ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 68 ความกลัว

    ตอนที่68 ความกลัว

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันจึงตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปทำงาน และรีบกลับไปยังหมู่บ้านอันผิงทันที

     

    ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนและหวังซู่เหมยกำลังเตรียมข้าวของต่าง ๆเพื่อจะเดินทางไปตรวจสุขภาพในวันพรุ่งนี้ และเมื่อเห็นอาสามวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นเธอก็รู้สึกตกใจขึ้นมาทันที

     

    “อาสามทำไมอาสามถึงมาที่นี่ได้กันล่ะคะ ? ” ฟู่เยี่ยนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความงุนงง

     

    “ต้าอันทำไมต้องรีบถึงขนาดนี้ด้วย ดูสิเหงื่อท่วมตัวนายไปหมดแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? ” ฟู่ต้านีรีบเข้าไปเช็ดเหงื่อให้กับเขา พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา

     

    ในตอนนี้ฟู่ต้าอันแทบจะหายใจไม่ทัน ซึ่งหลังจากที่เขานั่งพักดื่มน้ำจนหายเหนื่อยแล้วเขาก็ได้พูดขึ้นว่า

     

    “เสี่ยวฮั่วเราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ ! ” หลังจากที่พูดจบฟู่ต้าอันก็ได้ดึงฟู่เยี่ยนเดินออกไปมันไม่ง่ายเลยที่จะพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น และยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ของเขาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วย

     

    “มันเรื่องอะไรกันทำไมถึงเล่าต่อหน้าฉันกับพี่สาวของนายไม่ได้กันล่ะ ? ”

     

    “ไม่มีอะไรหรอกครับพี่สะใภ้ใหญ่ผมขอตัวไปคุยกับเสี่ยวฮั่วสักครู่นะครับ”

     

    จากนั้นฟู่ต้าอันและฟู่เยี่ยนก็ได้ไปนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ในลานบ้าน ซึ่งขณะนั้นเองฟู่ต้าหย่งก็ได้กลับมาจากข้างนอกพอดี และเมื่อเขาเห็นฉากตรงหน้าเขาเองก็รู้สึกประหลาดเช่นกัน

     

    “นายกลับมาที่นี่ทำไมกัน? วันนี้นายต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอ ? ”

     

    “พี่ใหญ่ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว จะให้ฉันไปทำงานได้ยังไงกันล่ะ”ฟู่ต้าอันพูดออกมาด้วยด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

     

    “มันเกิดอะไรขึ้นกัน? รีบบอกฉันมาเร็วเข้า ! ”

     

    “เมื่อตอนสายฉันนำเงินค่าบ้านไปให้พี่จี้ แต่ตอนที่ฉันกำลังจะกลับเขาก็ได้รั้งฉันไว้และบอกกับฉันว่าเมื่อวานนี้มีชายคนหนึ่งที่อยู่หมู่บ้านถัดไปถูกฟ้าผ่าตายทั้งยังถูกฟ้าผ่าในตอนกลางวันแสก ๆ ที่ไม่มีเค้าลางฝนตกอีกด้วย ! ” ฟู่ต้าอันพูดด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็สงสัยขึ้นมาทันทีว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับยันต์สายฟ้าของเธอหรือเปล่า ?

     

    “แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพวกเรากันล่ะ? เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ! ทำไมนายต้องเป็นกังวลมากขนาดนั้นด้วยล่ะ ? ” ฟู่ต้าหย่งพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูสับสน

     

    “พี่ใหญ่พี่ลืมเรื่องยันต์สายฟ้าของเสี่ยวฮั่วเมื่อวานนี้ไปแล้วอย่างนั้นเหรอพี่จี้บอกฉันว่ามันเกิดจากยันต์ของเสี่ยวฮั่ว ! ”

     

    ทันใดนั้นเองฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าอันก็ได้มองไปยังฟู่เยี่ยนอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่มีทาง ? ยันต์ของเสี่ยวฮั่วมีประสิทธิภาพขนาดนั้นเลยหรือ?

     

    “พ่อคะพ่อกับอาสามคงไม่คิดว่าเป็นเพราะหนูหรอกใช่ไหมคะ ? มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ? ”ฟู่เยี่ยนยังคงกัดฟันแน่นและไม่ยอมรับในเรื่องนี้เธอจะไม่ยอมตกเป็นจำเลยในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

     

    “สิ่งนั้นไม่ได้เป็นเพราะยันต์ของลูกจริงๆ ใช่ไหม ? ” ฟู่ต้าหย่งเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

     

    “พ่อคะพ่อคิดว่าหนูเป็นเทพเซียนหรอคะ หนูทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอก ! หนูดูเหมือนเทพเซียนที่ลงมาจุติบนโลกอย่างนั้นเหรอคะ? ” ฟู่เยี่ยนหันไปมองพ่อของเธอ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ

     

    ฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าอันต่างก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

     

    จากนั้นทั้งสองก็ได้สติกลับมาและคิดว่าเสี่ยวฮั่วคงจะไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายขนาดนั้นตามที่เธอพูดจริง ๆ !

     

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นฟู่ต้าหย่งก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา ก่อนจะหันไปคุยกับฟู่ต้าอันโดยเขาได้ถามกับฟู่ต้าอันไปว่าโรงงานเฟอร์นิเจอร์หาไม้โอ๊คจากที่ไหนเพราะตอนนี้เขาไม่สามารถขึ้นไปตัดต้นไม้บนภูเขาได้บ่อยแล้ว

     

    ฟู่ต้าอันครุ่นคิดอยู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปว่า “ไม้ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์รับมาเป็นไม้ที่มาจากไร่ต่าง ๆหลายแห่ง เอาไว้ฉันจะกลับไปถามให้ก็แล้วกัน แต่ฉันคิดว่าหากจะสั่งในปริมาณน้อยมันคงไม่คุ้ม พี่คงต้องจ้างคนมาช่วยทำถังแล้วล่ะ ฉันคิดว่าแบบนี้ดูจะสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว”

     

    หลังจากที่ฟู่ต้าหย่งได้ยินคำแนะนำของฟู่ต้าอันก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจจะให้เอ้อขุยช่วยเรื่องนี้ดังนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้ไปหาเอ้อขุยทันที

     

    ส่วนฟู่ต้าอันยังคงต้องกลับไปทำงานในตอนบ่ายเขาจึงได้รีบปั่นจักรยานออกไปทันที

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงได้แอบถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ

     

    เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ายันต์สายฟ้าจะทรงพลังมากถึงขนาดนี้! ดูเหมือนว่าเธอจะต้องประเมินยันต์ที่ตัวเองวาดอีกครั้งเสียแล้ว

     

    บางทีเรื่องนี้มันอาจจะใหญ่เกินกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียแล้ว

     

    เนื่องจากยันต์สายฟ้าของเธอสามารถทำให้คนๆ หนึ่งเสียชีวิตได้อย่างง่ายดายนั่นก็เท่ากับว่าเธอได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านยันต์สังหารไปแล้วใช่ไหมเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฟู่เยี่ยนก็ถึงกับสั่นไปทั้งตัวแล้วแบบนี้เธอจะไม่ถูกจับตัวไปลงโทษอย่างนั้นหรือ !

     

    ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เธอคงจะต้องใจเย็นลงบ้างแล้ว ไม่ว่าเจอกับปัญหาใดก็ตามเธอจะต้องพยายามแก้ไขมันด้วยตัวของเธอเองอย่างถึงที่สุดเธอจะพยายามไม่ใช้ยันต์แก้ไขปัญหาเหล่านั้นอีก มิเช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้นเธออาจจะต้องเดือดร้อนไปด้วยได้

     

    ซึ่งฟู่ต้าอันเองก็รู้สึกกลัวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกันขณะที่เขากำลังปั่นจักรยานอยู่นั้นเขาก็ได้สงบสติอารมณ์ของตัวเองลงและคิดทบทวนสิ่งที่ฟู่เยี่ยนได้พูดออกมาเมื่อครู่นี้อย่างถี่ถ้วนอีกครั้งซึ่งเขามักจะรู้สึกว่าเสี่ยวฮั่วกำลังโกหกเขาอยู่ บางทีเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับหลานสาวของเขาจริงๆ ก็ได้

     

    เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ฟู่ต้าอันก็ได้ปั่นจักรยานไปยังหมู่บ้านของเขาอีกครั้งเขาต้องการที่จะกลับไปบอกจี้หงเซิงว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับคนอื่น

     

    เมื่อมาถึงสำนักงานหมู่บ้านฟู่ต้าอันก็ได้บอกกับจี้หงเซิงถึงเหตุผลที่เขากลับมาที่นี่อีกครั้งทันที

     

    “พี่จี้ผมได้กลับไปถามหลานสาวของผมมาแล้วครับ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับยันต์ของเธอเลย พี่ช่วยอย่าพูดถึงมันอีกเลยนะครับหากใครมาได้ยินเข้าแล้วคิดว่ามันเกี่ยวข้องกันจริง ๆมันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาก็ได้ ! ”

     

    “ฉันเข้าใจฉันเข้าใจ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราหรอก ฉันแค่ได้ยินข่าวมาก็เลยอยากจะเล่าให้นายฟังเท่านั้นเอง”จี้หงเซิงพูดออกมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งยังมีท่าทีที่ดูสบาย ๆ อีกด้วย

     

    “พี่จี้ผมคงต้องขอตัวก่อนแล้วครับ แต่ก่อนที่ผมจะไป มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับพี่พี่ควรระวังลูกพี่ลูกน้องของพี่ดี ๆ ด้วยนะครับ ! บางทีเขาอาจทำแบบนั้นเพื่ออยากซื้อต่อบ้านของพี่ในราคาถูกก็ได้”ขณะที่ฟู่ต้าอันกำลังจะเดินออกไปนั้น เขายังไม่ลืมที่จะพูดเตือนจี้หงเซิง

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นจู่ ๆ จี้หงเซิงก็นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ทันทีซึ่งสิ่งนี้เขาไม่มีวันลืมมันอยู่แล้ว ! จี้หงเซิงมีสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นมาอีกครั้งเพราะเขาจำได้ว่าหลังจากที่เขาไม่สบาย เขาเคยพูดถึงเรื่องขายบ้านจริง ๆ

     

    และตอนนั้นเองลูกพี่ลูกน้องของเขาก็ได้เข้ามาถามว่าเขาอยากจะขายบ้านจริง ๆ หรือเปล่าทั้งยังบอกว่าต้องการที่จะซื้อบ้านในราคาต่ำจนแทบจะเหมือนแจกฟรีอีกด้วย

     

    จี้หงเซิงรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากจึงตัดขาดความสัมพันธ์กับลูกพี่ลูกน้องคนนี้ทันทีทั้งยังได้ตักเตือนเขาถึงเรื่องที่เขาทำอีกด้วยเมื่อลูกพี่ลูกน้องของจี้หงเซิงรู้เรื่องที่อาจารย์หม่าถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิตเขาก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย

     

    ส่วนทางด้านฟู่ต้าหย่งก็ได้ติดต่อเอ้อขุยให้ช่วยเขาทำถังเหล้าอีกแรงซึ่งก่อนหน้านี้ครอบครัวของเอ้อขุยมีภาระที่หนักอยู่แล้วดังนั้นเมื่อเขารู้ว่าครอบครัวของเขาจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเขาจึงรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก

     

    หลังจากนี้ฟู่ต้าหย่งตั้งใจที่จะจดจ่อกับการทำเหล้าอย่างเอาจริงเอาจังแล้วและมีกำหนดมาแล้วว่าจะเริ่มในเดือนหน้า เพราะจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวโพดพอดี

     

    ซึ่งนั่นก็หมายความว่าฟู่เยี่ยนและเด็กคนอื่นใกล้จะเปิดเทอมแล้วนั่นเองเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนในครอบครัวต่างก็ตื่นขึ้นมาและใช้ชีวิตอย่างปกติโดยฟู่เยี่ยนกำลังอ่านหนังสืออยู่ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เธอทำตอนมีเวลาว่างอยู่แล้วฟู่เยี่ยนจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายในปีหน้าส่วนตอนนี้ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

     

    “เฮ้อฉันไม่รู้ว่าทำไมเราถึงต้องรีบอ่านมันในตอนนี้เราไม่ได้กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยสักหน่อย” ฟู่เซินวางหนังสือลงบนโต๊ะพร้อมกับพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

     

    “จริงด้วยฉันคิดว่าเราพอแค่นี้ก่อนดีกว่า อีกอย่างตอนนี้อากาศก็ร้อนจนฉันทนไม่ไหวแล้วด้วย”ฟู่เหมี่ยวเองก็รู้สึกหงุดหงิดมากเช่นกัน

     

    มีเพียงฟู่เยี่ยนเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือเธอเริ่มอ่านทบทวนความรู้ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1จนตอนนี้เธอได้ทบทวนบทเรียนถึงชั้นมัธยมต้นศึกษาปีที่ 3 แล้วเธอจะไม่ยอมให้เวลาเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้นเธอต้องขยันให้มากขึ้น

     

    “ทำไมถึงไม่เอาเสี่ยวฮั่วเป็นเยี่ยงอย่างบ้างมัวแต่คุยอะไรกันอยู่ ดูสิเสียงดังออกไปถึงข้างนอกแล้ว ! ” วันนี้หวังซู่เหมยได้ไปตรวจร่างการและสุขภาพของเด็กในครรภ์ที่โรงพญาบาลซึ่งตอนที่กลับมาถึง ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านประตูรั้วเข้ามาเธอก็ได้ยินเสียงบ่นของฟู่เซินเข้าโดยบังเอิญ

     

    “แม่คะน้องชายของพวกเราเป็นยังไงบ้าง ? ” ฟู่เหมี่ยวรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ของเธอพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น

     

    “หมอบอกว่าทุกอย่างปกติดีและให้แม่ไปตรวจครรภ์เดือนละ 1 ครั้ง เพราะแม่ของเธอมีอายุเยอะแล้ว พี่ใหญ่หมอบอกว่ายังไงนะ ฉันลืมมันไปแล้ว ? ” ทันใดนั้นเองฟู่ต้านีที่เดินตาหลังมาพร้อมกับลี่ลี่และเฟินเฟินก็ได้พูดขึ้น

     

    “การตั้งครรภ์ในสตรีที่มีอายุมาก”ฟู่ต้าหย่งพูดขึ้นพร้อมกับจัดของที่เขานำกลับมาไปด้วย

     

    “ใช่แล้วเนื่องจากแม่ของเธอตั้งครรภ์ตอนที่อายุเยอะแล้วดังนั้นอย่าทำให้แม่ของเธอโกรธอย่างเด็ดขาด และต้องเชื่อฟังแม่ของเธอให้มาก ๆด้วย” ฟู่ต้านีพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง

     

    “ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้เธอคิดว่าฉันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรือยังไง ? ” หวังซู่เหมยพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

     

    “แม่ครับตอนนี้แม่คือสัตว์ป่าคุ้มครองที่หายากที่สุดเลยล่ะครับ ! ” ฟู่เซินที่เป็นคนขี้เล่นอยู่แล้วก็ได้พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

     

    “หยุดพูดมากแล้วไปอ่านหนังสือได้แล้วการศึกษาไม่มีประโยชน์อะไรกัน ดูอย่างพี่ใหญ่ของลูกสิเขาโชคดีมากที่มีโอกาสได้เรียนจนจบชั้นมัธยมปลายหากเขาไม่ได้เรียนชั้นมัธยมปลายล่ะก็เขาคงไม่ได้ถูกคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มของทหารที่สำเร็จการศึกษามาแล้วหรอกใช่ไหม ? ”หวังซู่เหมยมองไปที่ฟู่เซินพลางรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย

     

    “ผมเข้าใจแล้วครับแม่! แม่อย่าอารมณ์เสียสิครับ ตอนนี้แม่กำลังตั้งครรภ์นะระวังน้องชายของผมจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายไปด้วยนะครับ ! ”

     

    “อยากถูกตีมากเลยหรือยังไง! ”

     

    กริ้งกริ้ง~

     

    ทันใดนั้นเองบุรุษไปรษณีย์ก็ได้มาที่หน้าบ้านของพวกเขา

     

    “ฟู่ต้าหย่งวันนี้มีจดหมายถึงครอบครัวคุณด้วย”

     

    “ฟู่เยี่ยนมีจดหมายของเธอด้วยนะ และยังมีพัสดุชิ้นใหญ่ส่งมาถึงบ้านของเธออีกด้วย ! ”

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน