ณ แคว้นพันธุ
เ้าชายพันธุพัฒน์ได้พาเ้าหญิงซาติกานต์และมินธะเข้าเฝ้าองค์พ่อหลวงพันอินทร์ พระองค์ได้เล่าเื่ราวทุกอย่างรวมไปถึงเื่ที่พ่อหลวงอินทะราชเข้าแคว้นซาตีให้เสด็จพ่อฟังทั้งหมด
“ในขณะนี้เ้าหญิงซาติกานต์ทรง้าให้พวกเราช่วยขับไล่ทหารแคว้นอินนะออกไปจากแคว้นซาตีพะย่ะค่ะ” เ้าชายพันธุพัฒน์ตรัส
“ในเมื่อลูกไม่ได้อภิเษกกับเ้าหญิงซาริสาแล้ว เื่ของแคว้นซาตีก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับแคว้นพันธุเลย และทางพ่อหลวงอินทะราชก็หวังเพียงอยากแคว้นซาตีซึ่งเป็ดินแดนติดชายฝั่งทะเลก็เท่านั้น พวกเราไม่มีความจำเป็ต้องยุ่งเลยนี่” พ่อหลวงพันอินทร์ตรัส
“แต่พวกเราก็ควรให้ความช่วยเหลือแคว้นเพื่อนบ้านนะพะย่ะค่ะ” เ้าชายพันธุพัฒน์ตรัส
“หึ หึ หึ น่าขำ ตอนนี้แคว้นซาตีก็ล่มสลายไปแล้ว เราจะช่วยอะไรได้” พ่อหลวงพันอินทร์ตรัส
เ้าชายทรงรู้จักเสด็จพ่อของตนดี ว่าหากไม่มีผลประโยชน์ก็จะไม่ทรงช่วยเหลือใดๆ จึงตัดสินพระทัยว่า “กระหม่อมกับเ้าหญิงซาติกานต์จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสนะพะย่ะค่ะ”
“ห๊า อะไรนะ ท่านตรัสอะไรน่ะเ้าชาย” เ้าหญิงซาติกานต์ทรงตกพระทัย
เ้าชายเข้ามากอดเ้าหญิง แล้วตรัสต่อว่า “กระหม่อมจะไปขับไล่ทหารแคว้นอินนะออกไปจากแคว้นซาตีให้ได้พะย่ะค่ะ”
พ่อหลวงทรงยิ้มอย่างพอพระทัย “ถ้าอย่างนั้นค่อยคุยกันได้หน่อย งั้นก็อภิเษกคืนนี้เลยก็แล้วกัน เห็นว่าต้องรีบวางแผนเข้าโจมตีพวกแคว้นอินนะไม่ใช่หรอ”
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”
ทั้งสามคนทูลลาพ่อหลวงพันอินทร์ แล้วรีบเดินออกมาจากที่ประทับทันที พ่อหลวงทรงรู้พระทัยเ้าชาย จึงรีบสั่งให้นายพลยารบไปติดตามเ้าชายและเ้าหญิงว่าทั้งสองมีแผนอะไรกันแน่
เมื่อทั้งสามออกมา เ้าหญิงรีบจับมือเ้าชายแล้วพาเ้าชายไปคุยในที่ลับตาคนทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่อาจรอดพ้นสายตานายพลยารบไปได้ ดังนั้นนายพลจึงแอบติดตามไปฟังด้วย
“ท่านคิดจะทำอะไรน่ะ เราไม่เคยตกลงกับท่านเลยว่าจะอภิเษกด้วย”
“ใจเย็นๆ ก่อนเ้าหญิง เรารู้จักเสด็จพ่อของเราดีว่า หากท่านไม่ได้ผลประโยชน์ ท่านจะไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เด็ดขาด พวกเราก็แค่แกล้งเข้าพิธีอภิเษกด้วยกันก็เท่านั้น”
“หากพ่อหลวงไม่ทรงยอมช่วย เราจะหาวิธีอื่นเอง พวกเราไม่จำเป็ต้องแกล้งเข้าพิธีบ้าๆ นั่น”
“แล้วท่านจะเอากองกำลังมาจากที่ไหน พวกเราจำเป็ต้องช่วยชาวเมืองซาตีก่อนไม่ใช่หรอ นี่ก็แค่เป็พิธีหลอกๆ ก็เท่านั้น”
เมื่อเ้าหญิงคิดถึงชาวเมืองแคว้นซาตี ซึ่งป่านนี้ก็คงถูกกดขี่ข่มเหงโดยทหารแคว้นอินนะอยู่ ก็รู้สึกสงสาร เลยยอมใจอ่อน “ถ้าอย่างนั้นก็ได้”
*****************************************
“รายงานองค์พ่อหลวง เ้าชายกับเ้าหญิงจะเข้าพิธีอภิเษกกันแบบหลอกๆ พะย่ะค่ะ” นายพลยารบเข้าเฝ้า
“งั้นเราจะทำให้พิธีนี้กลายเป็จริงเอง จงเอายานี่ไปใส่ในน้ำชาให้เ้าหญิงเสวยซะ และอย่าทำให้พวกเขารู้ตัวล่ะ”
“พะย่ะค่ะ”
*****************************************
พิธีอภิเษกสมรสระหว่างเ้าชายพันธุพัฒน์กับเ้าหญิงซาติกานต์
“เราขออวยพรให้ลูกทั้งสองมีความสุข และขอให้รักและดูแลกันตลอดไป” พ่อหลวงทรงอวยพร
หลังจากนั้น ทั้งสองพระองค์ก็กล่าวปฏิญาณรัก
“เรา พันธุพัฒน์ ขอรับ ซาติกานต์ เป็พระชายาของเรา เราสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อซาติกานต์ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามเจ็บป่วยและสบายดี เราจะรักซาติกานต์และให้เกียรติซาติกานต์ตลอดชั่วชีวิตของเรา"
“เรา ซาติกานต์ ขอรับ พันธุพัฒน์ เป็พระสวามีของเรา เราสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อพันธุพัฒน์ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามเจ็บป่วยและสบายดี เราจะรักพันธุพัฒน์และให้เกียรติพันธุพัฒน์ตลอดชั่วชีวิตของเรา"
จากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ยื่นมือซ้ายให้แก่กันเพื่อแลกแหวน พอถึงขั้นตอนจุมพิต เ้าหญิงพยายามขืนตัวแต่สุดท้ายก็ต้องทรงยินยอมจุมพิตเพราะทุกคนในพิธีเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อ งานเลี้ยงฉลองงานอภิเษกยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ พ่อหลวงได้ให้นางกำนัลยกน้ำชาให้ทั้งสองพระองค์เสวยด้วย
เมื่อเสร็จพิธีและพ่อหลวงเสด็จออกจากห้อง ทั้งสองพระองค์ก็เลิกแสดงละครทันที
“ท่านออกไปได้แล้ว เราจะนอน”
“ฝันดีก็แล้วกันนะ เราออกไปก่อนนะ” แต่พอเ้าชายกำลังจะเปิดประตูก็พบว่าประตูถูกล็อคจากด้านนอก เลยรีบะโว่า “ใครเป็คนล็อคน่ะ มาปลดล็อคเดี๋ยวนี้นะ” สักพักเ้าชายก็ได้ยินเสียงพ่อหลวงตรัสว่า
“อย่านึกว่าพ่อไม่รู้จักเ้า พันธุพัฒน์ คิดว่าจะหลอกพ่อได้หรอ ว่าพวกลูกแกล้งเข้าพิธีอภิเษกกันน่ะ”
“เสด็จพ่อ เื่นี้ลูกอธิบายได้นะพะย่ะค่ะ”
“555 พ่อก็เลยจะทำให้มันเป็จริงไง ตอนนี้เ้าหญิงซาติกานต์ถูกพิษร้าย พ่อเป็คนใส่ในน้ำชาให้พระนางเสวยเอง พิษนี้มีฤทธิ์ปลุกกำหนัด หากไม่มีอะไรกัน จะมีผลทำให้พระนางถึงกับสิ้นพระชนม์ได้ ซึ่งลูกก็เลือกเอาเองก็แล้วกัน ว่าจะปล่อยให้พระนางสิ้นพระชนม์ไปเลยหรือเปล่า มันไม่มียาแก้พิษ นอกจากลูกจะยอมรับนางเป็พระชายาจริงๆ เท่านั้น พ่อไปก่อนนะ ลูกรัก”
“เสด็จพ่อ ทำไมกระทำเช่นนี้ล่ะพะย่ะค่ะ พระองค์อำมหิตเกินไปแล้ว เสด็จพ่ออย่าเพิ่งเสด็จไป พะย่ะค่ะ”
ขณะนี้ยาปลุกกำหนัดได้เริ่มออกฤทธิ์แล้ว เ้าหญิงซาติกานต์เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมา “ร้อน ร้อน ร้อน พันธุพัฒน์ช่วยเราด้วย พันธุพัฒน์ช่วยด้วย เราเป็อะไรก็ไม่รู้”
เ้าชายพันธุพัฒน์รีบเข้ามาประคองเ้าหญิงให้นั่งบนแท่นประทับ
เ้าหญิงยังพอมีสติอันน้อยนิด พระองค์ก็ได้ยินในสิ่งที่องค์พ่อหลวงตรัสไว้เช่นเดียวกัน ทำให้รู้ว่าตนถูกพิษแล้ว แต่เ้าหญิงมีนิสัยเหมือนน้องสาวคือยอมตายแต่ไม่ยอมให้ใครมาิ่พระเกียรติเด็ดขาด จึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายตรัสว่า “พันธุพัฒน์ ท่านฆ่าเราซะเถอะ เราทนไม่ไหวแล้วจริงๆ และเราจะไม่ยอมให้ท่านมาช่วยชีวิตเราด้วย เร็ว เร็วเข้า”
“เรา……..”