บทที่ 130 อายุขัยห้าสิบปี
ได้หรือเปล่า?
พญายมราชเมื่อเห็นข้อความในโทรศัพท์ก็ตกสู่ความเงียบ
ทางแดนนรกมีหน้าที่ดูแลการเกิดแก่เจ็บตายบนโลกมนุษย์อายุขัยในหนึ่งชีวิตมีการกำหนดเอาไว้แล้ว และยังไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องการเพิ่มอายุขัยมาก่อน
แต่ถ้าปฏิเสธ อีกฝ่ายเป็นใคร เขาก็ยังไม่แน่ใจ
ปล่อยเขามาได้ ก็อาจจะจับเขากลับไปได้
ชั่งใจอยู่พักใหญ่ พญายมราชก็ตอบกลับไป
พญายมราช : ท่านผู้วิเศษอายุขัยบนโลกมนุษย์เป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้วทางเราไม่สามารถเพิ่มได้โดยพลการ มันผิดกฎ
เย่จื่อเฉิน : ไม่สามารถเพิ่มได้โดยพลการก็แปลว่าสามารถเพิ่มได้ผมถามว่าได้ไหม!
กิริยาแข็งกระด้างของเย่จื่อเฉิน แม้แต่ยมทูตขาวก็ยังตกตะลึงเธออยู่ในนรกมานาน ยังไม่เคยเห็นใครกล้าพูดกับพญายมราชแบบนี้มาก่อน
“ฉู่เจียง เจ้าคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่ไหนเจ้าบอกว่าเคยคุยกันแล้วไม่ใช่หรือไง?”
เมื่อไม่กล้าขัดเย่จื่อเฉิน พญายมราชจึงทำได้แค่เบนสายตาไปยังราชาฉู่เจียง
“ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรตอนนั้นยมทูตขาวมาบอกว่ามีคนที่สามารถช่วยท่านพี่ให้รอดได้ ข้าก็เลยคุยกับเขาดูเขาบอกว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดา แล้วก็คุยเรื่องข้อแลกเปลี่ยนกัน”
“คนธรรมดา?” พญายมราชขมวดคิ้วมุ่นก่อนพูดขึ้น “ข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร?”
“เขาต้องการให้ข้าบอกวิธีชุบชีวิตคนที่ยังไม่สิ้นอายุขัย” ราชาฉู่เจียงตอบไปตามความจริง
“จะเพิ่มอายุขัยให้กับมนุษย์ ก็ต้องฟื้นคืนชีพให้กับมนุษย์ก่อนสิ”
พญายมราชครุ่นคิดอยู่นาน
ติ๊ง!
โทรศัพท์ของยมทูตขาวที่อยู่ในห้องผ่าตัดดังขึ้นมา สีหน้าของเธอเมื่อล้วงโทรศัพท์ออกมานั้นเปลี่ยนไปก่อนจะพูดขึ้น
“พญายมราชทักมาหาฉันแล้ว”
“เอามาให้ผม” เย่จื่อเฉินยื่นมือออกไปรับโทรศัพท์ของยมทูตขาวมาแล้วมองดูข้อความในโทรศัพท์
พญายมราช : ท่านผู้วิเศษเป็นใคร?
เย่จื่อเฉิน : พญายมราชอย่ามาหลอกถาม โทรศัพท์ของยมทูตขาวอยู่ในมือผมแล้ว ตอบผมมาว่าได้ไหม
เมื่อส่งข้อความไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็ส่งโทรศัพท์คืนให้ยมทูตขาว
“เธอใช้โทรศัพท์ของฉันคุยกับท่านพญายมราชแบบนั้น มันไม่ค่อยดีมั้ง”
“มีอะไรไม่ดี?” เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วถาม “เขาจะหลอกถามคุณ ถ้าผมไม่ตอบไปแบบนั้น คุณจะตอบได้เหรอ?”
“ฉันตอบไม่ได้แน่นอน” ยมทูตขาวพูดเสียงต่ำ
“ก็นั่นไง” เย่จื่อเฉินแบมือออก
ภายในห้องโถงนรกห้องที่หนึ่ง เมื่อพญายมราชเห็นข้อความของเย่จื่อเฉินที่ตอบกลับมาก็นิ่งไปทันที
“เขาใช้โทรศัพท์ของยมทูตขาวเลยเหรอทำไมคนธรรมดาแบบเขาถึงได้แตะต้องสิ่งของจากนรกได้”
“ท่านพี่ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็เพิ่มให้ไปเถอะ” ราชาฉู่เจียงโน้มน้าวใจอีกทาง
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทางสวรรค์รู้เข้าจะเลี่ยงความผิดอีกไม่ได้แล้วนะ”
พญายมราชมีอาการลังเล
“กลัวอะไรเล่าท่านแค่บอกความลับอย่างหนึ่งกับผู้วิเศษคนนั้นเท่านั้นเอง เขาอยู่บนสวรรค์แถมยังเก่งขนาดนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก”
เมื่อได้ฟังคำพูดของราชาฉู่เจียง พญายมราชก็ชะงักนิ่งไป
ที่เขาพูดมามันก็ไม่ได้ไร้เหตุผล
พญายมราช : ท่านผู้วิเศษการเพิ่มอายุขัยให้กับมนุษย์จะต้อง…
เย่จื่อเฉิน : บอกมาให้หมด
เมื่อเห็นข้อความตอบกลับที่แข็งกระด้างของเย่จื่อเฉินพญายมราชก็นิ่งงันไป
แม่เจ้า เขาเป็นเจ้าแห่งยมโลกมานานนับหมื่นปีขนาดเง็กเซียนฮ่องเต้เจอเขายังพูดแบบนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ท่านพี่ อย่าเพิ่งโมโห”
ราชาฉู่เจียงที่เห็นสีหน้าของพญายมราชก็รีบเอ่ยเตือน
พญายมราช : ยมโลกอยู่ใต้การควบคุมของศาลสวรรค์ถ้าบุ่มบ่ามเพิ่มอายุขัยให้กับมนุษย์เกิดทางสวรรค์ตรวจสอบขึ้นมามันจะเป็นปัญหาตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของทางสวรรค์กับยมโลกก็ตึงเครียดมากด้วย
เย่จื่อเฉิน : ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะรับผิดชอบเอง
เย่จื่อเฉินตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิด
เย่จื่อเฉิน :ท่านเพิ่มมาเถอะ ถ้าทางสวรรค์กล้ามาหาเรื่องท่านจริงๆ ก็มาบอกผมผมจะจัดการทุกอย่างให้ท่านเอง
เมื่อเห็นข้อความตอบกลับนี้ พญายมราชก็ถึงกับตกใจ
จองหองอวดดีจริงๆ
ดูคำตอบของเขาสิ ไม่ได้เห็นสวรรค์อยู่ในสายตาเลยสักนิด
นี่ต้องเป็นคนระดับไหนถึงได้ทำอะไรแบบนี้ได้
ในเมื่อได้รับการรับรองจากยอดมนุษย์ท่านนี้แล้วพญายมราชจึงจำต้องกัดฟันตอบกลับ
พญายมราช : ได้ท่านผู้วิเศษจะเพิ่มอายุขัยให้ใคร
เย่จื่อเฉิน : หยางอี่ฉือประเทศจีน พ่อของเธอคือหยางเจิ้น ผมต้องการเพิ่มอายุขัยให้หยางอี่ฉือห้าสิบปี!
พญายมราช : ไม่มีปัญหารอสักครู่
พญายมราชไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบไปหาชื่อในบันทึกความเป็นความตายทันทีเย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นก่อนจะลมหายใจ เจ็บปวดใจขึ้นมาเมื่อเห็นหยางอี่ฉือที่นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนเตียง
“เธอเก่งชะมัดเลย ที่สามารถทำให้พญายมราชใจอ่อนได้”
ยมทูตขาวอุทานอยู่ด้านข้าง จากนั้นผีน้อยหลิวฉิงก็ลอยออกมามองหยางอี่ฉือเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
“นายจีบสาวสำเร็จอีกแล้วนะ”
“สาวน้อย ทำไมถึงได้แขวะฉันเรื่องจีบสาวไม่ปล่อยเลย” แล้วเย่จื่อเฉินก็เงยหน้าขึ้นยิ้มล้อ “คงไม่ใช่ว่าเธอก็ตกหลุมรักฉันแล้วหรอกนะ”
“แหวะ หน้าไม่อาย”
หลิวฉิงเบ้ปากพูดเสียงห้วน
“ก็ฉันพูดจริงนี่ ผู้หญิงเขารู้เรื่องมุกฮีโร่ช่วยสาวงามกันทั้งนั้นแหละนายช่วยหยางอี่ฉือ แล้วเดี๋ยวนายกับเธอก็จะมีความหลังกันจบเรื่องนี้ไปนายคิดว่าเธอจะลืมนายได้เหรอ?”
“ฉันจะไม่ให้เขารู้”
สีหน้าของเย่จื่อเฉินหม่นหมองลงไปในทันที
“ฉันจะไม่เข้าไปรบกวนชีวิตของเขา หยางเจิ้นวางแผนชีวิตไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วเส้นทางที่เขาคิดว่าจะทำให้ลูกสาวของเขามีความสุข และฉันก็จะไม่เข้าไปทำลายมัน”
ไม่ว่าใครก็รู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวในคำพูดนี้ หลิวฉิงแลบลิ้นออกมาแล้วลอยไปอยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง
ยมทูตขาวที่อยู่ข้างหลังชะงักนิ่ง และไม่พูดอะไรออกมาเช่นกัน
ชั่วขณะหนึ่ง ที่ภายในห้องฉุกเฉินนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากความเย็นยะเยือก และความกดดัน
ติ๊ง!
หลังจากเวลาผ่านไปเงียบๆ เนิ่นนาน เย่จื่อเฉินถึงได้เอาโทรศัพท์ออกมา
ราชาฉู่เจียง : ท่านผู้วิเศษ อายุขัยของหยางอี่ฉือถูกเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากของหยางอี่ฉือเม้มปากยิ้มแล้วหันไปไหวไหล่พูดกับหลิวฉิง และยมทูตขาว
“พวกเราไปกันเถอะ”
“นายจะไม่รออยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ? ถ้าคนที่เธอตื่นขึ้นมาเห็นเป็นคนแรกคือนาย...”
หลิวฉิงยังพูดไม่จบ ก็โดนเย่จื่อเฉินขัดขึ้นเสียก่อน
“ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันจะไม่เข้าไปทำลายความสุขของเขา”
จากนั้นจึงเดินออกไปจากห้องผ่าตัดอย่างไม่เหลือเยื่อใยจูซือเหลียงถลาเข้ามาหาเป็นคนแรก
“เป็นยังไงบ้าง”
พอเห็นผู้ชายคนนี้ ดวงตาของเย่จื่อเฉินก็หรี่ลงทันทีสองมือกำคอเสื้อเขาแน่นแล้วยกเขาขึ้น
“ดูแลผู้หญิงที่อยู่ในห้องให้ดีถ้ากล้าปล่อยให้เธอเจอกับอันตรายอะไรอีก ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผมก็ไม่ปล่อยไว้แน่”
ตุบ
เหวี่ยงจูซือเหลียงลงกับพื้นเต็มแรง บอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆเข้ามาล้อมเย่จื่อเฉินเหมือนเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ
“ทำไม จะปกป้องเจ้านายหรือไง?”
“ถอยไปให้หมด”
จูซือเหลียงที่นั่งอยู่บนพื้นลุกขึ้นมาตวาดลั่นหลังจากที่บอดี้การ์ดรอบๆ ถอยออกไปแล้ว เขาถึงได้หัวเราะเบาๆ พร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเย่จื่อเฉินด้วยใบหน้ารู้สึกผิด
“ขอบใจมาก”
เหอะ
เหลือบมองจูซือเหลียงอย่างเย็นชา แล้วเย่จื่อเฉินก็มองดูรอบๆอีกหนึ่งครั้ง
“อู๋เต๋อโหยวล่ะ?”
“ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว” จูซือเหลียงเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเมื่อได้ยินคำตอบ สีหน้าของเย่จื่อเฉินถึงได้ผ่อนคลายลง “ถือว่าคุณยังมีสมองอยู่บ้างนะ”
“ทำไมคุณพูดกับนายน้อยซูแบบนี้?”
“นายน้อยซู?” เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วหัวเราะ “นั่นมันนายน้อยของพวกคุณ ไม่ใช่นายน้อยของผม ถอยไปซะ”
เมื่อผลักบอดี้การ์ดที่เหมือนวัยรุ่นหัวร้อนหลายคนนั้นออกไปแล้วเย่จื่อเฉินก็หมุนตัวจะเดินออกไป แต่ทันใดนั้น ประตูห้องผ่าตัดที่ปิดสนิท…
ก็ถูกเปิดออก!