ฉินจือซวนมองไปที่หลิวชิงอี้แทนเธอต้องการให้หลิวชิงอี้เป็นคนพูด
หลิวชิงอี้จึงกล่าวขึ้นทันทีว่า“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ พวกเราต้องการจับสัตว์อสูรชนิดหนึ่ง แต่เรายังขาดเพื่อนร่วมทีมอยู่ดังนั้นฉันจึงมาขอความช่วยเหลือจากคุณ”
“ต้องขออภัยด้วย ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้!”
เย่เทียนปฏิเสธทันที
ตอนนี้เวลาของเขาเหลือไม่มากนักเขาใช้ทุกวินาทีไปกับการฝึกฝนเพื่อต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลามากพอที่จะไปช่วยผู้อื่นจับสัตว์อสูร!
เมื่อหลิวชิงอี้เห็นเย่เทียนปฏิเสธเร็วเธอจึงรีบพูดขึ้นมาอีกว่า “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ คุณลองฟังข้อเสนอของพวกเราดูก่อน แล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะปฏิเสธหรือไม่!”
“ก็ได้ งั้นพวกคุณก็ลองพูดมา!”
เย่เทียนสนใจข้อเสนอของหลิวชิงอี้เดิมทีเขาคิดว่าหลิวชิงอี้ต้องการให้เขาเข้าร่วมทีมและแบ่งเงินตามการเก็บเกี่ยว ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปฏิเสธไป
แต่จากที่ฟัง หลิวชิงอี้ต้องการที่จะยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เขาดังนั้นเขาจึงจะลองฟังข้อเสนอของเธอดู!
หลิวชิงอี้ยิ้มออกมาและกล่าวว่า“จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ ฉันเคยต่อสู้กับคุณมาก่อน และฉันก็เคยเห็นการต่อสู้ระหว่างคุณกับจักรพรรดิหมีดำจากการต่อสู้ทั้งสองครั้ง ฉันจึงเดาว่าคุณคงไม่มีศาสตร์ลับปราณป้องกันใช่หรือไม่? ฉันมีศาสตร์ลับบางอย่างที่สามารถส่งต่อให้คุณได้และมันก็เป็นศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ 7 ดาว ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์ลับระดับสูงสุด ถ้าคุณยินดีที่จะช่วยพวกเราจับสัตว์อสูรฉันจะมอบศาสตร์ลับนี้ให้แก่คุณ!”
“ศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาว!”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้เขาได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับศาสตร์ลับปราณป้องกันและรู้ถึงระดับของศาสตร์ลับมาบ้างศาสตร์ลับปราณป้องกันที่มีขายอยู่ในท้องตลาดเป็นเพียงระดับ 1-2 ดาวเท่านั้น แต่ถึงมันจะเป็นเพียงระดับ1-2 ดาว ราคาของมันก็สูงกว่าหลายสิบล้านคะแนนดวงดาว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาวนั้นล้ำค่าเพียงใด!มันเป็นศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับสูงสุด แม้แต่ในดาวสีเงินก็ยังเป็นศาสตร์ลับที่ห้ามซื้อขาย
“คุณเต็มใจที่จะแลกศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาวกับผมจริงๆ เหรอ?” เย่เทียนถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอน!”หลิวชิงอี้พยักหน้า “แต่มีเงื่อนไขอย่างหนึ่งคุณห้ามบอกเรื่องศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ 7 ดาวให้ใครรู้เด็ดขาดหากในภายหลังมีคนมาถาม คุณก็ห้ามบอกว่าพวกเราเป็นคนมอบมันให้คุณ”
“เพราะอะไรกันหรือว่าศาสตร์ลับปราณป้องกันนั้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
หากศาสตร์ลับปราณป้องกันนั้นมีปัญหาเขาก็ไม่กล้ารับหรอก ใครจะรู้ว่ามันอาจจะก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรบ้าง!
“ไม่มีปัญหาอะไรหรอก!”หลิวชิงอี้รีบอธิบาย “แต่เพราะว่าผู้มีอำนาจระดับสูงในเมืองฉินเฟิงและบุคคลสำคัญมากมายในดาวสีเงินต่างควบคุมการแลกเปลี่ยนสมบัติบางอย่างอย่างเข้มงวดซึ่งรวมถึงศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับสูงสุดด้วยศาสตร์ลับปราณป้องกันที่ฉันได้มาโดยบังเอิญนั้นสามารถนำไปให้ตระกูลได้แต่ถ้าขายหรือทำการแลกเปลี่ยนออกไป มันก็อาจจะทำลายกฎนี้”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
เมื่อเย่เทียนเข้าใจแล้ว เขาจึงรับปากว่า “ถ้าผมรับคำเชิญของพวกคุณและช่วยพวกคุณจับกุมเป้าหมายสำเร็จเมื่อได้ศาสตร์ลับปราณป้องกันนั้นมาแล้ว ผมจะไม่เปิดเผยความลับอย่างแน่นอนแต่ปัญหาตอนนี้คือ พวกคุณต้องบอกรายละเอียดภารกิจให้ผมฟังก่อน ไม่งั้นผมก็ไม่กล้ารับภารกิจของพวกคุณถ้ามันอันตรายมากเกินไป ผมก็ไม่เอาด้วยหรอก”
เขาไม่ใช่คนโง่ค่าตอบแทนของภารกิจมากมายขนาดนี้ นั่นหมายความว่าภารกิจครั้งนี้ยากลำบากแค่ไหน
หากเป็นเพียงภารกิจจับกุมทั่วไปด้วยฐานะของทั้งสองคนแล้ว พวกเธอสามารถระดมคนกำลังระดับจักรพรรดิได้อย่างง่ายดายแม้แต่ระดับจักรพรรดิ 9 ดาราก็สามารถเรียกระดมมาได้ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนอะไรเลย แล้วทำไมพวกเธอจึงต้องมาหาเขา?
เรื่องนี้ต้องมีสาเหตุอะไรบางอย่างถ้าไม่ทำความเข้าใจให้ชัดเจน เขาจะไม่ยอมให้ศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ 7 ดาวมาล่อลวงเขาได้
หลิวชิงอี้อธิบายว่า “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ สัตว์อสูรที่เราต้องการจับคือกิเลนทองทมิฬมันเป็นสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าพลังของมันอาจจะอยู่ที่ระดับจักรพรรดิ 9 ดาราและมันอาศัยอยู่ในหุบเหวหมื่นโบราณ!”
หลิวชิงอี้และฉินจือซวนรู้ว่าเย่เทียนเพิ่งมาที่นี่ไม่นานแน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้จักหุบเหวหมื่นโบราณ พวกเธอจึงอธิบายอย่างละเอียดแม้กระทั่งที่มาของกิเลนทองทมิฬก็อธิบายด้วย
หลังจากฟังจบ เย่เทียนก็เข้าใจอย่างถ่องแท้
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
ในที่สุดเย่เทียนก็รู้ว่าทำไมหญิงสาวทั้งสองถึงมาหาเขาเพื่อให้เขาช่วยจับกิเลนทองทมิฬนั่นก็เพราะพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมของเขาสามารถต่อกรกับพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมของกิเลนทองทมิฬได้นั่นเอง
และการจับกิเลนทองทมิฬการที่มีคนไปเยอะก็ไม่มีประโยชน์อะไรยิ่งไปกว่านั้นจะดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรที่ทรงพลังในหุบเหวหมื่นโบราณคนน้อยยิ่งดี
เพราะเหตุนี้พวกเธอทั้งสองจึงมาหาเขา
เมื่อได้ยินที่มาของกิเลนทองทมิฬเย่เทียนก็ตัดสินใจแล้ว
เขาจะไปจับกิเลนทองทมิฬ!
ไม่ใช่เพราะอย่างอื่นแต่เพราะพรสวรรค์ทั้งสองอย่างของกิเลนทองทมิฬ นั่นก็คือพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมและพรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้า
พรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้าน่าจะเป็นพรสวรรค์ด้านแสงระดับลึกลับปลอมและพรสวรรค์ด้านความเร็วหลอมรวมกันเป็นพรสวรรค์ระดับพระเจ้าพรสวรรค์แบบนี้อาจจะสามารถรวมกับพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับสูงของเย่เทียนได้เป็นพรสวรรค์ระดับพระเจ้าที่ทรงพลังกว่าเดิม
เมื่อพรสวรรค์ความเร็วระดับสูงได้กลายเป็นระดับพระเจ้าแล้วไม่ว่าเขาจะคัดลอกพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับลึกลับปลอมมาอีกกี่อย่างก็ไม่มีประโยชน์มีเพียงการคัดลอกพรสวรรค์ระดับพระเจ้าที่สูงกว่า เช่น พรสวรรค์ด้านความเร็วจึงอาจจะทำให้พรสวรรค์ด้านความเร็วของเขาพัฒนาขึ้นไปได้
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เทียนประหลาดใจมากที่สุดก็คือพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมของสัตว์อสูรกิเลนทองทมิฬนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาสนใจและปรารถนาอย่างแท้จริง!
เดิมพรสวรรค์ด้านมิตินั้นยากที่จะยกระดับได้จนถึงวันนี้เขาเข้าใจถึงความลึกลับของพรสวรรค์ด้านมิติได้เพียง 20% เท่านั้น การจะยกระดับมันให้ไปถึง30% ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
แต่ก็มีอีกหนทางหนึ่งที่จะสามารถยกระดับพรสวรรค์ด้านมิติได้อย่างรวดเร็วนั่นคือการหลอมรวมพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับ
น่าเสียดายที่มีมนุษย์หรือสัตว์อสูรที่ครอบครองพรสวรรค์ด้านมิติอยู่น้อยมากนับประสาอะไรกับพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับ
จนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยพบมันเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้กิเลนทองทมิฬกลับมีมันอีกทั้งยังเป็นพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอม หากเขาคัดลอกและหลอมรวมพรสวรรค์ด้านมิติของอีกฝ่ายได้พรสวรรค์ด้านมิติของเขาจะต้องยกระดับขึ้นอย่างมาก มันจะต้องทรงพลังกว่าแต่ก่อนอย่างแน่นอน
“ศาสตร์ลับปราณป้องกันระดับ7 ดาว พรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับ พรสวรรค์ด้านความเร็วแสงระดับพระเจ้า ด้วยประโยชน์ถึง3 ข้อนี้ ถ้าเราไม่รับก็โง่แล้ว!”
เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
แต่ถึงอย่างไรท่าทางของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักเขาแสร้งทำเป็นสับสนและลำบากใจ
หลังจากแสดงท่าทางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ในที่สุดเย่เทียนก็กัดฟันและพูดว่า “ตกลง ผมยอมรับข้อเสนอของคุณ แล้วเราจะออกเดินทางตอนไหน?”
“เร็วที่สุด ถ้าช้าเกินไปบางทีอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้!”
หลิวชิงอี้กล่าว
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็หารือกันและเตรียมตัวออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
เย่เทียนไม่มีอะไรต้องเตรียมตัวเขาทำเพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอตลอดทั้งคืน
เช้าวันต่อมา
หลิวชิงอี้และฉินจือซวนก็มาหาเย่เทียนอีกครั้งจากนั้นทั้งสามก็ออกเดินทางในทันที
หุบเหวหมื่นโบราณอยู่ไกลจากเมืองฉินเฟิงมากสถานที่นั้นสามารถบินไปได้ แต่ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ของดาวสีเงินนี้ มันต้องใช้เวลาอย่างน้อย2-3 วันกว่าจะไปถึงหุบเหวหมื่นโบราณ
ดังนั้นทั้งสามคนจึงเลือกใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้าย
หลังจากเคลื่อนย้ายครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งสามคนก็มาถึงเมืองหมื่นโลหิต!
เมืองหมื่นโลหิตมีขนาดเป็นอันดับสองรองมาจากเมืองใหญ่ตั้งอยู่ในมหาทวีปสงครามสวรรค์ เป็นหนึ่งในเมืองขนาดกลางนับไม่ถ้วนในมหาทวีป แต่ชื่อเสียงของเมืองหมื่นโลหิตนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองใหญ่ทั่วไป
เพราะเมืองหมื่นโลหิตตั้งอยู่ใกล้หุบเหวหมื่นโบราณห่างกันเพียง 1 ล้านลี้เท่านั้น
เย่เทียนและหญิงสาวทั้งสองมาถึงเมืองหมื่นโลหิตและมุ่งหน้าไปยังหุบเหวหมื่นโบราณทันที
ไม่นานพวกเขาก็มาถึง
นอกหุบเหวหมื่นโบราณ
ทั้งสามคนยืนอยู่ริมขอบหุบเหวลึกที่สูงสง่าภายในหุบเหวลึกราวกับว่าเป็นปากของยักษ์ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งได้ เมื่อมองไปด้านล่างก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้เลยแม้แต่น้อยมีเพียงแต่ความมืดเท่านั้น
แต่พวกเขาก็ยังคงรู้สึกถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมา
“ระวังตัวด้วย อย่าลืมควบคุมกลิ่นอายของคุณล่ะที่นี่มีสัตว์อสูรที่อันตรายอยู่มากมาย!”
หลิวชิงอี้เอ่ยเตือน
เย่เทียนพยักหน้าเบาๆ และปกปิดกลิ่นอายของเขาก่อนเขาจะเดินตามหลิวชิงอี้และฉินจือซวนเข้าไปในหุบเหวหมื่นโบราณ