ตอนที่ 32 ผู้าุโแห่งสำนัก
หลินชิ่งจู๋ดีใจมากก่อนจะถามอย่างกังวล “แล้ว… คุณยินดีที่จะช่วยรักษาปู่ของฉันหรือไม่คะ?”
“ผมรักษาปู่ของคุณได้ แต่นี่จะเป็ครั้งสุดท้าย หากตระกูลหลินของคุณยังเล่นตลกอีก อย่าหาว่าผมโเี้ก็แล้วกัน” หลินเยี่ยเตือนอย่างเ็า
แท้จริงแล้ว เขาประทับใจหลินชิ่งจู๋เป็อย่างมาก
เมื่อเห็นความกตัญญูของหญิงสาว หลินเยี่ยจึงวางแผนจะช่วยรักษาปู่ของเธอ
หากไม่ใช่เพราะผิดหวังจากหลินจงไห่และหลิวฉิง โรคประหลาดที่นายใหญ่หลิวเป็คงหายขาดแล้ว
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก” หลินจงเทากล่าวอย่างจริงจังเยี่ย
“ก็ดี” หลินเยี่ยเหลือบมองหลินจงเทาและนิ่งเงียบ
การกระทำของหลินจงเทาทำให้เขาสงสัย
เป็ถึงบุตรชายแห่งตระกูลหลิน แต่กลับลดตัวมาอ้อนวอนเขาได้ แสดงว่าหลินจงเทาก็ถ่อมตัวไม่น้อย
“เลขาหวง คุณต้องดำเนินการและนำูเาเทียนหูมามอบให้คุณหลินเยี่ยภายในสามวัน” หลินจงเทาสั่งการทันที
ประการแรก เขาต้องมอบูเาเทียนหูให้หลินเยี่ยโดยเร็วที่สุดเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ
ประการที่สอง อาการของนายใหญ่หลินร้ายแรงถึงขนาดไม่อาจชะล่าใจ ดังนั้นหลินจงเทาจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อขอให้หลินเยี่ยช่วยโดยเร็วที่สุด
"ค่ะ!"
เลขาหวงตอบรับก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“คุณหลินเยี่ยไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะมอบูเาเทียนหูให้คุณโดยเร็วที่สุด” หลินจงเทากล่าวพลางลุกขึ้นยืน
“ครับ พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ!” หลินเยี่ยกล่าว
เนื่องจากดึกมาแล้ว หลินเยี่ยไม่้าให้คนเหล่านี้ส่งเสียงดังจนทำให้ลูกสาวตื่น
“ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” หลินจงเทาพยักหน้าและนำหลินชิ่งจู๋ออกจากบ้านไป
เมื่อถึงหน้าประตู หลินชิ่งจู๋ชะงักพร้อมอ้าปากค้างเหมือน้าจะพูดบางสิ่ง ทว่าเธอกลับเลือกที่จะเงียบไป
เธอทำได้เพียงหันมองหลินเยี่ยอย่างมีเลศนัยก่อนจะเดินตามหลังหลินจงเทาไปด้วยความรู้สึกแปลกใจ
หลังจากตระกูลหลินจากไป ห้องโถงกลับสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว
ขณะที่หลินเยี่ยเดินไปยังห้องนอน จู่ ๆ เขาก็ชะงัก
เขารับรู้ได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่ล็อคตนเองไว้ ใครบางคนกำลังซ่อนตัวในเงามืดเพื่อรอคอยการโจมตี
หลังจากค้นหาแหล่งที่มาของพลังนี้ได้ เขาหันศีรษะมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนั่งเล่นทันที
ทว่าหลินเยี่ยไม่ได้ใแม้สักนิด เขาครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เขาวางแผนที่จะนำคู่ต่อสู้ออกจากห้องเพื่อไม่ให้รบกวนยี่ยี่และหลงซือหยิง
เมื่อเดินออกจากห้อง หลินเยี่ยพบว่าคู่ต่อสู้กำลังซุ่มตามเขาอยู่
หลินเยี่ยเดินต่อไปอย่างไม่ลดละพร้อมนำคู่ต่อสู้ขึ้นไปยังูเาเทียนหูด้วยความรวดเร็ว
ฝ่ายตรงข้ามดูไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา เป็ไปได้ว่าเขาอาจเป็ผู้าุโแห่งสำนัก ดังนั้นหลินเยี่ยจึงระวังตัวมากขึ้น
หลินเยี่ยนำชายผู้นี้ไปยังูเาเทียนหูเพราะที่แห่งนั้นมีพลังิญญาอยู่ ซึ่งทำให้เขาสามารถเรียกพลังเก้า์กลืนเมฆามาช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้
"ออกมา!"
เมื่อมาถึงยอดเขา หลินเยี่ยจ้องมองไปข้างหน้าพร้ะโกนเสียงดัง
สิ้นเสียงพูด เงาของต้นไม้สั่นะเืราวสองสามครั้งก่อนที่จะมีชายชราปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขา
ชายชราผู้นี้อายุราวหกสิบปี สวมชุดผ้าคลุมธรรมดา ดูผ่องใสและค่อนข้างหยิ่งผยอง
ชายชรายืนห่างจากหลินเยี่ยราวสามเมตรพร้อมเงยหน้ามองด้วยความหยิ่งผยอง “ไม่น่าเชื่อ เ้ายังอายุน้อยแต่กลับแข็งแกร่งยิ่งนัก”
“ท่านคือ?” หลินเยี่ยรับรู้ได้ว่าชายชราตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาและเริ่มหวาดระแวงในใจ
“ข้าคือผู้าุโหลิวแห่งสำนัก”
“ผู้าุโแห่งสำนักอย่างนั้นหรือ?” เนื่องจากชายผู้นี้คือผู้าุโแห่งสำนักจึงไม่ใช่เื่แปลกที่เขาจะสามารถใช้พลังอันแข็งแกร่งเช่นก่อนหน้านี้ได้
ผู้าุโหลิวสะบัดแขนเสื้อพร้อมพูดอย่างเหยียดหยาม “เฉิงหย่งฝากฝังให้ข้ามาพบเ้าเพื่อนำวงแหวนหยก์กลับคืน
ชายชราอธิบายเจตนาของตน
“ดูเหมือนท่านจะอยากได้วงแหวนหยก์มากทีเดียว” หลินเยี่ยจ้องไปยังชายชราตรงหน้า
“หยุดพล่ามและส่งวงแหวนหยก์มาเดี๋ยวนี้!”
“ถ้า้า… ก็เข้ามาแย่งไปสิ!”
“ไม่เกินกำลังข้าหรอก” ผู้าุโหลิวกล่าวพร้อมคว้ากิ่งไม้แล้วโยนลงบนพื้น
กิ่งไม้เ่าั้ประหนึ่งลูกศรอันลึกลับ มันแผ่พุ่งทะยานผ่านอากาศตรงหาหลินเยี่ยอย่างรวดเร็ว
"ฉึก!"
หลินเยี่ยเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วและหลีกเลี่ยงการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
ศรเ่าั้พุ่งตรงไปปักลงบนต้นไม้ฝั่งตรงข้าม สะบัดใบไม้ทั้งหมดออกจนเหลือเพียงลำต้นเปล่า
“คนหนุ่ม ข้าจะให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้าย” ดวงตาหลิวเป็ประกายและเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
"น่าขัน"
“ในเมื่อเ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็อย่าหาว่าข้าโเี้” ผู้าุโหลิวกระทืบเท้า ทันใดนั้นร่างเขาแปรเปลี่ยนไปวกับดาบคมพุ่งเข้าทิ่มแทงหลินเยี่ยอย่างรวดเร็ว
หลินเยี่ยระวังตัว ด้วยพลังแห่งูเาเทียนหูทำให้เขาสามารถเรียกพลังหนึ่งดัชนีมหาดินแดนและเก้า์กลืนเมฆาได้ ก่อนจะเริ่มทำการต่อสู้กับศัตรู
ผู้าุโหลิวเริ่มเคลื่อนไหวร่างกาย แพ้หรือชนะเกิดขึ้นภายในพริบตาเท่านั้น
“ตู้ม!”
สิ้นเสียงนั้น คลื่นของมวลอากาศขนาดใหญ่ะเิอย่างรุนแรง ร่างกายของชายทั้งสองกระเด็นไปไกลทันที
ผู้าุโหลิวถูกโจมตีโดยตรง ดังนั้นเขาจึงล้มลงกระแทกพื้นและอาเจียนเป็เื
“เ้า... เฮือก!”
ผู้าุโหลิวเปิดปากและอาเจียนเป็เืก้อนใหญ่อีกครั้ง
ผู้าุโหลิวมองหลินเยี่ยราวกับสัตว์ประหลาด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัว
ในฐานะผู้าุโแห่งสำนักซึ่งอยู่ในตำแหน่งสูง เขาไม่คิดว่าจะพ่ายแพ้ให้กับชายหนุ่มผู้นี้
ผ่านไปสักพัก ผู้าุโหลิวก็ถามขึ้น “เ้าเป็ผู้ใช้อาคมอย่างนั้นหรือ?”
“นั่นไม่ใช่เื่สำคัญ” หลินเยี่ยไม่อยากพล่ามถึงเื่ไร้สาระ เขาค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าหาผู้าุโหลิวด้วยหมายจะเอาชีวิตอีกฝ่าย
พลังนี้ทำให้ผู้าุโหลิวสั่นสะท้าน เขาฝึกฝนมาหลายสิบปีแต่กลับไม่เคยรู้สึกถึงพลังนี้มาก่อนเลย
“ขอเตือนว่าอย่าได้สังหารข้า หากลงมือหมายความถึงตั้งตัวเป็ศัตรูของสำนักทั้งมวล” ผู้าุโหลิวกล่าวเตือน
แต่แม้กล่าวคำขู่ น้ำเสียงนั้นกลับแ่เบา
“ก็แค่สำนักของท่าน ข้าไม่สนใจหรอก” หลังจากพูดจบ หลินเยี่ยยกฝ่ามือขึ้นและตบเบา ๆ
ผู้าุโหลิวใจนแทบจะกระอักเืตายตกด้วยความโกรธแค้น
เมื่อมองไปยังร่างของผู้าุโหลิว หลินเยี่ยนิ่งสงบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดในหัวใจ
ขณะที่หลินเยี่ยกำลังลงมาจากูเาเทียนหู เขาพบเข้ากับกลุ่มชายชุดดำทันที
เฉิงหย่งเป็ผู้นำของกองกำลังนี้ ผู้คนทั่วไปต่างใเมื่อเห็นพวกเขา
“คุณคือหลินเยี่ยใช่ไหม?” เฉิงหย่งถกแขนเสื้อด้วยใบหน้าดุร้ายและเย่อหยิ่ง
"ใช่"
“คุณวงแหวนหยก์อยู่ใช่ไหม?”
"ใช่"
“กล้าดียังไงปล้นชิงของคนอื่น เศษสวะเสียจริง” เฉิงหย่งด่าทอ “ส่งของคืนมาโดยเร็วแล้วจะไว้ชีวิตให้”
“งั้นเหรอ?” หลินเยี่ยยิ้มเฉยชาอย่างไม่สนใจเฉิงหย่งและคนอื่นแม้แต่น้อย
แม้ผู้าุโสำนักเขายังสังหารได้ นับประสาอะไรกับมนุษย์ธรรมดาเหล่านี้ ต่อหน้าหลินเยี่ย อีกฝ่ายก็ไม่ต่างกับมดปลวกให้เหยียบย่ำ