Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่สี่สิบสี่ การพิสูจน์ภูต

    ตอนที่สี่สิบสี่ การพิสูจน์ภูต

    จึก

    แม้แต่แรงของผมจะเจาะหนังของตนเองเข้าก็ลำบากเช่นกัน

    ท่ามกลางแต่ละคนที่หวาดกลัว

    เหล่าอัศวินก็เอื้อมมือจับดาบพวกเขาต้องการปกป้ององค์ชายของพวกเขา

    “โทษที หนังของข้าหนาไปหน่อย”

    จากการ Min-Max ของผม ผมสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเฉพาะพลังชีวิตล้วนๆนั้นผมเหนือกว่าเทียแมตตามหนังสือเกมส์เรียบร้อยแล้ว

    แต่ผมไม่แน่ใจว่าโลกนี้จะบัฟเทียแมตมากกว่าระบบเกมส์เดิมหรือเปล่า

    หากไม่ใช่กระบวนท่าโดยตรงอย่างแทงหัวใจที่ก้าวข้ามผ่านการป้องกันที่หนาราวกับหนังสิงโตนีเมียนของผมได้

    อาวุธธรรมดาก็โจมตีผมไม่เข้านั่นล่ะ

    “เจ้าพิสูจน์ได้โดยการใช้มีดเงินนี่กรีดมือให้ข้าดูหน่อยและมองตาของตนเองในกระจกบานนี้ด้วย”

    ผมยื่นของทั้งสองอย่างให้กับองค์ชายที่อยู่ตรงหน้า

    อัศวินตรงหน้าของผมรับมีดไปและถอดถุงมือออกแสดงถึงมือที่ขาวของเขาและกรีดเลือดไหลลงมา

    ผมพยักหน้ารับยื่นกระจกไปข้างหน้าเขา

    “พูดชื่อของเจ้าให้ข้าฟังหน่อย”

    “คลอฟอร์ด วอน ไอเซ่นการ์ดเจ้าชายอันดับสองแห่งไอเซ่นการ์ด”

    ฟู่

    ผมถอนลมหายใจอย่างโล่งอก

    หากเป็นแค่เจ้าชายที่เย่อหยิ่งชั่วร้ายสารเลว ผมสามารถยอมรับได้สบายมาก

    ขอเพียงไม่ใช่พวกภูตที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาเป็นหน้าต่างในบ้านขนมปังได้ก็พอแล้วสำหรับผม

    เมื่อเขาสามารถพูดจาชื่อตนเองจ้องมองกระจกได้โดยไม่กลายเป็นร่างของภูตไปก่อนผมสามารถตัดสันนิษฐานได้ว่าเขาไม่ใช่ภูตชั้นต่ำปลอมตัวมา

    แต่อาจจะเป็นมารชั้นสูงหรือจ้าวแห่งภูตarchfeyก็ได้ ซึ่งก็ช่วยผมได้มากพอสมควรในการวางแผนรับมือพวกนี้ต่อไปในอนาคต

    แต่เพื่อความชัวร์อีกชั้น

    “เจ้าลองสะกดชื่อตนเองกลับหลังหน่อยสิ”

    “เอ่อ- ดอฟูอาค?”

    คลอฟอร์ดทำหน้างงงวยขณะทำตามที่ผมบอก

    พฤติกรรมของคัลนั้นแปลกประหลาดเสียจนเขาไม่รู้จะแทรกอะไรตรงไหน

    ผมพยักหน้าและถอนหายใจอย่างโล่งใจพร้อมกับตบบ่าเขา

    “ยินดีต้อรับสู่กองกำลังราชสีห์ทองคำของข้าต่อไปนี้หน้าที่ของเจ้าคือการคอยป้องกันไม่ให้หญิงสาวขุนนางหรือชนชั้นสูงคนไหนเข้ามาใกล้ข้าหรือหลงรักข้าอย่างเด็ดขาด”

    ผมกล่าวต่อ ดอฟูอาค เอ๊ยคลอฟอร์ดที่ทำหน้างงงวย

    หลายคนอาจจะงงคิดว่า

    การมีหญิงสาวชนชั้นสูงมารักก็ดีแล้วนี่จะได้เกาะพวกเธอเอาเงินของเธอมาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆในการผจญภัย

    ใช่แล้วคิดตามปรกติก็อาจะจมองอย่างนั้นได้

    แต่เราจะเริ่มหวาดกลัวผู้หญิงที่เข้ามาหาเรามากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเราพบว่าพวกเธอนั้นถูกสะกดจิตเป็นปีศาจ แวมไพร์ และไดรแอดปลอมตัวมาเพื่อจะใช้คาถาใส่เรา

    ดังนั้นมองในแง่หนึ่งผมไม่ตำหนิพระเอกอิเซไคมากนักหากต้องการซื้อทาสที่มีตราทาสรับประกันได้ว่าจะไม่ทรยศเรา

    ปัญหาก็คือหากเรามีทาสอย่างนั้น ทาง DM จะพยายามทุกวิถีทางให้ทาสนั้นหลุดจากการควบคุมของเราหรือตีความตามคำสั่งของเราเป๊ะๆที่อาจจะเกิดผลร้ายต่อเราได้

    ดังนั้นเราต้องย้อนกลับไปใช้ลูกกระจ๊อกMinion หรือคนรับจ้าง Hireling ที่รับค่าจ้างเป็นรายวันวันละ2 g แทนที่เชื่อถือได้มากกว่าการจับคนมาเป็นทาส

    ว่าต่อให้พวกเขาเป็นปีศาจปลอมตัวมา

    แต่หากพวกลูกกระจ๊อกเอาหัวมุดเข้าไปสำรวจในซอกหลืบปริศนาของดันเจี้ยนหรือเอาตัวเองหย่อนไต่เชือกลงไปในดันเจี้ยนก่อนหน้าผม

    ความผิดของพวกเขาผมอภัยให้ได้หมดนั่นล่ะ

    ว่าต่อให้เป็นปีศาจหรือภูตปลอมตัวมาหากทำตามสัญญาจ้างลูกกระจ๊อกพวกเขาก็ต้องเอาร่างกายตนเองไปเสี่ยงตามกับดักในดันเจี้ยนจริงๆ

    ที่เชื่อถือได้มากกว่าการทำสัญญาทาสต่างๆ

    ทุนนิยมจงเจริญ

     หรือเรียกอีกอย่างว่ากลยุทธของ DM ที่พยายามจะทำให้เราเสียเงินเรื่อยๆนั่นเอง

    ไม่อยากให้เราจับคนที่เดินผ่านไปมามาเป็นทาสด้วยคาถาของเรา

    คล้ายกับเรื่องBorn to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน ที่คุณอ่าน