ชิงหลิงนางรู้สึกตัวขึ้นแต่ไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้ นางได้ยินเสียงรอบๆ ตัวนาง เท่านั้น แต่ไม่เข้าใจว่าตัวนางอยู่ที่ใด
“คุณหมอค่ะ คนไข้มีปฏิกิริยาตอบรับกับยาตัวใหม่ที่ให้แล้วค่ะ”
“คุณพยาบาล คุณโทรบอกผู้จัดการของคุณชิงหลิงด้วยนะครับ”
ชิงหลิงนางไม่เข้าในสิ่งที่นางได้ยิน นางคลอดลูกไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงมีพยาบาลได้ แล้วผู้จัดการนางคือยังไง
นางกลับมาในภพของนางแล้วหรือ แต่นางจำได้ว่านางขาดใจตายไปแล้วไม่ใช่หรือ
“หลิงหลิง เจ้าตื่นขึ้นมาไม่ได้หรือ ข้าอยู่ไม่ได้ เจ้าได้ยินหรือไม่”
ชิงหลิงนางได้ยินเสียงเรียกของจ้าวเจ๋อหยวน แต่นางไม่รู้ว่าจะตอบโต้เขาเช่นไร ตาของนางก็ไม่อาจลืมขึ้นได้
นางได้แต่หวาดกลัวอยู่ในใจ ใบหน้าของลูกนางก็ยังไม่ได้เห็นเลย ชิงหลิงไม่รู้จะทำยังไง นางได้แต่อธิษฐานอ้อนวอนกลับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้นางได้กลับไปอยู่กับครอบครัวของนาง
“ตี๊ดดดดดดดดด”
สิ้นความคิดของชิงหลิงนางก็รับรู้ได้ถึงความชื้นเปียกที่ใบหน้าของนาง ชิงหลิงพยายามยกมือขึ้นเพื่อเช็ดใบหน้า
“หลิงหลิง ขอบคุณสวรรค์” จ้าวเจ๋อหยวนร้องขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นมือของชิงหลิงนางยกขึ้นมาปัดโดนใบหน้าของเขา
“นะ น้ำ” นางร้องขอน้ำเสียงแหบแห้ง
จ้าวเจ๋อหยวนประคองชิงหลิงให้ลุกขึ้นดื่มน้ำ
“ลูกเล่าเจ้าคะ” นางเอ่ยถามอย่างร้อนร้น เพราะตอนที่นางหลับไปนางไม่รู้ว่านางคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยหรือเปล่า
"ลูกอยู่กับท่านแม่ยาย ประเดี๋ยวข้าจะให้พามาให้เจ้าดู เจ้ารู้หรือไม่ข้าหวาดกลัวมากเพียงใด เจ้านอนไปนานถึงเพียงนี้”
ชิงหลิงลูบใบหน้าของจ้าวเจ๋อหยวนที่มีไรหนวดเขียวขึ้น
“ข้านอนไปนานเพียงใด” นางเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะตัวนางเหมือนรู้สึกว่าเพิ่งหลับไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น
“เจ็ดวัน เจ้าหลับไปทั้งหมดเจ็ดวัน” เขาเอ่ยเสียงสั่นเทา เมื่อนึกว่านางจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว
“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ จะไม่จากท่านกับลูกไปที่ใดแล้ว” ชิงหลิงสวมกอดจ้าวเจ๋อหยวนแน่น เช่นเดียวกับที่เขาสวมกอดนางไว้อย่างหวงแหน
“ไม่ให้เจ้าคลอดลูกอีกแล้ว” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูนางอย่างหวาดกลัว
ชิงหลิงหัวเราะเบาๆ นางก็ไม่อยากท้องอีกแล้ว เพียงสามคนก็พอแล้ว
ภายในเรือนของชิงหลิง เมื่อรู้ว่านางฟื้นแล้วทุกคนต่างก็มาแสดงความยินดีที่เรือนของนางมากมาย อู๋หลางกับจงเยว่วิ่งเข้ามาสวมกอดบุตรสาวแล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใคร
ทั้งคู่ก็ไม่ต่างจากจ้าวเจ๋อหยวนนักที่หวาดกลัวว่าบุตรสาวจะไม่ตื่นมาอีกแล้ว เมื่อเห็นนางตื่นมาแล้วไม่ได้เป็นอันใดก็เบาใจลงได้
จ้าวเยี่ยนก็สวมกอดมารดาไว้แน่น แม้เขาจะยินดีที่มีสองถึงสองคน แต่เขาก็ยังอยากให้มารดาฟื้นกลับมาอยู่ข้างเขาเหมือนเดิม
ชิงหลิงนางก็กอดจ้าวเยี่ยนอย่างหวงแหน และรับบุตรทั้งสองมาอุ้มไว้คนละข้าง นางมองใบหน้าของทั้งคู่แล้วได้แต่ร้องออกมา ไม่รู้ว่าหากนางไม่ได้กลับมาอีกครั้งบุตรทั้งสามของนางจะเป็นเช่นไร
ไม่กี่วันต่อมาผลการสอบของจ้าวเจ๋อหยวนก็ออกตัวเขาสอบได้อันดับที่ไม่ดีนัก คงเพราะกังวลเรื่องของชิงหลิง
“ถึงอย่างไรท่านก็สอบผ่าน หากท่านหมั่นทบทวนตำราให้ดี ข้าว่าท่านต้องได้เป็นขุนนางแน่เจ้าค่ะ” นางยังคงให้กำลังใจเขาไม่ให้ท้อ
“ไม่ละ ข้ารู้ตัวเองดี ว่าไม่อาจเป็นขุนนางได้ สอบมาได้เพียงเท่านี้ท่านแม่ของข้าก็คงเข้าใจแล้ว”
จ้าวเจ๋อหยวนกอดชิงหลิงจากด้านหลังช่วยประคองบุตรทั้งสองที่นางกำลังให้นมอยู่
ตอนที่ชิงหลิงนางยังไม่ตื่นขึ้นมา ในหมู่บ้านที่มีมารดาเพิ่งคลอดบุตร ต่างก็พากันมาให้นมเด็กทั้งสองอยู่ตลอด
ชิงหลิงเมื่อรู้เรื่องนางก็ส่งของกำนัลไปขอบคุณพวกเขาถึงที่เรือน
“ท่านยังไม่ได้ลองสอบแล้วจะรู้ได้อย่างไรเล่าเจ้าค่ะ” ชิงหลิงพิงตัวจ้าวเจ๋อหยวนอย่างผ่อนคลาย
“หากข้าเดินทางไปสอบที่เมืองหลวง ก็ต้องห่างเจ้ากับบุตรเสียหลายเดือน”
“เหอะ ข้าก็ว่าเรื่องอันใด ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะท่านไม่ต้องห่วง”
“หลิงหลิง เจ้านอนไปนานถึงเจ็ดวัน เจ้าหายไปที่ใดมา” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
เพราะตอนที่นางมีบางครั้งที่เหมือนเขาจะได้ยินเสียงของนางพึมพำเบาๆ แต่เมื่อตั้งใจฟังก็เห็นว่านางเพียงแค่หลับอยู่เช่นเดิม
“ไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดท่านจะเชื่อหรือไม่”
ชิงหลิงเล่าเรื่องที่นางไม่ใช่คนจากในภพนี้ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดวิญญาณของนางถึงเข้ามาอยู่ในร่างของชิงหลิงสตรีอ้วนได้
“ข้าผิดต่อนางยิ่งนัก” จ้าวเจ๋อหยวนเอ่ยพึมพำออกมา
“ใช่ ท่านผิดต่อนาง แต่นางก็รู้ว่าเป็นนางที่ผิดต่อท่านเช่นกัน”
หลายเดือนต่อมา จ้าวเจ๋อหยวนก็ออกเดินทางไปพร้อมสหายเพื่อไปสอบจิ้นซื่อที่เมืองหลวง
“ข้าไม่หวังให้ท่านได้อันดับหนึ่ง แต่ข้าหวังว่าท่านจะตั้งใจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้นึกเสียใจในภายหลัง” ชิงหลิงยืนส่งจ้าวเจ๋อหยวนที่หน้าเรือน พร้อมทั้งบุตรทั้งสาม
จ้าวเจิ้งซีกับจ้าวฉู่เฟย บุตรชายหญิงฝาแฝดวัยหกเดือนกำลังดีดดิ้นมองบิดาที่เดินขึ้นรถม้าไปอย่างสงสัยว่าบิดาของพวกเขาจะไปที่ใด
ตลอดหลายเดือนที่จ้าวเจ๋อหยวนเดินทางไปสอบที่เมืองหลวง ชิงหลิงนางเลี้ยงดูบุตรทั้งสามโดยมีบิดามารดาของนางมาอยู่ช่วยที่เรือนด้วย
การขนส่งสบู่ในตอนนี้ก็เป็นฟู่จิ้งที่ให้คนของเขามารับที่ในหมู่บ้านตั้งนานแล้ว เพราะจำนวนที่มากขึ้น จ้าวเจ๋อหยวนจึงไม่อาจวิ่งส่งหลายรอบได้
สบู่กับยาสระผมต่อให้มีคนทำขึ้นมาเลียนแบบก็ไม่เหมือนกับของชิงหลิงที่นางทำ เพราะของนางมีฟองเยอะ แถมยังมีกลิ่นที่หอมของดอกไม้ชัดเจนจนติดอยู่ที่ตัวยามอาบน้ำ
ต่อให้ร้านอื่นมาซื้อตัวคนงานในเรือนของชิงหลิงเรื่องสูตรก็ไม่อาจทำได้ เพราะตัวน้ำด่างกับน้ำมันดอกไม้เป็นชิงหลิงกับจ้าวเจ๋อหยวนทำขึ้นมาด้วยตนเอง
ชิงหลิงนางจะทำหลังจากที่คนงานในเรือนกลับออกจากเรือนของนางไปทั้งหมดแล้ว เรื่องสูตรทั้งหมดจึงไม่มีผู้ใดล่วงรู้
หลังๆ นางทำสบู่ที่มีไว้เพื่อซักผ้าเท่านั้นออกมาด้วย แล้วขายในราคาก้อนละสองร้อยอิแปะ ชาวบ้านที่มีกำลังซื้อจึงหาซื้อมาไว้ซักผ้าและอาบน้ำกันได้มากขึ้น