“นี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ”
“อะไร มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ?”
กลุ่มศิษย์ทั่วไปจับกลุ่มคุยกัน การคุยของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับกับเรื่องที่กำลังเล่า
“เมื่อวานได้ยินศิษย์สายนอกคุยกัน”
“พวกเขาคุยอะไร”
“เมื่อวานพวกเขาได้ยินศิษย์สายในคุยกันเรื่องการทดสอบของตึกทั้ง 3 มีตึกนักเล่นแร่แปรธาตุ ตึกยันต์และค่ายกล ตึกยาและสมุนไพร ทั้ง 3 ตึกมีชายคนหนึ่งเข้าไปทดสอบจนเขาเป็นนักยันต์ นักหลอมยา และนักเล่นแร่แปรธาตุ ”
“เฮ่ย~! แค่คนๆเดียวเนี๊ยนะ เขาทำได้ยังไง”
“ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่ที่ทุกคนรู้คือเขาผ่านบททดสอบระดับ 5 ของตึกยาและสมุนไพร แต่ระดับของเขายังเป็นแค่ก่อตั้งวิญญาณ เขาจึงเป็นได้แค่นักหลอมยาระดับ 3 เท่านั้น การทดสอบระดับ 5 ของตึกเล่นแร่แปรธาตุเขาก็ผ่านเช่นกัน เห็นว่าตอนนี้เขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4”
“ทำไมระดับของทั้งสองไม่เท่ากันล่ะ มันจะต้องขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทำไมเขาถึงไม่เป็นนักหลอมยาระดับ 5”
“งี้นะ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ การทดสอบของทั้ง 2 ตึก เกิดขึ้นในสิ่งที่ถูกเรียกว่าหินแห่งการรู้แจ้ง มันสามารถทำให้หลอมยาและเล่นแร่แปรธาตุระดับ 7 ได้โดยไม่เสียพลังวิญญาณ แต่สิ่งที่เกิดออกมานั้นเป็นเพียงแค่พลังวิญญาณที่ใช้ทดสอบความเข้าใจ การที่เขาไม่ได้รับป้ายระดับ 5 ก็เพราะว่าพลังวิญญาณของเขาไม่ถึงข้อกำหนด แต่เขาสามารถกลับมารับป้ายได้ภายหลังหากพลังวิญญาณของเขาถึงตามข้อกำหนด”
“อ๋อ แล้วทำไมระดับนักหลอมยาเป็นแค่ 3 แต่นักเล่นแร่แปรธาตุเป็น 4 ล่ะ มันน่าจะใช้พลังวิญญาณเท่าๆกันในการสร้างไม่ใช่เหรอ”
“เห็นตึกนักเล่นแร่แปรธาตุคุยกันว่าเขาสร้างดาบธาตุไฟระดับ 4 ได้ แล้วดาบเล่มนี้ก็ถูกตั้งไว้ชั้น 1 ใครก็เข้าไปดูได้ ส่วนนักหลอมยาที่เป็นแค่ระดับ 3 คงเพราะเขาไม่ได้หลอมยาระดับ 4”
“อ๋อ ถ้าเป็นฉันคงกลับไปหลอมยาระดับ 4 ล่ะนะ”
“ไม่จบเท่านั้นนะ เขากลายเป็นนักยันต์ระดับ 3 ด้วย เรื่องนี้กำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับศิษย์ที่ได้ยินกันถ้วนหน้า ศิษย์ทั่วไปล้วนใช้เขาเป็นแรงบันดาลใจ ศิษย์สายนอกก็ทำไม่ต่างกัน ส่วนศิษย์สายในก็มีบ้างที่ยินดี แต่ส่วนมากก็เกลียดเพราะเขาเก่งเกินไป”
“แล้วเขาเป็นใครทำไมศิษย์ทั่วไปและศิษย์สายนอกถึงนับถือเขาล่ะ”
“เอาหูมานี่ เรื่องนี้คุยเสียงดังไม่ได้”
ชายนับสิบที่กำลังซักผ้ายื่นหน้าไปใกล้ๆกัน เพื่อฟังเรื่องเล่าต่อให้จบ
“จำเรื่องการประลองเป็นตายระหว่างศิษย์ทั่วไปและศิษย์สายนอกได้ไหม ที่มันลุกลามไปถึงขั้นฆ่าศิษย์สายในไป 2 คน”
“ตงฟาง! อย่าบอกนะว่าเป็นเขา”
“ใช่ ทั้งหมดเป็นฝีมือของเขา ตอนนี้ได้ยินว่าตึกยาและตึกเล่นแร่แปรธาตุต้องการตัวเขามากๆ แต่ก็นะ เขายังไม่ตอบตกลง”
“ทำไมถึงยังไม่ตอบตกลงล่ะ ถ้าเป็นฉันจะเข้าตึกยาตอนนั้นเลย”
“นี่ๆ มีข่าวลือออกมาเมื่อเช้า พวกเขาบอกถึงสาเหตุที่ตงฟางยังไม่เลือกเข้าสังกัดตึกไหนเลยก็เพราะว่า เขาต้องการตบหน้าหมู่ตึกพวกนั้น”
“เฮ่ย ทำไมถึงต้องการตบหน้า” กลุ่มคนที่ต้องการซักผ้าย่นคิ้ว กับเรื่องเล่า ยิ่งฟังยิ่งมีเรื่องให้พวกเขาลุ้นตลอดเวลา
“มีคนบอกว่า ในตอนที่เขาเข้าเป็นศิษย์สายใน เขาไม่ได้รับการต้อนรับเหมือนศิษย์สายในคนอื่นๆเลย บ้านพักของเขาก็ไม่อยู่ในระแวกเดียวกันกับคนอื่นๆ เขาถูกส่งไปอยู่ในที่รกร้างของภูเขา บ้านก็ต้องสร้างเอง ไม่เพียงเท่านั้นนะ เขายังไม่ถูกเลือกเข้าสังกัดตึกไหนเลย ทั้งๆที่ศิษย์สายในจะถูกเลือกตอนเลื่อนระดับศิษย์”
“ทำไมถึงไม่มีใครเลือกเขาล่ะ”
“เพราะเขาวิญญาณยุทธ์เสียหาย ไม่เพียงเท่านั้นนะระดับของเขาก็เป็นแค่ก่อตั้งวิญญาณเท่านั้น ระดับทั่วไปของศิษย์สายในล้วนเป็นระดับผสานวิญญาณกันทั้งหมดแล้ว จึงไม่มีอาจารย์คนไหนยอมรับเขาเข้าร่วมสังกัด”
“อืม ถ้าเขาต้องการตบหน้าจริงๆตอนนี้ก็น่าจะทำได้แล้วล่ะ เพราะหมู่ตึกกำลังต้องการเขามากๆจากสิ่งที่เขาทำ”
—----------------------------
“พี่ลู่ วันนี้คนคุยกันเรื่องลูกพี่ตงฟางทั้งนั้นเลย” เป่าพูดด้วยท่าทางเบิกบานใจ หลังจากได้ยินเรื่องเล่าของตงฟางในหอแห่งการฝึกฝนที่พวกเขามาเช่าห้องฝึก
“คงเป็นแผนของมันนั่นแหละ เอาล่ะเรามาฝึกกันจะได้ตามตงฟางไปทัน”
“โหพี่ลู่จิว เรายังจะตามพี่ตงฟางอีกเหรอ นั่นสัตว์ประหลาดเลยนะ”
“ฮ่าๆๆ ไอ้จ้าน ถ้าเราไม่ยอมแพ้เราก็เป็นเหมือนไอ้ตงฟางได้ เอาล่ะลุกแล้วไปซ้อมกันต่อเร็ว”
“ได้เลยพี่ลู่จิว”
สี่สหายที่ว่างจากการขายยาพากันวิ่งกลับเข้าไปในห้องฝึกซ้อม จากการตกลงกันกับตงฟาง พวกเขาจึงทำตามคำพูดของตงฟางด้วยการเดินทางไปยังตีนเขาเพื่อพบกับใครคนหนึ่งที่มาจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า โดยการพบเจอของพวกเขาก็เพราะว่าต้องรับยายี่จงมาขาย แทนการรับจากตงฟาง
แม้ธุรกิจการขายยาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากการที่ตงฟางไม่ได้มาควบคุมการขายเป็นคนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ถึงอย่างนั้นพวกเขาทั้ง 4 กลับได้ค่าจ้างเปิดร้านเหมือนเดิม แล้วยังเยอะกว่าตงฟางให้ถึง 50 หินวิญญาณต่อวัน
—------------------------------------
“ศิษย์ ศิษย์พี่จงชาง~!”
ท่าทางแตกตื่นจากชายหาข่าวให้นายน้อยชางวิ่งหน้าตั้งเข้ามายังสวนของบ้านพัก ทันทีที่มันวิ่งหน้าตั้งมาด้วยความตื่นตระหนกจำเป็นต้องหุบปากแล้วเปลี่ยนไปเป็นการเดินเข้ามา เมื่อเห็นจงหูอยู่กับจงชาง
“เล่ามา แกไปเห็นอะไรในวันนี้” จงชางได้ฟังเรื่องเล่าจากศิษย์พี่ของมันแล้ว โดยการเล่าเรื่องมาจากอาจารย์ที่ดูแลจงหูโดยตรง
“ตงฟางมันเป็นนักหลอมยาระดับ 3 นักยันต์ระดับ 3 นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4 แล้วยังผ่านการทดสอบระดับ 5 ของตึกยาและตึกนักเล่นแร่แปรธาตุอีกด้วย ตอนนี้ศิษย์สายในกำลังคุยกันเรื่องของมัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการดึงอาจารย์มายุ่งเกี่ยวด้วย เห็นบอกว่าอาจารย์อี้อยากสอนวิธีการหลอมยาให้ตงฟาง แล้วอาจารย์ซิ่วก็อยากจะรับตงฟางเป็นศิษย์เพื่อสืบทอดวิธีการเล่นแร่แปรธาตุที่สูงกว่านี้”
ปัง~!
ฝ่ามือตบลงไปบนโต๊ะไม้จนเกิดเป็นรอยฝ่ามือ หากไม่มีพลังของจงหูคลุมโต๊ะไว้จงชางคงทำลายโต๊ะทิ้ง
“ดูเหมือนว่าตอนนี้มันกำลังหาคนหนุนหลังให้มัน”
“ศิษย์พี่จงหู ข้ารอไม่ไหวแล้วที่จะฆ่ามัน เดิมทีข้าคิดว่าจะฆ่ามันที่ประตูเทพธิดา แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าจะฆ่ามันในหออาวุธเฟยเทียน”
“งั้นข้าจะเข้าไปกับเจ้า”
“จริงเหรอศิษย์พี่ ไม่ใช่ว่าศิษย์สายตรงได้อาวุธในหออาวุธเฟยเทียนไปแล้วเหรอ”
“ข้าจะขอกับอาจารย์ให้ส่งข้าเข้าไปคุ้มครองเจ้า ข้าจะใช้สิทธิพาเจ้าเดินหาอาวุธที่เหมาะ”
“ดี ดีเลยศิษย์พี่ เราไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงประตูเทพธิดาก็สามารถฆ่ามันได้แล้ว”
จงชางฉีกยิ้มกว้าง มันไม่กล้าปล่อยให้ตงฟางใช้ชีวิตนานกว่านี้เพราะนับวันตงฟางยิ่งสามารถหาผู้หนุนหลังได้มาก หากปล่อยไว้จะเป็นพวกมันที่ไม่สามารถลงมือได้
—----------------------------
ฉั๊วะ~!
รูพรุนจำนวน 5 รูเกิดบนตัวของสัตว์อสูรระดับ 4 รูปร่างคล้ายกับงูเพียงแต่มันมีเขาและเกล็ดเป็นหิน ถึงอย่างนั้นเกล็ดของมันกลับไม่ใช่สิ่งที่ต้านทานอาวุธบินของตงฟางที่ส่งไปฆ่ามันได้
ในระยะ 2 กิโลเมตรรอบตัวไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรประเภทไหน ขอเพียงแค่มันปล่อยพิษได้เขาจะพุ่งเข้าไปฆ่ามันทันที เพื่อนำพิษมาใช้เพิ่มพลังให้ทันการเข้าไปในประตูเทพธิดา อย่างน้อยๆเขาอยากเป็นระดับผสานวิญญาณเพื่อให้เขาอยู่ในค่าเฉลี่ยเหมือนศิษย์สายในคนอื่นๆ
อรึก อรึก อรึก อรึก~!
ถุงพิษที่ดึงออกมาจากร่างของสัตว์อสูรถูกกลืนลงไปในทันที ไม่มีการเก็บเอาไว้ใช้ในภายหลัง สาเหตุที่ตงฟางต้องรีบฆ่า รีบกลืนกินพิษของมันเป็นเพราะว่ากระเพาะอาหารของเขามีพื้นที่จำกัด หากเก็บสะสมพิษไปใช้ในตอนบ่มเพาะพลัง เขาจำเป็นต้องเสียเวลาไปเยอะมาก จึงกินพิษไปด้วย ล่าไปด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เมื่อถึงตอนค่ำเขาค่อยนำแกนพลังวิญญาณของสัตว์อสูรมีพิษมาบ่มเพาะพลังอีกทีหนึ่ง
“ให้ตายสิ ขนาดพิษระดับ 4 ยังมีผลแค่นี้ ถ้าเราเป็นระดับผสานวิญญาณไม่กินพิษระดับ 7 เลยเหรอ แล้วใครมันจะไปบ้าฆ่าสัตว์อสูรระดับ 7 ที่มีพลังเท่าระดับราชาวิญญาณได้กัน”
ตงฟางบ่นให้กับร่างกายของเขาในตอนนี้ที่เป็นเพียงแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณกลับต้องการพิษที่มีระดับสูงกว่า 3 แม้การดูดซับพิษระดับสูง จะทำให้พิษที่เขาใช้ผ่านทักษะโลหิตสลายกระดูกน่ากลัวไม่ต่างจากพิษที่กลืนเข้าไป แต่ระดับพลังวิญญาณของเขากลับไม่ได้น่ากลัวแบบนั้น
เดิมทีเขาอยากทำให้พลังวิญญาณก้าวหน้ารวดเร็วเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง สิ่งที่เขาทำกลับได้ผลผิดจากที่คิด เขากลายเป็นคนที่มีพลังในการทำลายวงกว้างรุนแรงมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก แทนที่มันจะแบ่งไปยังพละกำลังและพลังวิญญาณที่เท่าๆกันเหมือนคนอื่นๆ
หากนับเรื่องการฆ่าในระยะไกลเขาคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่ทุกๆคนจำเป็นต้องระวังตัว นอกจากสามารถส่งอาวุธบินไปฆ่าในระยะไกลได้ถึง 2 กิโลเมตร เขายังใช้พิษที่รุนแรงเกินระดับพลังวิญญาณไปมาก
ในเรื่องพละกำลังของเขาที่ใช้สำหรับสู้ระยะประชิดกลับเป็นเพียงแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณ แม้เขาจะโจมตีวงกว้างและไกลได้น่ากลัวมาก หากเขาถูกเข้าถึงตัวก็มีสิทธิตายสูงมาก เขาจึงพยายามเพิ่มพลังวิญญาณจะได้ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งตามพลังจิตและพิษของเขา
ฉั๊วะ!
หอกธาตุดินจากพลังของยันต์พุ่งแทงร่างของสัตว์อสูระดับ 4 ที่พุ่งเขามาหาจากกลิ่นเลือดของสัตว์อสูรที่ตงฟางพึ่งฆ่าไป แต่พลังของยันต์ระดับ 3 กลับทำให้สัตว์อสูรระดับ 4 เพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นฆ่าให้ตายภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็นพลังที่พลิกแพลงได้น่าเหลือเชื่อ เพราะตงฟางสามารถใช้ยันต์โจมตีหลอกล่อสัตว์อสูรด้วยการใช้เรื่องธาตุที่ข่มกัน จนตัวของมันเผยจุดอ่อนให้เขาเห็น สุดท้ายมันจะตายเพราะมีดบินระดับ 4 ที่เขาตีขึ้นมาด้วยสองมือพุ่งทะลวงร่างไป
“พี่ชาย ไม่ดีเลยนะหลอกสัตว์อสูรให้มาทางนี้”
ตงฟางหันหน้าไปยังพุ่มไม้ห่างไปไกลราว 100 เมตร เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสัตว์อสูรที่วิ่งเข้ามาหาเขา ไม่ใช่เพราะพวกมันอยากมาหาเขาหรือมาเพราะกลิ่นเลือด แต่มีคนบางกลุ่มล่อมันมา ด้วยการที่เขาใช้หูทิพย์กระจายไปรอบๆเพื่อฟังเสียงตลอด ทำให้รู้ว่าการล่าของเขามีคนจับตามอง ยังดีที่เขาสวมใส่เสื้อผ้าของชาวเมืองเอาไว้
พรึ่บ~!
เสียงพัดคลี่กางออกเผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าหวานเดินออกมาจากพุ่มหญ้า ทันทีที่ตงฟางเห็นหน้าเขาก็จำได้เลยว่ามันเป็นใคร
“ถ้าจำไม่ผิดนายน้อยลู่แห่งหุบเขาหมื่นอสูรที่เราเจอในร้านซาลาเปานี่หว่า”
ตงฟางจำหน้านายน้อยคนนี้ได้ มันเป็นคนที่เข้ามานั่งร้านซาลาเปาก่อนวันสอบ แล้วตอนนั้นเขาแกล้งตายจนหนีเรื่องต่อยตีมาได้ ตอนนี้มันกลับปรากฎตัวอีกครั้งพร้อมกับคนสวมใส่ชุดเกราะสีดำที่มาด้วยกันเมื่อครั้งก่อน แต่ที่แปลกไปคือชุดของมันเพราะตอนนี้สวมใส่ชุดสถาบันชิงอี้ ที่สอนศิษย์เกี่ยวกับการใช้กระบี่
“เจ้า เจ้าที่ตายในร้านซาลาเปาหนิ ทำไมถึง”