"ลื้อมีแผนอะไรกัน?" คุณฟู่ถามขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมยกมือขึ้นมาหยุดเทียนกับเสือที่กำลังจะออกไปข้างนอก
"ในเมื่อพวกมัน้าจะซื้อบริษัท ผมก็จะขายให้พวกมัน" วินเทอร์พูดขึ้นมา พร้อมลุกขึ้นยืนจากโซฟา
วินเทอร์เดินตรงไปที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณสไตล์วินเทจที่วางอยู่ในห้องนั่งเล่น จากนั้นเขาค่อยๆเลือกแผ่นเสียงที่วางเรียงอยู่บนชั้นอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ ท่าทางดูเอื่อยเฉื่อยปล่อยใจไปตามอารมณ์
คุณฟู่และคนอื่นๆภายในห้องนั่งเล่นที่รอฟังแผนการของวินเทอร์อย่างใจจดใจจ่อ เวลานี้พวกเขาถึงกับพูดไม่ออก เหมือนว่าคำพูดของพวกเขามันติดอยู่ในลำคอ
เมื่อวินเทอร์เลือกเพลงได้แล้ว เขาก็ได้หยิบแผ่นเสียงออกมาช้าๆ และวางลงบนเครื่องเล่นแผ่นเสียง เขาค่อยๆก็ขยับเข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปวางบนตัวแผ่นเสียง และเปิดใช้งานเครื่อง
เสียงท่วงทำนองค่อยๆดังขึ้นมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงช้าๆ เมื่อวินเทอร์ได้ยินก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็เดินกลับไปนั่งบนโซฟาข้างๆซัมเมอร์ พร้อมเอื้อมมือไปที่โต๊ะทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆที่อยู่ตรงหน้าและได้เปิดมันออกมา
เ้าโต๊ะวางของตัวนี้มันมีตู้เก็บของและตู้เย็นติดอยู่ภายในตัว ด้านในฝั่งที่เป็ตู้เก็บของมีแก้วใส ขวดวิสกี้ และบรั่นดีวางอยู่หลากหลายยี่ห้อให้เลือก ทางฝั่งที่เป็ตู้เย็นก็มีน้ำแข็ง น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ น้ำชา น้ำผลไม้ และมีกระทั่งไอศครีมอยู่ภายในนั้น
วินเทอร์หยิบแก้วเปล่าขึ้นมาวางบนโต๊ะ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆคีบน้ำแข็งใส่ลงไปช้าๆ และหยิบขวดวิสกี้ขึ้นมาเทลงไปในแก้ว ทุกการกระทำของเขาดูเป็ธรรมชาติ เหมือนกับว่าเขาได้ทำเื่แบบนี้เป็ประจำ เขายกแก้วขึ้นมาเขย่าเล็กน้อย และค่อยๆจิบวิสกี้เข้าไปหนึ่งอึก
รสชาติที่คุ้นเคยได้ัักับปลายลิ้น พร้อมเสียงดนตรีจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ไหลไปช้าๆ นับว่าเป็อะไรที่สมบูรณ์แบบจริงๆ จิบวิสกี้หนึ่งอึกพลางหลับตาฟังเพลง คุณฟู่และคนอื่นๆที่อยู่ในห้องนั่งเล่น เพราะอะไรก็ไม่ทราบ ถึงไม่มีใครกล้าที่จะพูดขัดขึ้นมาเพื่อทำลายห้วงอารมณ์สุนทรีย์ของวินเทอร์เลยแม้แต่คนเดียว
หลังจากผ่านไปได้สักชั่วระยะเวลาหนึ่ง วินเทอร์ก็ได้สติขึ้นมา และนึกได้ว่าเขากำลังพูดคุยเื่แผนการกับคุณฟู่อยู่นี่หว่า...
วินเทอร์จึงลืมตาขึ้นมา และพูดขึ้นมาว่า "ในเมื่อพวกเราก็รู้อยู่แล้วว่าพวกมันตั้งหลังปักฐานกันที่ไหน แต่พวกมันไม่รู้ว่าพวกเราจับตามองพวกมันอยู่ บริษัทที่ผมขายไปนั้นจะเป็อวนแหขนาดใหญ่ที่ดักจับพวกมันเอาไว้"
"ในเมื่อพวกมันจะใช้บริษัทเป็ตัวกลางในการแทรกแซงเข้ามายังเขตของพวกเรา เราก็จะใช้บริษัทนี่เป็ตัวกลางเข้าไปแทรกแซงกลุ่มของพวกมันคืน" วินเทอร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เ็า
"ดี ดี ดี!" คุณฟู่คุณฟู่ร้องลั่นออกมาด้วยความดีใจ เขารู้สึกตื่นเต้นกับแผนการนี่เป็อย่างมาก
กลุ่มฟูลเฮาส์้ามาแทรกแซงเขตของแก๊งหงเหมิน โดยใช้บริษัทที่มีการทำธุรกิจโปร่งใสเป็ฉากหน้า มันจึงทำให้ทุกคนไม่รู้สึกเอะใจ แต่สิ่งที่พวกมันคาดไม่ถึงก็คือบริษัทนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องเต็มๆกับแก๊งหงเหมิน
กลุ่มฟูลเฮาส์นั้นทราบแค่ว่า บริษัทนี่ถูกก่อตั้งโดยคนประเทศหมาป่า(อิตาลี) ที่มาแต่งงานกับหญิงสาวประเทศช้าง(ไทย) แถมบริษัทนี่ก็ยังทำธุรกิจที่โปร่งใสสะอาด พวกเขาเลย้าจะซื้อบริษัทนี่ เพื่อที่จะได้ไม่เป็จุดสังเกต พร้อมทั้งเสนอเงินที่มากกว่ามูลค่าบริษัทมากถึงห้าสิบล้านบาท แต่ว่าพ่อของวินเทอร์นั้นไม่้าที่จะขาย มันจึงเป็จุดเริ่มต้นโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าขึ้นมา
ในชีวิตที่แล้วของวินเทอร์ แม้ว่ากลุ่มฟูลเฮาส์จะกำจัดพ่อของวินเทอร์ออกไปได้แล้ว พวกเขาก็ยังไม่สามารถบริษัทนี่ได้อยู่ดี เพราะคุณฟู่ได้เข้ามาจัดการทุกอย่างแล้ว จึงทำให้พวกเขามารู้ทีหลังว่า ชายสัญชาติอิตาลีที่พวกเขาฆ่าไปนั้น คือน้องชายร่วมสาบานกับคุณฟู่ หรือก็คือพ่อของวินเทอร์นั่นเอง ทางด้านคุณฟู่ที่ตามสืบก็รับรู้ได้ว่าเป็กลุ่มฟูลเฮาส์อริเก่าอยู่เื้ัการตายของน้องชายเขา กิตติพศเป็เพียงแค่ตัวหมากของพวกมันเท่านั้น เลยทำให้าระหว่างแก๊งได้ปะทุขึ้นมา
วินเทอร์ไม่ยอมให้านี้ได้เกิดขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน เพราะว่าาครั้งนี้นับได้ว่าสาหัสรุนแรงเกินไป ไม่คุ้มเสียเอาซะเลย ถึงแม้ว่าตอนสุดท้ายแก๊งหงเหมินจะเอาชนะ ถอนรากถอนโคนพวกกลุ่มฟูลเฮาส์ไปได้ แต่มันก็ส่งผลกระทบตามมาไม่น้อย
ในเมื่อชีวิตนี้เขาได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว เขาจะเป็คนเปลี่ยนแปลงมันเอง เขาจะขายเนื้อชิ้นโตนี่ให้กับพวกมัน โดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่าเ้าเนื้อชิ้นนี้ถูกวางยาพิษร้ายแรงเอาไว้ โดยที่พิษชนิดนี่รุนแรงจนสามารถฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกมันได้เลย
"พวกมันอยู่กระจัดกระจายกันไม่เป็หลักเป็แหล่ง ยากต่อการตามตัว หลังจากขายบริษัทนี่ไปแล้ว อาจจะต้องใช้เวลา 3-4 เดือน เพื่อให้พวกมันได้ตั้งตัวลงหลักปักฐาน พอถึงเวลานั้นเราก็จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวของพวกมันได้" วินเทอร์พูดขึ้นมาพลางจิบวิสกี้ไปด้วย
"3-4 เดือน...แต่ว่าลื้อต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ? ลื้อจะไหวหรือเปล่า?" คุณฟู่พูดขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
"ไม่ใช่ว่าโรงเรียนเปิดเดือนพฤษภาคมเหรอครับ? นี่พึ่งจะต้นเดือนมีนาเอง" วินเทอร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"พี่วินจะไปเรียนต่อ ม.4 ที่ไหนคะ?" ซัมเมอร์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆั้แ่ต้นถามขึ้นมา
แม้ว่าเธอจะเป็ลูกของเ้าพ่อ แต่เธอก็ไม่เข้าใจเื่ที่พวกเขาคุยกันเลยแม้แต่นิดเดียว จึงทำได้เพียงแค่นั่งฟังอยู่เงียบๆเท่านั้น
"อาวินจะต่อ ม.4 ที่เดียวกับลื้อนั่นแหละ!" คุณฟู่ได้ตอบขึ้นมาแทน
"จริงหรือคะ! เอ๋~ ถ้างั้นพี่วินเทอร์ก็ต้องไปเรียนซัมเมอร์ด้วยน่ะสิ แบบนี้พี่วินต้องยุ่งมากแน่ๆเลย" เมื่อซัมเมอร์ได้ยินว่าวินเทอร์จะเรียนที่เดียวกับเธอ เธอก็รู้สึกดีใจขึ้นมาจนใบหน้าของเธอแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"เรียนซัมเมอร์? เรียนกับหนูเหรอ?" วินเทอร์เกาหัวด้วยความสงสัย
"ไม่ใช่ค่ะ! เรียนซัมเมอร์ คือการเรียนภาคฤดูร้อนค่ะ ในโรงเรียนของหนูคนที่จะขึ้น ม.4 นั้น จะต้องมาเรียนภาคฤดูร้อน เพื่อสอบเลือกสายที่จะเข้า และต้องเรียนปรับพื้นฐาน" ซัมเมอร์อธิบายให้วินเทอร์ฟังด้วยน้ำเสียงที่เจื้อยแจ้ว
วินเทอร์พยักหน้าหงึกๆ เหมือนกับว่าเขานั้นเข้าใจ แต่ที่จริงแล้วเขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย สอบเลือกสาย? คือไรวะ ไม่ใช่ว่าต้องสมัครเรียนแล้วสอบเข้าแค่นั้นหรอกเหรอ มีการเลือกสายอะไรด้วยเนี่ย? แล้วเรียนปรับพื้นฐานนี่มันคืออะไรกัน? เรียนไปทำไมกัน? ทำไมถึงมีอะไรแบบนี้ด้วย คุณปู่วินเทอร์ที่เรียนจบแค่ม.3 ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ซัมเมอร์ที่เห็นท่าทางเช่นนี้ของวินเทอร์ก็อมยิ้มขึ้นมา และได้อธิบายเพิ่มไปอีกว่า "โรงเรียนของหนูเป็โรงเรียนเอกชน ซึ่งจะแตกต่างจากโรงเรียนรัฐที่พี่เคยเรียนมาค่ะ ในการเรียนภาคฤดูร้อนนอกจากการสอบเลือกสายกับเรียนปรับพื้นฐานแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมรับน้องด้วยนะคะ"
"แล้วเปิดเรียนภาคฤดูร้อนวันไหนละ?" วินเทอร์ได้ถามขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยายามเข้าใจแล้วแต่ก็ยังรู้สึกงงอยู่ดี สงสัยเขาต้องลองไปเห็นด้วยตัวเองมั้งถึงจะรู้
"วันที่ 11 มีนาคมค่ะ เรียนไปจนถึง 5 เมษายน" ซัมเมอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทิน
เมื่อวินเทอร์ได้ยินว่าใกล้จะเปิดเรียนภาคฤดูร้อนแล้ว เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า "อีกแค่สิบกว่าวันก็เปิดแล้วสิ? พี่ยังไม่ได้ไปลงทะเบียนสมัครเรียนเลย"
"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวอั๊วจัดการให้ ลำบากแค่โทรกริ๊งเดียวเท่านั้นแหละ" คุณฟู่เดินมาตบไหล่วินเทอร์ และพูดขึ้นมาสบายๆ
'และเตี่ยผมเขามีพลังไง เขามีพลังมากมายมหาศาล แค่โทรกริ๊งเดียวก็รับจบหมดทุกกรณี' วินเทอร์จ้องมองคุณฟู่ด้วยความเลื่อมใส และยกย่องเขาในใจ
"ถ้างั้นเื่แผนการก็ไม่มีปัญหาอะไร ปล่อยให้มันดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ตกลงกันไว้นั่นแหละครับ ผมมีพี่ส้มคอยช่วยอยู่สบายมากครับ" วินเทอร์ยกแก้วขึ้นมาเพื่อที่จะจิบวิสกี้ แต่ริมฝีปากของเขาััได้เพียงความเย็นจากก้อนน้ำแข็งเท่านั้น
วินเทอร์จึงรู้ได้ทันทีว่า วิสกี้ในแก้วนั้นหมดลงแล้ว เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบขวดเพื่อเติมเพิ่ม แต่ก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเพราะวิสกี้ในขวดก็หมดลงแล้วเหมือนกัน
คุณฟู่ที่กำลังมองอยู่นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา "ฮ่าๆ ลื้อดื่มเพลินจนไม่รู้ตัวเลยหรือยังไง? นึกไม่ถึงเลยว่าลื้อจะคอแข็งเหมือนกัน ซดไปหมดขวดก็ยังไม่เป็อะไร ว่างๆก็มานั่งดื่มกับอั๊วหน่อยละกัน เอิ๊กๆ"
"แหะๆ" วินเทอร์ขำแห้งออกมาเบาๆ สงสัยเขาจะดื่มเพลินไปจริงๆนั้นแหละ
Writer : เพลงที่วินเทอร์ฟังชื่อว่าเพลง Speak Softly, Love - https://youtu.be/ZJcCPmPKlPQ นะน้าบ อันนี้เป็เวอร์ชั่นที่มีแต่ทำนอง เวอร์ชั่นที่มีเสียงร้องก็เพราะ ลองไปฟังกันดูได้นะ ❤️