“ซู่ๆ!”
ภายในเวลาเพียงลมหายใจเฮือกเดียวหลังจากที่ผู้อาวุโสแห่งบ้านสกุลเยี่ยประกาศเริ่มการประลองผู้เข้าประลองบนสนามก็เคลื่อนตัวเริ่มลงมืออย่างรวดเร็วราวกับว่าเตรียมพร้อมไว้นานแล้วฉินเสี่ยวลู่ เฉาฉี่ไท่ และคนอื่นๆ อีกสิบสามคนจากบ้านสกุลฉินตรงเข้าไปปะทะกับคนของบ้านสกุลเยี่ยทั้งสิบห้าคนที่มีเยี่ยจื่อจินเป็นผู้นำที่อยู่ตรงหน้า
เห็นได้ชัดว่าที่บ้านสกุลฉินเลือกลงมือกับบ้านสกุลเยี่ยเป็นการเลือกที่วางแผนไว้ก่อนหน้าแล้ว
ในขณะเดียวกัน เงาของคนทั้งสามสิบคนรุมล้อมตู้เซ่าฝู่ไว้การเคลื่อนตัวตรงเข้ามาสกัดขวางทางไว้อย่างชัดเจนเช่นนี้ ก็พอมองออกว่าเป็นการวางแผนไว้นานแล้วเช่นกัน
บ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นแต่ละบ้านสกุลมีทั้งหมดสิบห้าคน ไป๋ไฉ่อี ไป๋เทียนหมิง อั้นหลง อั้นหู่สี่คนนี้เป็นผู้นำของบ้านสกุลเป้าหมายของพวกเขาล้วนคือตู้เซ่าฝู่
อั้นหลงหันไปหาไป๋ไฉ่อีพร้อมกล่าวว่า“ร่วมกันจัดการเจ้าตู้เซ่าฝู่เสร็จแล้ว พวกเราค่อยแบ่งระดับชั้นความสามารถแต่ละคนมาสู้กันจะได้ไม่เป็นการเอาเปรียบ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ไป๋ไฉ่อีมองที่ตู้เซ่าฝู่จากนั้นมองไปที่อั้นหลง นางพยักหน้าตกลง และตอบกลับสั้นๆ เพียงว่า “ได้!”
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นแล้วผู้เข้าประลองจากบ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นต่างเพ่งเล็งเตรียมโจมตีตู้เซ่าฝู่พร้อมกัน
อั้นหู่และไป๋เทียนหมิงสองคนนี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วยความพอใจพวกเขารอคอยวันนี้มานาน ในที่สุดก็มีโอกาสแก้แค้นได้เสียทีเมื่อถูกคนรุมโจมตีพร้อมกันสามสิบคน พวกเขาเชื่อว่าไม่ว่าอย่างไรวันนี้ตู้เซ่าฝู่ต้องโดนอัดจนหงายท้องกับพื้นแน่นอน
“หน้าไม่อาย รุมโจมตีจริงๆด้วย”
ณบริเวณที่นั่งด้านตรงลานประลอง ตู้จื้อสยงตบพนักเก้าอี้นั่งอย่างแรงด้วยความโมโหนึกไม่ถึงว่าบ้านสกุลอั้นกับบ้านสกุลไป๋จะไร้ยางอายเช่นนี้ คนทั้งสองบ้านสกุลรวมกันตั้งสามสิบคนเตรียมตัวร่วมมือรุมโจมตีคนเพียงคนเดียวแบบนี้
ตู้เจิ้นอู่สีหน้าเคร่งเครียดเขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจไปเช่นนี้ ขณะนี้เขารู้สึกว่าคิดผิดเขาไม่ควรปล่อยให้ตู้เซ่าฝู่เข้าประลองเพียงลำพังคนเพียงคนเดียวจะเก่งอย่างไรก็ไม่สามารถต่อกรสามสิบคนได้หรอกโดยเพราะยังมีคนที่ฝีมือไม่ธรรมดาอย่างไป๋ไฉ่อีและอั้นหลงอยู่ด้วย
ทุกคนในบ้านสกุลตู้รู้สึกกังวลสีหน้าตึงเครียด
“เยี่ยจื่อจินข้าอยากรู้ว่าตอนนี้เจ้าพัฒนาไปได้ถึงไหนแล้ว!”
ฉินเสี่ยวลู่เริ่มลงมือก่อนนางดึงกระบี่ยาวออกจากปอกปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่าน จากนั้นกระบี่ของนางก็เปล่งแสงมีอักษรลอยออกมาทันใดนั้นก็มีลำแสงจากดาบมากมายพุ่งเข้าไปหา เยี่ยจื่อจิน
เยี่ยจื่อจินมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ไม่ไกลเมื่อเห็นว่าเขากำลังถูกบ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นรุมโจมตี คิ้วก็ขมวดเล็กน้อยนางหยิบแส้ยาวที่เต็มไปด้วยตะขอมากมาย พร้อมกับปล่อยพลังปราณออกมานางหมุนตัวสะบัดแส้ ปลายแส้พุ่งสะบัดออกไปเป็นคลื่นปะทะกับลำแสงดายที่พุ่งเข้ามา
สองสาวเริ่มประมือกันแล้ว คนของบ้านสกุลฉินและบ้านสกุลเยี่ยคนอื่นๆต่างก็จับคู่หาคู่ต่อสู้ของตัวเอง การประลองเริ่มดุเดือดขึ้นมาแล้ว
ตู้เซ่าฝู่กวาดสายตามองไปที่สามสิบกว่าคนที่รุมล้อมตนเพียงคนเดียวไว้จากนั้นมองไปที่กลุ่มนักสู้จากบ้านสกุลไป๋ เอ่ยถามว่า “ไม่ทราบว่าคนไหนคือไป๋เหมย?”
ในกลุ่มคนบ้านสกุลไป๋ที่มีทั้งหมดสิบห้าคนทันใดนั้นก็มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินออกมา อายุของนางราวๆ สิบหกสิบเจ็ดในมือถือกระบี่สีมรกตอ่อนๆ พลังปราณกำลังเอ่อล้น นางมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความสงสัยและตื่นเต้นทว่าก็ขานรับการเรียกหา “ข้าคือไป๋เหมย แล้วคือ…?”
“ข้าจะคุ้มครองเจ้าให้ดีเอง”
ตู้เซ่าฝู่พูดไปยิ้มไปขณะที่กำลังถูกคนทั้งสองบ้านสกุลห้อมล้อม เขายังมีสีหน้าท่าทางสบายๆและมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมได้อีก
“เวลาไหนแล้วเจ้ายังกล้ามาพูดแทะโลมคนของบ้านสกุลไป๋ของข้าอีกข้าจะอัดเจ้าให้เละเลย” วัยรุ่นหนุ่มคนหนึ่งของบ้านสกุลไป๋โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
“สั่งสอนเจ้าหมอนี่ ไม่ต้องเกรงใจไม่ต้องออมแรง” อั้นหู่ได้โอกาสก็ตะโกนสนับสนุน
“เอาให้มันปางตายไปเลย” ไป๋เทียนหมิงเองก็พยักหน้า
วัยรุ่นชายหญิงของบ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นเดินเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่พร้อมกันพร้อมกับปล่อยพลังปราณโถมกระหน่ำออกมาแววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ในเวลาเช่นนี้ถูกรุมโจมตีแล้ว ตู้เซ่าฝู่ยังมีอารมณ์มาพูดหยอกล้อสาวอีกเด็กหนุ่มคนนี้ต้องไม่ได้เรื่องแน่ๆ เวลาแบบนี้ยังกล้าทำตัวโอหังเช่นนี้อีกแบบนี้ต้องสั่งสอนเด็กเลวคนนี้ให้หนักๆ
“บังอาจแทะโลมเด็กสาวของบ้านสกุลไป๋ของข้าเจ้าจบไม่สวยแน่วันนี้!” ชายหนุ่มจากบ้านสกุลไป๋ที่เริ่มพูดออกมาก่อนตอนแรกพุ่งเข้าไปก่อนพร้อมกับตะโกนออกมาด้วยความโมโห
“ข้าไม่ได้แทะโลม”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ยอมรับค้านหัวชนฝาแค่ถามไปเพียงประโยคเดียวก็ถือว่าพูดแทะโลมแล้วหรือ เขาไม่ได้เป็นคนเช่นนั้นแน่นอน
“ยังกล้าพูดจาปลิ้นปล้อนอีกเจ้าเจ็บหนักแน่” วัยรุ่นจากบ้านสกุลไป๋คนนั้นตะโกนด้วยความโกรธปล่อยพลังถาโถมออกมา เตรียมลงมือ
“ตะโกนเอะอะเสียงดังปวดหูจริงๆข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้แทะโลม เจ้าหูหนวกหรือไง”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้านิ่ง มือไม้เริ่มขยับทันใดนั้นก็มีรัศมีสีทองอร่ามแผ่ออกจากรอบกายเขาใช้มือขวาเหวี่ยงพุ่งออกไปด้านหน้าพร้อมกับเคลื่อนตัวเข้าไปปรากฏด้านหน้าชายหนุ่มคนนั้นอย่างฉับพลันราวกับผีหลอกกระโจนโพล่งขึ้นมามือขวาที่ซัดออกไปกระแทกกลางหน้าอกของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างจัง
“ปึง!”
เกิดเสียงกระแทกดังร่างของเด็กหนุ่มจากบ้านสกุลไป๋คนนั้นกระเด็นลอยอยู่กลางอากาศถอยหลังไปหลายสิบเมตรพร้อมกับเสียงเปราะของกระดูกหักร้าวร่างของเขากระแทกลงบนพื้นนอกวงรัศมีในการประลอง เขากระอักเลือดพ่นโลหิตออกจากปากหมดสภาพยืนขึ้นไม่ไหวอีกแล้ว
“อะไรน่ะ?”
ยอดฝีมือทั้งหลายของแต่ละบ้านสกุลรวมถึงผู้ชมรอบสนามประลองและทายาทวัยรุ่นผู้เข้าประลองทั้งหลายของบ้านสกุลอั้นและบ้านสกุลไป๋ต่างมองเหตุการณ์ด้วยความตะลึง
“ไอ้สารเลวร่วมมือกันจัดการไอ้บ้านี้!”
“ไอ้หมอนี่พิษสงเยอะร่วมมือกันจัดการมัน”
ผู้ร่วมประลองจากบ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นต่างโมโหเกรี้ยวกราดตู้เซ่าฝู่บังอาจชิงลงมือก่อน ทำท่าทำทางราวกับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลย ตู้เซ่าฝู่หวดหมัดใส่กระเด็นลอยไปทีละคนทีละคนการกระทำเช่นนี้ทำให้พวกเขาแค้นใจอย่างมาก
“โวยวายเสียงดังกันเหลือเกินอยากรุมโจมตีก็รีบหน่อย อย่าพูดพิรี้พิไรให้มาก”
ตู้เซ่าฝู่ยืนตรงอย่างมั่นคงพร้อมกันเหล่ตาคอยกวาดมองคนที่อยู่รอบๆ อยู่ตลอด เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้คนเหล่านี้พูดมากกว่าทำไม่ลงมือกันเสียที
คนของบ้านสกุลไป๋และบ้านสกุลอั้นโกรธจนควันแทบออกหูท่าทางละคำพูดของตู้เซ่าฝู่ทำให้พวกเขารู้สึกประหนึ่งกำลังถูกดูถูกไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลย
“อยากโอหังมากนักก็ทำไปทุกคนบุกไปพร้อมกัน อย่าออมมือ ตั้งใจสั่งสอนหมอนี้ให้เต็มที่”
วัยรุ่นคนหนึ่งของบ้านสกุลอั้นตะโกนโพล่งออกมาอีกครั้งหลังจากนั้นคนของบ้านสกุลอั้นและบ้านสกุลไป๋ที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มขยับตัว ไป๋เหมยที่ทุกคนว่ากันว่าถูกตู้เซ่าฝู่แทะโลมก็ร่วมวงด้วยทุกคนปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่าน จากนั้นก็กระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างไม่รอช้า
“ตึงโครม!”
คนราวๆสามสิบคนรุมโจมตีคนเพียงคนเดียว พวกเขาไม่เชื่อว่าจะจัดการตู้เซ่าฝู่เพียงคนเดียวไม่ได้และพวกเขาปรารถนาอย่างมากที่จะสั่งสอนอัดเด็กหนุ่มคนนี้ให้แรงอย่างไร้ความปรานี
ขณะที่คนหลายสิบคนกระโจนเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่พร้อมกันทันใดนั้นผืนดินที่ลานกว้างก็สั่นไหวการเคลื่อนไหวของหลายคนเกิดเป็นคลื่นลมแรงซัดเอาเศษหินเศษทรายปลิวว่อนสร้างความรู้สึกน่าสะพรึงกลัว!
ผู้คนที่อยู่ในลานกว้างและคนของบ้านสกุลตู้ลุ้นตุ้มๆต่อมๆ ตื่นเต้นจนเหงื่อตก หากตู้เซ่าฝู่ค่อยๆ ประมือจัดการไปทีละคนอาจพอมีโอกาสชนะอยู่ ทว่าถูกคนหลายสิบคนจู่โจมพร้อมกันผลลัพธ์ที่กำลังจะปรากฏให้เห็นไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นเช่นไร
ตู้เซ่าฝู่มองดูคนหลายสิบคนที่กำลังพุ่งเข้ามาจู่โจมด้วยท่าทางที่นิ่งสงบไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไรและแววตาของเขายังคงดูแน่วแน่ละเปี่ยมด้วยความมั่นใจทันใดนั้นก็มีแสงสีทองส่องทอประกายอยู่รอบตัวของเขา
“มาเถิดคิดว่าคนเยอะแล้วจะมาเอาเปรียบข้ากันงั้นหรือ ฝันไปเถิด ไสหัวไปไกลๆ ข้าให้หมด!”
ตู้เซ่าฝู่ตะโกนโพล่งออกมาเสียงดังคำพูดทรงพลังดังกึกก้องทำให้หลายสิบคนตรงนั้นได้ยินกันชัดแจ๋ว ดังมากจนแทบอยากเอามือมาปิดหู เมื่อเผชิญหน้ากับคนหลายสิบคนมารุมโจมตีเขาไม่ถอยกลับพุ่งใส่ เขากระโดดเข้าไปด้วยท่าทางราวกับอสูรร้ายกาจที่กำลังเดือดดาลพื้นที่ถูกเขาถีบพาร่างพุ่งออกไปเกิดรอยร้าว เข้ากระโจนเข้าไปหาวัยรุ่นของบ้านสกุลอั้นคนหนึ่ง
“โครม!”
ร่างของคนสองคนปะทะกันวัยรุ่นจากบ้านสกุลอั้นคนนั้นถูกซัดลอยประเด็นไปไกล เขาพ่นเลือดออกมากระจายไปทั่วกระดูกมากมายในร่างของเขาถูกแรงสั่นสะเทือนจนหักร้าว
ทว่าร่างของเซ่าฝู่ยังคงพุ่งโจมตีต่อไปไม่ได้รับการขัดขวางใดๆ จากคนเหล่านั้นเลย
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามภาพที่คนคาดคะเนกันเอาไว้ทุกคนแสดงสีหน้าตะลึง ไม่มีใครคิดว่าตู้เซ่าฝู่จะใช้วิธีการลงมือพิเศษเช่นนี้เป็นวิธีที่ง่ายๆแต่เป็นการระเบิดพลังโจมตีออกมาอย่างรุนแรงทำให้ผู้ที่เห็นรู้สึกถึงความสะพรึงกลัว!