ตอนที่ 23 บังเอิญพบ (2)
ไฉ่เวยยื่นมือไปรับกระต่ายป่าตัวใหญ่นั้นตามสัญชาตญาณ ได้แล้ว! เจ้ากระต่ายป่ากินอะไรถึงตัวโตอวบอ้วนขนาดนี้ หนักประมาณสี่ห้าจิน[1]ได้
ไฉ่เวยหันหน้าไปมองชายหนุ่มผู้นั้นอย่างสงสัย
เขาหน้าตาดีนัก ตาโตคิ้วดก แผ่รังสีน่าเกรงขาม แต่เสื้อผ้าการแต่งกายเก่าขาดเหมือนพวกนางสองพี่น้อง ทว่าจุดด้อยก็ยังมิอาจกลบจุดเด่น
อายุประมาณสิบเจ็ด หรือมากกว่านั้น
ไฉ่เวยรู้สึกว่าแม้รูปลักษณ์ของเขาจะเหมือนประมาณสิบหกสิบเจ็ด แต่เกรงว่าอายุทางความคิดน่าจะโตกว่านั้น
ราวกับว่าในความงดงามแฝงไว้ซึ่งความสุขุมหนักแน่น มองดูแล้วชวนให้รู้สึกสงบไร้ภยันตราย เพียงแต่ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ภาพจำแรกที่ไฉ่เวยมีต่อเขาก็คือ แม้จะเกิดมาดูดีเหมือนแสงแดดอันอบอุ่น ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบก็ยังให้ความรู้สึกห่างเหินอยู่เลือนราง
ไฉ่เวยมองกระต่ายในมือ พลางกลืนน้ำลาย แล้วถามชายหนุ่มที่การแต่งกายพอดูได้ “พี่ชายน้อย ทำไมท่านถึงโยนกระต่ายตัวนี้ให้พวกเราล่ะ”
ชายหนุ่มกำลังใช้ใบไม้เหลืองกึ่งเขียวเช็ดคราบเลือดบนคมธนูที่ดึงจากตัวกระต่าย เขาได้ยินดังนั้นจึงตอบ “เดิมทีกระต่ายตัวนี้เป็นของเจ้า”
ไฉ่เวยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ
ชายหนุ่มอธิบาย “เป็นเจ้าที่ยิงโดนมัน”
“แต่มันหนีไปแล้ว”
ชายหนุ่มเช็ดคราบเลือดบนลูกธนูจนสะอาด แล้วใส่ลูกธนูแหลมคมกลับไปในกระบอกธนูที่สะพายอยู่ด้านหลัง “เพราะเจ้าไม่ได้ใช้ลูกธนู หากเจ้าใช้ กระต่ายตัวนั้นคงสิ้นใจไปนานแล้ว”
เขามองไฉ่เวยแล้วเอ่ย “ครั้งหน้าจำไว้ว่าต้องใช้ลูกธนู อย่าเหมือนครั้งนี้ ที่ทำให้เหยื่อในมือหนีไปได้” พูดจบก็หันกายเดินออกไป
เมื่อชายหนุ่มเดินไปไกลแล้ว ไฉ่เวยพลันได้สติกลับมา เอ่ยตะโกนเสียงดังตามหลังของเขา “ขอบคุณท่าน พี่ชายน้อย!”
ชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้ตอบกลับ
เถียนไฉ่เวยพลันรู้สึกว่าเขาน่ารักอยู่บ้าง โยนกระต่ายป่าตัวใหญ่ให้นางเปล่าๆ แบบนี้ ทั้งยังไม่ต้องการคำขอบคุณจากนางอีก
ไฉ่เวยสองพี่น้องได้กระต่ายป่าที่หลุดมือแล้วกลับคืนมาก็อารมณ์ดีนัก พากันไปชำแหละกระต่ายที่ริมแม่น้ำ
ถลกหนังกระต่าย ควักเครื่องใน เก็บส่วนที่กินได้เอาไว้ทั้งหมด แล้วล้างจนสะอาด เสี่ยวหม่านทำสัญญาณมือ ‘ต้องเอาหม้อดินเผามา ไม่เช่นนั้นจะต้มเนื้อกระต่ายอย่างไร’
ไฉ่เวยยิ้มแล้วเอ่ย “ใช่ว่ากระต่ายต้องต้มกินเสมอไป เอามาย่างกินก็ได้” พูดจบก็เอาก้านไม้มาเสียบที่ตัวกระต่ายและส่วนหัวใจ จากนั้นก็พาน้องสาวไปหามารดา
หลังจากสองพี่น้องไปแล้ว หลินซื่อก็ไปเก็บฝ้ายคนเดียวไม่ได้หยุดพัก
เสี่ยวหม่านเห็นมารดาอยู่ไกลๆ ก็วิ่งไปหาอย่างตื่นเต้น นางอยากพูด อยากเรียกหลินซื่อว่า ‘ท่านแม่’ ทว่าปากกลับทำได้เพียงส่งเสียงร้องอ้าๆ
สองพี่น้องวิ่งมาตรงหน้ามารดาอย่างรวดเร็ว
หลินซื่อเห็นกระต่ายในมือเถียนไฉ่เวยก็ถามอย่างประหลาดใจ “เจ้าโชคดียิงกระต่ายได้มาตัวหนึ่งอีกแล้วหรือ”
“ใช่แล้ว แม้ข้าจะยิงกระต่ายได้ แต่ข้าไม่ได้ยิงมันตาย เป็นบุรุษคนหนึ่งที่ช่วยข้ายิงกระต่ายตัวนี้ ไม่อย่างนั้นมันคงหนีไปได้”
ไฉ่เวยให้หลินซื่อตามพวกนางพี่น้องมาย่างกระต่ายในป่าเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลไร่ฝ้าย
หลินซื่อออกจากไร่ฝ้าย เอาตะกร้าที่สะพายอยู่บนหลังวางลงบนเกวียน แล้วเดินเข้าป่าพร้อมกับสองพี่น้อง
ไฉ่เวยยื่นก้านไม้ที่เสียบเนื้อและเครื่องในกระต่ายให้มารดา ส่วนนางกับเสี่ยวหม่านไปเก็บฟืนกลับมาก่อไฟกองหนึ่ง แล้วให้หลินซื่อเอาก้านไม้ที่เสียบเนื้อและเครื่องในกระต่ายวางไปบนกองไฟ อีกทั้งยังกำชับให้อีกฝ่ายย่างพร้อมหมุนก้านไม้ไปด้วย ป้องกันไม่ให้กระต่ายสุกแค่ด้านเดียว ส่วนอีกด้านยังดิบ
หลินซื่อยิ้มแล้วเอ่ย “ข้ารู้แล้ว”
เสี่ยวหม่านแปลกใจนัก ขอเครื่องในกระต่ายจากมารดามาย่าง
ไฉ่เวยเอ่ย “ข้าจะไปเก็บฝ้ายต่อ หากไม่ได้เก็บดอกฝ้ายเลยสักนิด คงเอ่ยอ้างไม่ได้”
เชิงอรรถ
^ หน่วยวัดจีน 1 จินเท่ากับ 500 กรัม