บทที่ ๑๕
ผู้หญิงสองคน
พุทธศักราช ๒๒๒๔
ในอดีตนับสามร้อยกว่าปีก่อน เรือนไทยโบราณหลังนี้เป็เรือนของคุณหลวงภูเทพ จักรภูพิเบศ ดำรงตำแหน่งรับข้าราชภายในวังหลวง เรือนไทยโบราณตั้งอยู่แถบคุ้งน้ำทางด้านขวาจากตัววังหลวงซึ่งพายเรือไม่ไกล
คุณหลวงภูเทพ จักรภูพิเบศ ร่างสูงใหญ่วัยสามสิบปี ดวงหน้าคมหล่อเหลานั่งรับประทานอาหารเย็นกับภรรยาหลวงซึ่งเป็ลูกหลานขุนนางและภรรยารองลูกสาวพ่อค้าจีนกับแม่ซึ่งเป็คนไทย
“แอ๊~” คุณภพเด็กชายวัยหนึ่งขวบลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจากเมียหลวงร้องดังกระจองอแงขึ้น
“ทองมี คุณภพงอแงใหญ่ เอ็งพาลูกข้าไปเดินเล่นที”
เมื่อลูกชายเพียงคนเดียวร้องงอแงก็รีบเรียกทาสในเรือนให้รับออกไปเดินเล่นสูดอากาศ ส่วนเธอนั้นจะนั่งอยู่ตรงนี้เพราะไม่อยากปล่อยให้คุณหลววภูเทพผู้เป็สามีรับประทานอาหารกับเมียรองสองต่อสอง
“ค่ะคุณศรีสุดา”
ทาสรับใช้ในชุดผ้าคาดเกาะอกกับโจงกระเบนสีเก่ากุลีกุจอคลานเข่ามารับตัวลูกชายวัยหนึ่งขวบของคุณหลวงเ้าของเรือนจักรภูพิเบศแห่งนี้ไป
“หึ น่าเห็นดูจริงเ้าลูกชาย...ว่าแล้วก็อยากได้ลูกสาวอีกสักคนนะน้อง”
“แหม คุณพี่ล่ะก็...”
ศรีสุดายิ้มเขินอาย เธออยู่ในชุดผ้าคาดเกาะอกกับผ้าถุงสีสดใส ทรงผมดอกกระทุ่มพร้อมกับใส่สร้อยทองเส้นใหญ่ซึ่งเป็สมบัติที่คุณหลวงมอบให้
“นั่นสิคะ...หากคุณพี่ได้ลูกสาวหน้าตาคงจะสวยนัก”
เมียรองอย่างแก้ว เธอสวมผ้าคาดเกาะอกสีชมพูอ่อนกับโจงกระเบนสีแดงเืหมู ทรงผมดอกกระทุ่มพร้อมกับใส่สร้อยทองที่คุณหลวงมอบให้ เธอนั่งขนาบอยู่ทางอีกด้านแล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระชับกอดต้นแขนกำยำของเ้าของเรือนซึ่งอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีกรมท่ากับโจงกระเบนสีน้ำตาล บนมือแกร่งปูดโปนไปด้วยเส้นเื มีแหวนทองพร้อมกับทับทิมเม็ดใหญ่ประดับอยู่แสดงให้เห็นถึงฐานะ
“งั้นคืนนี้พี่คงต้องไปนอนกับเ้าแล้วล่ะแก้ว...”
ดวงหน้าคมหล่อเหลาหันไปมองคุณแก้วซึ่งเป็เมียรองพร้อมกับยกมือหนาขึ้นเชยคางแล้วสบตา
คุณศรีสุดาเมียหนึ่งที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือได้แต่จ้องมองภาพนั้นด้วยจิตใจที่วูบไหวรู้สึกไม่พอใจแต่ก็พูดอะไรไม่ได้
ลูกของเธออย่างคุณภพยังเล็กนัก อาจจะปรนนิบัติดูแลสามีได้ไม่เต็มที่
นั่งรับประทานอาหารคุยถามไถ่เื่สารทุกข์สุกดิบภายในเรือนได้สักพักก็ถึงเวลาที่จะต้องเข้าเรือนนอนกับเมียรองอย่างคุณแก้ว...คุณหลวง้ามีลูกสาวอีกหนึ่งคน เขาค่อนข้างมีลูกยากเพราะอายุก็ปาเข้าไปตั้ง 30 ปีแล้วเพิ่งจะมีลูกชายหนึ่งขวบเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง
“ระวังหน่อยอีจันทร์ เดี๋ยวข้าวของของคุณศรีสุดาแตกหมด ถ้วยชามโอ่งไหนี้ของมีราคาทั้งนั้น”
“รู้แล้วจ้าป้าสาย”
จันทร์ ทาสคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับใช้ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์กุลีกุจอเก็บของภายในห้องครัว
“เออ เอ็งเอาพวกเครื่องหอมพวกนี้ไปส่งให้ที่เรือนเล็กของคุณแก้วด้วยนังจันทร์”
สาววัยกลางคนร่างอวบ ผู้ดูแลงานครัวเอ่ยบอกกับทาสรับใช้ใหม่ที่คุณหญิงศรีสุดาเพิ่งจะรับตัวมาได้ไม่นาน
“จ้ะ”
จันทร์เป็หญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่ฐานะยากจน เธอถูกขายเพื่อแลกกับเบี้ยให้นำไปจุนเจือครอบครัว เด็กสาวในวัย 18 ปีถือถาดเครื่องหอม ดอกไม้ เทียนหอมสำหรับจุดภายในเรือนเพื่อสร้างบรรยากาศในค่ำคืนที่แสนจะพิเศษ
พิเศษยังไงน่ะเหรอ? คืนนี้คุณหลวงมานอนที่เรือนหลังเล็กยังไงล่ะ แน่นอนว่าคุณแก้วต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มีครรภ์อยู่แล้ว
หน้าสวยในสภาพทรงผมดอกกระทุ่ม สวมผ้าคาดเกาะอกสีเก่ากับโจงกระเบนดูมอมแมมเดินถือถาดมายังเรือนหลังเล็กเพื่อจะนำมาให้กับเมียสองอย่างคุณแก้ว
ขาเรียวเล็กก้าวขึ้นบันไดเรือน แทนที่จะได้เจอสาวรับใช้ส่วนตัวของคุณแก้วแต่กลับไม่ใช่... คุณหลวงภูเทพเขากำลังยืนอยู่
ดวงหน้าเล็กรีบก้มหน้าไม่สบตา ขาเรียวก้าวไม่ออกชะงักยืนอยู่บนบันไดเรือนตรงนั้น
“ใครกันที่ยืนอยู่ตรงนั้น?”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองไปทางเงามืดที่ทำท่าจะเดินขึ้นมาแต่ก็ยังไม่พ้นบันได หากก้าวขึ้นมาอีกสักสามก้าวก็จะถึงบนเรือน แต่พอเห็นว่าคุณหลวงยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวจึงชะงักเท้า
“ข้าถามว่าใคร!”
น้ำเสียงทุ้มจากที่ตอนแรกยังปกติตอนนี้เริ่มเสียงดังเพราะไม่ได้คำตอบจากทาสสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“เอ่อ คือ...บ่าวนำเทียนหอมมาให้คุณแก้วเ้าค่ะคุณหลวง”
สาวเท้าขึ้นมาบนเรือนวางถาดแล้วนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผู้เป็เ้านาย เนื้อตัวเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“เอ็งคือใคร ทำไมข้าไม่คุ้นหน้า”
คุณหลวงภูเทพจ้องมองใบหน้าสวยนั้น ใจดวงแกรู้สึกวูบไหว...จันทร์โดดเด่นกว่าทาสสาวคนอื่นในเรือน หน้าตาสะสวยที่แม้จะมอมแมมแต่ก็ดูโดดเด่น
“คือ...บ่าวเพิ่งเข้ามาเรือนนี้ได้ไม่นาน คุณหญิงศรีสุดารับบ่าวเอาไว้เ้าค่ะ”
“อืม...”
ครางตอบในลำคออย่างเข้าใจได้เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนภรรยาหลักอย่างศรีสุดาได้บอกกล่าวเขาแล้วเกี่ยวกับการรับทาสคนใหม่เข้ามาภายในเรือน
“คุณหลวง...”
คุณแก้วเดินออกมาจากในเรือนแล้วรีบมาควงแขนพร้อมกับจิกสายตามองทาสสาวอย่างแก้วที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น พร้อมกับวางถาดเทียนหอมเอาไว้
“เอาวางไว้นั่นแล้วก็ไปได้แล้ว”
“เ้าค่ะ...”
คนตัวเล็กรีบคลานเขาแล้วลงจากเรือนเล็กไปในทันที สายตาคู่สวยของคุณแก้วจ้องมองดวงตาคู่คมของคุณหลวงเ้าของเรือน...เขาดูจะสนอกสนใจทาสคนใหม่นั้นเสียเหลือเกิน
“เข้าด้านในกันเถิดเ้าค่ะคุณพี่”
“อืม...”
เขาเข้าไปภายในเรือนนอนกับเมียรองอย่างคุณแก้ว แต่ภายในใจดวงแกร่งยังนึกถึงหน้าของหญิงสาวที่เป็ทาสรับใช้คนใหม่...เห็นทีคงต้องถามศรีสุดาเื่ของทาสสาวคนใหม่ที่หน้าตาสะสวยเกินกว่าใคร
รู้สึกสนใจนางคนนั้น...
ปีพ.ศ. ๒๕๖๗
จิ๊บจิ๊บ เสียงนกกระจิบร้องเรียกให้ผู้คนภายในเรือนตื่นนอนในยามเช้าตรู่
ภูริชนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับไอแพดที่ยังคงเปิดค้างเอาไว้ในหน้าที่เป็โมเดลทรีดี เขากำลังอยู่ใน่ออกแบบห้องเช่าที่กำลังจะก่อสร้างในอีกไม่ช้า
ติ๊ง เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ส่งผลให้คนตัวใหญ่ที่เผลอฟุบหลับไปบนเตียงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่แกร่งจ้องมองไปที่โทรศัพท์ของของตัวเอง
คุณเบล สถาปนิก
[ คุณเบล : ฉันส่งแบบทรีดีให้ดูแล้วนะคะ เราจะนัดออกมาคุยงานกันดีมั้ยคะ? หรือว่าจะคุยทางแชทอย่างนี้ต่อไปดี ]
ดวงตาคู่คมพยายามหรี่อ่านข้อความด้วยความเหนื่อยอ่อน...คุณเบลคือสถาปนิกที่เขาติดต่อคุยและจ้างให้หาผู้รับเหมา เขารู้จักมาเพราะว่าเพื่อนแนะนำ
[ ภูริช : ถ้านัดมาคุยได้ก็ดีครับ คุณเบลสะดวกมาหาผมหรือเปล่า ตอนนี้ผมอยู่ที่อยุธยา ]
[เบล : ได้สิคะ งั้นรบกวนคุณภูริชส่งโลเคชั่นมาแล้วเดี๋ยวเบลจะไปหาที่นั่นค่ะ ]
เพื่อคุยงานกับลูกค้าเธอพร้อมจะยอมไปหาทุกที่ โดยเฉพาะพระเอกหนุ่มคนนี้ที่หน้าตาดีมีเสน่ห์เหลือล้น... แผงอกกำยำ ร่างสูงชะลูด ใครเห็นก็อยากจะลิ้มลองอยากได้
[ภูริช : ส่งสถานที่ตั้ง ]
เขากดแชร์โลเคชั่นให้กับสถาปนิกสาวก่อนจะปิดโทรศัพท์แล้วยันตัวลุกขึ้น
ร่างแกร่งเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูเพื่อที่จะไปอาบน้ำภายในห้องน้ำ ซึ่งแน่นอนว่ามันถูกต่อเติมในภายหลังเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน
“คุณภูคะ ไม่ทราบว่าเช้านี้อยากจะรับทานอะไรดี?”
ใบบัวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางสดใส ดวงหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ผมสวยยาวสลวยถูกปล่อยลงมาถึงกลางหลังไม่ได้ถักเปียแล้วในวันนี้ เธอตื่นแต่เช้าเพื่อมาหนีบผมในวันนี้ ผมจึงดูตรงเงาสวย ก็แค่อยากจะทำตัวให้สดใสให้ภูริชมองอยู่ตลอดเวลา
“ขอเป็ข้าวต้มง่ายๆแล้วกัน...เดี๋ยวสายๆจะมีแขกมา เตรียมของว่างเอาไว้ด้วยนะ”
“ได้ค่ะคุณภู”
คนตัวเล็กยิ้มแปล้แล้วกลับมาที่โรงครัวเพื่อจะเตรียมข้าวต้มหมูพร้อมกับคุกกี้และน้ำผลไม้เอาไว้สำหรับรับแขกที่จะเดินทางมาใน่สายๆ
ประมาณสิบโมงคุณเบลก็เดินทางมาถึงที่เรือนไทยแห่งนี้ ปู่มิ่งออกไปเปิดประตูต้อนรับแขกให้ รถญี่ปุ่นคันเล็กน่ารักถูกจอดเอาไว้ เรียวขาสวยเดินลงมาจากรถพร้อมกับมองไปรอบๆบริเวณเรือนไทยโบราณแห่งนี้
“บ้านคุณภูริชนี่สวยจังเลยนะคะ”
หญิงสาวยิ้มพิมพ์ใจหว่านเสน่ห์หยาดเยิ้มให้กับดาราหนุ่ม แต่ภูริชก็ไม่ได้สนใจ
“ครับ...ที่จริงบ้านนี้เป็ของบรรพบุรุษฝั่งพ่อที่ถูกส่งทอดมา ผมเองก็ไม่ได้มาบ่อยสักเท่าไหร่”
“แต่ดูแล้วจะดูแลรักษาอย่างดีเลยนะคะ แม้จะอายุมากแต่ก็ไม่เก่าสักเท่าไหร่เลย”
“ครับ...เดี๋ยวเชิญคุณเบลทางนี้ดีกว่าครับ ไปนั่งคุยงานกันที่ศาลาท่าน้ำดีกว่า”
“ได้ค่ะ”
คุณเบลสถาปนิกเดินตามหลังภูริชไป เธอสวมกระโปรงทรงเอรัดติ้วสั้นจนแทบจะเสมอส่วนนั้น...ส่วนเสื้อเชิ้ตสีขาวก็ปลดกระดุมสองเม็ดเผยให้เห็นเนินอก และแน่นอนว่าเสื้อตัวนี้มันก็รัดแน่นจนกระดุมแทบจะปริ ส่วนรองเท้าสวมเป็รองเท้าส้นสูงส้นแหลมสีดำ ผมสีดำขลับถูกขมวดเป็หางม้า ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางและฉีดน้ำหอมกลิ่นเซ็กซี่เย้ายวน
“นั่นคนที่มาคุยงานกับคุณภูงั้นเหรอ ทำไมแต่งตัวแบบนั้นกันนะ”
คนตัวเล็กที่เห็นสถานการณ์อยู่ไม่ไกลได้แต่เบ้หน้าด้วยความไม่พอใจที่มีผู้หญิงแต่งตัวเซ็กซี่มาหาภูริชถึงที่แบบนี้ แต่ก็รู้สถานะตัวเองจึงได้แต่เก็บงำความไม่พอใจนั้นไว้
มือเล็กถือถาดคุกกี้และน้ำส้มคั้นสดสองแก้วก่อนจะเดินไปที่ศาลาริมท่าน้ำ
“ของว่างมาแล้วค่ะ”
น้ำเสียงเล็กเอ่ยออกไปพร้อมกับก้มหน้าไม่สบตาใคร
“ขอบคุณมากนะคะ”
คุณเบลเอ่ยกล่าวก่อนที่ใบบัวจะเดินออกมา
“เรามาคุยงานกันดีกว่านะคะ..”
หญิงสาวถือไอแพดแล้วขยับมานั่งใกล้ชิดกับภูริชก่อนจะเปิดโปรแกรมโมเดลเพื่อดูแบบและปรับปรุงแก้ไขกัน ดวงตาคู่คมแทบจะหันไปไหนไม่ถูกเมื่อเขานั่งอยู่ข้างเธอแล้วเห็นร่องอกแสนจะเซ็กซี่ แต่แน่นอนว่าก็ไม่ได้ทำให้ภูริชหวั่นไหวแม้แต่น้อย แค่รู้สึกว่ามันกวนตากวนใจเกินไป
“งั้นก็เอาเป็ตามนี้นะคะ เดี๋ยวคืนนี้เบลจะแก้ให้ ส่วนเื่ผู้รับเหมาเบลติดต่อเอาไว้ให้คุณแล้วค่ะ”
“ครับ...ขอบคุณมากคุณเบล”
“เอ่อ แล้วเราจะไปทานข้าวเที่ยงต่อกันที่ไหนดีมั้ยคะ เบลเริ่มหิวแล้วด้วยสิ”
“ได้นะครับ คุณเบลอยากทานอะไรเดี๋ยวผมให้เด็กรับใช้ทำให้ก็ได้นะ”
“น้องคนนั้นเป็คนรับใช้ในเรือนนี้เหรอคะ”
“ใช่ครับ”
“แหม เรือนตั้งใหญ่โตแต่มีคนรับใช้แค่สามคนจะดูแลทั่วถึงเหรอคะ”
“หืม ที่เรือนนี้มีคนดูแลแค่สองคนนะครับ”
“เอ๋? แต่เบลเห็นมีคนลงมาเปิดประตูให้หนึ่งคนแล้วก็มีสาวใช้เป็ผู้หญิงอีกสองคนนะคะ”
“สองคน?”
“ก็น้องที่ถือถาดขนมมาให้ กับน้องอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั่นไงคะ หน้าตาสะสวยทั้งสองคนเชียว”
เบลพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง อุตส่าห์คิดว่าจะมาอ่อยเขาแต่เจอสาวรับใช้ที่บ้านเข้าไป ทั้งเด็ก ทั้งสวยกว่าทั้งสองคนเลย แล้วแบบนี้จะไปเด้งสู้ไหวได้ยังไง
ส่วนภูริชก็ได้แต่แปลกใจ...จะสองคนได้ยังไง
บ้านหลังนี้มีแค่ปู่มิ่งกับใบบัวอยู่กันสองคนหากไม่รวมเขา ไม่มีทางที่จะมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ได้ ไม่มีทางเลย...