บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 22 หงส์น้ำแข็งปิงหวง

            เนี่ยหลีนั่งลงตรงหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋น


            “เพื่อนนักเรียนเยี่ยจื่ออวิ๋น พวกเราพบกันอีกแล้ว”เนี่ยหลีพูดอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

            เนี่ยหลีมีกลิ่นอายสุขุมเชื่อมั่นในตนเองเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันยากจะเทียบกับเขาได้ ทว่าเวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่บังเกิดความรู้สึกพิเศษอันใดกับเขาอย่างมากก็เป็นเพียงความแปลกใจเล็กน้อย อีกทั้งรู้สึกยอมรับจากใจจริงเท่านั้น

            ความรู้ของเนี่ยหลีกว้างขวางลึกซึ้งนักแม้แต่ท่านป้าเซวียก็ยังคิดว่าเนี่ยหลีเป็นอาจารย์นักเขียนยันต์ผู้หนึ่ง

            ยันต์ที่เนี่ยหลีแก้ไขให้นั้นนางได้ส่งมอบให้ท่านป้าเซวียจัดทำเป็นม้วนยันต์แล้ว แน่นอน มันเป็นยันต์ระดับเงินจริงๆเรื่องนี้มีผลกระทบต่อจิตใจนางเพียงใดย่อมพอจะนึกออกได้ เนี่ยหลีมีความเข้าใจกระทั่งยันต์ระดับเงินช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก!

            “เนี่ยหลี ข้าได้ทดสอบรูปแบบยันต์ที่นำกลับไปครั้งก่อนแล้ว และมันเป็นยันต์ลมหิมะสลาตันที่สมบูรณ์โดยแท้!”เยี่ยจื่ออวิ๋นกล่าวพร้อมจ้องมองเนี่ยหลี

            อย่างไรก็ตามใบหน้าเนี่ยหลีมิได้แสดงความภาคภูมิใจใดๆ เพียงพูดแค่ว่า “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง สำหรับเนี่ยหลีแล้ว เรื่องพวกนี้มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด

            ในฐานะที่เป็นสมาชิกจากตระกูลวายุเหมันต์ แม้เยี่ยจื่ออวิ๋นไม่เคยแสดงออก แต่อันที่จริงในใจนางยังมีความภาคภูมิใจอยู่บางส่วนแต่เมื่อนางย้อนคิดกลับไป แม้เนี่ยหลีมีพรสวรรค์ แต่เมื่ออยู่ในชั้นเรียนมักเก็บเนื้อเก็บตัวไม่เคยแสดงความอวดเก่งแต่อย่างใด กระทั่งคำพูดของอาจารย์เสิ่นซิ่วสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับเขาเขาจึงตอบโต้กลับไป แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง เทียบกับเนี่ยหลีแล้วนางไม่มีอะไรให้ภาคภูมิใจเลยแม้แต่น้อย

            เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นเริ่มยอมรับเนี่ยหลีขึ้นมาอยู่บ้างแม้ไม่ถึงขนาดชื่นชอบเขา แต่เนี่ยหลีก็ได้กลายเป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวที่นางยอมพูดคุยด้วย

            แต่สำหรับเนี่ยหลีแล้วนี่ถือเป็นความก้าวหน้าขนานใหญ่แล้ว

            “เนี่ยหลี นี่คือผลึกวิญญาณที่เจ้าบอกให้ข้านำมาด้วย” เยี่ยจื่ออวิ๋นนำผลึกวิญญาณของนางออกมา

            “ถ่ายเทพลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในผลึกวิญญาณสิ!” เนี่ยหลีพูดพร้อมจ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋น ในชีวิตหนก่อน เยี่ยจื่ออวิ๋นในชาติที่แล้วเป็นผู้หญิงของเขาเขาย่อมไม่ขี้เหนียวแม้แต่น้อย

            เยี่ยจื่ออวิ๋นพยักหน้าถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในผลึกวิญญาณ ผลึกวิญญาณค่อยๆ พร่างพราวทอแสงสีขาวออกมา

            เมื่อเห็นรูปแบบอาณาเขตวิญญาณของเยี่ยจื่ออวิ๋นเนี่ยหลีอ้าปากผ่อนไอเย็นออกมาคำหนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่าพรสวรรค์ของเยี่ยจื่ออวิ๋นยังสูงกว่าของเซียวหนิงเอ๋อร์เสียอีกรูปแบบอาณาเขตวิญญาณของนางเต็มไปด้วยน้ำแข็งและภายในนั้น มีหงส์ตัวหนึ่งหลับอยู่

            นี่คือรูปแบบวิญญาณหงส์น้ำแข็งปิงหวงในตำนาน

            หนึ่งในรูปแบบวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด

            หากรูปร่างของหงส์น้ำแข็งยังไม่ถึงระดับทองดำความเร็วในการฝึกยุทธ์จะพอๆ กับปีกมังกร ทว่าหากเข้าสู่ระดับทองดำเมื่อใด หงส์นี้จะตื่นขึ้นมาและความก้าวหน้าในการฝึกยุทธ์จะก้าวกระโดดยิ่งๆขึ้นไป เสียดายที่เยี่ยจื่ออวิ๋นในชีวิตก่อนไม่สามารถก้าวถึงเขตแดนระดับทองดำและด่วนจากไปเสียก่อนไม่เช่นนั้นเยี่ยจื่ออวิ๋นจะต้องกลายเป็นเสาหลักผู้หนึ่งของเมืองกวงฮุยอย่างแน่นอน

             “คุณลักษณะวายุเหมันต์ รูปแบบหงส์น้ำแข็งปิงหวงรึ!”เนี่ยหลีมองเยี่ยจื่ออวิ๋นด้วยแววตาแฝงความตื่นเต้น “ข้าจะสอนเคล็ดวิชาชุดหนึ่งให้กับเจ้า!”

             “สอนเคล็ดวิชาชุดหนึ่งให้ข้าอย่างนั้นรึ?เคล็ดวิชาอะไรเล่า?” เยี่ยจื่ออวิ๋นมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจเคล็ดวิชาของนางถือว่าเป็นเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลวายุเหมันต์แล้ว เนี่ยหลียังมีเคล็ดวิชาที่ล้ำเลิศกว่านี้อีกหรือ?

            ตระกูลวายุเหมันต์เฟิงเสวี่ยถือเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองกวงฮุยกระทั่งตระกูลเสินเซิ่งและตระกูลเซิ่งหมิงก็ยังเทียบมิได้ เพราะตระกูลวายุเหมันต์มียอดผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งคอยเฝ้ามองอยู่บุคคลในตำนานผู้นั้นคือ ท่านเยี่ยโม่! เคล็ดวิชามากมายที่ตระกูลวายุเหมันต์เก็บรวบรวมไว้มิใช่คนทั่วไปจะนึกถึงได้นั่นเป็นเพราะท่านเยี่ยโม่ชื่นชอบที่จะออกไปสำรวจแผ่นดินใหญ่เซิ่งหลิง เขาสำรวจซากโบราณสถานในเทือกเขาเซิ่งจู่ได้เคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพมามากมายและก็แปลพวกมันออกมา

            “เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร!” เนี่ยหลีถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่เยี่ยจื่ออวิ๋นแม้เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรมิใช่เคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพที่สุดที่เยี่ยจื่ออวิ๋นสามารถฝึกได้ทว่ามันเป็นเคล็ดวิชาที่มีความลึกลับที่สุด หากฝึกได้สำเร็จ นางจะมีเก้าชีวิต ตราบใดที่วิญญาณของนางไม่ถูกทำลายนางจะสามารถฟื้นคืนชีพได้

            ในชีวิตหนนี้เนี่ยหลีจะไม่ยอมปล่อยให้เยี่ยจื่ออวิ๋นจากเขาไปอีกเป็นอันขาด!

            เยี่ยจื่ออวิ๋นท่องเคล็ดวิชาอยู่สองสามหนอย่างเงียบๆนางต้องตกใจกับอานุภาพของเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักร บรรดาเคล็ดวิชาที่ตระกูลวายุเหมันต์มีอยู่ไม่อาจเทียบกับเคล็ดวิชาชุดนี้ได้เลย!

            “ขอบคุณ เนี่ยหลี!” เยี่ยจื่ออวิ๋นขอบคุณเขาอย่างจริงใจนางค่อนข้างแปลกใจที่เยี่ยหลียอมสอนเคล็ดวิชาที่ทรงอานุภาพเช่นนี้แก่นาง ไม่ว่าอย่างไรนี่คือจุดเริ่มต้นของการรู้จักเนี่ยหลีเท่านั้น

            ในความเห็นของเยี่ยจื่ออวิ๋นนางและเนี่ยหลีเพิ่งจะรู้จักกัน ทว่าในมุมมองของเนี่ยหลี เขารู้จักเยี่ยจื่ออวิ๋นมานานแสนนานแล้วและในหัวใจของเขา เยี่ยจื่ออวิ๋นก็คือผู้หญิงของเขาแล้ว เคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรชุดหนึ่งเท่านั้นจะถือเป็นอะไรได้

            เยี่ยจื่ออวิ๋นเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชาหงส์น้ำแข็งเก้าวัฏจักรครู่หนึ่งพลังวิญญาณของนางกระเพื่อมสาดซัดขึ้นมาอย่างแรง เคล็ดวิชาชุดนี้ช่างเหมาะเจาะพอดีกับนางเสียจริง!

            ขณะที่เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นสนทนากันอยู่นั้นคนผู้หนึ่งเดินเข้ามา ที่แท้คือเสิ่นเยวี่ยนั้นเอง

            เห็นเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังสนทนากันอย่างมีความสุขและรอยยิ้มที่งดงามเจิดจ้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็เผยให้เห็นอยู่เต็มหน้าเสิ่นเยวี่ยไม่อาจอดกลั้นต่อความริษยาในใจของเขาได้อีกต่อไป จึงเดินเข้ามาหาคนทั้งสอง

            “จื่ออวิ๋น!” เสิ่นเยวี่ยยิ้มบางๆ ขณะมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋น

            “อืม” เยี่ยจื่ออวิ๋นตอบเบาๆนางในเวลานี้ไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อเสิ่นเยวี่ยนัก

            เสิ่นเยวี่ยนั่งลงข้างๆจ้องมองเนี่ยหลีด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเย็นชาในดวงตา

            บรรยากาศระหว่างคนทั้งสามก็เริ่มอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย

            “เนี่ยหลี พวกเราพบกันอีกแล้ว”เสิ่นเยวี่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นศัตรู

            “ทำไมรึ บทเรียนที่เพิ่งได้ไปเมื่อคราวก่อนยังไม่พอหรืออย่างไร?”เนี่ยหลีสีหน้าผ่อนคลาย ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เห็นเสิ่นเยวี่ยอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

             “เจ้า...” เสิ่นเยวี่ยกำหมัดแน่นหากมิใช่เยี่ยจื่ออวิ๋นนั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงต้องให้พวกลูกน้องสั่งสอนเนี่ยหลีสักทีสองทีแล้ว

            เยี่ยจื่ออวิ๋นแสดงสีหน้าแปลกใจฟังจากคำสนทนาระหว่างเนี่ยหลีกับเสิ่นเยวี่ย เสิ่นเยวี่ยดูเหมือนเคยพ่ายแพ้ให้แก่เนี่ยหลีนางค่อนข้างสงสัย เสิ่นเยวี่ยเป็นคุณชายสายเลือดตรงของตระกูลเสินเซิ่ง เป็นไปได้อย่างไรที่เขายอมก้มหัวให้เนี่ยหลีได้

            เสิ่นเยวี่ยฝืนกดข่มความคับแค้นในใจและชำเลืองมองไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋น“ครอบครัวของข้ากับครอบครัวของจื่ออวิ๋นมีไมตรีต่อกัน พวกเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโตและก็รู้จักกันเป็นอย่างดีผู้ใหญ่ของพวกเราทั้งสองฝ่ายต่างก็สนับสนุนให้พวกเราสนิทกัน”

            เสิ่นเยวี่ยพูดคำเหล่านี้ก็เพื่อเป็นการย้ำเตือนเนี่ยหลีเขาและเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นคู่ที่เหมาะสม ได้รับความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเนี่ยหลีจะนับเป็นตัวอะไรได้เล่า? กล้าคิดแย่งเยี่ยจื่ออวิ๋นกับเขาอย่างนั้นหรือ?

            เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเยวี่ยเนี่ยหลีอดที่จะทำเสียงเย้ยหยันมิได้ ในแง่ความสนิทสนม เสิ่นเยวี่ยหรือจะรู้ดีไปกว่าเขา?

            เสิ่นเยวี่ยมองเยวี่ยจื่ออวิ๋น และยิ้มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้า“พูดได้ว่าข้ากับจื่ออวิ๋นมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความชอบหรือนิสัยใจคอทุกอย่าง”

            ได้ยินคำพูดของเสิ่นเยวี่ยเยี่ยจื่ออวิ๋นมีสีหน้าไม่ชอบใจนัก นางอยากถามเสิ่นเยวี่ย ข้าไปสนิทสนมกับเจ้าถึงปานนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ในห้องเรียน เยี่ยจื่ออวิ๋นก็ค่อยๆ บังเกิดความรู้สึกไม่พอใจเสิ่นเยวี่ยยิ่งนักอย่างน้อยที่สุดตระกูลเสินเซิ่งก็มิได้รุ่งเรืองและเป็นที่เคารพบูชาดังเช่นที่แสดงให้เห็นภายนอก

            เยี่ยจื่ออวิ๋นอดที่จะหันไปมองเนี่ยหลีไม่ได้เนี่ยหลีคงไม่เข้าใจผิดใช่หรือไม่?

             “เช่นนั้นเจ้าก็ลองพูดออกมา ที่ว่ารู้ทุกอย่างนั้นมีอะไรบ้างข้าอยากจะฟังจริงๆ” ปลายนิ้วเนี่ยหลีเคาะโต๊ะเบาๆ ชีวิตในหนก่อนอีกนิดเดียวเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ได้แต่งงานกับเสิ่นเยวี่ยแล้ว ชีวิตครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

             “เยี่ยจื่ออวิ๋นชอบกินดอกเจี้ยวหลันชอบอ่านหนังสือและก็ชอบนั่งมองทิวทัศน์ข้างหน้าต่าง...” เสิ่นเยวี่ยมองเยี่ยจื่ออวิ๋นอย่างรักใคร่

            เนี่ยหลียิ้มบางๆแล้วพูดว่า “ความจริงนางไม่ได้ชอบกินดอกเจี้ยวหลัน แต่เป็นเพราะท่านเยี่ยโม่เคยหลอกนางว่าหากกินดอกเจี้ยวหลันแล้วจะช่วยบำรุงพลังวิญญาณใครจะชอบนั่งอ่านพวกหนังสือที่เข้าใจยากๆ เหล่านั้น ใครจะโง่เช่นนั้น จื่ออวิ๋นชอบออกไปท่องเที่ยวผจญภัยเป็นที่สุดที่นางชอบนั่งเหม่อริมหน้าต่างก็เพื่อมองออกไปยังโลกกว้างภายนอกต่างหากเล่า”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีเยี่ยจื่ออวิ๋นตกตะลึงจนจาค้างแทบพูดอะไรไม่ออกราวกับถูกฟ้าผ่า นางจ้องมองเนี่ยหลีด้วยความประหลาดใจเนี่ยหลีรู้ได้อย่างไร? อย่างไรนางก็คิดไม่ออก มีคนผู้หนึ่งเข้าใจนางเป็นอย่างดีถึงเพียงนี้เป็นไปได้อย่างไรกัน

            เนี่ยหลีสูดลมหายใจลึกปีนั้นเขาอยากพาเยี่ยจื่ออวิ๋นท่องไปทั่วโลก แต่ทว่าความปรารถนานั้นไม่อาจเป็นจริงได้ในโลกนี้ ข้าจะต้องเติมเต็มความปรารถนาของเจ้าให้จงได้

             “เจ้าพูดจาไร้สาระอะไรกัน...”เสิ่นเยวี่ยคิดอยากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋น ปากที่อ้าอยู่ก็มิอาจพูดอะไรออกไปได้

             “ในเมื่อเจ้ารู้จักเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอย่างดีบนร่างของจื่ออวิ๋นมีปานรูปผีเสื้ออยู่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าอยู่ตรงไหน?” เนี่ยหลีแสร้งทำเป็นยิ้มพร้อมมองเสิ่นเยวี่ย

             “ข้าจะรู้ได้อย่างไร!” เสิ่นเยวี่ยร้องด้วยความเกรี้ยวโกรธ

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีใบหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไรว่านางมีปานรูปผีเสื้อ? เยี่ยจื่ออวิ๋นบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาในใจและลุกขึ้นยืน “เนี่ยหลี เจ้าช่างชั่วช้ายิ่งนัก!” เยี่ยจื่ออวิ๋น กระทืบเท้าเร่าๆวิ่งหนีไปด้วยความอับอายและความขุ่นเคืองใจ

            แผ่นหลังบอบบางของเยี่ยจื่ออวิ๋น กระโปรงผ้าไหมสีขาวพลิ้วไหวท่อนขาขาวกระชับเรียว แลดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งนัก

            เห็นปฏิกิริยาแปลกๆ ของเยี่ยจื่ออวิ๋น เสิ่นเยวี่ยใบหน้าบึ้งตึงความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเยี่ยจื่ออวิ๋นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน  ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่อาจบอกผู้ใดได้สีหน้าของเขาน่ากลัวยิ่งนัก “เนี่ยหลี เจ้าจำคำของข้าไว้ให้ดีข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุด!”

            เนี่ยหลีมองเสิ่นเยวี่ยด้วยสายตาดูแคลน หัวเราะอย่างเย็นชาคราหนึ่งและพูดว่า“สู้กับข้ารึ เจ้ายังห่างชั้นกว่าข้าอีกมากนัก หากยังไม่รู้จักคิด ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนเจ้าอีกสักหนสองหน”เนี่ยหลีลุกขึ้นยืนและจากไป

            ณ จวนเจ้าเมือง

            ความแดงระเรื่อบนแก้มของเยี่ยจื่ออวิ๋นยังไม่จางหาย

            “เนี่ยหลี เจ้าคนชั่วช้า! ชั่วช้า!”เยี่ยจื่ออวิ๋นโกรธจนกระทืบเท้าเร่าๆ เนี่ยหลีรู้ได้อย่างไรว่าบนอกซ้ายของนางมีปานรูปผีเสื้อ?คิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็เหมือนพลิกคว่ำไปห้าตลบ มิใช่เนี่ยหลีมาแอบดูนางอาบน้ำหรอกหรือ?

            หากเนี่ยหลีเคยเห็นปานแดงรูปผีเสื้อบนร่างกายของนางนี่มิใช่หมายความว่าเขาได้เห็นเรือนร่างของนางไปหมดแล้วหรือ?

            ไม่ ข้าต้องไปถามเจ้าคนชั่วช้าผู้นี้ให้รู้เรื่อง!

            ในใจเยี่ยจื่ออวิ๋นรู้สึกอับอายยิ่งนัก นางจ้องมองออกไปด้านนอกเนี่ยหลีเหตุใดจึงรู้จักนางดีเช่นนี้? เนี่ยหลีคงมิใช่คอยแอบดูอยู่ข้างตัวนางตลอดกระมัง?อย่างไรก็ตาม จวนเจ้าเมืองมีเวรยามแน่นหนา เกรงว่าแม้แต่แมลงวันสักตัวหนึ่งก็ยังบินลอดเข้ามามิได้?

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน