“สาเหตุหลักก็เพราะว่าหลังจากที่เลี่ยนเทียนเฮ่าของเราเปิดทำการแล้วก็ขายดีมากเกินไปผู้อาวุโสหลินท่านคงไม่รู้ ชุดเกราะวิญญาณที่พวกเราขายร่วมกับกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้านั่นน่ะมันขายดีจนน่าตกตะลึงเลย พอปล่อยเข้าตลาดไปได้ไม่ถึงเดือนก็ได้รับการสั่งจองจากอาณาจักรน้อยใหญ่กว่าร้อยอาณาจักรเลยทีเดียว...แล้วก็แหวนพระสุเมรุนั่นด้วยตอนนี้มันถูกจองไว้จนเต็มจำนวนการผลิตของปีหน้าทั้งปีเลย”
หลินหยางพยักหน้า “มันไม่ชอบที่เราไปแย่งกิจการของมัน?”
“ตามนั้นเลยท่านผู้อาวุโส” เถ้าแก่หวังพูดต่อว่า “ไอ้พวกหอสร้างฟ้ามันตาร้อนผ่าวกันเป็นแถบๆถึงไม่กี่เดือนก่อนพวกมันจะไม่ได้ทำอะไรแต่ข้ารู้มาว่ากลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรมันแอบไปหารือกับพวก ‘กลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิง’ อยู่นานแล้วเกรงว่าที่มันเพิ่งมาลงมือตอนนี้คงเป็นเพราะพวกมันเตรียมการวางแผนมาพร้อมจะลงมือแล้ว”
จ้าวเหวินชางที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อจึงกล่าวขึ้นว่า “ไอ้พวกเด็กน้อยนั่นทำไมบังอาจขนาดนี้?ต่อให้พวกมันไม่กลัวกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าก็ตามแต่อย่างน้อยมันก็ต้องกลัวพี่หลิน...อ๋อ ใช่แล้ว ไอ้เด็กน้อยพวกนั้นมันไม่รู้ว่าพี่หลินมีความเกี่ยวของกับกลุ่มพันธมิธตรการค้าติ่งชาง!”
จ้าวเหวินชางพูดตรงจุดสำคัญพอดี
ตั้งแต่ที่หลินหยางเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเขาก็ปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาเองกับสมาคมการค้าตระกูลจ้าวมาโดยตลอดดังนั้นเรื่องที่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าติ่งชางก็ย่อมไม่มีใครรู้อยู่แล้วส่วนคนที่จะรู้ว่าหลินหยางเป็นผู้ช่วยที่อยู่เบื้องหลังของตระกูลเวินและตระกูลจ้าวนั้นมีอยู่น้อยมากๆ
ดังนั้นพวกกลุ่มพันธมิตรการค้าทั้งสองกลุ่มนั้นถึงได้กล้าทำตัวโอหังขนาดนี้ถึงขั้นกล้าลงมือกับกลุ่มใต้หล้าโดยตรงเลยทีเดียว
พวกมันต้องการหยุดไม่ให้กลุ่มใต้หล้ากลืนกินตลาดงานช่างเข้าไปเพียงผู้เดียวไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่เลือกใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตแบบนี้มาทำลายเลี่ยนเทียนเฮ่าหรอกซึ่งเป้าหมายของการกระทำในครั้งนี้มันก็ชัดเจนมากว่าต้องการจะเตือนกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าว่า
ถ้ามีเค้กก็ต้องแบ่งกันกิน ไม่อย่างนั้นใครก็อย่าได้ไปเลย!!
ส่วนสาเหตุที่มันกล้าทำตัวโอหังออกมาอย่างชัดเจนแบบนี้ก็เป็นเพราะเมื่อกลุ่มพันธมิตรทั้งสองรวมตัวกันแล้วอำนาจของพวกมันก็จะเหนือกว่ากลุ่มใต้หล้าทันที
ดูจากวิธีที่พวกมันลงมือกับเลี่ยนเทียนเฮ่าแล้วก็ดูออกได้เลยว่าคราวนี้พวกมันคิดจะเล่นไม้แข็งกันอย่างเต็มที่ใช้กำลังเข้าบีบบังคับให้กลุ่มใต้หล้ายอมเชื่อฟังแต่โดยดี!!
และแน่นอนว่า สิ่งที่พวกมันกำลังทำทั้งหมดนั้นพวกมันทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าหลินหยางมีความสัมพันธ์กับกลุ่มติ่งชางและกลุ่มใต้หล้า
ไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแน่นอนเพราะข่าวเรื่องที่หลินหยางสามารถกำจัดกลุ่มลัทธิหมื่นวิญญาณได้นั้นกำลังเป็นข่าวที่โด่งดังที่สุดบนแผ่นดินชี่อู่นี้เลย
หลังจากที่หลินหยางเข้าใจที่มาที่ไปของเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นอีกคำถามว่า
“ข่าวที่ข้ามายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คงยังไม่หลุดออกไปสินะ...”
“ไม่มีอยู่แล้ว” เถ้าแก่หวังที่ตอบกลับทันที
“ดี!”
หลินหยางแสดงสีหน้าที่ดูเย็นชาและชั่วร้ายสุดขีดออกมาซึ่งจ้าวเหวินชางเคยเห็นสีหน้าแบบนี้มาก่อนแล้ว
ก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาเข้าไปที่หอฟ้าสมุทรครั้งแรก พวกเขาก็ถูกเถ้าแก่ระดับสามดาวคนหนึ่งรังแกมาเหมือนกันหลินหยางตอนนั้นเองก็แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาหลังจากนั้นหลินหยางเพียงคนเดียวก็สามารถสร้างความปั่นป่วนขึ้นจนหอฟ้าสมุทรแทบจะต้องหยุดกิจการลงชั่วคราวเลยทีเดียวส่วนไอ้เถ้าแก่ที่บังอาจมารังแกพวกเขาคนนั้นก็ถูกไล่ออกไปทันที
หลินหยางกำลังจะทำแบบนั้นอีกครั้งแล้ว
จ้าวเหวินชางรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่า
ไอ้กลุ่มการค้าสี่สมุทรกับฮุ่ยเฟิงอะไรนั่นกำลังจะเจอเคราะห์หนักแล้ว
..................................
วันต่อมา
ถนนหลักทิศตะวันออกยังคงดูเจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยทะเลผู้คนจำนวนมหาศาลเหมือนเดิมเป็นภาพที่ดูคึกคักอย่างมิอาจมีที่ใดเทียบได้
เหล่าประชาชนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังสัญจรอยู่บนถนนใหญ่แห่งนี้นั้นต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าหลากสีสันที่ดูหรูหรางดงาม ทำให้บนถนนทั้งเส้นนี้เต็มไปด้วยสีสันต่างๆราวกับทุ่งบุปผานานาชนิดก็ไม่ปาน
แต่บนถนนอันหรูหราคึกคักนี้กลับมีเงาร่างอันเย็นชาที่ดูขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิงสายหนึ่งกำลังเดินอยู่
ทุกคนที่เดินสวนกับเงาร่างสายนี้ล้วนรู้สึกว่าข้างกายของพวกเขาเหมือนมีสายลมอันเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านไป
ผู้คนต่างก็หันหน้ามาดูที่มาของความรู้สึกนี้แต่กลับเห็นเป็นใบหน้าขอหล่อเหลาเอาการของชายหนุ่มคนหนึ่งแทนเพียงแค่ว่าสีหน้าของชายหนุ่มนั้นกลับเย็นชาจนชวนให้ผู้เห็นรู้สึกเย็นยะเยือก
ใครกัน?
ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนี้?
เขากำลังจะไปไหนน่ะ?
ชายหนุ่มเสื้อเขียวที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวผู้นี้ได้ดึงดูดสายตาของผู้คนไว้จนต้องหันหลังกลับมามองแต่พวกเขากลับเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้กลับไปหยุดยืนอยู่ใต้ป้ายชื่อของหอสร้างฟ้า
ชายหนุ่มที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าของหอสร้างฟ้านี้ราวกับเป็นภูเขาน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่ตั้งขวางอยู่ตรงหน้าทางเข้า บรรยากาศอันเย็นเยือกของเขานั้นทำเอาทหารยามทั้งสองคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ถึงกลับตกใจ
พวกเขาเห็นว่าอยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มที่ดูท่าทางไม่ได้มาดีคนนี้โผล่ออกมาอีกทั้งยังกำลังเข้ามาทางพวกเขาด้วย พวกเขาจึงได้ยื่นมืออกไปหยุดชายหนุ่มเอาไว้ทันที
“คุณชายท่านนี้ ท่านต้องการอะไรหรือ?”
“ข้ามาหาเรื่อง” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างเรียบเฉย
“ห้ะ...อะไรนะ? เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
ทหารทั้งสองยังตั้งตัวไม่ทัน
ไม่ใช่แค่ทหารทั้งสองเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนนี้ที่บังเอิญได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็เกิดอาการสับสนขึ้นมาเหมือนกัน
พวกเขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม?
มีคนที่กล้าหาเรื่องหอสร้างฟ้าด้วยหรือนี่!
นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ
เหล่าผู้คนที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็รู้กันว่าหอสร้างฟ้านั้นเป็นธุรกิจของกลุ่มสี่สมุทร พวกเขามียอดฝีมือจำนวนมากพอๆ กับก้อนเมฆบนท้องฟ้ามีพลังอำนาจที่ลึกล้ำอย่างที่มิอาจหยั่งถึง
ซึ่งหอสร้างฟ้านี้เปิดทำการมานานมากกว่าสามร้อยปีแล้วซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครกล้ามาหาเรื่องกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยสักครั้ง....
ทหารอีกคนจึงยื่นมือออกมาจับที่ไหล่ของหลินหยางเพื่อจะผลักเขาออกไป
แต่ทั้งสองคนนี้ไม่มีทางรู้หรอกว่าทันทีที่มือของพวกมันทั้งสองข้างสัมผัสถูกไหล่ของหลินหยางก็มีคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวทะลักออกมาราวกับธารน้ำหลากซัดทั้งสองคนนี้จนกระเด็นออกไปราวกับกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่ง
ตูมตูม!
ทหารทั้งสองนายปลิวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของหอสร้างฟ้าอย่างรุนแรงจนเกิดความแตกตื่นขึ้นทันที
ส่วนชายหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นก็ค่อยๆ ก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่ของหอสร้างฟ้าไปท่ามกลางเสียงหวีดร้องโวยวายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึงเหลือเชื่อ
..................................
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น ถ้าจะพูดถึงเหลาสุราที่หรูหรามากที่สุดนั้นคิดว่าแต่ละคนล้วนมีคำตอบที่ไม่เหมือนกันอยู่ในใจแต่ถ้าพูดถึงร้านที่มีระดับมากที่สุด มีรสนิยมสูงส่งมากที่สุด ทุกๆ คนก็จะคิดถึงที่ๆเดียวเท่านั้น
เหลาสุราโยวหลัน
มันเป็นเหลาสุราชั้นสูงที่จะเปิดให้เฉพาะแขกกิติมศักดิ์จำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นว่ากันว่าผู้ที่มีสิทธิเป็นสมาชิกของเหลาสุรานี้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น รวมกันทั้งหมดก็ไม่มีทางมากกว่าห้าสิบคนแต่ละคนล้วนเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลในครอบครองหรือไม่ก็เป็นตัวตนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในใต้หล้านี้ที่มีพลังอำนาจมากพอจะสามารถสะเทือนแผ่นดินนี้ได้เท่านั้น
ในที่แห่งนี้สามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างหรือสวนหย่อมอันงดงามและมีเอกลักษณ์ได้ในทุกพื้นที่ของเหลาสุราซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นมาด้วยช่างฝีมือดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด
ในที่แห่งนี่สามารถรับประทานอาหารที่รสชาติอร่อยที่สุดในแผ่นดินนี้ได้สุราชั้นสูงที่หายากสุดขีด ขอแค่จ่ายเงินไหว ต่อให้อยากกินอาหารที่ทำจากสัตว์อสูรระดับราชันที่แข็งแกร่งมากที่สุดที่นี่ก็สามารถจัดหามาให้ได้
โดยเฉพาะ “ห้องเซียน” ของเหลาสุรานี้นั้นถูกออกแบบมาจนได้บรรยากาศของสถานที่พักผ่อนของเซียนจริงๆ เลยก็ไม่ปานทั้งโต๊ทั้งเก้าอี้ ทั้งรูปทั้งกลิ่น ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากวัตกุดิบชั้นสูงที่หายากที่สุดอย่างแท้จริง
ซึ่งตอนนี้ หนึ่งในห้องเซียนหลายๆ ห้องนั้น มีแขกสองคนที่นั่งสนทนาในห้องนี้กันมานานสักพักหนึ่งแล้ว
ภายในห้องมีเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้น “ท่านสี่ นี่คือ ‘น้ำตาเทพธิดา’ ที่เพิ่งมาใหม่ในปีนี้ หายากเหลือคณา ไม่ว่ามีทองมากเพียงใดก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆนะ ฮ่าฮ่า มาๆ ท่านลองชิมดู”
ตรงข้ามเขานั้น ก็มีเสียงลิ้มรสอาหารชั้นเลิศดังขึ้นมาผ่านไประยะหนึ่ง ก็มีเสียงพูดที่ดังชัดกล่าวชมเชยขึ้นมาว่า
“ฮ่าฮ่า ชานี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ น้องชุนฉางนี่ช่างรสนิยมดีเหมือนเคยเลยนะข้าว่าถ้าพวกเราร่วมมือกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คงไม่มีไอ้กลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าอะไรนั่นนานแล้วละ”
“ฮ่าฮ่า...ท่านสี่พูดได้ดีจริงๆ มามาข้าคำนับท่านอีกสักจอก”
“ฮ่าฮ่า ดี เชิญ!!”
เหล่าผู้คนที่รู้เรื่องภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้นั้นถ้าได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่คงจะตกตะลึงเป็นแน่เพราะว่าทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกการค้าของทวีปชี่วู่นี้แล้ว
ประธานของกลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทร - เผิงซื่อไห่
ประธานของกลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิง - จี้ชุนฉาง
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าการแข่งขันกันระหว่างสมาคมกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่นั้นดุเดือดรุนแรงแค่ไหนความสัมพันธ์ระหว่างประธานใหญ่ทั้งสามนั้นต่อหน้าเป็นมิตร แต่ลับหลังนั้นราวกับดินปืนก้อนมหึมาที่พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ
แต่วันนี้เผิงซื่อไห่และจี้ชุนฉางกลับมานั่งด้วยกันโดยที่วางอดีตไว้เบื้องหลังร่วมกันวางแผนว่าจะต่อกรกับกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าที่ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างไร
ภายในห้องเซียน ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดในโลกการค้าทั้งสองนั้นกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน
เผิงซื่อไห่นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงกำยำจุดที่เด่นที่สุดของเขาก็คือทรงผมที่โกนออกทั้งหัวซึ่งก่อนหน้านี้เขาถูกตั้งชื่อล้อเลียนว่า “ไอ้โล้นเผิง”แต่หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรได้แพร่กระจายไปทั่วทวีปชี่อู่แล้วผู้คนทั้งหมดในใต้หล้าก็ต้องเปลี่ยนมาเรียกเขาด้วความยำเกรงว่า “ท่านสี่” จากสี่สมุทร
ตรงหน้าของเขานั้น มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อสีน้ำเงินกำลังนั่งโบกพัดในมืออยู่มีหนวดเคราอันยาวสลวยวางทาบไว้บริเวณอกเสื้อ เคราแต่ละเส้นล้วนแฝงไว้ด้วยความคิดและแผนการอันฉลาดล้ำเลิศ
จี้ชุนฉางนั้นเคยเป็นเสนาธิการของกลุ่มอั้งยี่ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปชี่อู่ “กลุ่มวู๋ฉาง” แต่ต่อมาเขาได้ยั่วยุเหล่าลูกน้องทั้งหลายให้ก่อกบฏจัดการสังหารหัวหน้ากลุ่มของกลุ่มวู๋ฉาง จากนั้นก็ใช้พลังอำนาจของกลุ่มที่สะสมมานานนับสิบปีกระโดดเข้าสู่โลกของการค้าจนในที่สุดก็กลายเป็นกลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิงอย่างทุกวันนี้นั่นเอง
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว แต่ละคนต่างก็ขนานนามเขาว่า “ไอ้จิ้งจอกจี้”ซึ่งมันสื่อถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบายของคนผู้นี้ ตลบตะแลงตลอดเวลาแต่ต้องยอมรับว่าวิธีการแบบนี้มันใช้ได้ผลดีมากๆ ในโลกของการค้าทำให้จี้ชุนฉางกลายเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่อยู่ในจุดสูงสุดของทวีปชี่อู่นี้
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งลิ้มลองชาเขียว “น้ำตาเทพธิดา” ที่อยู่ในมือด้วยท่าทางเรื่อยเปื่อยขณะเดียวกันก็สนทนากันเรื่องขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้เช่นว่าจะแบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากกลุ่มใต้หล้าอย่างไรดี
จี้ชุนฉางที่กำลังลูบโบกพัดกระดาษสีขาวในมืออยู่นั้นก็กล่าวขึ้นอย่างสบายใจว่า
“เรื่องของเลี่ยนเทียนเฮ่าในครั้งนี้มันค่อนข้างจะชัดเจนแล้วนะไอ้กลุ่มพันธมิตรติ่งชางเล็กๆ นั่นไม่มีอะไรให้เราต้องกลัวเลยสักนิดขอแค่สหายซื่อไห่ท่านคอยยันอำนาจของพวกกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าเอาไว้ได้อีกสามวันหลังจากนี้ ข้าค่อยส่งคนไปก่อเรื่องที่เลี่ยนเทียนเฮ่าอีกครั้งอย่างมากก็เดือนเดียว พวกมันจะต้องปิดกิจการลงไปแน่ๆ”
“ฮ่าฮ่า! ก็แค่ ‘จูหงจาง’ แค่คนเดียวไม่ใช่รึ? ข้าไม่เห็นมันในสายตาเลยสักนิดเต่ว่าน้องชุนฉาง เจ้าอย่าลืมเค้นเอาพิมพ์เขียวของชุดเกราะวิญญาณกับไอ้แหวนสุเมรุนั่นมาให้ได้ด้วยล่ะนั่นต่างหากเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของพวกเรา”
“ท่านสี่วางใจเถอะถ้าพวกกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าไม่ยอมมอบ ข้าย่อมมีวิธีไปเค้นเอาจากพวกเลี่ยนเทียนเฮ่าได้อยู่แล้ว”
“ดีมาก! ฮ่าฮ่าฮ่ามีน้องชุนฉางวางแผนให้แบบนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว มา ข้าคำนับเจ้าหนึ่งจอก”
กึง
จอกน้ำชาหยกขาวสองใบชนกันกลางอากาศจนเกิดเสียงใสๆ ดังขึ้นหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่ทั้งสองนั้นต่างก็กำลังฝันหวานถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ของพวกเขา
แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนดังขึ้นจากด้านนอกห้องเซียนแห่งนี้