ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 129 : สมมติฐานของหานตงหลิว

    หานตงหลิวยิ้ม เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบพลางกล่าวต่อ “หากข้าไม่ได้ยินเรื่องนี้จากท่านอาจารย์ ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน... เพราะการจะทำให้ผู้เฒ่าเฉายอมรับได้ ชายผู้นั้นต้องมีฝีมือและมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา!”


    “ฉะนั้นเราต้องชิงตัวของหยุนเฟยหยางให้เข้าร่วมกับพรรควายุครามให้ได้! และพวกเราต้องกีดกันไม่ให้พรรคอื่นๆดึงตัวของเขาไปด้วยเช่นกัน…นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าให้เจ้าไปดักรอเขา” หานตงหลิววางถ้วยชา พลางมองลงไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างที่เป็นตำหนักของศิษย์ป้ายขาว “จากการคาดเดาของข้า อีกไม่นานโจวเหยาเซียนอาจจะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อบีบหยุนเฟยหยางเข้าสู่ทางแคบ หลังจากนี้พวกเราจะได้รู้ว่าศิษย์น้องหยุนคนนี้มีอะไรดีกันแน่”


    หานซ่งพยักหน้าเบาๆและไม่ได้โต้แย้ง 


    ขณะที่บรรยากาศรอบๆศาลายังคงสงบ จู่ๆก็มีชายร่างผอมวิ่งขึ้นเขามาด้วยเสียงหอบหายใจ เขาตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก “พี่ตงหลิว! พี่ซ่ง! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”


    หานตงหลิวและหานซ่งที่ได้ยินเสียงที่ร้อนรนก็พลันมองกลับไป


    หานซ่งลุกขึ้นเดินไปหาชายร่างผอม และถามด้วยคิ้วที่ขมวด “เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเจ้าถึงได้รีบร้อนเช่นนี้?”


    ชายร่างผอมหยุดฝีเท้าและหอบหายใจ เขาประสานมือขึ้นมาและรายงานว่า “พี่ตงหลิว พี่ซ่ง ชายที่ชื่อเฟยหยางได้ท้าประลองเป็นตายกับมู่เถียนในยามเฉินของวันพรุ่งนี้!”


    “อะไร!? ท้าประลองเป็นตาย!” หานซ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ แม้แต่หานตงหลิวก็พ่นชาออกมาเต็มปากและสำลักเสียงดัง


    หานตงหลิวรีบเช็ดปากและลงมาถามด้วยตนเอง “เสี่ยวเจียง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”


    เสี่ยวเจียงผู้นี้คือหนึ่งในสมาชิกของพรรควายุครามที่ถูกส่งไปสอดส่องการเคลื่อนไหวของหยุนเฟยหยาง และทันทีที่เขารับรู้เรื่องนี้ เขาจึงรีบกลับมารายงานให้แก่หานตงหลิวและหานซ่งในทันที


    เสี่ยวเจียงประสานมือและตอบกลับ “ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่เท่าที่ได้ยินมาจากศิษย์น้องอี้ ดูเหมือนว่ามู่เถียนจะส่งสารท้าประลองไปยังหยุนเฟยหยางที่หน้าตำหนักของเขา แต่เป็นหยุนเฟยหยางเองที่เปลี่ยนเงื่อนไขการท้าประลองธรรมดาให้เป็นการท้าประลองเป็นตาย! และการกระจายข่าวครั้งนี้ก็ไม่ได้มาจากมู่เถียน แต่เป็นความต้องการของหยุนเฟยหยางเอง!”


    ดวงตาของหานตงหลิวและหานซ่งเบิกกว้าง พวกเขาอ้าปากค้างราวกับสมองลัดวงจร


    เมื่อตั้งสติได้หานซ่งก็ถามรายละเอียด “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหตุใดการท้าประลองธรรมดาถึงได้เป็นการท้าประลองเป็นตายไปได้? ในความเป็นจริงหยุนเฟยหยางไม่ควรจะมีความแค้นกับมู่เถียนมิใช่หรือ?”


    หานตงหลิวที่หายจากอาการตกตะลึงก็เผลอระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น “ฮ่าๆๆ! ศิษย์น้องหยุนคนนี้ช่างเป็นคนที่น่าสนใจอะไรเยี่ยงนี้”


    หานซ่งมองหานตงหลิวอย่างสับสน “ท่านยังหัวเราะได้อีกหรือ? การที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตขัดเกลา 9 ดาวจะต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตก่อกำเนิดในการท้าประลองเป็นตาย ไม่ว่าอย่างไรหยุนเฟยหยางก็คงไม่รอดแน่!”


    หานตงหลิวส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้และกล่าวว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของศิษย์น้องหยุนอีกหรือ?”


    หานซ่งส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า นั่นทำให้หานตงหลิวถอนหายใจยาวและอธิบาย “มู่เถียนไม่เคยมีความแค้นกับศิษย์น้องหยุนมาก่อนอย่างที่เจ้าว่า และไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คนอย่างมู่เถียนจะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ฉะนั้นมีเพียงต้นตอเดียวที่จุดชนวนความขัดแย้งในครั้งนี้… มู่เถียนอาจจะได้รับคำสั่งมาจากโจวเหยาเซียนให้จัดการและสั่งสอนศิษย์น้องหยุน!”


    “และศิษย์น้องหยุนก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี เขาจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการเชือดไก่ให้ลิงดู!” หานตงหลิวอธิบายอย่างอารมณ์ดี เห็นได้ชัดว่าการตอบโต้ของจางหลินคือการตบหน้าโจวเหยาเซียนฉาดใหญ่!


    การกระทำของจางหลินในครั้งนี้เท่ากับว่าหากใครต้องการเป็นสุนัขรับใช้ของโจวเหยาเซียนและต้องการมารังแกเขา พวกมันเหล่านั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต!


    ด้วยเหตุนี้หากมู่เถียนถูกฆ่าก็คงจะไม่มีใครกล้าที่จะเสนอหน้าและเชื่อฟังคำสั่งของโจวเหยาเซียนอีกต่อไป


    หินสีม่วงไม่กี่ก้อนจะเทียบได้กับชีวิตที่ต้องแลกหรือไม่? 


    แน่นอนว่าไม่!


    หยุนเฟยหยางกำลังทำให้คนทั้งสำนักรู้ว่า หากต้องการกดขี่ตนเพื่อเอาอกเอาใจโจวเหยาเซียน ชะตากรรมของคนเหล่านั้นคือความตายสถานเดียว!


    หานซ่งที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ เขาไม่คาดคิดเลยว่าศิษย์ใหม่ที่อ่อนแอจะใช้วิธีการตอบโต้ที่ดุร้ายถึงขนาดนี้


    หากมู่เถียนไม่ยอมรับการประลอง ชื่อเสียงด้านลบจะไปกระทบกับโจวเหยาเซียนที่เป็นคนออกคำสั่ง เมื่อนั้นชะตากรรมของมู่เถียนก็อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่า


    แต่หากมู่เถียนยอมรับการประลอง มีโอกาสที่มันจะถูกฆ่าตาย ซ้ำร้ายหลังจากนั้นก็จะไม่มีใครกล้าที่จะเป็นสุนัขรับใช้ของโจวเหยาเซียนในการกดขี่หยุนเฟยหยางอีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไร หยุนเฟยหยางจะยอมรับการประลองเป็นตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!


    ไม่ว่ามู่เถียนจะเลือกเส้นทางใด ก็ไม่มีโอกาสให้มันรอดชีวิตอีกต่อไป!


    และไม่ว่าจะมู่เถียนเลือกเส้นทางใด! มันก็จะกระทบต่อโจวเหยาเซียนอย่างแน่นอน


    การตอบโต้ในครั้งนี้หยุนเฟยหยางได้ถือไพ่เหนือกว่าแล้ว!


    หานซ่งปาดเหงื่อเย็นๆเมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา “หยุนเฟยหยางคนนี้ บ้าไปแล้วจริงๆ”


    หานตงหลิวหัวเราะร่าอย่างแจ่มใส เขามองไปที่เชิงเขาและยิ้มอย่างสนใจ “ข้าเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเขาถึงได้รับการยอมรับจากผู้เฒ่าเฉา…”


    .

    .

    .


    ข่าวที่จางหลินจะประลองเป็นตายกับมู่เถียนได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างราวกับไฟลามทุ่ง!


    เรื่องนี้ทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ เพราะนานมากแล้วที่สำนักจักรพรรดิดาราไม่มีการประลองเป็นตายเกิดขึ้น!


    ภายในวันเดียวหยุนเฟยหยางได้สร้าวข่าวที่น่าตกตะลึงถึงสองครั้งสองคราว!


    เรื่องนี้ไปถึงหูของทุกคนในสำนักในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งหนี่ซวงและหนี่เหิงเหยียนที่ได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คาดคิดว่าเรื่องเลวร้ายจะมาถึงเร็วขนาดนี้


    แม้จะคาดคิดไว้แล้วว่าโจวเหยาเซียนจะตอบโต้ แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าการตอบโต้ของหยุนเฟยหยางจะดุร้ายยิ่งกว่าโจวเหยาเซียนหลายเท่า


    การประลองเป็นตายที่จะเกิดขึ้นได้ถูกพูดกันปากต่อปากไปทั่วทุกเขต ชื่อของหยุนเฟยหยางจึงกลายเป็นจุดสนใจและสะกิดต่อมความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนไปโดยปริยาย


    สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นยังดึงดูดความสนใจจากคนใหญ่คนโตของสำนัก ลูกศิษย์ที่ถือครองป้ายทองคำบางคนที่ได้มีการตัดสินใจไว้แล้วว่า จะไปชมการประลองเป็นตายในครั้งนี้ด้วยตัวเอง!


    ต้องเข้าใจว่าลูกศิษย์ที่ถือครองป้ายทองคำเปรียบเสมือนกับสมบัติล้ำค่า พวกเขาแทบจะไม่ออกมาจากเขตของตัวเองหากไม่มีเหตุที่จำเป็น แต่คราวนี้ชายที่ชื่อหยุนเฟยหยางทำให้พวกเขารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก และอยากจะดูว่าศิษย์ใหม่คนนี้จะแสดงอะไรให้พวกเขาได้เห็น


    ด้วยเหตุนี้ผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่ในการดูแลสนามประลองก็ได้มารวมตัวกันและหารือเกี่ยวกับการประลองที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้


    นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม! แต่มันเป็นการเข่นฆ่าระหว่างลูกศิษย์ด้วยกันที่ไม่มีให้เห็นมาหลายปีแล้ว


    คลื่นลูกใหญ่ได้ก่อตัวขึ้นในสำนักจักรพรรดิดารา หลังจากนี้ชื่อของหยุนเฟยหยางจะไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไป…

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน