ตอนที่ 152 อัจฉริยะที่ชื่อว่าดรีม
“เธอชื่อพลอยมนใช่ไหม?” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม พลางจ้องมองพลอยเป็นตาเดียว ดวงตาภายใต้กรอบแว่น ยังคงสั่นเทาที่ถูกพลอยโค่นลงจากตำแหน่ง “ฉันชื่อดรีม…ฉันขอถามได้ไหมว่า ในข้อสอบข้อที่ถามถึงลำดับและอนุกรมได้ไหมว่าคำตอบคืออะไร” เด็กชายอันดับหนึ่งของโรงเรียนมีชื่อว่า ‘ดรีม’
เขาไม่ได้เข้ามาหาเรื่องพลอยหรือต่อว่าที่เธอแย่งที่หนึ่งจากเขาไป แม้ในใจจะผิดหวังอยู่มากก็ตาม ถึงอย่างนั้นนอกเหนือจากความเสียใจที่ถูกแย่งที่หนึ่งไป กระนั้นในหัวของดรีมไม่ได้คิดอยากที่จะเข้าไปต่อว่าหรือโกรธพลอยเหมือนที่เด็กห้องหนึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้กำลังเป็นกันอยู่เลย
ดรีมนั้นรู้ตัวเองดี การสอบในครั้งนี้เขาทำเต็มที่แล้ว…เช่นนั้นแสดงว่าคนที่เอาชนะเขาได้ ย่อมต้องทำข้อสอบได้มากกว่า ซึ่งดรีมจำข้อสอบที่เขาทำไม่ได้อยู่หลายข้อและสามารถบอกได้เลยว่ามีข้อไหนบ้าง
ดั่งเช่นคำถามที่ถามกับพลอยไป อันที่จริงดรีมสามารถถามเบลล์ได้เช่นกัน เนื่องจากอันดับของเบลล์นั้นได้ที่2 ส่วนดรีมได้ที่3
อย่างไรก็ตามผลคะแนนที่ออกมา เบลล์มีคะแนนมากกว่าดรีมเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ส่วนพลอยมากกว่าเขาถึง 7 คะแนน การจะถามพลอยจึงเป็นตัวเลือกที่ถูกแล้ว ซึ่งถ้าหากพลอยตอบคำถามนี้ไม่ได้อย่างน้อยๆ พวกเขาทั้งสามคนก็สามารถปรึกษากันระดมสมองช่วยกันหาคำตอบของโจทย์นี้ได้
“ข้อนั้นเหรอ…ฉันจำได้แล้ว ก่อนอื่นให้ลำดับสมการก่อน (an) ดังนี้ a1=2 และ an+1 =3an+2 ยกกำลัง n และสำหรับทุก n มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ฉะนั้นเมื่อแยกพจน์สมการได้แล้วจะได้คำตอบเป็น an=3n,2n” พลอยเขียนโจทย์ข้อนั้นลงกระดาษและอธิบายให้กับดรีมด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
แน่นอนคำถามนี้น่าจะมีเพียง พลอย ดรีมและเบลล์เท่านั้นที่พอจะฟังรู้เรื่อง แต่สำหรับเด็กคนอื่นๆ ในห้องแล้ว รวมถึงเด็กห้อง 1 ที่กำลังทำความสะอาดให้กับพวกเขาอยู่ แทบไม่รู้เรื่องที่พลอยพูดเลย
“ยังมีอีกข้อ ข้อนี้เธอทำได้ไหม…?” อย่างที่บอกไป ดรีมรู้คะแนนคร่าวๆ ของตัวเองมาบ้าง จึงจำได้ว่าตัวเองพลาดข้อสอบ ข้อไหนไป เขาจึงถามมันกับพลอย เพื่อหาคำตอบจะได้ไม่ติดค้างอยู่ในใจนั่นเอง
และก็เป็นอีกครั้งที่พลอยตอบคำถามของดรีมได้ เธออธิบายขั้นตอนและสูตรการแทนค่าอย่างไม่มีปิดบังใดๆ เธอพูดทุกอย่างที่เธอรู้ออกไปจนหมดเปลือก จนเด็กจากห้องหนึ่งหลายคนเริ่มมามุงพลอยและดรีมมากขึ้นไปอีก
“ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงสอบได้ที่หนึ่ง นอกจากเธอจะจำสูตรเก่งแล้ว แต่ยังเข้าใจมันทุกขั้นตอนจริงๆ …ขอถามอีกเรื่องหนึ่ง เธอติวพิเศษกับครูคนไหนเหรอ ฉันอยากไปติวด้วย?” คำถามนี้ของดรีมเอา เด็กห้อง 1 2 และ3 ที่ยังนั่งฟังพวกเขาคุยกันอยู่ถึงกับช็อก
การได้เห็นเด็กอัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มานั่งปรึกษาข้อสอบกับคนอื่นๆ ภาพนี้มันก็ทำให้หลายคนตกใจได้แล้ว
แต่ทุกคนกลับไม่คิดเลยว่า ดรีมจะขอไปติวหนังสือกับพลอยเสียอย่างนั้น ‘ไม่ใช่ว่าดรีมมีอาจารย์จากมหาลัยมาติวให้เป็นพิเศษหรอกเหรอ ทั้งสาขาวิชาเคมี ฟิสิกส์ ชีวะหรือคณิตศาสตร์?’ อัจฉริยะแบบนี้ย่อมมีติวเตอร์ส่วนตัวอยู่แล้ว
ทว่ากลับอยากที่จะไปติวเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เสียอย่างนั้น เขาไม่รู้เหรอว่าพวกเราติวกันหลายคนนะ (ถึงโปรแกรมจะแยกเดี่ยวก็ตาม แต่การอยู่ด้วยกันในที่เดียวกันก็ถือว่าติวกันหลายคนอยู่ดี)
“นายมีเวลาเหรอ? ไม่ใช่ว่ามีอาจารย์มาสอนให้อยู่แล้วเหรอ” พลอยเองก็งงเหมือนกันที่จู่ๆ ดรีมที่เป็นนักเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนมาขอร่วมติวกับเธอ
“ฉันมีติวส่วนตัวตอน 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ส่วนใหญ่แล้วเวลากลับถึงบ้านตอนบ่าย 4-6 โมง ฉันจะติวทบทวนที่จะเรียนด้วยตัวเองก่อน” ดรีมไม่เคยบอกใครเรื่องนี้มาก่อนเลยว่าเขานั้นติวหนังสือหนักแค่ไหน
วงจรชีวิตของเขาแทบไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ด้วยครอบครัวที่เป็นหมอทั้งตระกูล ดรีมแทบไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่ที่เป็นศัลยแพทย์เลย
กลับบ้านไปก็จะเจอกับบ้านที่ว่างเปล่า มีแค่แม่บ้านคอยทำอาหารให้ทานเท่านั้น ดังนั้นวันๆ หนึ่งกลับมาบ้าน ดรีมต้องทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองก่อน พอเวลา 6โมงเย็นจะมีอาจารย์พิเศษมาติวให้เป็นการส่วนตัวถึง 4 ทุ่มและอาจจะล่วงเลยถึงเที่ยงคืนในบางวัน หากดรีมไม่สามารถแก้โจทย์ได้
ดรีมไม่เคยสนใจใครมาก่อนในชีวิต เพราะไม่มีใครที่เขาพูดคุยด้วยได้เลย เนื่องจากอีกฝ่ายไม่เข้าใจกับคำถามที่เขาสงสัยและทำไม่ได้
ดังนั้นวันนี้การที่ พลอยและเบลล์ปรากฏตัวขึ้นและเอาชนะเขาได้ มันเลยเหมือนทำให้ดรีมรู้สึกได้มีเพื่อนที่เข้าใจกันเป็นครั้งแรก ด้วยเหตุนี้ดรีมเลยคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องกลับไปทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองตามลำพังอีกแล้ว
ก็แค่ใช้เวลาสองชั่วโมงไปติวหนังสือกับพลอยและเบลล์ เพียงเท่านี้ ก็น่าจะมากพอให้เขาหายเหงาได้แล้ว
“มันก็ได้อยู่หรอก แต่นายคิดดีแล้วจริงๆ เหรอ พวกเรามีกันหลายคนนะ…อาจทำให้นายเสียสมาธิได้” ถึงครั้งนี้พลอยจะสอบได้ที่หนึ่ง แต่เธอนั้นไม่เคยเป็นที่หนึ่งมาก่อนเลยไม่รู้ว่า ที่หนึ่งนั้นควรทำตัวยังไง ขนาดตอนนี้เธอยังไม่ได้รู้สึกเลยว่าตัวเองคือที่หนึ่ง
ยังคงมองดรีมต่างหากที่เป็นที่หนึ่งของระดับชั้นอยู่เลย ด้วยซ้ำไป!
“ไปลองดูก่อน คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง” เบลล์แอบยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นสายตาของดรีมที่มองหน้าพลอยอย่างไม่ละสายตา
“ฉันต้องลงชื่อตรงไหน ตรงนี้ใช่ไหม…ตึกนี้ฉันรู้จักอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของฉันเลย นั่งรถแค่ 5 นาทีก็ถึงบ้านแล้ว หลังเลิกเรียนนี้ไปได้เลยใช่ไหม?” ดรีมระดมคำถามออกมาเป็นชุดและเมื่อเขาลงชื่อเสร็จ ดรีมก็ได้ถือไม้กวาดไปปัดกวาดห้องเรียนให้กับห้องสอง ตามคำสัญญา
ซึ่งเด็กห้องสอง ช็อกไปแล้ว พวกเขาไม่คิดว่าเด็กนักเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนจะทำตามคำท้าทายที่ตัวเองไม่ได้ก่อไว้จริงๆ
พวกเขาแค่ต้องการให้มายด์และเพื่อนของเธอที่เป็นคนท้าทายมารับผิดชอบ ฉะนั้นพอเห็นว่าดรีมต้องมารับเคราะห์แทน จึงพากันเข้ามาช่วยดรีมที่กวาดพื้นอย่างทุลักทุเล ราวกับไม่เคยกวาดพื้นมาก่อน พากันช่วยคนละไม้ละมือ
ขนาดกลุ่มเด็กเกเรและหัวโจกของพวกเขาก็ยังทนไม่ไหว ต้องรีบเข้ามาช่วย “หน้าที่ของแกคือเรียนพอแล้ว เรื่องแบบนี้พวกฉันทำเอง มือของแกคือมือที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นหมอศัลยแพทย์นะ จะมาจับไม้กวาดได้ยังไง…หลบไป พวกฉันทำเอง” หัวโจกของเด็กห้องสองแย่งไม้กวาดไปจากมือของดรีม ที่ถูกหนึ่งในกลุ่มเด็กเกเร อุ้มมานั่งอยู่ที่โต๊ะแทน ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะปรนนิบัติดูแลดรีมที่เป็นเด็กเรียนอันดับหนึ่งเยี่ยงราชา ไม่สนใจแล้วว่า ราชาคนนี้จะตกบัลลังก์ไปแล้วก็ตาม
“ฉันเองก็จะเป็นหมอเหมือนกัน ทำไมพวกนายไม่เห็นทำดีกับฉันบ้างเลย” พลอยเห็นแบบนี้ก็แทบร้องไห้ เพราะเพื่อนหัวโจกกลุ่มนี้ มักจะแกล้งเธออยู่เป็นประจำ แม้ว่าเธอและพี่ชายของเธอจะมีน้ำใจให้เด็กกลุ่มนี้มาติวหนังสือกับพวกเขาก็ตาม
“เธอไม่เหมือนกัน เธอมันหญิงเหล็ก…ขนาดพวกเรายังกลัวเธอเลย แค่กวาดพื้น ถูพื้น เธอทำได้สบายอยู่แล้ว ยัยพลอย~” ก็จริงอย่างที่หัวโจกและเด็กเกเรนั้นพูด พวกเขาไม่กล้าแกล้งพลอยเลยแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยความร่าเริง ด้วยความเป็นกันเอง ไม่ติดชายหญิง พลอยแทบจะวิ่งไล่ถีบเด็กผู้ชายที่กวนเธอทุกคน
ไฉนเลยที่เด็กหัวโจกจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิง ทุกคนต่างมองเธอเป็นเพื่อนผู้ชายที่ร่างกายเป็นผู้หญิงก็เท่านั้น เล่นแรงสักหน่อยก็ไม่เป็นไร แมนๆ คุยกัน!
อย่างไรก็ตามในชั่วขณะที่ ดรีมกำลังนั่งดูกลุ่มหัวโจกกำลังทำความสะอาดอยู่ เด็กห้องหนึ่งที่ได้ถูกส่งมาทำความสะอาดก็พลันเดินเข้ามาหาพลอยบ้าง
“พลอย พวกเรา…เอ่อ พวกเราไปขอติวกับเธอด้วยได้ไหม?” ในเมื่อดรีมที่เป็นเพื่อนห้องเดียวกันกับพวกเธอ แถมยังเป็นเด็กอัจฉริยะยังไปขอติวด้วยกันกับพลอย
พวกเธอแม้จะรู้สึกละอายใจและรู้สึกกลัวอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับ เพราะความเป็นอริกันของทั้งสองห้องนั้นมีมานานตั้งแต่ ม.4 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน
มันเลยทำให้พวกเธอ ไม่กล้าเข้าหาพลอยและเด็กจากห้องสองมาตลอดนั่นเอง อันที่จริงพวกเธอกลุ่มนี้ก็เป็น เด็กห้อง1 ที่อยู่ปลายแถว
และด้วยความที่อยู่ปลายแถวของห้องนี่แหละ ถึงทำให้พวกเธอต้องมาทำความสะอาดห้องตามคำท้าเป็นกลุ่มแรกและก็เป็นเหมือนโชคดีของพวกเธอด้วย
เพราะตอนที่พวกเธอถือไม้กวาดและไม้ถูพื้นมายังห้องสอง ตัวของดรีมนั้นก็ตามมากับพวกเธอด้วย ตอนแรกพวกเธอคิดว่าดรีมจะมาหาเรื่องและขู่ให้ห้องสองเลิกข่มเหงพวกเธอที่เป็นฝ่ายแพ้
แต่เปล่าเลย ดรีมกลับเข้าร่วมกลุ่มติวร่วมกันกับเด็กห้องสอง และเมื่อเห็นดังนี้พวกเธอจึงอยากที่จะเข้าร่วมบ้าง ถ้าการติวของพลอยมันช่วยให้เธอได้คะแนนและสอบเข้ามหาลัยได้จริงๆ
“ได้สิ ลงชื่อได้เลย” พลอยและเบลล์ยื่นกระดาษจดรายชื่อให้เด็กห้องหนึ่ง ทุกคนต่างลงชื่อลงไปและเห็นว่าสามารถพาเพื่อนไปเรียนได้ด้วย จึงแอบเขียนชื่อเพื่อนของพวกเธอที่อยู่ห้องหนึ่ง แต่ถูกจับแยกไปทำความสะอาดอีกวันไปด้วยเลย
ร่วมแล้วมีเด็กกว่าห้องหนึ่งเข้าร่วมกลุ่มติวนี้ รวมดรีมไปด้วยก็ราวๆ อีก 10 คน…ทำให้รายชื่อตอนนี้มีมากกว่า 80 คนแล้ว
“เธอจะโทรไปบอกพี่พีทถึงจำนวนคนไหม หรือจะให้ฉันโทรบอกเอง” พลอยหันไปพูดกับเบลล์ พลางยื่นกระดาษรายชื่อทั้งหมดให้กับเพื่อนสนิทของเธอ
“เอ๊ะ~? ทำไมถึงให้ฉันโทรหาพี่พีทล่ะ” เบลล์ทำท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันทีที่พลอย พูดถึงชื่อของพี่ชายเธอ
“ยัยเบลล์อย่าคิดว่าฉันที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอไม่รู้นะ เธอแอบส่งข้อความหาพี่พีทเรื่องที่พวกเราสอบได้คะแนนดีๆ ตั้งแต่ตอนเช้าแล้วใช่ไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นพี่พีทจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเราสอบได้ที่เท่าไร หึหึ” พลอยพ่นลมหายใจ ราวกับจับโจรได้…ที่แท้คนที่เป็นคนส่งข้อความไปบอกให้พีทรู้ว่า ทุกคนสอบได้เท่าไรก็เป็นฝีมือของเบลล์นั่นเอง
เบลล์หน้าแดงเป็นลูกมะเขือทันที ก่อนจะรวบรวมความกล้ากดโทรหาพีทเพื่อแจ้งถึงจำนวนคนที่จะไปติวหนังสือในวันนี้
ซึ่งหลังเลิกเรียนในเวลา บ่ายสามโมงกว่าๆ กลุ่มที่จะมาติวกว่า 80 คนก็ได้มาถึงหน้าตึกอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยพวกเขาได้ว่าจ้างรถแท็กซี่ รถตู้เหมาคัน รถของผู้ปกครองที่ขับส่ง พร้อมให้เด็กคนอื่นๆ ติดรถตามมาด้วย
ตึกอาคารนี้เป็นตึกหรูในย่านกลางเมืองของจังหวัดธาราบุรี เป็นตึกใหม่ที่มีความสูงมากกว่า 20 ชั้นตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่น โดยที่ในจังหวัดธาราบุรีส่วนมากมีตึกสูงมากที่สุดก็ 10 กว่าชั้นเท่านั้น
จังหวัดนี้ยังไม่ได้โตเหมือนกับกรุงเทพ อาคารและตึกสำนักงานเลยไม่ค่อยเยอะ การโผล่ขึ้นมาของตึกสำนักงานนี้ จึงเป็นเหมือนตึกใหม่ที่เหล่านักธุรกิจไฟแรงของจังหวัด ต่างจับจ้องและอยากเข้ามาเช่าตึกนี้ในสักวัน
แน่นอนตึกนี้กว่า 20 ชั้นได้ถูกเช่าไปเกือบหมดแล้ว โดยเฉพาะชั้นที่ 19 และ 20 ของตึกที่อยู่สูงที่สุดและมีราคาแพงมากที่สุด พอๆ กับตึกในกรุงเทพก็ได้ถูกเช่าไปแล้ว
“พลอยแน่ใจเหรอว่าเป็นตึกนี้ แถมยังอยู่ชั้นที่ 19 อีก?” เบลล์และเพื่อนร่วมห้องของพลอย ต่างพากันถามเมื่อพลอยนำทุกคนมาที่นี่
เด็กนักเรียนตอนนี้ได้ยืนอยู่หน้าตึกเป็นจำนวนมาก หากคนภายนอกมาเห็นคงคิดว่ามีการจัดนิทรรศการอะไรสักแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึกเมื่อเห็นเด็กนักเรียนมายืนอยู่ที่หน้าตึกแห่งนี้ ก็รีบวิ่งเข้าไปจัดการทันที
“มีอะไรให้ลุงช่วยไหมหนูๆ?” ลุงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู
“พวกเราจะขึ้นไปชั้นที่ 19 ค่ะ” พลอยพยายามโทรหาพีทอยู่หลายครั้ง แต่พีทไม่ได้รับสายของเธอ ทำให้เธอต้องบอกชั้นที่จะไปให้กับลุงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแทน
“ชั้นที่ 19 เหรอ?! ชั้นนี้ถูกเช่าทำเป็นบริษัทนะ พวกหนูมาผิดที่หรือเปล่า” ลุงเจ้าหน้าที่ถาม ซึ่งในขณะเดียวกันประตูลิฟต์ก็พลันมีกลุ่มพนักงานจำนวนมาก ก้าวเท้าออกมาจากด้านใน
“นั้นใช้น้องสาวของท่านประธานหรือเปล่า เอ่อ พี่หมายถึง น้องสาวของคุณพีท?” กลุ่มพนักงานที่เข้ามาทักพลอย ก็คือกลุ่มของบอยนั่นเอง นี้คือกลุ่มแผนกไอทีฝีมือดีที่ติดตามมาทำงานกับพีทมาสักพักหนึ่งแล้ว
พูดได้ว่าพวกเขาคือทีมงานไอที ฝีมือฉกาจ ที่ขอแค่พีทสั่งอะไรมา พวกเขาล้วนทำได้ ดั่งเช่นวันนี้พวกเขาก็มาติดตั้งคอมพิวเตอร์และระบบให้กับพีทมากกว่า 100 เครื่อง
ซึ่งบอยก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับพลอยเป็นการส่วนตัว แต่ก็พอจะคลับคล้ายคลับคลาว่าพลอยนั้นน่าจะเป็นน้องสาวของพีท เพราะบอยก็รู้จักกับพี่แพรอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะย้ายมาทำงานให้กับพีท
พอวันนี้ได้มาเห็นพลอย จึงเข้าใจเลยว่า บ้านนี้มีใบหน้าฟ้าประทานจริงๆ สวย หล่อ น่ารัก บ้านนี้ล้วนมีครบหมด “ใช่ค่ะ พี่พีทบอกให้หนูมาที่นี่ เพื่อติวหนังสือค่ะ” พลอยตอบกลับไป ก่อนที่ตัวของบอยและทีมงานจะกดลิฟต์ให้กับเด็กนักเรียนทุกคน ตามขึ้นไปบนชั้นที่ 19
“คุณพีทติดประชุมงานอยู่บนชั้นที่ 20 อีกเดี๋ยวก็คงลงมาแล้วครับ” บอยได้เปิดประตูสำนักงานชั้นที่ 19 ให้กับกลุ่มของพลอยและเพื่อนนักเรียนที่มาติว
ด้านในมีเครื่องคอมพิวเตอร์และสเตชั่นเหมือนกับที่พวกเขาเคยใช้ไม่มีผิด อุปกรณ์ทุกอย่างมีครบถ้วนสมบูรณ์และทั้งหมดล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมดอีกด้วย
“เด็กๆ ทุกคนเลือกที่นั่งและทำตามคู่มือที่ติดอยู่ที่โต๊ะได้เลยครับ” บอยและทีมงานได้เปิดทางให้กับทุกคน ทันใดนั้นเด็กนักเรียนต่างก็วิ่งไปจับจองโต๊ะที่นั่งของตัวเองกันอย่างสนุกสนาน
เว้นก็แต่โต๊ะแถวหน้าที่มีชื่อของพลอยและเบลล์ที่ติดเอาไว้ เป็นเพียงแถวเดียวที่ไม่มีใครกล้านั่ง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy