บทที่ 62
ช่วยเหลือคนจากต่างแดน
“ ที่นี่อย่างงั้นหรือขอรับ ” เสียงเอ่ยถามหนึ่งดังขึ้น สถานที่แห่งนี้มันคือบ้านหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง
เหล่าผู้อพยพข้ามชายแดนโดนพามาที่สถานที่แห่งนี้ คุณหนูนิรนามเบื้องหน้าเป็นคนช่วยเหลือพวกมันเอาไว้
“ ใช่แล้วสถานที่แห่งนี้แหละ ข้าเช่ามันเอาไว้หวังว่าจะเป็นที่อยู่ของพวกเจ้าได้ ” ซูฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สถานที่แห่งนี้มันคือบ้านไม้หลังเก่าๆที่ตั้งอยู่ชานเมือง มีขนาดความกว้างประมาณหนึ่งสามารถอาศัยอยู่ได้ประมาณห้าถึงหก
บ้านไม้แห่งนี้แม้จะเก่าและทรุดโทรมไปบ้าง แต่มันก็พอจะอยู่อาศัยแก้ขัดไปได้ ซูฉีไหว้วานนายหญิงจื่อให้หาสถานที่แห่งนี้
เพื่อที่ว่านางจะได้พาคนพวกนี้มาอยู่อาศัย พวกเขาเพิ่งเดินทางข้ามชายแดนมา หลังจากโดนไต่สวนอย่างหนักคงจะไม่มีที่ไป
บ้านไม้หลังเก่าๆหลังนี้เช่าในราคาที่ต่ำ เพราะว่ามันอยู่บริเวณชานเมืองแถมยังไม่มีคนมาเช่า นางเลยตัดสินใจให้พวกเขานั้นอยู่ไปก่อน
คนพวกนี้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ สำหรับพวกมันที่เดินทางข้ามชายแดนการจะนอนริมทางมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ในยามนี้สถานที่แห่งนี้กับมีที่อยู่อาศัยสำหรับพวกมัน ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านหลังเก่าที่แทบจะไม่มีอะไรเลยก็เถอะ
“ เดี๋ยวพวกของต่างๆที่เป็นของใช้ข้าจะนำเอามาให้ทีหลัง ”
“ เอาล่ะเรามาลองทำความรู้จักกันหน่อยดีหรือไม่ ” ซูฉีเริ่มกล่าวทักทายด้วยประโยคเป็นมิตร
ทั้งสองฝ่ายเริ่มทำความรู้จักกัน พวกคนหนุ่มที่เดินทางข้ามชายแดนพวกนี้หลังจากที่ได้ลองสอบถาม
ซูฉีได้ยินว่าชายแดนฝั่งนู้นแห้งแล้งไร้ซึ่งอาหาร ทหารกดขี่เหล่าชาวเมืองพวกคนหนุ่มเหล่านี้เป็นเด็กกำพร้า
พวกเขานั้นรวมตัวกันโดยที่ก่อนหน้านี้พวกเขามีครอบครัว ครอบครัวของพวกเขาโดนการกดขี่ของเหล่าทหารและคนมีอำนาจ
จนครอบครัวนั้นล้มตายไปทีละคน สุดท้ายก็ลงเหลือเพียงแค่เด็กวัยแรกรุ่น พวกเขารวมตัวเอาชีวิตรอดภายในสลัมจนสุดท้ายก็ตัดสินใจจะเข้ามาที่ชายแดนฝั่งนี้
แล้วก็เดินทางมาจนถึงเมืองแห่งนี้ที่ตั้งอยู่บริเวณแถบชายแดน นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของพวกเขาที่พวกเขานั้นพานพบมาในขณะที่อยู่ที่ชายแดนฝั่งนั้น
มองดูแล้วชะตากรรมของเด็กพวกนี้ก็ดูจะลำบากลำบนไม่น้อย เทียบกันแล้วซูฉีมาเกิดใหม่ภายในร่างนี้นางยังได้ของวิเศษอย่างเช่นร้านค้าความดี
แม้ว่าชีวิตในช่วงแรกๆจะยากลำบาก แต่หลังจากนั้นนางก็ใช้ความสามารถของระบบร้านค้าในการหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ
จนถึงในยามนี้นางก็สามารถใช้เงินพวกนั้นในการซื้อความสบายให้กับตนเอง ใช้ชีวิตใหม่ยากลำบากแล้ว
แต่ผิดจากพวกคนหนุ่มสาวพวกนี้ที่เดินทางข้าม พวกเขาสูญเสียครอบครัวของตนเองไป ไม่เพียงเท่านั้นยังอดอยากและก็ตะเกียกตะกายข้ามมาถึงฝั่งนี้
พวกเขาเริ่มทำความรู้จักกัน ซูฉีถามพวกชื่อเสียงเรียงนามของคนทั้งหกที่เดินทางข้ามมา พวกเขามีทั้งหมดหกคนเป็นชายสามหญิงสามอายุประมาณสิบแปด
ทั้งหมดเป็นคนหนุ่มพละกำลังและร่างกายแข็งแรง ซูฉีจึงตัดสินใจว่าจะรับพวกเขานั้นเข้ามาทำงานที่ส่วน
ลี่ถังในตอนแรกไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ของคุณหนู เป็นเพราะว่านางคิดว่าคุณหนูของนางเชื่อใจคนง่ายเกินไป
อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็เดินทางข้ามชายแดนมา พวกเขาไม่รู้ว่ามีเจตนามุ่งร้ายหรือเป็นคนนิสัยอย่างไร การที่คุณหนูยื่นมือช่วยอย่างง่ายดายจึงทำให้นางรู้สึกไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่
แต่เมื่อคุณหนูของนางตัดสินใจไปแล้วนางไม่สามารถทำอะไรได้ บ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ได้แต่เฝ้าระวังคนพวกนั้นอยู่อย่างห่างๆ
“ พวกเจ้าต้องทำความเข้าใจกับเมืองนี้ก่อน ”
“ เอาเป็นว่าวันนี้พักผ่อนซะในวันพรุ่งนี้ข้าจะพาไปชม ” ซูฉีตั้งใจจะช่วยคนพวกนี้จนถึง
….
ในวันถัดมาซูฉีนำพาพวกเขาทั้งหกไปเดินชมเมือง เมืองแห่งนี้มีหลายๆอย่างที่แปลกหูแปลกตาสำหรับคนต่างแดน
พวกเขาที่จากมาที่ดินแดนแห่งนี้ ภายในดินแดนแห่งนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเมืองชายแดนมันจะเต็มไปด้วยความอดอยากแต่ก็ไม่เทียบเท่ากับชายแดนฝั่งนั้น
เพราะว่าภายในชายแดนฝั่งนี้ยังพอมีผู้คนที่มีฐานะปานกลางและก็ยังมีคนที่เลือกใช้ชีวิตได้
ไม่เพียงเท่านั้นภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีการกดขี่ของผู้มีอำนาจ มันเลยทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นเมืองสวรรค์สำหรับพวกเขา
ซูฉีเริ่มพาพวกเขาไปแนะนำสถานที่ต่างๆที่เป็นสถานที่สำคัญภายใน ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำหรือแม้กระทั่งพวกร้านต่างๆ
สุดท้ายแล้วก็มาจบลงที่สวนผักของนาง นางนำพาพวกเขาเดินทางมาถึงสวนผัก ที่มีสองแม่ลูกตระกูลฮุ่ยกำลังก้มหน้าก้มตาทำสวนอยู่
“ คนพวกนี้อย่างนั้นหรือขอรับคุณหนูที่บอกว่าจะมาช่วยงานพวกเรา ” ฮุ่ยหวงเด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้น
ดวงตาฺของฮุ่ยหวงมองตรงไปที่กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหน้า คนพวกนี้เป็นคนจากต่างแดนมันได้ยินเรื่องราวจากคุณหนูบ้าง
ยามนี้เด็กหนุ่มผู้นี้เชี่ยวชาญงานส่วน สวนผักแห่งนี้มันดูแลได้อย่างไม่ขาดตก ผู้เป็นมารดาก็ช่วยเหลืองานเล็กงานน้อย
ซูฉีพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ ใช่แล้วพวกเขาจะมาช่วยงานเจ้าในสวนแห่งนี้”
“ คนพวกนี้เดินทางมาจากต่างแดน เจ้าคงรู้เรื่องนี้แล้วเพราะข้านั้นแจ้งกับเจ้าไปแล้ว พวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึงยังปรับตัวกับภายในเมืองแห่งนี้”
“ งานภายในสวนก็แล้วแต่ตัวของเจ้าจะดูแลก็แล้ว เจ้ารับหน้าที่เป็นหัวหน้างานในสวนของข้า ”
“ ช่วยสอนงานพวกเขาแล้วก็จัดแจงงานภายในสวนแห่งนี้ สำหรับบุรุษร่างกายแข็งแรงก็ทำงานภายในสวนอย่างเจ้าก็ได้ส่วนเหล่าสตรีก็ทำงานจิปาถะให้ท่านป้าเป็นคนตัดสิน ” ซูฉีกล่าวถึงงานที่คนพวกนี้ต้องทำ
ฮุ่ยหวงไม่มีข้อคัดค้านเขาพยักหน้า “ ได้ขอรับตามที่คุณหนูสั่ง”
ฮุ่ยหวงรู้อยู่แล้วว่าคุณหนูของมันมีเจตนาหรือว่ามีความตั้งใจจะขยายสวนผักแห่งนี้ เพราะว่าเป้าหมายของมันและคุณหนูนั่นเป็นเป้าหมายเดียวกัน
ถ้าเกิดว่าขยายสวนผักแห่งนี้มันก็จะทำให้ผู้คนภายในเมืองอุดมสมบูรณ์ มันจะทำให้เมืองแห่งนี้ที่เป็นเมืองชายแดนที่อดอยากกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ฮุ่ยหวงเพียงกำลังของมันคนเดียวไม่สามารถขยายสวนแห่งนี้ได้หมด ในตอนนี้ดูแลผักแปลงใหญ่ได้ไม่ถึงสิบแปลงก็เต็มหมดแรง
ได้คนพวกนี้มาก็จะขยายศูนย์พักให้ใหญ่โตมากขึ้น ฮุ่ยหวงเข้าไปมองที่บุรุษหนุ่มทั้งสามคนที่จะมาเป็นลูกมือ
“ ร่างกายกำยำใช่เล่นดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ ”
“ เอาเป็นว่าตัวของพวกเจ้ามาช่วยงานข้าตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ข้าจะสอนเรื่องทุกอย่างให้กับเจ้าทั้งงานภายในสวนและก็ต่างๆ ”
“ ส่วนเหล่าสตรีพวกนั้นท่านแม่เป็นคนดูแลนะขอรับให้พวกนางจัดการงานภายในส่วนอย่างเช่นงานจิปาถะ ”
ฮุ่ยหวงกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ดูมีความมั่นใจไปแล้ว เขาพูดเก่งแถมยังดูมีความมั่นใจ เกิดจากการที่ประสบความสำเร็จในการปลูกผัก
มันเลยทำให้ความหวังภายในใจของเด็กหนุ่มผู้นี้โดนเติมเต็ม ซูฉีที่ยืนมองอยู่ข้างๆนางแสดงรอยยิ้มเห็นพวกเขาเข้ากันได้
เพียงแค่นี้สวนผักของนางก็จะสามารถได้เรียบร้อยแล้ว แถมยังได้คนงานเพิ่มไม่เพียงเท่านั้นแต้มความดีที่ได้รับเองก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
ตึ้ง!!!
[ช่วยเหลือผู้อพยพจากต่างแดนได้รับแต้มความดีหนึ่งพันแต้ม]
ซูฉีพบเห็นภาพเรือนร่างที่ปรากฏในหัว ดูเหมือนว่าภารกิจของนางจะเสร็จแล้ว หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้นนางก็รู้ได้ว่าตอนนี้แต้มความดีของนางเพียงพอกับการซื้อแหวนพฤกษา
“ เอาล่ะคงจะต้องทดลองของวิเศษใหม่สักหน่อยแล้ว ”
จบบท