อภิวิชญ์คุยกับผู้เป็บิดาและพี่ชายของสิตางค์ด้วยสีหน้าที่เครียดจัดเพราะลำพังตัวเขาคนเดียวเขาไม่ห่วงเท่าไหร่ แต่ที่เขาห่วงมากที่สุดเห็นจะเป็มารดาและป้าศรีนวลเพราะคนอย่างเ้าสัวอาทิตย์ชอบเล่นสกปรกลับหลังและไม่ชอบอะไรซึ่ง ๆ หน้า
“เราต้องทำลายธุรกิจมืดมันให้ได้เราถึงจะเล่นงานมันได้ และที่มัน้าพื้นที่ท้ายไร่ของอิฐก็เพราะที่นี่เป็ทำเลดีในการส่งของ ของพวกมัน” คุณจาตุรงค์บอกกับอภิวิชญ์ตามที่ตนคิด
“ผมก็คิดเหมือนคุณอาครับแล้วเราจะเล่นงานมันยังไงดีครับ”
“เราต้องให้คนของเราแฝงตัวเข้าไปอยู่กับมันเราถึงจะรู้ความเคลื่อนไหวของมัน” ธนวรรธน์ตอบชายหนุ่มรุ่นน้อง
“แต่เ้าสัวอาทิตย์ก็รู้จักคนของผมหมดแทบทุกคนนะครับพีเต้ย”
“แต่มันไม่รู้ว่าพี่มีมือดีที่พร้อมเรียกใช้งานทุกเมื่อ”ตอบเขาพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก
“แล้วเราจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่”คุณจาตุรงค์เอ่ยถามบุตรชาย หลังจากได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายทีมีต่ออภิวิชญ์
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเรียกตัวนายศรมาครับแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะให้ศรเข้าไปแฝงตัวกับพวกมันได้ยังไง” ตอบผู้เป็บิดาก่อนที่เขาและท่านจะขอตัวกลับไร่
“อิฐคุยกับแม่ก่อน” คุณอรฤดีเอยเรียกบุตรชายเมื่อเห็นเขากำลังจะออกไปทำงานในไร่
“ครับแม่”
“ที่ไร่เรามีเื่อะไรอย่างนั้นเหรอลูก”ถามผู้เป็บุตรชายด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกครับแม่แม่กังวลมากไปหรือเปล่าครับเนี่ย”
“อิฐถึงแม่จะอยู่แต่ในบ้านแต่แม่ก็รู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่างนะบอกแม่ได้ไหมลูกแม่เป็ห่วงอิฐนะ” บอกออกไปอย่างเป็กังวล
“แม่ครับผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้ตัวเองเป็อันตรายเด็ดขาด เื่ที่เกิดขึ้นไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงหรอกครับแค่เ้าสัวอาทิตย์อยากได้พื้นที่ท้ายไร่ของเรามันก็เลยสร้างเื่ข่มขู่ผมนิดหน่อยและตอนนี้พี่เต้ยกับอาตุ๊ก็มาช่วยผมวางแผนแล้วครับว่าจะจัดการกับคน คนนี้ยังไง”บอกกับผู้เป็มารดาเพื่อให้นางคลายความเป็กังวล
“แต่แม่ก็อดห่วงอิฐไม่ได้”
“อย่าห่วงเลยครับแม่ผมไปทำงานก่อนนะ” บอกผู้เป็มารดา ก่อนจะกดจมูกเข้าที่แก้มของนางอย่างออดอ้อน ขณะที่คุณอรฤดีก็ไม่ได้วางใจในความปลอดภัยของบุตรชายเลยสักนิดนางจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรหาอดีตสามีด้วยความจำใจเพราะหากไม่ใช่เพราะห่วงอภิวิชญ์นางไม่มีวันโทรไปขอความช่วยเหลือกับอีกฝ่ายเด็ดขาด
“ว่าไงคุณคิดถึงผมขนาดทนไม่ไหวโทรมาหาเลยเหรอ” เ้าสัวสมบัติกรอกเสียงถามปลายสายด้วยน้ำเสียงแบบกวนๆ
“ฉันโทรมาไม่ได้พิศวาสคุณถึงขั้นนั้นและถ้าฉันไม่ห่วงความปลอดภัยของลูกละก็ฉันไม่มีวันโทรมาหาคุณเด็ดขาด”
“ความปลอดภัยของอิฐทำไม ใครมันจะทำอะไรอิฐ” ถามออกไปด้วยความร้อนใจ หลังจากได้ยินคำพูดของอดีตภรรยา
“ไอ้เ้าสัวอาทิตย์ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันข่มขู่อะไรตาอิฐ และมัน้าอะไรแต่ถ้าหากคุณยังมีความเป็พ่อและรักลูก ฉันเชื่อว่าคุณจัดการกับไอ้คนเลวคนนี้ได้”
“เดี๋ยวผมจะจัดการเื่นี้เองคุณไม่ต้องห่วง หากมันคิดจะทำอะไรลูกผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธจัด ก่อนจะตัดสายจากคุณอรฤดีและเรียกลูกน้องคนสนิทของตนเข้ามาพบ
“ครับนาย”
“ไปสืบดูสิว่าไอ้เ้าสัวอาทิตย์มันข่มขู่อะไรตาอิฐลูกชายฉันและมัน้าอะไรจากเขา”
“ครับนาย”
สิ่งที่ได้รับรู้จากลูกน้องคนสนิทว่าใครมาเยือนสร้างความงุนงงสงสัยให้กับเ้าสัวอาทิตย์เป็อย่างมากเพราะเ้าสัวสมบัติมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลในจังหวัดมาหาตนถึงที่ต้องมีเื่อะไรสักอย่างแน่ ๆ เพราะหากไม่จำเป็จริง ๆการจะได้พบตัวเ้าสัวสมบัติเป็อะไรที่คอนข้างยากมาก
“สวัสดีครับเ้าสัวเชิญนั่งก่อนครับ”ยกมือไหว้ทักทายพร้อมกับกล่าวเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้นั่งลง
“ได้ยินข่าวว่าไปข่มขู่เ้าของไร่ส้มธนทรัพย์กุลชาเหรอ”ถามออกไปแบบตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม
“อ๋อไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มันอวดดีกับผมครับ ผมขอซื้อที่มันดี ๆมันไม่ยอมขายผมก็เลยต้องข่มขู่มันหน่อย จะได้กลัวซะบ้าง”
“แล้วนายรู้หรือเปล่าว่ามันเป็ลูกเต้าเหล่าใคร”
“ไม่ทราบครับเห็นว่าเป็กำพร้าพ่อั้แ่เด็กส่วนสมบัติและที่ดินที่ถือครองอยู่ก็เป็มรดกของแม่ที่ได้รับมาจากตากับยาย”
“ใช่ที่ดินผืนนั้นเป็สมบัติของอรฤดี ไม่เกี่ยวกับสามี”
“ท่านรู้จักแม่เ้าอิฐด้วยเหรอครับ”
“รู้สิทำไมจะไม่รู้ ก็ฉันนี่แหละสามีเก่าเธอและเป็พ่อของคนที่นายไปข่มขู่”
เพียงแค่สิ้นสุดคำพูดของเ้าสัวสมบัติหน้าของเ้าสัวอาทิตย์ก็แทบจะลดลงเหลือสองนิ้วเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่ใบหน้าด้วยความหวาดหวั่นไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง
“เอ่อ...ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมครับ”
“คนอย่างฉันไม่เคยล้อเล่นกับใครและฉันก็รู้ดีว่านาย้าที่ดินผืนนั้นไปทำไม แต่ฉันขอให้นายหยุดซะ
หากนายยังอยากให้ธุรกิจสีเทาของนายยังคงอยู่ต่อไปก็อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับลูกชายฉันอีก รู้ใช่ไหมว่าฉันทำจริง”บอกออกไปเสียงเข้มไม่มีแววของการล้อเล่นแม้แต่น้อย
“ครับเ้าสัว”ตอบรับคำของเ้าสัวสมบัติ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปส่งท่านที่รถ
“โธ่โว๊ยทำไมมันต้องเป็แบบนี้ด้วยวะ”ว่าออกไปอย่างอารมณ์เสีย พร้อมกับทุบกำปั้นลงบนโต๊ะด้วยความโกรธเมื่อความหวังต้องมาพังทลายลง
“เราจะเอายังไงต่อครับนายแล้วแผนที่จะไปลักพาตัวเ้าลาเต้มาฆ่าเพื่อขู่ไอ้อิฐละครับ”
“ก็หยุดสิโว๊ยทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ แกไม่ได้ยินที่เ้าสัวสมบัติพูดหรือไงว่าไอ้อิฐเป็ลูกชายท่าน”ว่าออกไปอย่างอารมณ์เสีย
“แล้วที่ดินละครับ”
“เห็นทีคงต้องหวังพึงยัยษาแล้วล่ะ.....ไปตามยัยษามาหาฉัน”สั่งลูกน้องออกไปเสียงเข้ม เมื่อนึกถึงผู้เป็บุตรสาวเพราะถึงอย่างไรเธอก็ชอบพอในตัวของอภิวิชญ์งั้นท่านก็จะให้เธอเข้าไปพัวพันสร้างความสนิทสนมกับอีกฝ่ายและจัดการรวบหัวรวบหางซะ อย่างน้อยหากเธอได้เป็เมียของอภิวิชญ์ท่านก็พอจะมีสิทธิ์ที่จะไปทำอะไรในพื้นที่ท้ายไร่นั้นได้สะดวกขึ้น
“ครับนาย”ตอบรับคำของท่าน ก่อนจะเดินไปตามสริษามาพบกับผู้เป็บิดาของเ้าหล่อน
“พ่อมีเื่อะไรจะคุยกับษาอย่างนั้นเหรอคะ”
“วันนี้ไม่ไปไร่เ้าอิฐหรือไง”
“มาไม้ไหนคะเนี่ยทีเมื่อก่อนแทบจะเอาช้างมาฉุดหยุดให้อยู่บ้าน” ว่าออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ไม่ต้องมาถามเซ้าซี่มากหรอกนะสรุปแกรักเ้าอิฐใช่ไหม พ่อจะช่วยให้สมหวัง”
“จริงเหรอคะพ่อจะช่วยษาจริง ๆ เหรอคะ” ถาออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนดีใจ
“จริงสิพรุ่งนี้แต่งตัวสวย ๆ ไปที่ไร่นั่น แล้วก็เอาของฝากให้กับคุณอรฤดีด้วยหากยากไปเป็นายหญิงของไร่นั้นแกก็ต้องเอาใจว่าที่แม่สามีให้ได้เสียก่อนแล้วทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น”
ค่ะพ่อ”ตอบรับคำของผู้เป็บิดาพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะนั่งละเมอถึงใบหน้าอันหล่อเหล่าราวเทพบุตรของอภิวิชญ์