เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยเก้า ไอ้ฉ่อยท้ายป่าช้า

    ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าไอ้ฉ่อยท้ายป่าช้า

    เมื่อเราอยู่บนโลกเดียวกันกับปอบผีฟ้าก็ไม่แปลกที่เราจะเจอผีเปรตบ้างเรื่องนั้นผมพอจะทำใจได้แต่ปฏิกิริยาแบบที่ว่า

    “ผีก็อยู่ส่วนผีคนอยู่ส่วนคนอย่าไปสนใจเลย”

    ผมว่ามันไม่สมเหตุสมผลเท่าไรในเมื่อเรามีวิชาแบบโวลเดอมอร์ในการเอาโหงพรายมาใช้เป็นยานพาหนะได้อย่างอาจารย์คงอย่างนี้

    เมื่อเห็นผมทำหน้าสงสัย

    อาจารย์คงดื่มเหล้าแล้วตอบว่า

    “ไอ้ฉ่อยท้ายป่าช้านั้นมันเวลาเห็นคนก็ออกมาแกล้งทำเสียงโหยหวนขอส่วนบุญบ้างน่ะหรือเห็นใครมีญาณพอจะมองเห็นมันได้มันก็จะออกมาขอส่วนบุญแต่มันไม่ทำอะไรใครหรอกไอ้นี่มันขี้กลัว”

    อาจารย์คงส่ายศีรษะที่ไอ้เปรตฉ่อยท้ายหมู่บ้านทำได้แค่ทำให้คนรำคาญไปวันวันรอวันหมดกรรมเท่านั้น

    เมื่อมองเห็นอาจารย์คงทำแบบเรื่องธรรมดาผมก็ตระหนักได้ว่า

    “พวกอาจารย์คงมองว่าเรื่องนี้คือเรื่องธรรมดา”

    คือเรื่องที่คิดว่า

    “มันต้องเป็นของมันอย่างนั้น”

    โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงมัน

    ทั้งที่พระพุทธเจ้าก็บอกว่ากฎแห่งกรรมมันห่วยแตกเราถึงต้องพยายามดับกิเลสไปสู่นิพพานไม่มาอยู่ในบ่วงกรรมอีกต่อไป

    เราสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ด้วยกรรมปัจจุบันแต่ท่าทางคนเราจะมอง“กรรมจากอดีต”มากเกินไปจนละเลย “กรรมปัจจุบัน”ไปว่าเราจะทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขปัจจุบันไม่ได้อย่างน้อยก็แก้ไขอนาคตได้

    “แล้วอาจารย์คงสามารถทำบุญให้พวกมันบ้างได้ไหมจ๊ะ”

    ผมถามอาจารย์คงอย่างสงสัย

    “หากเราทำพิธีล้างป่าช้างานบุญพวกนี้มันจะไปเกิดที่ชอบที่ชอบหรืออยู่อย่างสงบบ้างไหมจ๊ะ”

    อาจารย์คงครุ่นคิดแล้วตอบว่า

    “ล้างป่าช้าทำให้สัมภเวสีมีที่ไปให้พวกนี้มันกินอิ่มบ้างก็คงทำให้สงบไม่ออกมากวนใครสร้างเวรกรรมไปสักพักนั่นล่ะนะ”

    เจิดพยักหน้า

    “ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาทำบุญล้างป่าช้าส่งกุศลให้พวกนี้กันเถอะจ๊ะ”

    หากเงินแก้ปัญหาไอ้พวกนี้ได้ก็แก้ปัญหาไปเถอะ

    ทำเล่นมุก

    “ผีส่วนผีคนส่วนคน”

    มันใช้ไม่ได้ผลในเมื่อมันมากกวนเราอยู่อย่างนี้

    “เอ่ออาจารย์คงหากชั้นให้พวกนี้มาสร้างเจดีย์สถูปถวายวัดกุศลกรรมจะพอให้มันไปเกิดได้ไหม?”

    ผมกล่าวนึกถึงพระเจ้าโซโลมอนที่บัญชาการปีศาจมาสร้างวิหาร

    ถึงเราคิดอย่างมีสติว่าเอาปีศาจมาสร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ของเรามันดูไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไรก็ตาม

    แต่ท่าทางชาวยิวจะไมได้คิดเรื่องนี้คงเพราะมองว่าเมือ่ทำเรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็คือความศักดิ์สิทธิ์ไม่เกี่ยวกับว่าที่คนทำจะเป็นปีศาจหรือไม่ก็ตาม

    “เจดีย์หมดกันเป็นหมื่นเลยนะแต่ถ้าเอ็งพร้อมจะออกได้ก็ตามใจเอ็ง”

    อาจารย์คงกล่าวอย่างสงสัย

    ผมได้พยักหน้ารัวๆ

    ว่าหากเงินแค่หมื่นสามารถจัดการให้พวกนี้มันไปไกลๆอิเซไคไปภพหน้าได้ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

    “ถ้าอย่างนั้นชั้นจะรีบไปจัดการเตรียมการเลยล่ะจ๊ะ”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน