สุสานมังกรโบราณ...สถานที่ซึ่งคงกลิ่นอายโบราณอันเงียบสงบไว้มาช้านานบัดนี้ตรงแท่นบูชาบนลานหินอ่อนใจกลางทุ่งราบมีร่างสามร่างกำลังยืนอยู่ด้านหน้าของเย่ฉีคือแท่นหินบูชาขนาดไม่ใหญ่มากนักและตอนนี้บนนั้นก็มีไข่ผ้าสีขาวใบหนึ่งถูกวางเอาไว้เย่ฉีมองไปยังไข่ใบนี้ด้วยสายตาที่เอ็นดูเจ้าตัวน้อยที่หลับใหลมานานตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่มันจะลืมตาดูโลกแล้ว!
“มังกรเฒ่า เจ้าคิดดีแล้วจริงๆ ? หากเจ้าตัวน้อยนี่ออกมาเมื่อไหร่ทั่วทั้งจักรวาลคงได้ปั่นป่วนแน่นอนข้าว่าดีที่สุดก็คือนำมันไปยังพระราชวังชนเผ่าโบราณเพื่อปิดกั้นกลิ่นอายเอาไว!”
หลี่หลิงเทียนกล่าวเตือนออกมาอย่างจริงจังเหตุการณ์เช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นในอดีตครั้งที่เย่ฉีให้กำเนิดมังกรโบราณทั้งเก้าขึ้นมาก็สร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งจักรวาลเช่นกันการถือกำเนิดของพวกมันนั้นถือได้ว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อขุมอำนาจจำนวนนับไม่ถ้วน!ทว่าในเวลานั้นตัวตนของเย่ฉีคือราชันมังกรผู้ปกครองแห่งยุค!จะมีผู้ใดที่กล้าต่อต้านเขา? แต่ทว่าตอนนี้สถานการณ์นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!ตัวตนของเย่ฉีในตอนนี้อ่อนแอเกินไป!
สำหรับรุ่นเยาว์ในยุคนี้หากนับรวมทั้งจักรวาลอาจจะมีอันดับที่ไม่ขี้เหร่ก็จริงแต่หากต้องเจอกับคนรุ่นก่อนเกรงว่าเพียงกระดิกนิ้วก็สามารถลบให้เขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้แล้ว!ถึงต่อให้หลี่หลิงเทียนออกโรงก็ไม่แน่ว่าจะต้านทานคนเหล่านั้นได้หากพวกเขาต้องการจัดการกับเย่ฉีจริงๆความหวังดีของหลี่หลิงเทียนนั้นเย่ฉีรู้อยู่แก่ใจแต่เขากลับส่ายหน้าออกมาขณะที่ยังยิ้มอยู่และมองไปยังไข่ใบนั้นตาไม่กะพริบ
“ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของข้าและผู้ติดตามทั้งเก้า...ในเวลาที่เจ้าตัวน้อยถือกำเนิดขึ้นมาหากมันสามารถดูดกลืนกลิ่นอายทั้งหมดนี้เข้าไปได้ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าพรสวรรค์และความแข็งแกร่งของมันจะเทียบเท่ากับตัวข้าในอดีต!”
“เทียบเท่าเจ้าในอดีต? เจ้าพูดเรื่องจริงไม่ได้เพ้อเจ้อใช่หรือไม่?”
ดวงตาของหลี่หลิงเทียนเบิกกว้างอย่างตกใจและไกลออกไปไม่มากนักโจวเสี้ยนที่ยืนรออยู่เงียบๆก็มีอาการไม่แตกต่างกัน!คนอื่นอาจไม่รู้แต่ทั้งสองคนนี้รู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่าความแข็งแกร่งของราชันมังกรผู้ที่กวาดล้างไปทั้งเก้าโลกสิบสวรรค์และกระทั่งสามสิบสามนรกจนทำให้ยุคนั้นถูกเรียกขานว่าเป็นยุคของราชันมังกรนั้นมีมากขนาดไหน!ถ้าหากว่าเจ้าตัวน้อยที่กำลังถือกำเนิดขึ้นมานี้มีพรสวรรค์เช่นนั้นจริงๆยุคนี้จะต้องเข้าสู่ความปั่นป่วนอย่างแน่นอน!และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือสงครามและการนองเลือด!
เย่ฉีนั้นพึ่งกลับมาได้ไม่นานและเขาก็ยังไม่ได้ให้ความสนใจกับโลกอื่นๆมากนักทว่าโจวเสี้ยนและหลี่หลิงเทียนนั้นกลับเข้าใจและจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ได้เป็นอย่างดี!เพราะในยุคนี้...ตำแหน่งผู้ปกครองแห่งยุคแม้จะยังว่างเปล่าอยู่แต่ก็มีนามของผู้ท้าชิงปรากฏขึ้นมาแล้วถึงสามคน!ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้เกิดผู้ท้าชิงคนที่สี่อย่างแน่นอน!
“เจ้าไม่ต้องกังวลขนาดนั้น...การปล่อยกลิ่นอายนี้ออกไปยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งอย่างน้อยก็ในการเปิดเขตแดนครั้งนี้เมื่อเด็กๆ ของข้ามาถึงใครยังจะกล้าก่อเรื่อง?”
เย่ฉีกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะละสายตาจากไข่สีขาวบนแท่นบูชาแล้วหมุนตัวกลับมาจ้องมองไปยังโครงกระดูกโจวเสี้ยนที่ยืนโค้งตัวอยู่อย่างสุภาพเรียบร้อย
“โจวเสี้ยนอาจารย์ของเจ้าก่อตั้งหลุมฝังศพนิรันดร์ขึ้นมาแล้วเหตุใดเจ้าจึงไปอยู่กับตระกูลกู่?”
เสียงของเย่ฉีนั้นราบเรียบไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆแต่มันกลับทำให้โจวเสี้ยนรู้สึกราวกับถูกห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำและดึงรั้งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของโจวเสี้ยนในตอนนี้จะอยู่ในระดับที่สูงมากแต่ทว่าเพียงแค่สายตาของเย่ฉีกลับสามารถสะกดข่มเขาได้อย่างสิ้นเชิง!
แม้ว่าจะเตรียมใจมาแล้วแต่โจวเสี้ยนก็ยังลนลานเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาและเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับเย่ฉีฟังหลังจากที่อาจารย์ของเขาหายตัวไปโจวเสี้ยนและเชื้อสายผีอีกกลุ่มหนึ่งก็ออกตามอาจารย์ของเขาและสุดท้ายก็จบลงด้วยการล้มเหลวหลังจากนั้นโจวเสี้ยนและเชื้อสายของเจ้าผีน้อยก็ได้เกิดข้อพิพาทกันขึ้นที่ทะเลไร้ขอบเขตการต่อสู้นั้นกลายเป็นความแตกหักอย่างไม่สามารถผสานคืนกลับมาได้
จะอย่างไรอีกฝ่ายก็คือเชื้อสายของราชันผีผู้สูงส่งโจวเสี้ยนที่พ่ายแพ้ได้ถูกกลบฝังไว้ในส่วนลึกของทะเลโชคดีที่เขาคือหนึ่งในเชื้อสายของเผ่าพันธุ์ผีจึงทำให้ดวงวิญญาณยังคงอยู่และไม่ได้สลายไปพร้อมกับร่างกายที่ถูกเชื้อสายของราชันผีดับทำลายหลังจากนั้นเวลาได้ผ่านไปนับหมื่นปีดวงวิญญาณของโจวเสี้ยนที่เริ่มพื้นคืนพลังก็ได้พบเข้ากับบรรพบุรุษรุ่นแรกของตระกูลกู่และได้ทำสัญญากันหลังจากนั้นเป็นต้นมาส่วนในระหว่างที่เขากลายเป็นวิญญาณลอยล่องไปในทะเลไร้ขอบเขตนั้นเชื้อสายของราชันผีก็ได้หมุนเวียนผ่านไปจนมาถึงรุ่นของผู้ดูแลหลุมฝังศพนิรันดร์ที่เย่ฉีพบในปัจจุบัน
“เรื่องราวกับกลายเป็นเช่นนี้...ส่วนเจ้าผีน้อยก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ไหน”
เย่ฉีถอนหายใจก่อนจะพึมพำออกมาส่วนโจวเสี้ยนเองก็ราวกับยกภูเขาออกจากอก! เมื่อเย่ฉีไม่ได้แสดงเจตนาใดๆออกมาเขาก็ผ่อนคลายลงอย่างมากสิ่งที่โจวเสี้ยนกังวลก็คือเย่ฉีจะจัดการเขาเพราะเข้าข้างเชื้อสายของราชันผีในอดีตตอนที่ราชันมังกรกวาดล้างไปทั่วทั้งจักรวาลนั้นภายในเงามืดเบื้องหลังได้มีอีกสี่คนที่คอยสนับสนุนเขาอย่างสุดกำลังและตัวตนของพวกเขาก็ล้วนเป็นระดับราชันทั้งสิ้น! สองในสี่คนนั้นก็คือราชันสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้าเขาในตอนนี้และราชันผีอาจารย์ของเขา!
“เช่นนั้นก็ให้เรื่องในอดีตจบไปเถิดตอนเชื้อสายของเจ้าผีน้อยที่เป็นศัตรูของเจ้าก็ได้จากไปหมดแล้วเหลือเพียงลูกหลานที่ดูแลหลุมฝังศพนิรันดร์ในยุคนี้”
“ขอรับ!”
โจวเสี้ยนกล่าวรับคำออกมาทันที ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดจะไปทวงคืนความแค้นในอดีตอยู่แล้วเพราะจะอย่างไรเรื่องก็ผ่านมาหลายหมื่นปีและจะให้ผู้อาวุโสเช่นเขาไปทวงคืนเอากับลูกหลานของศัตรูเก่าหรืออย่างไร? อีกอย่างความภัคดีที่เขามีต่ออาจารย์ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อยและหลุมฝังศพนิรันดร์ก็คือบ้านและแดนศักดิ์สิทธิ์ของเขา!
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นสิ่งที่เย่ฉีรอคอยก็มาถึง...
บึก! บึก!
เสียงของบางอย่างดังขึ้นมาราวกับต้องการจะฉีกกระชากพันธนาการบางอย่างและเพียงแค่เสียงที่เกิดขึ้นมากลับทำให้สายลมเกิดเป็นคลื่นวงกว้างกระจายออกไปทั่วทั้งสุสาน!ใบหน้าของหลี่หลิงเทียนและโจวเสี้ยนเองก็กลายเป็นตกตะลึงอีกครั้งเมื่อสัมผัสกับคลื่นที่กระจายออกมานั้นก็ทำให้พวกเขารับรู้ถึงสิ่งที่เย่ฉีกล่าวออกมาก่อนหน้านี้!มีเพียงเย่ฉีเท่านั้นเดินเข้าไปยังแท่นบูชาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เขามองดูไข่สีขาวที่เกิดจากกลีบของบงกชบีดเบี้ยวไปมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมา
“แม้จะเป็นเจ้าแต่หากจะทำลายสิ่งนี้ก็ยังนับว่าเร็วเกินไปเจ้าตัวน้อยให้ข้าช่วยเจ้าเอง!”
กี้!
ราวกับเป็นการตอบรับคำพูดของเย่ฉีเสียงร้องต่ำดังออกมาจากไข่สีขาวที่ตั้งอยู่บนแท่นบูชาก่อนที่มันจะสงบและหยุดนิ่งลงเย่ฉีเดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหน้าแท่นบูชาก่อนจะใช้นิ้วเคาะไปเบาๆ ที่ไข่ด้านหน้า
วู่ วู่
ละอองแสงสีทองเรืองรองขึ้นมาก่อนที่ทั่วทั้งตัวขาจะเกิดเป็นรอยราวกับผ้าพันแผลผืนยาวที่พันทับกันไปมาเมื่อปลายผ้าหลุดออกส่วนที่เหลือทั้งหมดก็คลายตัวทำให้เกิดช่องว่างสามารถมองเห็นได้ถึงสิ่งที่อยู่ด้านในและในเวลาต่อมาเมื่อผ้าสีขาวลอยออกมาหมุนวนรอบร่างกายเย่ฉีปกคลุมเป็นชุดคลุมสีขาวเช่นเดียวกับตอนที่เขาออกจากสระน้ำต้นกำเนิดบนแท่นบูชาก็สามารถมองเห็นร่างเล็กๆร่างหนึ่งที่จ้องมองมายังเขาด้วยดวงตากลมโตกระจ่างใสไร้เดียงสา
เจ้ามังกรน้อยที่ทั่วทั้งร่างมีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกเขาสองข้างบนหัวโผล่ออกมาเล็กน้อยมีสีทองอร่ามขับส่งให้มันยิ่งดูน่ารักจนไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานการจ้องมองของมันได้!เย่ฉีหัวเราะออกมาก่อนจะโบกมือไปมาเพื่อระงับกลิ่นอายของมันเอาไว้ก่อนและกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“เด็กน้อยข้าไม่สามารถทำได้นานนักใช้โอกาสนี้ดูดกลืนกลิ่นอายทั้งหมดที่อยู่ที่เข้าไปเร็วเข้า!”
เจ้ามังกรน้อยมองไปยังเยฉีด้วยดวงตาแสนรู้ถึงแม้ว่ามันจะพึ่งเกิดมาไม่นานแต่ความฉลาดของมันกลับมีมากยิ่งกว่ามนุษย์บางคนเสียอีก!ในสายตามันเย่ฉีก็คือบิดาดังนั้นหลังจากร้องออกมาครั้งหนึ่งก็อ้าปากเผยให้เห็นเขียวเล็กๆอันแหลมคมภายในปากและเริ่มดูดกลืนกลิ่นอายในสุสานมังกรทันที
วูช วูช
ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วนกลิ่นอายทั้งหมดกลายเป็นคลื่นม้วนกวาดถูกดูดเข้าไปในปากของเจ้ามังกรน้อยราวกับหลุมดำที่ไร้จุดสิ้นสุด!เย่ฉีผ่อนมือลงด้วยอาการเหนื่อยหอบการระงับกลิ่นอายของเจ้าตัวน้อยทำให้เขาเสียพลังไปถึงเจ็ดส่วนเลยทีเดียวด้วยแรงในการดูดซับที่ราวกับเป็นหลุมดำของเจ้ามังกรน้อยไม่นานกลิ่นอายทั้งหมดก็หายเข้าไปในตัวมันก่อนจะเริ่มผสานรวมอย่างรวดเร็วจนก็เกิดเป็นแสงสีทองปกคลุมทั้งร่างของมันเอาไว้!
เพล้ง!
ไม่นานเกราะแสงสีทองก็แตกออกเป็นละอองระยิบระยับ!ในเวลานั้นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวก็กระจายออกไปทั่วทั้งจักรวาล...มันคือพลังสะกดข่มอำนาจ ความหยิ่งผยอง และความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี!พริบตาเดียวดวงตาที่ปิดอยู่นับร้อยคู่ทั่วทั้งเก้าโลกและดาวบริวารก็เปิดออกอย่างไม่อาจห้ามได้!
ลึกเข้าไปในจักรวาลอันมืดมิด...ในดวงดาวที่อยู่ห่างไกลจากโลกมนุษย์จนไม่อาจจินตนาการได้...ภายในดวงดาวแห่งนั่นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันเย่อหยิ่งที่ถือพลังอำนาจอันแข็งแกร่งลึกเข้าในภูเขาไฟแห่งหนึ่งบนดวงดาวแห่งนั้นลาวาที่ร้อนระอุผุดขึ้นไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งแม่น้ำลาวาแห่งนั้นถูกแยกออกเป็นสองส่วนปรากฏร่างสีแดงฉานของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่!ทั่วทั้งตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงและเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อยู่ตลอดเวลาแม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของลำตัวทั้งหมดแต่ก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าร้อยจั้ง!
ดวงตาสีดำสนิทที่ตัดกับผิวสีแดงนั้นลุกโชนราวกับการปะทุของภูเขาไฟก่อนที่ปากของมันจะเปิดออกเผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคมที่สามารถฉีกกระชากได้ทุกสิ่ง!เพียงการขยับเบาๆของปากอันใหญ่โตนั้นก็ทำให้เสียงอันเก่าแก่น่าสะพรึงดังก้องไปทั่วทั้งดวงดาว
“ส่งสารไปยังโลกอสูร...การชุมนุมเขตแดนครั้งนี้พวกเราจะเข้าร่วมด้วย!”
กลับมาที่สุสานมังกรโบราณ...หลังจากที่เสี่ยวไป๋เจ้ามังกรน้อยลืมตาดูโลกก็ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนเย่ฉีขลุกตัวอยู่ในสุสานมังกรไม่ยอมออกไปไหน เขาได้สั่งสอนและดูแลเสี่ยวไป๋ไม่ต่างไปจากลูกของเขาเลยแม้แต่น้อยความเอาใจใส่ทั้งหมดและสิ่งต่างๆ ทำให้การเติบโตของเสี่ยวไป๋เป็นไปอย่างก้าวกระโดดและในเวลาเดียวกันการฝึกฝนของเย่ฉีในด้านค่ายกลก็ค่อยๆก้าวหน้าไปทีละนิด!ตอนนี้ความเข้าใจเกี่ยวกับอักขระโบราณสายเห่ยหมิงของเย่ฉีคืบหน้าไปถึงสองส่วนแล้ว!เมื่อไหร่ก็ตามที่เย่ฉีสามารถทำความเข้าใจได้ถึงสามส่วนเขาก็จะสามารถสร้างตราประทับที่จารึกค่ายกลป้องกันเอาไว้เช่นเดียวกับพระราชวังโบราณและในเวลานั้นเย่ฉีก็จะสามารถสำแดงพลังของเขาทั้งหมดออกมาได้อย่างไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับทัณฑ์สายฟ้า!
เวลาค่อยๆล่วงเลยผ่านไปสุดท้ายเย่ฉีก็นำเสี่ยไป๋ออกมาจากสุสานโบราณสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งนิกายมังกรนพเก้าและเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปตัวตนของนิกายมังกรนพเก้าก็ยิ่งสูงขึ้นจะไม่มีใครกล้ามายั่วยุอีก!หลังจากโจวเสี้ยนได้รับคำสั่งจากเย่ฉีหมู่เกาะไป๋กู่ก็ถูกลบชื่ออกไปจากโลกนี้และเพื่อตอบรับคำขอของโจวเสี้ยนเย่ฉีจึงอนุญาตให้เขาก็ตั้งตระกูลกระดูกขาวขึ้นมาใหม่โดยมีสมาชิกดั้งเดิมของตระกูลกู่ผสานรวมเข้าไปและกลายเป็นตระกูลสายตรงของโจวเสี้ยน!
ในวันที่ท้องฟ้ากระจ่างใสลมพัดโชยส่งให้บรรยากาศร่มรื่นเย่ฉียืนอยู่บนยอดเขาวิหารโบราณและจ้องมองออกไปยังสุดขอบฟ้าไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ โดยมีเสี่ยวเฮยยืนนิ่งอยู่ด้านหลังและเสี่ยวไป๋ที่นอนหลับอยู่บนไหล่ของเขาเวลาผ่านไปเรื่อยๆภายใต้การทอดอารมณ์ของเย่ฉีจนกระทั่งดวงอาทิตย์เยื้องกรายเข้าสู่อัสดงที่ด้านข้างของเขาก็เกินคลื่นลมสายหนึ่งก่อตัวเป็นบุรุษหนุ่มชุดฟ้าหลี่หลิงเทียน
“เป็นเช่นไรบ้าง?”
เย่ฉีกลาวออกมาขณะที่ดวงตายังจ้องมองไปยังเส้นขอบฟ้าขณะเดียวกันหลี่หลิงเทียนก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบคำถามของเขา
“เป็นอย่างที่เจ้าคิดการชุมนุมครั้งนี้นอกจากโลกทั้งสิบเอ็ดใบแล้วยังมีดวงดาวอีกมากมายที่เข้าร่วม!ในจำนวนนั้นนอกจากดาวบริวารแล้วยังมีดาวไร้สังกัดรวมอยู่ด้วย!งานนี้เจ้าเล่นใหญ่เกินไปแล้ว...เฮ้อ”
หลี่หลิงเทียนหยุดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเย่ฉียังไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเข้าก็ถอนหายใจแล้วกล่าวต่อไป
“ส่วนกำหนดการที่แน่นอนในการเปิดเขตแดนก็คืออีกสามปีนับจากนี้!แม้ว่าเวลาจะยังพอมีแต่เจ้าคิดจะไปจริงๆ ?”
เมื่อสิ้นคำของหลี่หลิงเทียนเย่ฉีก็ละสายตาของเขากลับมาแต่กล่าวตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แน่นอนว่าข้าจะไปที่นั่น...อย่าลืมว่าเจ้าแพ้พนันข้าครั้งหนึ่งดังนั้นระหว่างที่ข้าไม่อยู่เจ้าจะต้องคอยดูแลนิกายมังกรนพเก้าให้ดี...เมื่อข้ากลับมายุคสมัยนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง!”
เมื่อกล่าวจบเย่ฉีก็หันหลังเดินไปหาเสี่ยวเฮยที่บัดนี้กลายเป็นดวงสีดำขนาดใหญ่ที่มีดวงตาสีทองกำลังนอนหมอบอยู่กับพื้นเพื่อให้เย่ฉีขึ้นไปบนหลังเย่ฉีกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่ตรงแผงคอของเสี่ยวเฮยก่อนจะกวาดสายไปทั่วทั้งนิกายและมาหยุดอยู่ที่หลี่หลิงเทียนเขาพยักหน้าครั้งหนึ่งก่อนจะหลับตาลงตบมือเบาๆไปที่แผงคอของเสี่ยวเฮยเป็นสัญญาณให้มันออกเดินทาง
แรงลมโหมกระหน่ำขณะที่เสี่ยวเฮยกะพือปีกขึ้นมาและพุ่งออกไปจากนิกายมังกรนพเก้าทะยานสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่หลี่หลิงเทียนมองตามเงาร่างของด้วงตาทองจนกระทั่งเงานั้นหายลับไปในหมู่เมฆเขาก็ถอนหายใจออกมา
“ขอให้เจ้าจะปลอดภัย...สหายข้า”
//จบเล่ม 1 ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนิยายเรื่องนี้ให้ดำเนินต่อไปได้ อ่านจบหนึ่งเล่มแล้วรู้สึกยังไงคอมเม้นบอกกันหน่อยจร้า
ปล. เล่ม 2 เป็นต้นไปจะเริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่ต้องแต่งใหม่แล้วอาจจะใช้เวลาพอสมควรในการอัพแต่ละตอน จะพยายามให้ได้อาทิตย์ละ 2-3 ตอนนะครับ (ตอนนี้หยางอี้จะเข้าเล่ม 16 แล้ว ไรท์กำลังรีบดันให้จบ 20 เล่มจะได้มาทุ่มกับเรื่องใหม่ๆที่เขียนไว้เต็มตัว)