บทที่1.เกิดมาพร้อมกับหน้าที่
หยางิเย่วบุตรสาวคนที่สามทายาทสายตรงตระกูลหยางเป็ตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนสืบต่อมาหลายร้อยปีเพราะความแข็งแกร่งทางการเงินและเส้นสายที่มี และมีอิทธิพลมากทุกยุคทุกสมัยแต่ไม่มีใครรู้ว่านั้นเป็เพราะตระกูลหยางมีความลับบางอย่างที่ไม่สามารถบอกให้คนนอกตระกูลรู้ได้ความลับที่สืบทอดเฉพาะทายาทสายหลักของตระกูลเท่านั้น
ความลับที่ว่าจะมีทายาทที่เกิดมาพร้อมหน้าที่หน้าที่ที่จะต้องเตรียมตัวย้อนอดีตทะลุมิติกลับไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตและช่วยเหลือบรรพบุรุษของต้นตระกูลไม่มีใครรู้ว่าจะต้องย้อนไปใน่เวลาไหน ปีอะไร ยุคสมัยไหนสภาพสังคมเป็อย่างไรก็สุดรู้ ดังนั้นหนึ่งในกฎของตระกูลที่ตั้งขึ้นมาก็คือหากทายาทคนใดที่เกิดมาพร้อมสัญลักษณ์บนตัวหน้าที่นี้จะต้องถูกฝึกฝนเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะทะลุมิติไป่เวลาใดยุคสมัยไหนก็ตาม
แต่เวลาผ่านมาเป็ร้อยๆ ปีก็ยังไม่ปรากฏผู้ทำหน้าที่ขึ้นมา ….คนล่าสุดที่ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่นี้ก็เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ก็คือ คุณเทียดน้อยซึ่งเป็น้องสาวแท้ๆ ของคุณเทียดของิเย่ว นั้นเอง
หยางิเย่วคือลูกสาวคนเล็กของนายท่านเ้าตระกูลหยางสายตรงคนปัจจุบันโดยคุณพ่อเป็ทายาทของสายหลักของตระกูล ส่วนคุณแม่เป็คนไทยเธอจึงเป็ลูกครึ่งไทยจีนตอนที่เธอเกิดมานั้นมาปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยวบนหลังข้อมือซ้ายนั้นทำให้คุณพ่อคุณแม่และคุณย่าใเป็อย่างมาก เพราะทุกคนทราบดีว่านั้นคือสัญลักษณ์ของผู้ที่ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่เพราะคุณย่าเทียดน้อย ก็มีปานแบบนี้และตำแหน่งเดียวกันกับิเย่วั้แ่เกิดอีกทั้งตามบันทึกของตระกูลที่ส่งต่อกันมา
ได้ระบุไว้ว่า ‘เมื่อเด็กหญิงกำเนิดพร้อมจันทร์เสี้ยว โชคชะตานำพา โชคดีหนุนนำตระกูล’
ั้แ่เริ่มจำความได้หยางิเย่ว ถูกดูแลอบรมสั่งสอนเื่ต่างๆมากมาย เธอต้องเริ่มเรียนธรรมเนียมปฏิบัติ เพลงพิณกาพย์กลอน ปักผ้า เดินหมากและเรียนการใช้งานชีวิตในชนบททั้งการเอาตัวรอดยามอยู่ในป่าเรียนเื่สมุนไพรโบราณและสรรพคุณแต่ละชนิด เรียนการนับสกุลเงินเรียนเื่ราวของทุกยุคทุกสมัยในอดีต ทั้งศิลปะป้องกันตัวเบื้องต้น เรียนทำอาการเรียนทำขนม เรียน เรียนและเรียน
เพราะอะไรน่ะหรือ….. ก็เพราะไม่รู้ว่าจะถูกส่งทะลุมิติให้ย้อนอดีตไปใน่ยุคไหนอย่างไรล่ะ นี้คือการฝึกเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับผู้ที่ถูกกำหมดให้ทำหน้าที่จากรุ่นสู่รุ่นที่ร้อยปีจึงจะปรากฏออกมาสักคน
เมื่อหยางิเย่วอายุได้ 8 ขวบเธอก็ได้รู้ว่า ปานแดงบนข้อมือนั้นไม่ใช่แค่ปาน แต่มันคือมิติช่องว่างเพราะตอนที่กำลังนั่งทานข้าวกับครอบครัวนั้นเธอเรียกแม่บ้านช่วยเก็บถ้วยตรงหน้าออกไปจะได้เอาขนมหวานเข้ามาให้เธอแทนแต่ขณะที่เรียกข้อมือซ้ายที่มีปานแตะถูกถ้วยเป็่เวลาที่เธอพูดว่า‘เก็บถ้วย’ อยู่ๆถ้วยข้าวตรงหน้าของเธอก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาเธอและทุกคนในครอบครัวที่อึ้งอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นดีว่าที่ในห้องทานข้าวจะมีแค่คนในครอบครัวส่วนคนรับใช้และคุณพ่อบ้านจะยืนรอรับใช้นอกห้องเท่านั้นจึงไม่มีคนนอกเห็นสิ่งที่เกิด
“กะ เกิดอะไรขึ้นลูกเย่วเย่ว”
“ลูกไม่ทราบค่ะคุณพ่ออยู่ๆ มันก็หายไป” ิเย่วงงมากเธอทบทวนลำดับเหตุการณ์แล้วเอามือลูบที่ปานแล้วลองตั้งสมาธิเพ่งจิตดูเธอจึงเห็นเป็ช่องว่างสีขาวขนานกว้างและมีถ้วยข้าวของเธออยู่ในนั้นจึงลองเรียกออกมาถ้วยข้าวก็ปรากฏออกมาที่โต๊ะกินข้าวเหมือนเดิม
“คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย พี่สาวเย่วเย่วคิดว่าปานนี้คือช่องมิติค่ะ” ทั้งห้าคนได้แต่อึ้ง…เงียบกริบ
จากนั้นทุกคนเมื่อทุกคนปรึกษากันแล้วจึงได้ข้อสรุปว่าในระหว่างที่รอการทะลุมิตินั้นจะต้องเตรียมของไว้ในมิติให้ได้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอดของตัวิเย่วเองและเพื่อเอาไว้ช่วยเหลือบรรพบุรุษด้วย
นั้นจึงเป็จุดเริ่มต้นการตุน ตุนและตุนของที่จำเป็ต่อการดำรงชีวิตและเสบียงไว้ในช่องมิติอย่างมากมายมหาศาลนั้นเอง ในช่องมิติเธอมีทุกอย่าง
ทั้งเสื้อผ้าของใช้ ผ้าห่ม ที่นอนหมอนมุ้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย ครีมอาบน้ำ สบู่ ยาสระผมครีมนวดผม ยาสีฟันแปรงสีฟันแป้งเด็กหอมๆ น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่มหอมหอมมม ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย น้ำหอมของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าอนามัยนั้นสำคัญยิ่งถ้าไม่มีเธอตายแน่ๆ ที่สำคัญอีกอย่างยารักษาโรคยาสามัญประจำบ้าน แอลกอฮอล์ล้างแผล สำลี ผ้าพันแผลฯ
ส่วนของกิน ก็มีน้ำดื่มเป็แพ็คขวดใหญ่ ข้าวสารอาหารแห้งแป้งประเภทต่างๆ ธัญพืช นมกล่อง นมกระป๋องเอาไปเยอะๆ หน่อยเพราะเธอชอบดื่มนมอุ่นๆมันสบายท้องดี เครื่องปรุงรสต่างๆ เอาไปให้หมด เส้นบะหมี่สำเร็จรูปอาหารกระป๋องสำเร็จรูปเอาไปเยอะเธอกลัวอดตายถ้าเกิดโผล่ไปแล้วไม่มีจะกินของพวกนี้จะช่วยชีวิตเธอและบรรพบุรุษได้แน่นอน
แล้วยังมีเตาถ่าน และก้อนถ่านอีกหลายกระสอบ หม้อ ชาม ถ้วยต่างๆเรียกว่าอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมด กระดาษ ดินสอปากกา และยังมีอาการปรุงสุกไปด้วยมีซาลาเปาลูกใหญ่ๆ ขนมจีบหมู ขนมจีบกุ้ง โจ๊กหมูทำแล้วเก็บใส่มิติไว้เป็หม้อๆเก็บไว้ได้เยอะเพราะของจะคงสภาพไม่เน่าเสียอีกทั้งหยิบออกมาใช่ได้แบบไม่จำกัดและไม่มีวันหมดด้วยเธอจึงเอาของสดมาด้วยทั้ง หมู ไก่ ปลา กุ้ง หมึก ผักสดใบเขียวต่างๆ คุณแม่บอกเอาไปเยอะๆ ลูกจะได้ไม่ต้องอดดังนั้นจังมีอาหารปรุงสุกอยู่เยอะมากเลย
เธอเอาผลไม้โปรดไปด้วยโดยเฉพาะ สตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ๆ หวานฉ่ำ องุ่นแอปเปิล ส้ม กีวี่ มะพร้าวน้ำหอม และอีกมากมายเรียกว่าเธอเอาผลไม้แทบทุกอย่างที่มีขนม ลูกอมรสต่างๆ เอาไปไม่เยอะเพราะมิติสามารถเพิ่มจำนวนสิ่งของได้นั้นเองและเมล็ดพันธุ์ผักผลไม้ไปปลูกด้วยหลายชนิด
คุณพ่อท่านห่วงกลัวว่าตอนย้อนกลับไปจะเป็่ที่ตระกูลหยางยากจนจึงขนทองคำแท่ง สร้อยทอง แหวนทองและหยกแท้ทั้งก้อนและแบบชิ้นที่แกะสลักลวดลายสวยงามมาให้เพราะไม่สามารถขนเงินยุคนี้ไปได้จึงต้องเอาทองและหยกไปแทนและยังมีอาวุติเป็ปืนและหน้าไม้ ธนู มีดสั้น ดาบ ให้เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินเรียกว่าทุกคนสรรหาข้าวของเพื่อเตรียมพร้อมให้เธออย่างมากที่สุด…..
ณ.ปัจจุบันิเย่วเติบโตขึ้นมานิสัยเป็คนอารมณ์ดี สดใสร่าเริงตอนนี้เธออายุ 28 ปีแล้วเธอรอเวลาที่จะทะลุมิติมาตลอดเธอไม่ได้รู้สึกทุกข์ใจหรือไม่พอใจที่เป็ผู้ถูกเลือกให้ทำหน้าที่นี้ั้แ่เกิดเธอกลับดีใจมากและยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้รู้ว่าตนมีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรรอก่อนเถอะหยางิเย่วผู้นี้จะต้องช่วยเหลือเหล่าบรรพบุรุษให้ได้เลย
ไม่รู้ทำไม…แต่เธอแค่รู้สึกคิดถึงและโหยหาอยากไปที่นั่นที่ที่เธอก็ยังไม่รู้ว่าคือยุคไหนสมัยไหนและต้องพบเจอสิ่งใด
เดือนหน้าจะถึงวันเกิดครบ 29 ของเธอิเย่วรู้สึกขึ้นมาเองว่านั้นคือเวลาที่เธอจะต้องเดินทางทะลุมิติแล้วในอดีตคุณย่าเทียดน้อยก็เดินทางทะลุมิติไปต่อหน้าต่อตาคนในครอบครัวเลยโดยร่างกายค่อยๆเลือนหายไปช้าๆ แต่เื่ราวและตัวต้นยังคงมีอยู่ในความทรงจำของคนในตระกูลสายหลักแต่สำหรับคนนอกที่เป็เพียงแต่คนรู้จักหรือเพื่อนฝูงที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยนั้นเมื่อทะลุมิติไปแล้วจะถูกลบเลือนออกจากความทรงจำของคนเ่าั้เองโดยอัตโนมัติประหนึ่งว่าคุณย่าเทียดน้อยไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ซึ่งิเย่วเองก็คงจะเหมือนกันยังคงอยู่ในความทรงจำของครอบครัวแต่ไร้ตัวตนสำหรับคนภายนอกไม่รู้ว่านี้พรวิเศษหรือคือคำสาปที่คนตระกูลหยางได้รับมากันแน่….
คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนิเย่วจะอายุครบ 29 ปีเต็ม เธอใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุดคนที่เศร้าใจมากที่สุดเห็นจะเป็คุณแม่ของเธอนั้นเอง
“คุณแม่อย่าเศร้าไปเลยค่ะคิดซะว่าลูกสาวคนนี้ต้องไปทำงานทำหน้าที่ที่ไกลๆ ก็พอค่ะอย่างน้อยเราก็เพียงจากเป็ ก็เท่านั้น ลูกยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้จะเป็อีกยุคสมัยหนึ่งก็ตาม”ิเย่วเอ่ยปลอบคุณแม่ของเธอ
“โถ เย่วเย่ว แม่ก็ยังใจหายอยู่ดีแม้ว่าจะเตรียมใจมานานมากแล้วแต่ก็ยังยอมรับได้ยากเย็นเหลือเกินลูก”คุณแม่พูดพร้อมทั้งน้ำตาซึมออกมา ิเย่วจึงสวมกอดท่านไว้แน่นๆ
“พี่ใหญ่พี่รอง ฝากดูแลคุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ด้วยนะคะ”ิเย่วฝากฝังทุกคนกับพี่ทั้งสอง
“ไม่ต้องห่วงเย่วเย่วพี่จะดูแลพวกท่านให้ดี”พี่ชายกล่าว
“น้องต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ” พี่สาวเอ่ย
“อยู่ทางโน้นต้องดูแลตัวเองให้ดี พยายามช่วยเหลือบรรพบุรุษของเราให้ดีนะลูก”คุณพ่อย้ำเตือนอีกครั้ง
“เย่วเย่วหลานย่า ลำบากหลานแล้วหลานต้องมีสติทำสิ่งใดต้องคิดให้รอบคอบและดูแลตัวเองให้ดีนะเข้าใจมั้ย”
“เข้าใจค่ะคุณย่า” หยางิเย่วตอบรับฟังคำพูดของทุกคนและเดินเข้าไปกอดทุกๆ คนพร้อมมอบรอยยิ้มที่แสนสดใสที่เธอมักจะยิ้มแบบนี้ให้ทุกคนในครอบครัวเสนอ
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน หัวใจทุกคนในบ้านสั่นระรัวทั้งกดดันกลัวกับสิ่งที่จะเกิด ทั้งตื่นเต้นกับเหตุอัศจรรย์นี้แสงสีเหลืองเป็ละอองบางเบาเรืองแสงรายล้อมรอบๆ กายบางๆของิเย่วั้แ่หัวจรดท้าว ดวงหน้างดงามของิเย่วมองทุกๆ คนพร้อมรอยยิ้มสดใส
“ทุกคนดูแลตัวเองดีๆนะคะ เย่วเย่วรักคุณย่า คุณพ่อคุณแม่ พี่ใหญ่ พี่รองนะคะ” สิ้นคำบอกรักร่างตรงหน้าก็ค่อยๆเลือนหายไปทันทีประหนึ่งว่าไม่เคยมีร่างตรงหน้ามาก่อน…..
** ฝากนิยายด้วยนะค่ะ^_^