เสี่ยวหลานกำลังเพ่งพินิจมองใบหน้า ที่ผู้คนทั้งจวนกล่าวหาว่างดงามสะคราญโฉมจนนำภัยมาสู่เ้าของผ่านผิวน้ำสงบนิ่งของบ่อน้ำท้ายจวน
พอกลับจากส่งผ้าให้โรงครัวชุนฮวาก็สั่งให้นางตักน้ำให้เต็มอ่างของเรือนพัก แม้จะรู้ว่าเป็การกลั่นแกล้งแต่ด้วยพละกำลังน้อยนิดของร่างนี้ไม่อาจต่อกรคนพวกนั้นได้ทำให้เสี่ยวหลานต้องอดทนและอดกลั้นเอาไว้ก่อน
ภาพที่เห็นคือใบหน้าเรียวเล็กละมุนละไมดวงตากลมโตเรียวยาว คิ้วเรียวสวยได้รูป จมูกโด่งสวยได้สัดส่วน ปลายจมูกมนเล็กน้อยริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนอย่างเป็ธรรมชาติ ส่วนรูปร่างก็อ้อนแอ้นบอบบางเอวคอดไหล่เล็กแต่ไม่อ่อนแอ มีแต่ความสง่าผ่าเผยอย่างไม่ต้องพยายาม
“เหมือนจริงๆด้วยเหมือนตอนที่ข้าอายุสิบแปดปี ยังไม่เติบโตเต็มที่แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสวยมากๆ”คำว่าเหมือนของเสี่ยวหลานก็คือร่างนี้เหมือนกับหลินเยว่หรานตอนอายุสิบแปดปีในยุคปัจจุบัน“มิน่าล่ะคนพวกนั้นถึงรู้สึกว่าร่างนี้เป็ตัวอันตราย ต้องทำให้ผิวคล้ำกว่านี้และสร้างาแให้ชัดเจนน่ากลัวกว่านี้คนพวกนั้นจะได้ไม่ให้ความสนใจกับใบหน้าและรูปร่างนี้”
คิดได้ดังนั้นแล้วเสี่ยวหลานก็ผละออกจากบ่อน้ำ จากนั้นก็หาบน้ำกลับไปที่เรือนพัก
และกว่านางจะตักน้ำจนเต็มอ่างทั้งหมดก็เลยเวลาอาหารเย็นไปนานแล้ว ไม่มีใครเก็บอาหารเอาไว้ให้นางสักคน นางจึงได้แต่หอบสังขารที่เหนื่อยล้ากลับเข้าห้องพักเท่ารูหนู
เสียงท้องร้องทำให้เสี่ยวหลานไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้“ถ้าได้กินอาหารอร่อยๆเหมือนตอนทำงานดึกๆที่โลกเก่าก็คงจะดี”
เพียงสิ้นเสียงบ่นพึมพำก็มีซาลาเปาไส้ผักแสนอร่อยที่นางชอบเพิ่มเข้ามาในอุ้งมือน้อยๆ “หืมซาลาเปาไส้ผักนี่ ระ หรือว่า...มิติ ข้า้าจะเข้าไปในมิติ!”
วิ้ง!
ตุ๊บ!
ร่างของเสี่ยวหลานหล่นไปกองอยู่ที่พื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ“โรงงานตระกูลหลิน ตามมาด้วยอย่างนั้นเหรอ ดีเลย!!” พูดพลางก็กัดซาลาเปาไส้ผักแสนอร่อยไปพลาง
จากนั้นเสี่ยวหลานหรือก็คือจิติญญาของหลินเยว่หรานก็เดินสำรวจไปทั่วทั้งโรงงานขนาดใหญ่โดยเฉพาะห้องทดลองและคลังสินค้าที่เก็บเครื่องสำอางมากมายเอาไว้ในนั้น
สำรวจโรงงานเสร็จก็รีบเดินไปที่โซนอาคารที่พักหรูหราของผู้บริหารที่เป็ตึกห้าชั้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมจะแตกต่างก็ตรงที่ไม่มีใครอยู่ในพื้นที่นี้เท่านั้น
พอเห็นห้องพักของตัวเองก็รีบเปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่นางทำก็คือการถลาเข้าหาเตียงนอนหนานุ่มที่แสนคุ้นเคย
“ถ้ามีมิติโรงงานเครื่องสำอางติดตามมาด้วยข้าก็ไม่ต้องคิดมากแล้วว่าจะต้องเริ่มจากศูนย์”พูดได้เพียงเท่านั้นหญิงสาวก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ไม่นานก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
ตอนเช้าเสี่ยวหลานตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกนางเข้าห้องน้ำแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นอย่างสบายใจ จากนั้นก็ลงผิวทั้งตัวให้เข้มขึ้นมาอีกนิดแล้วก็แต่งหน้าให้หมองคล้ำกว่าเดิมนิดหน่อย
นางก้มมองชุดผ้าฝ้ายหยาบๆที่เริ่มส่งกลิ่นแล้วแต่ก็ยังต้องจำใจหยิบมาสวมอีกครั้ง เพื่อไม่ให้บ่าวรับใช้เรือนซักล้างพวกนั้นสงสัย
พอสำรวจตัวเองหน้ากระจกจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดสังเกตจึงได้เดินเข้าครัวเพื่อทำอาหารกิน
อาหารเช้าของเสี่ยวหลานเป็ข้าวต้มที่ทำได้ง่ายและก็ทำเผื่อเอาไว้สำหรับกินในตอนเที่ยงและตอนเย็นด้วย
“เ้านาย”
จู่ๆเสี่ยวหลานก็ได้ยินเสียงเรียกนางหันรีหันขวางอย่างงงๆ ก็พบเข้ากับก้อนกลมๆสีขาวกำลังเดินมาหา
“เสียงของเ้าอย่างนั้นหรือเ้าเป็ตัวอะไร” นางก้มลงไป แล้วคว้าก้อนกลมๆขึ้นมาพิจารณา
“เ้านาย ข้าเป็ภูติพิทักษ์มิติเรียกข้าว่าเสี่ยวไป๋ก็ได้ขอรับ”
“เสี่ยวไป๋อย่างนั้นเหรอ ก็ได้ ข้าจะเรียกเ้าว่าเสี่ยวไป๋ก่อนอื่นเ้าบอกข้าได้หรือไม่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่”
“ถึงเวลาที่จิติญญาของเ้านายจะต้องกลับมารวมกันแล้วขอรับดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น”
“เ้ากำลังจะบอกข้าว่าจิติญญาดั้งเดิมของข้าอยู่ที่นี่เช่นนั้นหรือเสี่ยวไป๋แล้วเื่ราวและชีวิตของข้าในยุคนั้นเล่า มันคือความฝันเช่นนั้นหรือ”
“ไม่ใช่หรอกเ้านายสิ่งเหล่านี้คือตัวช่วยที่จะทำให้เ้านายมีชีวิตรอดในยุคนี้ได้ขอรับ”
คำพูดนี้ของเสี่ยวไป๋ทำให้ความทรงจำสายหนึ่งเมื่อตอนที่นางอายุไม่กี่ปีฉายชัดขึ้นมามันเป็่ที่หลบลี้หนีภัยมาจากแคว้นแห่งนั้น และตอนเด็กนางก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
“อืม ข้าพอจะเข้าใจบ้างแล้วนอกจากพื้นที่โรงงานทั้งหมดแล้ว ยังมีอะไรที่ติดตามจิติญญาข้ามาที่นี่บ้าง”
“ทรัพย์สมบัติขอรับเ้านายนอกจากนี้ยังมีพื้นที่แปลงสมุนไพร ธารน้ำพุิญญา แปลงผัก สวนผลไม้ยังมีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ด้วยขอรับ”
“ทรัพย์สมบัติอย่างนั้นเหรอนอกจากทองกับหยกแล้วเงินพวกนั้นจะเอามาทำอะไรที่ยุคโบราณนี้ได้เล่าเสี่ยวไป๋”
“ข้าได้ช่วยแลกเปลี่ยนเป็แปลงสมุนไพร ธารน้ำพุิญญาแปลงปลูกผัก สวนผลไม้และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ให้เ้านายแล้วขอรับ”
“เป็แบบนี้นี่เองเช่นนี้แล้วข้าก็สามารถไถ่ถอนตัวออกจากจวนแห่งนี้ได้แล้วสินะ ดีจริงๆ”
“เ้านาย ท่านลืมไปแล้วหรือว่าบ่าวที่ขายตัวเข้ามาในจวนแห่งนี้ต้องทำงานอย่างน้อยสองปีถึงจะสามารถไถ่ถอนตัวออกไปได้”
“สองปี!”
“ยังมีอีกเื่นะขอรับเ้านาย เงินของยุคนี้ยังแตกต่างจากยุคโบราณที่อื่นๆด้วย”
“แสดงว่าทองคำหรือหยกของข้าที่มีอยู่ก็นำไปขายได้เงินของยุคนี้ไม่เท่าไหร่ใช่ไหมเสี่ยวไป๋”
“ใช่แล้วขอรับทางที่ดีท่านเก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า”
“อืม ที่นี่ใช้สกุลเงินเทียนซวนค่าตัวของข้ากับเสี่ยวหู่คนละหนึ่งพันเทียนซวนถ้าเทียบกับเงินของยุคปัจจุบันจะเป็เท่าไหร่หรือเสี่ยวไป๋”
“ราวๆร้อยล้านหยวนขอรับเ้านาย สองคนก็สองร้อยล้านหยวน”
“ฮึ!แม้จะเอาทองกับหยกที่มีอยู่น้อยนิดไปขาย ก็คงไม่พอแน่ๆ”นางไม่ค่อยชอบสะสมของพวกนี้ เงินที่หามาได้ในยุคปัจจุบันก็เลยเก็บไว้ในบัญชีชีวิตแต่ละวันก็ไม่ค่อยได้ใช้เงินเพราะอยู่ในห้องทดลองเสียเป็ส่วนใหญ่ยังดีนะที่นางทำอาหารเป็ไม่อย่างนั้นก็คงจะลำบากกว่านี้
“เ้านายก็เอาสมุนไพรหรือไม่ก็เอาเครื่องสำอางในคลังสินค้าไปขายสิขอรับไม่แน่ว่าภายในเวลาสองปีนี้ท่านอาจจะรวบรวมเงินให้ครบได้นะขอรับ”
คำพูดนี้ของภูติพิทักษ์มิติทำให้เสี่ยวหลานรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา“ได้! ข้าเองก็ตั้งใจเอาไว้แบบนี้อยู่แล้วว่าแต่ข้าควรจะตั้งราคาเท่าไหร่ดีเสี่ยวไป๋”
“ถ้าเอาตามที่เ้านายคิด ก็น่าจะขายขวดละสามสิบเถียนก่อนขอรับเพราะคนซื้อส่วนใหญ่เป็บ่าวรับใช้ในจวน”
เสี่ยวหลานเริ่มครุ่นคิด“หนึ่งหมื่นเถียนเท่ากับหนึ่งหลิง หนึ่งพันหลิงเท่ากับหนึ่งเทียนซวนข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดถึงต้องใช้เวลารวบรวมเงินนานขนาดนั้นที่แท้แล้วก็เป็แบบนี้นี่เอง”
“เ้านายอย่าพึ่งท้อไปขอรับอย่างน้อยท่านก็มีอาหารกินไม่มีทางอดตายแน่นอน”
“ฮึ!แล้วที่ยุคโบราณแห่งนี้มีคนที่ฝึกฝนพลังลมปราณหรือไม่เสี่ยวไป๋”
“มีแน่นอนขอรับเ้านายโดยเฉพาะดินแดนแห่งนี้ มีคนเหล่านี้มากมายเลยขอรับ”
เสี่ยวหลานเดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดนางก็มาถึงแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่“เสี่ยวไป๋ เ้าว่าถ้าข้าเอาสมุนไพรพวกนี้ไปขายจะได้เงินเท่าไหร่”
“น่าจะได้สักห้าสิบเทียนซวนขอรับเ้านาย”
“น้อยขนาดนั้นเลยเหรอนี่มันโสมป่าอายุห้าร้อยปี นั่นก็เห็ดหลินจือสามร้อยปีเลยนะเสี่ยวไป๋”
“สมุนไพรจากโลกเดิมของเ้านายเป็เพียงแค่สมุนไพรระดับต่ำขอรับ ดินแดนแห่งนี้หรือแม้แต่อีกห้าแคว้นที่เหลือไม่ถือว่าสมุนไพรเหล่านี้สำคัญเหมือนโลกเดิมของเ้านาย”
สิ่งที่ได้รับรู้ทำเอาเสี่ยวหลานนิ่งงันไปนี่มันแปลงมาจากเงินหลายหมื่นล้านหยวนของนางเชียวนะ สมุนไพรแปลงใหญ่กลับแลกได้แค่ห้าสิบเทียนซวนเท่านั้นเองเหรอ“ละ แล้วข้าสามารถหาสมุนไพรระดับสูงมาปลูกในนี้ได้หรือไม่เสี่ยวไป๋”
“ได้แน่นอนเ้านายเพียงแต่ท่านต้องออกจากจวนแห่งนี้ให้ได้เสียก่อนขอรับ”บ่าวรับใช้ตำแหน่งอื่นในจวนก็อาจจะสามารถออกนอกจวนได้เดือนละครั้งสองครั้งแต่สำหรับบ่าวรับใช้ในเรือนซักล้างนี้ไม่สามารถออกไปได้เด็ดขาดเพราะบ่าวของที่นี่ไม่ต่างจากนักโทษที่มีความผิดนั่นเอง
“เหอะๆ สรุปว่าต้องรอสองปีก่อนใช่หรือไม่”
“ก็ประมาณนั้นขอรับเ้านาย”
“เ้าไปพักก่อนเถอะข้าจะใช้เวลาที่เหลืออีกสามเค่อเดินสำรวจพื้นที่แห่งนี้เสียหน่อย”
“ขอรับเ้านาย” ร่างของเสี่ยวไป๋หายวับไปในทันที
เสี่ยวหลานแม้จะรู้สึกละเหี่ยใจแต่นางก็ไม่ได้เสียเวลากับความรู้สึกนี้นานนักอย่างน้อยนางก็ยังมีเครื่องสำอางพวกนั้นที่น่าจะเหมาะกับคนในยุคโบราณแห่งนี้ขายถูกก็ช่างเถอะอาศัยขายในปริมาณมากเข้าไว้ก็น่าจะรวบรวมเงินได้สำเร็จภายในสองปี
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เสี่ยวไป๋ไม่ได้บอกกับนางนั่นก็คือถ้าสมุนไพรระดับต่ำเหล่านี้ถูกรดด้วยน้ำพุิญญาระดับของมันก็จะเลื่อนไปเป็สมุนไพรระดับกลางหรือถ้ารดด้วยน้ำพุิญญาที่เข้มข้นก็อาจจะเลื่อนไปอีกหลายระดับในทันที
และถ้าปรุงยาขายได้ก็ยิ่งดี เพราะราคายาของดินแดนแห่งนี้แพงมาก