ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 173 ลงมือ

            “สาเหตุหลักก็เพราะว่าหลังจากที่เลี่ยนเทียนเฮ่าของเราเปิดทำการแล้วก็ขายดีมากเกินไปผู้อาวุโสหลินท่านคงไม่รู้ ชุดเกราะวิญญาณที่พวกเราขายร่วมกับกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้านั่นน่ะมันขายดีจนน่าตกตะลึงเลย พอปล่อยเข้าตลาดไปได้ไม่ถึงเดือนก็ได้รับการสั่งจองจากอาณาจักรน้อยใหญ่กว่าร้อยอาณาจักรเลยทีเดียว...แล้วก็แหวนพระสุเมรุนั่นด้วยตอนนี้มันถูกจองไว้จนเต็มจำนวนการผลิตของปีหน้าทั้งปีเลย”

            หลินหยางพยักหน้า “มันไม่ชอบที่เราไปแย่งกิจการของมัน?”

            “ตามนั้นเลยท่านผู้อาวุโส” เถ้าแก่หวังพูดต่อว่า “ไอ้พวกหอสร้างฟ้ามันตาร้อนผ่าวกันเป็นแถบๆถึงไม่กี่เดือนก่อนพวกมันจะไม่ได้ทำอะไรแต่ข้ารู้มาว่ากลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรมันแอบไปหารือกับพวก ‘กลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิง’ อยู่นานแล้วเกรงว่าที่มันเพิ่งมาลงมือตอนนี้คงเป็นเพราะพวกมันเตรียมการวางแผนมาพร้อมจะลงมือแล้ว”

            จ้าวเหวินชางที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกเหลือเชื่อจึงกล่าวขึ้นว่า “ไอ้พวกเด็กน้อยนั่นทำไมบังอาจขนาดนี้?ต่อให้พวกมันไม่กลัวกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าก็ตามแต่อย่างน้อยมันก็ต้องกลัวพี่หลิน...อ๋อ ใช่แล้ว ไอ้เด็กน้อยพวกนั้นมันไม่รู้ว่าพี่หลินมีความเกี่ยวของกับกลุ่มพันธมิธตรการค้าติ่งชาง!”

            จ้าวเหวินชางพูดตรงจุดสำคัญพอดี

            ตั้งแต่ที่หลินหยางเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเขาก็ปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาเองกับสมาคมการค้าตระกูลจ้าวมาโดยตลอดดังนั้นเรื่องที่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าติ่งชางก็ย่อมไม่มีใครรู้อยู่แล้วส่วนคนที่จะรู้ว่าหลินหยางเป็นผู้ช่วยที่อยู่เบื้องหลังของตระกูลเวินและตระกูลจ้าวนั้นมีอยู่น้อยมากๆ

            ดังนั้นพวกกลุ่มพันธมิตรการค้าทั้งสองกลุ่มนั้นถึงได้กล้าทำตัวโอหังขนาดนี้ถึงขั้นกล้าลงมือกับกลุ่มใต้หล้าโดยตรงเลยทีเดียว

            พวกมันต้องการหยุดไม่ให้กลุ่มใต้หล้ากลืนกินตลาดงานช่างเข้าไปเพียงผู้เดียวไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่เลือกใช้วิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตแบบนี้มาทำลายเลี่ยนเทียนเฮ่าหรอกซึ่งเป้าหมายของการกระทำในครั้งนี้มันก็ชัดเจนมากว่าต้องการจะเตือนกลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าว่า

            ถ้ามีเค้กก็ต้องแบ่งกันกิน ไม่อย่างนั้นใครก็อย่าได้ไปเลย!!

            ส่วนสาเหตุที่มันกล้าทำตัวโอหังออกมาอย่างชัดเจนแบบนี้ก็เป็นเพราะเมื่อกลุ่มพันธมิตรทั้งสองรวมตัวกันแล้วอำนาจของพวกมันก็จะเหนือกว่ากลุ่มใต้หล้าทันที

            ดูจากวิธีที่พวกมันลงมือกับเลี่ยนเทียนเฮ่าแล้วก็ดูออกได้เลยว่าคราวนี้พวกมันคิดจะเล่นไม้แข็งกันอย่างเต็มที่ใช้กำลังเข้าบีบบังคับให้กลุ่มใต้หล้ายอมเชื่อฟังแต่โดยดี!!

            และแน่นอนว่า สิ่งที่พวกมันกำลังทำทั้งหมดนั้นพวกมันทำไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าหลินหยางมีความสัมพันธ์กับกลุ่มติ่งชางและกลุ่มใต้หล้า

            ไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแน่นอนเพราะข่าวเรื่องที่หลินหยางสามารถกำจัดกลุ่มลัทธิหมื่นวิญญาณได้นั้นกำลังเป็นข่าวที่โด่งดังที่สุดบนแผ่นดินชี่อู่นี้เลย

            หลังจากที่หลินหยางเข้าใจที่มาที่ไปของเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นอีกคำถามว่า

            “ข่าวที่ข้ามายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คงยังไม่หลุดออกไปสินะ...”

            “ไม่มีอยู่แล้ว” เถ้าแก่หวังที่ตอบกลับทันที

            “ดี!”

            หลินหยางแสดงสีหน้าที่ดูเย็นชาและชั่วร้ายสุดขีดออกมาซึ่งจ้าวเหวินชางเคยเห็นสีหน้าแบบนี้มาก่อนแล้ว

            ก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาเข้าไปที่หอฟ้าสมุทรครั้งแรก พวกเขาก็ถูกเถ้าแก่ระดับสามดาวคนหนึ่งรังแกมาเหมือนกันหลินหยางตอนนั้นเองก็แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาหลังจากนั้นหลินหยางเพียงคนเดียวก็สามารถสร้างความปั่นป่วนขึ้นจนหอฟ้าสมุทรแทบจะต้องหยุดกิจการลงชั่วคราวเลยทีเดียวส่วนไอ้เถ้าแก่ที่บังอาจมารังแกพวกเขาคนนั้นก็ถูกไล่ออกไปทันที

            หลินหยางกำลังจะทำแบบนั้นอีกครั้งแล้ว

            จ้าวเหวินชางรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่า

            ไอ้กลุ่มการค้าสี่สมุทรกับฮุ่ยเฟิงอะไรนั่นกำลังจะเจอเคราะห์หนักแล้ว

            ..................................

            วันต่อมา

            ถนนหลักทิศตะวันออกยังคงดูเจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยทะเลผู้คนจำนวนมหาศาลเหมือนเดิมเป็นภาพที่ดูคึกคักอย่างมิอาจมีที่ใดเทียบได้

            เหล่าประชาชนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังสัญจรอยู่บนถนนใหญ่แห่งนี้นั้นต่างก็สวมใส่เสื้อผ้าหลากสีสันที่ดูหรูหรางดงาม ทำให้บนถนนทั้งเส้นนี้เต็มไปด้วยสีสันต่างๆราวกับทุ่งบุปผานานาชนิดก็ไม่ปาน

            แต่บนถนนอันหรูหราคึกคักนี้กลับมีเงาร่างอันเย็นชาที่ดูขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิงสายหนึ่งกำลังเดินอยู่

            ทุกคนที่เดินสวนกับเงาร่างสายนี้ล้วนรู้สึกว่าข้างกายของพวกเขาเหมือนมีสายลมอันเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดผ่านไป

            ผู้คนต่างก็หันหน้ามาดูที่มาของความรู้สึกนี้แต่กลับเห็นเป็นใบหน้าขอหล่อเหลาเอาการของชายหนุ่มคนหนึ่งแทนเพียงแค่ว่าสีหน้าของชายหนุ่มนั้นกลับเย็นชาจนชวนให้ผู้เห็นรู้สึกเย็นยะเยือก

            ใครกัน?

            ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนี้?

            เขากำลังจะไปไหนน่ะ?

            ชายหนุ่มเสื้อเขียวที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวผู้นี้ได้ดึงดูดสายตาของผู้คนไว้จนต้องหันหลังกลับมามองแต่พวกเขากลับเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้กลับไปหยุดยืนอยู่ใต้ป้ายชื่อของหอสร้างฟ้า

            ชายหนุ่มที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าของหอสร้างฟ้านี้ราวกับเป็นภูเขาน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่ตั้งขวางอยู่ตรงหน้าทางเข้า บรรยากาศอันเย็นเยือกของเขานั้นทำเอาทหารยามทั้งสองคนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ถึงกลับตกใจ

            พวกเขาเห็นว่าอยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มที่ดูท่าทางไม่ได้มาดีคนนี้โผล่ออกมาอีกทั้งยังกำลังเข้ามาทางพวกเขาด้วย พวกเขาจึงได้ยื่นมืออกไปหยุดชายหนุ่มเอาไว้ทันที

            “คุณชายท่านนี้ ท่านต้องการอะไรหรือ?”

            “ข้ามาหาเรื่อง” ชายหนุ่มตอบกลับอย่างเรียบเฉย

            “ห้ะ...อะไรนะ? เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

            ทหารทั้งสองยังตั้งตัวไม่ทัน

            ไม่ใช่แค่ทหารทั้งสองเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนนี้ที่บังเอิญได้ยินคำพูดของชายหนุ่มก็เกิดอาการสับสนขึ้นมาเหมือนกัน

            พวกเขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม?

            มีคนที่กล้าหาเรื่องหอสร้างฟ้าด้วยหรือนี่!

            นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ

            เหล่าผู้คนที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างก็รู้กันว่าหอสร้างฟ้านั้นเป็นธุรกิจของกลุ่มสี่สมุทร พวกเขามียอดฝีมือจำนวนมากพอๆ กับก้อนเมฆบนท้องฟ้ามีพลังอำนาจที่ลึกล้ำอย่างที่มิอาจหยั่งถึง

            ซึ่งหอสร้างฟ้านี้เปิดทำการมานานมากกว่าสามร้อยปีแล้วซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครกล้ามาหาเรื่องกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยสักครั้ง....

            ทหารอีกคนจึงยื่นมือออกมาจับที่ไหล่ของหลินหยางเพื่อจะผลักเขาออกไป

            แต่ทั้งสองคนนี้ไม่มีทางรู้หรอกว่าทันทีที่มือของพวกมันทั้งสองข้างสัมผัสถูกไหล่ของหลินหยางก็มีคลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวทะลักออกมาราวกับธารน้ำหลากซัดทั้งสองคนนี้จนกระเด็นออกไปราวกับกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่ง

            ตูมตูม!

            ทหารทั้งสองนายปลิวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของหอสร้างฟ้าอย่างรุนแรงจนเกิดความแตกตื่นขึ้นทันที

            ส่วนชายหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นก็ค่อยๆ ก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่ของหอสร้างฟ้าไปท่ามกลางเสียงหวีดร้องโวยวายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตกตะลึงเหลือเชื่อ

            ..................................

            ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น ถ้าจะพูดถึงเหลาสุราที่หรูหรามากที่สุดนั้นคิดว่าแต่ละคนล้วนมีคำตอบที่ไม่เหมือนกันอยู่ในใจแต่ถ้าพูดถึงร้านที่มีระดับมากที่สุด มีรสนิยมสูงส่งมากที่สุด ทุกๆ คนก็จะคิดถึงที่ๆเดียวเท่านั้น

            เหลาสุราโยวหลัน

            มันเป็นเหลาสุราชั้นสูงที่จะเปิดให้เฉพาะแขกกิติมศักดิ์จำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นว่ากันว่าผู้ที่มีสิทธิเป็นสมาชิกของเหลาสุรานี้ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น รวมกันทั้งหมดก็ไม่มีทางมากกว่าห้าสิบคนแต่ละคนล้วนเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลในครอบครองหรือไม่ก็เป็นตัวตนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในใต้หล้านี้ที่มีพลังอำนาจมากพอจะสามารถสะเทือนแผ่นดินนี้ได้เท่านั้น

            ในที่แห่งนี้สามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างหรือสวนหย่อมอันงดงามและมีเอกลักษณ์ได้ในทุกพื้นที่ของเหลาสุราซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นมาด้วยช่างฝีมือดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด

            ในที่แห่งนี่สามารถรับประทานอาหารที่รสชาติอร่อยที่สุดในแผ่นดินนี้ได้สุราชั้นสูงที่หายากสุดขีด ขอแค่จ่ายเงินไหว ต่อให้อยากกินอาหารที่ทำจากสัตว์อสูรระดับราชันที่แข็งแกร่งมากที่สุดที่นี่ก็สามารถจัดหามาให้ได้

            โดยเฉพาะ “ห้องเซียน” ของเหลาสุรานี้นั้นถูกออกแบบมาจนได้บรรยากาศของสถานที่พักผ่อนของเซียนจริงๆ เลยก็ไม่ปานทั้งโต๊ทั้งเก้าอี้ ทั้งรูปทั้งกลิ่น ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากวัตกุดิบชั้นสูงที่หายากที่สุดอย่างแท้จริง

            ซึ่งตอนนี้ หนึ่งในห้องเซียนหลายๆ ห้องนั้น มีแขกสองคนที่นั่งสนทนาในห้องนี้กันมานานสักพักหนึ่งแล้ว

            ภายในห้องมีเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้น “ท่านสี่ นี่คือ ‘น้ำตาเทพธิดา’ ที่เพิ่งมาใหม่ในปีนี้ หายากเหลือคณา ไม่ว่ามีทองมากเพียงใดก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆนะ ฮ่าฮ่า มาๆ ท่านลองชิมดู”

            ตรงข้ามเขานั้น ก็มีเสียงลิ้มรสอาหารชั้นเลิศดังขึ้นมาผ่านไประยะหนึ่ง ก็มีเสียงพูดที่ดังชัดกล่าวชมเชยขึ้นมาว่า

            “ฮ่าฮ่า ชานี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ น้องชุนฉางนี่ช่างรสนิยมดีเหมือนเคยเลยนะข้าว่าถ้าพวกเราร่วมมือกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์คงไม่มีไอ้กลุ่มพันธมิตรการค้าใต้หล้าอะไรนั่นนานแล้วละ”

            “ฮ่าฮ่า...ท่านสี่พูดได้ดีจริงๆ มามาข้าคำนับท่านอีกสักจอก”

            “ฮ่าฮ่า ดี เชิญ!!”

            เหล่าผู้คนที่รู้เรื่องภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้นั้นถ้าได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่คงจะตกตะลึงเป็นแน่เพราะว่าทั้งสองคนนี้ล้วนเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกการค้าของทวีปชี่วู่นี้แล้ว

            ประธานของกลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทร - เผิงซื่อไห่

            ประธานของกลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิง - จี้ชุนฉาง

            ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าการแข่งขันกันระหว่างสมาคมกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่นั้นดุเดือดรุนแรงแค่ไหนความสัมพันธ์ระหว่างประธานใหญ่ทั้งสามนั้นต่อหน้าเป็นมิตร แต่ลับหลังนั้นราวกับดินปืนก้อนมหึมาที่พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ

            แต่วันนี้เผิงซื่อไห่และจี้ชุนฉางกลับมานั่งด้วยกันโดยที่วางอดีตไว้เบื้องหลังร่วมกันวางแผนว่าจะต่อกรกับกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าที่ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างไร

            ภายในห้องเซียน ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดในโลกการค้าทั้งสองนั้นกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน

            เผิงซื่อไห่นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรงกำยำจุดที่เด่นที่สุดของเขาก็คือทรงผมที่โกนออกทั้งหัวซึ่งก่อนหน้านี้เขาถูกตั้งชื่อล้อเลียนว่า “ไอ้โล้นเผิง”แต่หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรการค้าสี่สมุทรได้แพร่กระจายไปทั่วทวีปชี่อู่แล้วผู้คนทั้งหมดในใต้หล้าก็ต้องเปลี่ยนมาเรียกเขาด้วความยำเกรงว่า “ท่านสี่” จากสี่สมุทร

            ตรงหน้าของเขานั้น มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมใส่เสื้อสีน้ำเงินกำลังนั่งโบกพัดในมืออยู่มีหนวดเคราอันยาวสลวยวางทาบไว้บริเวณอกเสื้อ เคราแต่ละเส้นล้วนแฝงไว้ด้วยความคิดและแผนการอันฉลาดล้ำเลิศ

            จี้ชุนฉางนั้นเคยเป็นเสนาธิการของกลุ่มอั้งยี่ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปชี่อู่ “กลุ่มวู๋ฉาง” แต่ต่อมาเขาได้ยั่วยุเหล่าลูกน้องทั้งหลายให้ก่อกบฏจัดการสังหารหัวหน้ากลุ่มของกลุ่มวู๋ฉาง จากนั้นก็ใช้พลังอำนาจของกลุ่มที่สะสมมานานนับสิบปีกระโดดเข้าสู่โลกของการค้าจนในที่สุดก็กลายเป็นกลุ่มพันธมิตรการค้าฮุ่ยเฟิงอย่างทุกวันนี้นั่นเอง

            พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว แต่ละคนต่างก็ขนานนามเขาว่า “ไอ้จิ้งจอกจี้”ซึ่งมันสื่อถึงความเจ้าเล่ห์เพทุบายของคนผู้นี้ ตลบตะแลงตลอดเวลาแต่ต้องยอมรับว่าวิธีการแบบนี้มันใช้ได้ผลดีมากๆ ในโลกของการค้าทำให้จี้ชุนฉางกลายเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่อยู่ในจุดสูงสุดของทวีปชี่อู่นี้

            ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งลิ้มลองชาเขียว “น้ำตาเทพธิดา” ที่อยู่ในมือด้วยท่าทางเรื่อยเปื่อยขณะเดียวกันก็สนทนากันเรื่องขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้เช่นว่าจะแบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากกลุ่มใต้หล้าอย่างไรดี

            จี้ชุนฉางที่กำลังลูบโบกพัดกระดาษสีขาวในมืออยู่นั้นก็กล่าวขึ้นอย่างสบายใจว่า

            “เรื่องของเลี่ยนเทียนเฮ่าในครั้งนี้มันค่อนข้างจะชัดเจนแล้วนะไอ้กลุ่มพันธมิตรติ่งชางเล็กๆ นั่นไม่มีอะไรให้เราต้องกลัวเลยสักนิดขอแค่สหายซื่อไห่ท่านคอยยันอำนาจของพวกกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าเอาไว้ได้อีกสามวันหลังจากนี้ ข้าค่อยส่งคนไปก่อเรื่องที่เลี่ยนเทียนเฮ่าอีกครั้งอย่างมากก็เดือนเดียว พวกมันจะต้องปิดกิจการลงไปแน่ๆ”

            “ฮ่าฮ่า! ก็แค่ ‘จูหงจาง’ แค่คนเดียวไม่ใช่รึ? ข้าไม่เห็นมันในสายตาเลยสักนิดเต่ว่าน้องชุนฉาง เจ้าอย่าลืมเค้นเอาพิมพ์เขียวของชุดเกราะวิญญาณกับไอ้แหวนสุเมรุนั่นมาให้ได้ด้วยล่ะนั่นต่างหากเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของพวกเรา”

            “ท่านสี่วางใจเถอะถ้าพวกกลุ่มพันธมิตรใต้หล้าไม่ยอมมอบ ข้าย่อมมีวิธีไปเค้นเอาจากพวกเลี่ยนเทียนเฮ่าได้อยู่แล้ว”

            “ดีมาก! ฮ่าฮ่าฮ่ามีน้องชุนฉางวางแผนให้แบบนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว มา ข้าคำนับเจ้าหนึ่งจอก”

            กึง

            จอกน้ำชาหยกขาวสองใบชนกันกลางอากาศจนเกิดเสียงใสๆ ดังขึ้นหัวหน้าของกลุ่มพันธมิตรการค้าใหญ่ทั้งสองนั้นต่างก็กำลังฝันหวานถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ของพวกเขา

            แต่ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนดังขึ้นจากด้านนอกห้องเซียนแห่งนี้

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271