" อืม เอางั้นก็ได้ แล้วเราต้องเดินทางกันอีกไกลแค่ไหน "
" ไกลมากเ้าค่ะ บ่าวคิดว่าอาจจะเดือน หรือสองเดือนเ้าค่ะ หากเราเดินทางโดยรถม้า " เพราะสินเดิมของฮูหยินสามที่ทิ้งไว้ยังเหลืออยู่เท่าเดิมนอกจากจ่ายค่าเช่าบ้าน 1 ตำลึงเงินแล้ว จินจูนางก็ไม่คิดที่จะใช้งเงินของเ้านายอีก
' หืม ไกลมากกกกก ก. ล้านตัว ' นางเอ่ยบ่นในใจ ก่อนจะก้มลงกินอาหารที่จินจูนำมาให้แล้วนอนพักผ่อน รอที่จะออกเดินทางไกลในวันพรุ่งนี้ ส่วนจินจูนั้นออกไปั้แ่ที่บอกคุณหนูของตนจบแล้ว เพื่อที่จะออกไปซื้อรถม้าและอาหารไว้เป็สเบียงระหว่างเดินทาง
รุ่งขึ้นยามเหม่าจินจูปลุกคุณหนูของนางให้ตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมออกเดินทาง โชคดีที่เมื่อก่อนนางเคยบังคับรถม้ากับบุตรชายของพ่อบ้านเจียงหลายครั้งจึงสามารถบังคับรถม้าคันนี้ไปถุงหุบเขาซีเหมินด้วยตนเอง โดยไม่ต้องจ้างใครให้เปลืองเงิน
" ไปกันเถอะเ้าค่ะคุณหนู "
" อืม "
ตลอดการเดินทางล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งถนนหนทางที่ย่ำแย่ อากาศที่ร้อนอบอ้าว และอาหารการกินที่ล้าสมัย ทำให้เซี่ยชิงหรูแทบจะกินอาหารไม่ลง แต่ก็จำใจต้องกินลงท้องไปล้าง ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้จินจูต้องลำบากมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองมีมิติอยู่ จึงนึกถึงน้ำในทะเลสาป ไม่ถึงอึดใจน้ำในทะเลสาปก็เติมเต็มอยู่ในกระบอกไใ้ไผ่แล้ว เซี่ยชิงหรูนำขึ้นมาดื่มไปหลายอึกก่อนที่นางจะเอ่ยเรียกจินจูให้จอดพักม้า เพื่อดื่มน้ำเสียก่อน ค่อยออกเดินทางต่อไป
อีกด้านของถนนนั้นชายหนุ่มพร้อมกับคนสนิทของเขากำลังต่อสู้กับเหล่าชายชุดดำที่้าสังหารเขาให้ตาย จนตอนนี้คนของเขาเหลือแค่ไม่กี่คนแล้ว เขากัดฟันต่อสู้ต่อจนร่างกายเต็มไปด้วยาแ เืไหลเปียกชุ่มร่าง ในใจนึกถึงเพียงบิดาและมารดาที่รอการกลับไปของเขา เขาจึงมีแรงฮึดขึ้นสู้ต่อไป
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนชุดดำทั้งสองเข้ามาล้อมเพื่อที่จะโจมตีตนเอง เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่คนชุดดำทั้งสองคน
ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากัน หนึ่งในชายชุดดำก็ชักจะดาบมา เขารีบหลบทันทีและเข้าไปที่ด้านหน้าของชายอีกคนหนึ่งในระยะเฉียดฉิว !
แววตาของเขาเย็นเงียบเพียงแค่หมุนร่างดาบนั้นก็เปลี่ยนทิศทางกลับไปตัดเข้าที่หัวของชายชุดดำอีกคนหนึ่งทันที เืกระเด็นเปื้อนใบหน้าของเขา แต่เขากลับไม่แม้แต่จะกระพริบตา
ชายชุดดำอีกคนที่คิดจะโจมตีก็เบิกตาโพลง ดาบของเขายังไม่ทันร่วงลงพื้น ก็ถูกฟันที่กลางลำตัวจนขาดสะบั้นเสียแล้ว
" คุณชายเป็เช่นไรบ้างขอรับ คุณชาย " คนสนิทของเขาร้องออกมา เพื่อเห็นว่าคุณชายของพวกเขาหมดสติก้มลงไปแล้ว
" ตอนนี้… คงเคลื่อนย้ายไม่ได้ หาที่พักตั้งกระโจมรอให้คุณชายดีขึ้นค่อยกลับไป " กงฮุ่ยเอ่ยบอกน้องชายของตนเอง
"ขอรับพี่ใหญ่ " สองพี่น้องที่มีชีวิตรอดต่างช่วยกันหาที่พักพร้อมกับตั้งกระโจมขนาดเล็กที่เข้าไปในป่าเล็กน้อย เพื่อให้คุณชายของพวกเขาพักพื้นสักหน่อย แล้วค่อยเดินทางกลับไปยังแคว้นเว่ย
" พี่ใหญ่ มีรถม้ากำลังผ่านไป " กงฉู่
" เ้าลองไปสำรวจดูว่า รถม้านั่นมีอันตรายต่อพวกเราหรือไม่ "
" ขอรับ "
รถม้าของเซี่ยชิงหรูผ่านกระโจมที่พักของชายหนุ่มไปไม่ห่างนัก พวกนางตัดสินใจจอดแวะพักที่นี่ในคืนนี้ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อไปในยามเหม่า
" เราพักในรถม้าเถอะเ้าค่ะ คุณหนู ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยหรือไม่ " จินจู
" อืม ตามใจเ้าเถอะ " ทั้งสองนอนหลับไปด้วยกันภายในรถม้า โดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีชายหนุ่มมาแอบด้อมๆมองๆพวกนางที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
กงฉู่กลับไปที่กระโจมเพื่อรายงานพี่ชายว่ารถม้านั้นมีเพียงสตรีที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น เดินทางกันมาเพียงลำพังสองคนเท่านั้น ไม่มีความผิดปกติใดๆ ส่วนคนที่หลับอยู่นั้นก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว
หนานมู่ฉือ คือบุตรชายคนโตของสกุลหนาน เขาเดินทางกลับจากสำนักศึกษาที่เมืองเวหา แต่ระหว่างทางถูกลอบฆ่า ซึ่งเขาคิดว่าคงเป็คนของฮูหยินรองที่ส่งมา เนื่องจากนางมีบุตรชาย จึง้าให้บุตรชายของตนขึ้นเป็ผู้นำตระกูลแทนเขา
" คุณชาย ท่านฟื้นแล้ว " กงฮุ่ยเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้าไปพยุงคุณชายให้ลุกขึ้นมานั่งได้
" นี่ยามอะไรแล้ว "
" ปลายยามซวีขอรับ " กงฉู่
" เช่นนั้นคุณายรอเดี๋ยวนะขอรับ ข้าน้อยจะเข้าไปล่าสัตว์ อาฉู่ เ้าอยู่เป็เพื่อนคุณชาย "
" ขอรับพี่ใหญ่ " เมื่อเอ่ยจบกงฮุ่ยก็เร้นกายเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์มาย่างให้คุณชายของตนกินรองท้องในคืนนี้
ปลายยามเหม่าจินจูก็ตื่นขึ้นมาแต่เมื่อไม่พบคุณหนูข้างกายก็รีบออกจากรถม้า ด้วยความกังวลทันที ไม่คิดว่าคุณหนูจะกำลังทำอาหารเช้าอยู่ด้านนอก
" โธ่ คุณหนู บ้าวใหมดเลยเ้าค่ะ นึกว่าคุณหนูหายไป "
" คิกๆ ข้าจะไปที่ไหนได้ล่ะ จินจู มาเถอะ อาหารเสร็จแล้ว รีบกินกันก่อนจะได้เดินทางต่อไป "
" เ้าค่ะ เช่นนั้นเดี๋ยวบ่าวทำความสะอาดเองเ้าค่ะ คุณหนูอิ่มแล้วก็ขึ้นรถม้าไปเลยนะเ้าคะ "
" อืม รู้แล้ว " หลังกินอิ่มเซี่ยชิงหรูก็ขึ้นไปบนรถม้า เพื่อรอจินจูที่ไปทำความสะอาดอุปกรณ์ทำอาหารที่นางทำเอาไว้เมื่อครู่นี้ จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่หุบเขาซีเหมิน