักข้ากลับมาแล้ว"เฟยหรงลงมาเบื้องล่างพร้อมเดินมาหาเฟิงเสวียในเวลานี้หญิงสาววิ่งเข้ามากอดเขาอีกครั้งพร้อมกับเจ้าตัวน้อยสองคนที่ตอนนี้มองเขาตาเป็นมันราวกับต้องการจะพูดอะไร

     

    "หืม พวกลูกทำไมมองพ่อแบบนั้น"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัยขณะที่กอดแม่ของพวกนางเอาไว้เช่นนั้น

     

    "ท่านพ่อ ท่านสุดยอดที่สุดเลยเจ้าค่ะสายฟ้าพวกนั้นทำอะไรท่านไม่ได้เลย"เฟิงหยุนเยว่กล่าวอย่างตื่นเต้น นางเคยเห็นระดับนิพพานถูกสายฟ้าผ่ามาแล้วและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล แต่พ่อของนางกลับไม่เป็นอะไรนั่นคือสิ่งที่นางคิดว่ามันช่างยอดเยี่ยมเอามากๆเลยทีเดียว

     

    "ใช่ๆท่านพ่อสุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ"ปิงลี่อินกล่าวเสริมดวงตามองไปที่เฟยหรงราวกับเห็นต้นแบบคนที่สองรองจากพี่สาวของนาง เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่าพร้อมกับอุ้มพวกนางทั้งสองคนมาอยู่ระหว่างกลางอ้อมกอดของพวกเขาทั้งสอง ทำให้เห็นภาพอันอบอุ่นของครอบครัวที่หาดูได้ยากภาพหนึ่งเลยทีเดียว

     

    "เอาละบรรยากาศแสนหวานชื่นเอาไว้แต่เพียงเท่านี้เสวียเอ๋อรีบพาสามีกับลูกๆของพวกเจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่จะตามไปทีหลัง"เฟิงหลินเทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น เฟิงเสวียถึงกับหน้าแดงระเรื้อขึ้นมาทันใดนางรีบดึงมือเฟยหรงพร้อมกับเด็กตัวน้อยทั้งสองวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ทันทีท่ามกลางสายตาที่เหม่อลอยของรุ่นเยาว์ทุกคน

     

    "เอาละ เจ้าจะไปทำลายนิกายของพวกมันเลยไหม ข้าจะได้พาไป"หลงเสี่ยวหยากล่าว พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำหนักรัตติกาลเขาก็ไม่อยากปล่อยเอาไว้ เฟิงหลินเทียนส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ "นิกายของพวกมันต้องอยู่เขตใต้ซึ่งเป็นที่อยู่ของตระกูลหลง ท่านก็ทราบความสัมพันธุ์ของข้ากับตระกูลหลงไม่ลงลอยกันเท่าไร หากจะไปทำลายนิกายเปลวเพลิงสวรรค์เกรงว่าพวกมันจะหาข้ออ้างที่จะลงมือกับพวกเรา

     

    "เหอะ เจ้ากลัวหรือด้วยกำลังของพวกเราในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องกลัวใคร ตระกูลหลงแล้วอย่างไรก็แค่ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรชนชั้นกลางเท่านั้น"หลงเสี่ยวหยากล่าวอย่างเย้ยหยัน เพราะพลังของเขาในเวลานี้การป่นทำลายตระกูลหลงย่อมง่ายดายเลยทีเดียว

     

    "ท่านอย่าประมาทไปท่านลืมจักรพรรดิมังกรเพลิงหลงฮุ้ยไปแล้วงั้นหรือ หากเขาเข้าสู่สนามรบขึ้นมาการทำลายล้างย่อมไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว เอาเป็นว่าพอเท่านี้นิกายเปลวเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดเหลือผุ้อาวุโสเพียงระดับราชันเทวะเท่านั้นเดี๋ยวพวกมันก็โดนขุมกำลังในทวีปนั้นกลืนกินไปเองแม้จะเสียดายทรัพยากรณ์ของพวกมันบ้างก็เถอะแต่นี่ถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ข้าไม่อยากเผยเขี้ยวเล็บให้อีกฝ่ายรู้มากนัก

     

    "เช่นนั้นก็เอาตามที่เจ้าว่าแล้วกัน พักนี้ต้องระวังตัวเอาไว้หน่อยมหาเทวะของตำหนักรัตติกาลในเวลานี้เราต่อต้านพวกมันไม่ได้จริงๆแต่พวกมันจะยังไม่มาเร็วๆนี้อย่างแน่นอน"หลงเสี่ยวหยากล่าว

     

    "หืม อะไรทำให้ท่านมั่นใจขนาดนั้น"

     

    "การโจมตีครั้งสุดท้ายของข้าได้ทำให้มันบาดเจ็บไปถึงแก่นวิญญานแม้จะเป็นขุมกำลังศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้มีจักรพรรดิเทวะมากมายขนาดนั้น ทั้งมหาเทวะหนึ่งคนจะสู้จักรพรรดิเทวะขั้นปลายสิบคนพร้อมกันก็ทำไม่ได้โดยง่ายๆ หากมันมาจริงย่อมได้ไม่คุ้มเสียดังนั้นข้าว่ามันคงต้องรอให้จักรพรรดิเทวะอีกแปดคนนั้นฟื้นฟูกลับมาเสียก่อนหากให้เดาก็เกือบจะสิบปีได้กว่าที่จะรักษาแก่นวิญญานได้ หรือไม่มันก็ต้องมีเทวะโอสถอยู่ในมือเท่านั้น นอกจากเทวะโอสถกู่เทียนหลงที่ตายตกไปนั้นเทวะโอสถก็ไม่เคยปรากฏขึ้นอีกเลย"หลงเสี่ยวหยากล่าวอธิบาย

     

    "ขอให้เป็นดังที่ท่านว่ากล่าว ยังไงก็ให้เสวียเอ๋อไปอยู่ที่หอกระบี่ก็แล้วกัน นางเหน็ดเหนื่อยมามากถึงเวลาได้พักแล้ว"เฟิงหลินเทียนกล่าวขึ้นพร้อมถอนหายใจ เขารู้อยู่แล้วว่าการมาของเฟยหรงนั้นแน่นอนว่าต้องการพาภรรยาเขาไปอยุ่ด้วยอย่างแน่นอนซึ่งเฟิงหลินเทียนเองก็ไม่ได้ห้าม ภรรยาอยุ่ข้างกายสามีนั้นเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน