“เหยียบนภาขั้นที่ 1!!” ซีว่างทวนคำกล่าวของหญิงสาว กลัวว่ามันจะหูฝาดไป
“มิผิดมันเหยียบโลกาขั้นที่ 1 จริงอย่างที่เจ้าได้ยิน” หญิงสาวกล่าวย้ำต่อชายหนุ่ม
ที่ซีว่างต้องตกใจนั้น เพราะสัตว์อสูรนั้น ถึงจะมีระดับพลังเทียบเท่ากับมนุษย์ แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง มันจึงยากที่จะสังหารได้ ขนาดซูจินยี่เองชายหนุ่มยังปางตาย
ถ้าสัตว์อสูรนั้น เลยระดับเหยียบนภาขึ้นมานั้น มันจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้อีกด้วย
“เมื่อไม่กี่วันก่อน , แม่นางนิวเคียร์ (หัวหน้าสาขา กิลด์นิวส์เมืองแกรี่) ยังกล่าวต่อข้าเลยว่า , มันเพียงแค่จิตโลกาขั้นที่ 6...เหตุใดมันจึงเพิ่มระดับความสามารถได้ถึง 5 ขั้น..ภายในระยะเวลาอันสั้น” ซีว่างกล่าวถามด้วยความสงสัย แล้วตกใจตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่แน่ชัด..ถ้าให้ข้าคาดเดา , มันคงต่อสู้ปางตายมาตลอดเวลา..จนทำให้พลังของมันก้าวกระโดด , จนเกินจะหยั่งถึง..หรือไม่ก็..มันอาจจะมีของวิเศษบางอย่างอยู่ก็เป็นไปได้” หญิงสาวกล่าวออกมาช้า ๆ
“แล้วเจ้ามีแผนการว่าอย่างไร?” ชายหนุ่มกล่าวถาม
“จะยากอะไร..ตอนนี้มีเจ้าที่สามารถต่อสู้กับผู้ที่อยู่ระดับเหยียบนภาขั้นที่ 1 ได้ , อีกด้วยตอนนี้เจ้านี่ก็เป็นจอมยุทธระดับ เหยียบนภาขั้นที่ 1” หยางน่ากล่าวออกไป ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ชายชรา “ถึงเจ้าอสูรร้ายจะแข็งแกร่งเพียงใด , แต่เจ้ามีถึงสองคน..ปราบมันคงจักมิยากเย็นเท่าใด ” หยางกล่าวออกมา
“ถ้าปกติอาจจริงอย่างที่เจ้ากล่าวมา , แต่เจ้าลืมไปหรือไม่..ว่าท่านพี่ซูจินยี่นั้น , ถึงจะมีฝีมือระดับเหยียบนภานั้นที่ 1 , แต่ตอนนี้มันไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาหรือแม่แต่พลังธาตุได้เลยแม้แต่...” ซีว่ากล่าวออกมาโดยมิทันคิด ก่อนที่จะยั้งตนเองไว้ ก่อนที่จะมองไปที่ชายชรา ที่ตอนนี้แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออก “ข้าขอโทษ..ข้าพูดไปโดยมิทันคิด”
ชายชรายิ้มแบบเศร้าใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบกลับไป “มันก็จริงอย่างเจ้ากล่าว , ผิดที่ข้านั้น..ลืมสิ่งเหล่านั้นไปเอง , เจ้ามิต้องโทษตัวของเจ้าเองหรอก...อย่างไรมันก็คือความจริง” ชายชรากล่าวจบ ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาหนึ่งที
ซีว่างตอนนี้รู้สึกผิดจริง ๆ เพราะความทรงจำของชายชรา ถูกแม่นั้นซัดออกไปจนหมด จนไม่สามารถใช้พลังได้ดั่งเก่า แล้วจากที่เดินทางร่วมกับชายชรามา ตลอด 2 วัน มันจึงรู้ได้ว่า ชายชราตอนนี้เป็นคนอ่อนโยนอย่างมาก
ในระหว่างเดินทาง หากเกิดพบอสูรร้ายขึ้นมา มันก็จะเดินอ้อมไปทางอื่น ทั้ง ๆ ที่สามารถใช้เพียงมือเปล่าในการจัดการพวกมันได้ แต่ชายชราเลือกที่จะไม่ทำ จึงคิดได้ว่านิสัยของมันตอนนี้ เปลี่ยนไปแล้วมิใช่คนเดิม
“อย่างที่ข้าบอก..เพียงเจ้าสองคนก็สามารถต่อสู้กับมันได้” หยางน่ากล่าวออกมา
“เจ้าอสูรตนนี้นั้น , เพิ่งเลื่อนระดับมาช่วงชั้นใหญ่..ยังไม่สามารถควบคุมพลังของมันได้คล่องแคล่ว” หญิงสาวมองไปทางทิศที่อสูรร้ายอยู่ ก่อนกล่าวต่อว่า “อีกด้วยความที่ว่า..มันเลื่อนระดับขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดจนเกินไป , ตอนนี้มันเองยังไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ชัดถ้อยชัดคำ , แต่หากไม่ไปในตอนนี้..แล้วเกิดมันคุ้นเคยกับพลังขึ้นมา , เจ้าจะไม่มีโอกาสมีชัยเหนือมันได้”
จริงอย่างที่หญิงสาวกล่าว...หากเลื่อนพลังข้ามช่วงชั้นใหญ่ ร่างกายของมันต้องทำการปรับตัวเพื่อให้พลังสมดุล ถ้าลงมือตอนนี้ มีโอกาสชนะมากกว่ารอให้มันคุ้นเคยกับพลังของมันเอง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซีว่างจึงหันไปมองซูจินยี่ ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านพร้อมจะสู้เคียงข้างข้าหรือไม่?”
ชายชรายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ภารกิจของน้องซีว่าง..คือภารกิจของข้า , หากเจ้า..พร้อมพี่จะเสี่ยงชีวิต , ข้าจะไม่ขอหลบอย่างคนขี้ขลาด!!” ชายชรากล่าวออกมาด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว
“ดี!! , เช่นนั้นท่านตามไปกับข้า..ส่วนเจ้าหยางน่า , มันอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า..เจ้าอยู่รอข้าที่นี่ , อย่าได้ตามข้าไป” ก่อนที่ซีว่างจะหันไปหาเจ้าอสูรของมัน “เสี่ยวฮุ๋ยดูแลนายหญิงของเจ้าให้ดี..”
“ฮูม!!” อาชาไอยราขานรับในทันที ก่อนที่จะเดินไปหาหญิงสาว แล้วเอาตัวของมันดันหญิงสาวให้เข้าไปภายในถ้ำ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซีว่างจึงทะยานขึ้นฟ้า มุ่งหน้าไปทิศที่เจ้าอสูรร้ายอยู่
ซูจินยี่..ก่อนที่จะตามชายหนุ่มไป มันหันหน้าไปทางหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยปากสัญญาต่อหญิงสาว “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง , ข้าจะดูแลน้องว่างอย่างดีที่สุด” ก่อนที่จะยิ้มเล็กน้อยแบบมีเล่ห์นัย แล้วกล่าวต่อหญิงสาวว่า “สามีของเจ้าเป็นห่วงเจ้ามาก..ดูแลตนเองด้วย”
ก่อนที่มันจะทะยานขึ้นฟ้าตามชายหนุ่มไป
“สามี?” หญิงสาวได้ยินคำนี้ ก็คิดได้ทันที วาซีว่างต้องบอกกล่าวต่อมันเป็นแน่
หญิงสาวรู้สึกโกรธจนหน้าแดง ก่อนจะผลักเจ้าอสูรน้อยออกไปให้พ้นทาง แล้วตะโกนไล่หลังกลุ่มของซีว่างไปในทันที “หากเจ้ารอดตายกลับมา...ข้าจะซ้ำแผล..ให้เจ้าได้ตายสมใจเจ้า!!”
บนฟ้าซีว่างได้ยินเสียตะโกนของหญิงสาวอย่างชัดเจน มันจึงลดความเร็วลง แล้วกล่าวถามต่อชายชรา “พี่ซู..ท่านได้กล่าวเรื่องใดต่อนางหรือไม่ เหตุใดนางจึงตะโกนอาฆาตเราเช่นนั้น”
“ข้าเพียงแต่บอกว่าเจ้าเป็นห่วงนางมาก , ให้ดูแลตนเองดี ๆ ก็เพียงเท่านั้น..ข้าไม่ทราบว่านางโกรธข้าด้วยเรื่องอันใด” ชายชรากล่าวตอบชายหนุ่มด้วยความสงสัยกลับไป
“เช่นนั้นก็ปล่อยนางไปเถิด , ปกตินางก็อารมณ์ร้ายเช่นนั้นเป็นทุนเดิมอยู่ตลอด..อย่าได้เก็บคำพูดนางมาใส่ใจท่านเลย”
เมื่อซีว่างกล่าวจบ ซูจินยี่จึงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วมุ่งหน้าตรงไปที่จุดหมาย...เมื่อใกล้ถึงรังของเจ้าอสูรร้าย ก็ได้มีกลิ่นเลือดมากมายลอยขึ้นมาจนเหม็นคลุ้งไปทั่ว นี่คือกลิ่นเลือดผสมกับกลิ่นซากศพที่เน่าจนเหม็น
ศพบางศพ สามารถสังเกตได้ว่า เป็นทหารชั้นยอด จากดาบและชุดเกราะที่พวกมันสวมใส่ แล้วอาวุธต่าง ๆ มากมายที่เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้ สามารถกล่าวได้ว่า นี้คือสุสานของนักรบก็ไม่เกิดเลยนัก
“น้องว่าง..เจ้าเห็นคนผู้น่าสงสารพวกนี้แล้ว..เจ้าก็อย่าได้ประมาทต่อเจ้าอสูรตนนี้ , หากประมาทเพียงน้อยนิด..เจ้าอาจจะได้เพื่อนใหม่ในปรโลกมากมายนัก” ซูจินยี่กล่าวต่อชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
“มิต้องเป็นห่วง..เวลาต่อสู้ , ข้ามิเคยดูถูกผู้ใด..ไม่เหมือน..” ก่อนที่ชายหนุ่มจะหยุดกล่าวออกมา ก่อนมองไปที่ชายชรา
“ไม่เหมือนผู้ใดรึ?” ชายชรากล่าวถามด้วยความสงสัย
“ข้าหมายถึง..ไม่เหมือนเจ้าพวกทหารพวกนี้ , ที่มันดูถูกพลังของสัตว์อสูร..จนต้องสิ้นชีพโดยไม่มีดินกลบฝัง” ชายหนุ่มกล่าวจบจึงรีบเบือนหน้าหนี
ถึงชายชราจะสงสัยในถ้อยคำของชายหนุ่ม แต่มันก็มิทันได้กล่าวถามออกไปอีกครั้งหนึ่ง เพราะจู่ ๆ ก็เกิดเสียงคำรามดังลั่นมาจากด้านล่าง
“โฮกกกกกกกกกกกกก , เจ้าพวกนุษย์..ข้าไดกลิ้นปวกเจ้า (เจ้าพวกมนุษย์ ข้าได้กลิ่นพวกเจ้า) ” เจ้าตัวที่เปล่งเสียงนั้น คืออสูรตนหนึ่ง ที่ตัวใหญ่มหึมา มันสูงราว 40 เมตร หนักราว 5 ตัน ส่วนหัวเป็นงู ส่วนขาเป็นขาของวัว ส่วนแขนเป็นของสิงโต ส่วนลำตัว,ปีกและหางเป็นของมังกร
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซีว่างจึงคิดได้ในทันที ภารกิจในครั้งนี้ มิง่ายเสียแล้ว
“ข้าไม่แปลกใจเลย..เหตุใดเจ้าพวกนั้นถึงสิ้นชีพกันเกลื่อนกลาด , เจ้าอสูรตนนี้นั้น..ตัวมันใหญ่มหึมาจริง ๆ ” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย ส่วนชายแก่เพียงพยักหน้าเท่านั้น
ก่อนที่จะมีลูกไฟยิงขึ้นมาทางของซีว่าง ถึงลูกไฟลูกนี้จะมีพลังทำลายมากมายนั้น แต่มันมิได้เฉียดใกล้กลุ่มของซีว่างเลยแม้แต่น้อย
“จริงอย่างที่ภรรยาเจ้ากล่าว..มันยังมิสามารถควบคุมพลังของตนเองได้เต็มส่วน , โอกาสของพวกเรา..คงจะมีเพียงเท่านี้” ชายชรากล่าว ก่อนจะมองไปที่ซีว่าง “ข้าไม่สามารถใช้วิชาได้ , ข้าจะคอยบินอยู่ระดับสายตาของมัน..แล้วคอยปั่นป่วนมัน , ส่วนเจ้าคอยหาช่องว่างในการโจมตีมัน..ในจังหวะที่มันไม่ได้สนใจเจ้า” ก่อนที่ชายชราจะพุ่งตัวของมันออกไป ตามที่มันกล่าว
‘มันผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก..แค่เพียงเห็นเท่านี้ , ก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว , หากตอนนั้นเจ้าไม่ประมาทข้า..ข้าคงสิ้นชื่อไปเสียแล้ว ’ ซีว่างกล่าวภายในใจ ก่อนจะเร่งร่างแยกออกจากชายชรา แล้วเริ่มแผนตามที่ชายชรากล่าวบอกมัน
ชายชราบินวนปั่นป่วนเจ้าอสูรร้าย ตามแผนที่มันคิด คอยบินเข้าออกแล้วโจมตี ต่ออสูรร้าย เพื่อดึงความสนใจเจ้าอสูรร้ายจากชายหนุ่ม
เจ้าอสูรคอยเอามือของมันทั้งสองข้าง คอยปัดคอยคว้าซูจินยี่ แต่ด้วยน้ำหนักของมัน ก็มิอาจปัดโดนหรือคว้าชายชราเอาไว้ได้
ด้านซีว่างตอนนี้ประชิดเข้าใกล้เจ้าอสูรร้ายได้สำเร็จ ก่อนจะหยิบตัดดาราออกมา “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”
คลื่นพลังรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้าชนที่กลางท้องของเจ้าอสูร จนมันเซไปด้านหลังเล็กน้อย ก่อนที่มันจะใช้เท้าของมัน กระทืบลงไปตำแหน่งที่ซีว่างอยู่
ก่อนจะมีพัดเหล็กอันหนึ่ง ลอยเข้าไปทิ่มลูกตาของมันเข้าอย่างจัง จนตามันปิดไปด้วยความเจ็บปวด
ก่อนที่พัดเหล็กอันนั้น จะบินกลับไปยังมือของชายชรา “ข้าอยู่นี่..เจ้าไส้เดือนยักษ์!! , เจ้ากล้าเมินข้า..” ก่อนที่ชายชราจะรีบพุ่งร่างของตนเองเข้าหาเจ้าอสูรตนนี้ แล้วใช้ฝ่าเท่าเหยียบเข้าไปที่หน้าของอสูรร้ายแล้วถีบหัวมันจนมันล้มลงไปกองกับพื้น
ร่างอันใหญ่ยักษ์ของเจ้าอสูรร้าย หากมีหมู่บ้านเล็ก ๆ หมู่บ้านหนึ่ง โดนเจ้าอสูรร้ายหล่นลงไปทับเช่นนี้ หมู่บ้านแห่งนั้นคงพังพินาศภายในลมหายใจเดียวเป็นแน่
“ดีมาก..พี่ซู!!” ซีว่างกล่าวก่อนจะพุ่งเข้าไปยังหัวของเจ้าอสูรร้าย “แรมที่ 3 ทลายจันทรา!!” ซีว่างฟาดดาบลงกลางหน้าผากของเจ้าอสูรร้าย ในทันที
ตอนนี้ศีรษะของเจ้าอสูรกดลงไปบนพื้นดิน จนพื้นดินตรงนั้นเป็นหลุมลึก ก่อนที่อสูรร้ายจะรีบคว้าตัวของซีว่างไว้
แต่มันคว้าไปก็ได้แต่เพียงลมเท่านั้น ด้วยน้ำหนักของมันนั้น ทำให้มันเคลื่อนไหวได้เชื่องช้ามากมายนัก จึงไม่ทันที่จะจับตัวของชายหนุ่มไว้ได้
“โฮกกกกกกกกกกกก พวกเด้า ตาย!! (พวกเจ้า ตาย!!) ” ก่อนที่เจ้าอสูรร้ายจะลุกขึ้นมาก่อนจะพ้นไฟสีแดงแรงฤทธิ์ออกมา
“ไปหัดพูดมาให้ชัดถ้อยชัดคำก่อน..ก่อนที่จะกล่าวเช่นนั้นต่อข้า!!” ชายชราพุ่งหลบลูกไฟลูกยักษ์ ก่อนจะพุ่งร่างเข้าไปรัวหมัดใส่หน้าของเจ้าอสูรร้าย
แรงหมัดที่ส่งออกไป ตอนแรก ๆ เจ้าอสูรยังไม่รู้สึก ด้วยผิวที่หนาแน่นของมัน แต่โดนหลาย ๆ หมัดเข้า ตอนนี้เริ่มรู้สึกเจ็บและปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย
ในจังหวะที่รัวหมัดใส่เจ้าอสูรแล้วคอยสังเกตมือทั้งสองข้างและปากของเจ้าอสูรอยู่นั้น หางที่มิได้ใส่ใจแต่แรก ได้เหวี่ยงขึ้นฟาดโดนซูจินยี่ กระเด็นไปไกลลิบตา
“พี่ซู!!” ซีว่างโกรธและตกใจกับสิ่งที่เห็น ก่อนจะเร่งตนเองเข้าไปโจมตีเจ้าอสูรร้ายในทันใด
หลังจากเดินทางร่วมกับชายแก่มาเนิ่นนาน ตอนนี้ซีว่างรู้สึกผูกพันกับชายชราเป็นอย่างมาก ด้วยนิสัยที่เปลี่ยนไปทำให้ชายชรา มันน่าคบหาด้วยมากขึ้นยิ่งนัก
“แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!” ก่อนที่ซีว่างจะโยนกระบี่ไปข้างหน้า แล้ววิ่งเข้าไปคว้าอาวุธของมันมา แล้วพุ่งตัวเป็นดั่งพายุโจมตีเจ้าอสูรร้ายอย่างหนักหน่วง ตอนนี้ซีว่างใช้พลังไฟเคลือบดาบ จนกลายเป็นพายุไฟ
ถึงแม้เจ้าอสูรร้ายจะสามารถมองเห็นการโจมตีของซีว่าง แต่มันก็ไม่สามารถจะเคลื่อนไหวร่างกายขยับได้ว่องไวเท่าชายหนุ่ม ตอนนี้มันจึงเป็นฝ่ายโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่สามารถป้องกันตอนเองได้แม้แต่น้อย
เนื่องจากเจ้าอสูรร้ายมีผิวหนังที่แข็งดั่งเหล็กกล้า ซีว่างจึงพยายามโจมตีไปที่จุดเดิมซ้ำ ๆ ไปที่ส่วนขาขวา เพราะว่าอสูรร้ายนั้นตัวมันใหญ่มหึมา ถ้าสามารถโจมตีฐานของมันได้ จนมันไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้ ก็จะทำให้มีโอกาสสังหารมันได้สูงมากขึ้นหลายเท่า
เมื่อโดนโจมตีซ้ำ ๆ เจ้าอสูรร้ายตนนี้ จึงพ้นพลังเพลิงใส่ซีว่างเป็นแนวยาวไล่หลังชายหนุ่มไป
แต่ด้วยความคล่องตัวที่ต่างกัน ซีว่างจึงสามารถวิ่งหลบได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่เมื่อวิ่งไปถึงจุดหนึ่ง ตัวของซีว่างกลับโดนหางของเจ้าอสูรร้ายฟาดด้วยแรงมหาศาล จนชายหนุ่มลอยพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง
ชายหนุ่มพอโดนหางฟาดไปก็เกิดอาการมึนงง จนไม่สามารถรั้งร่างกายของตนเองไม่ให้ปลิวละล่องไปได้ จนมีคนผู้หนึ่งมาหยุดร่างมันไว้
“เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” ซูจินยี่กล่าวต่อซีว่างด้วยความเป็นห่วง
ซีว่างเอามือจับไปที่หัวของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “มิเป็นไรมาก , เพียงแต่..ตอนนี้ข้ารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย”
“ถึงมันจะเคลื่อนไหวเชื่องช้า , แต่มันก็ฉลาดมากมายนัก..หากจะหวังชนะมัน , คงใช้แผนหลอกล่อมันเช่นเดิมไม่ได้..น้องว่าง เราต้องช่วยกันสอดส่องแล้วโจมตีไปที่จุดเดียวกัน , จักได้คอยระวังหางของมันไว้ได้” ซูจินยี่กล่าวต่อซีว่าง
“ตามข้ามา!!” ซูจินยี่ตอนนี้ถึงจะไม่สามารถจำอะไรได้ แต่ระดับสติปัญญาของมันนั้น ล้ำเลิศยิ่งนัก
ตอนนี้ซูจินยี่ พุ่งเข้าไปโจมตีที่ส่วนขาขวา ที่ตอนนี้ดูทรุดโทรมที่สุดของเจ้าอสูรร้าย
ซีว่างไม่รอช้า รีบตามเข้าไปเสริม..รุมกันโจมตีขาขวาข้างนั้นอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้เจ้าอสูรร้ายเริ่มแสดงความเจ็บปวดออกมาบ้าง โดยที่เริ่มขยับตัวได้ลำบากมากขึ้น จากอาการบาดเจ็บที่ขา
“กร๊ากกกกกกกก” เจ้าอสูรร้ายคำรามออกมาก่อนจะพ่นของเหลวเขียว ๆ ออกมาด้วยความเร็วสูง ของเหลวเขียว ๆ นั้นพุ่งมาทาง ซูจินยี่อย่างรวดเร็ว
กว่าชายชราจะทันรู้สึกตัว มันก็ไม่สามารถเคลื่อนกายหลบไปทันเสียแล้ว
ตอนนี้ซูจินยี่หล่นลงไปกองอยู่ที่พื้น พัดเหล็กในมือของมันตอนนี้ละลายหายกายเป็นไอ
“พิษ...เจ้าอสูรตนนี้มิใช้ธาตุไฟ..แต่มันคือธาตุพิษ!!” ------------------------------------------------
*หากใครจำไม่ได้เรื่องธาตุ ธาตุพิษนั้นมีส่วนประกอบมาจาก ไฟ+ลม = พิษ เป็นธาตุพิเศษ ซึ่งผู้ที่เป็นธาตุพิเศษสามารถใช้ธาตุเริ่มต้นของพวกมันได้ แต่ใช้ไม่ดีเท่าธาตุพิเศษของตนเอง นั้นแปลว่า พิษที่โดนตอนนี้ร้ายแรงมาก