เย่เทียนเปิดอ่านข้อมูลที่ได้รับมาซึ่งภายในนั้นมีรายละเอียดเนื้อหาที่เกี่ยวกับหอค่ายกลซางเหอมากมาย
หอค่ายกลซางเหอถูกสร้างขึ้นโดยซางเหอราชาซางเหอผู้เคยเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของฐานทะเลมารไม่เพียงแต่เขาจะเป็นยอดฝีมือระดับราชาเท่านั้นเขายังเป็นจอมเวทค่ายกลระดับสูงอีกด้วยเขาเป็นหนึ่งในจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของฐานทะเลมารและยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างค่ายกลป้องกันของฐานทะเลมาร
ผู้ที่ผ่านหอคอยค่ายกลในแต่ละชั้นจะได้รับแผนผังค่ายกลและใครก็ตามที่ผ่านชั้นที่เก้าแล้ว คนผู้นั้นจะกลายเป็นผู้สืบทอดของราชาซางเหอ
อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครกลายเป็นผู้สืบทอดของซางเหอเลยสักคน สำหรับเหตุผลนั้นไม่มีใครรู้รู้เพียงว่าผู้มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงจำนวนไม่น้อยที่สามารถผ่านไปยังชั้นที่แปดได้แต่พวกเขาก็กลับละทิ้งการทดสอบไปโดยไม่ขึ้นไปยังชั้นเก้าของหอคอย
แต่ต้องบอกว่าหอค่ายกลซางเหอมีแผนผังค่ายกลอยู่มากมายการเข้าไปในหอค่ายกลซางเหอมีประโยชน์ต่อจอมเวทค่ายกลมาก แต่มันก็อันตรายเช่นกันภายในหอคอยส่วนใหญ่ถูกติดตั้งค่ายกลสังหารไว้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตปรมาจารย์จึงจะรับภารกิจนี้ได้
มิเช่นนั้นหากเป็นแค่นักรบผู้เชี่ยวชาญก็อาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งตกตายไปในหอค่ายกลซางเหอ
เมื่อทราบสถานการณ์ของหอคอยค่ายกลซางเหอคร่าวๆแล้ว เย่เทียนก็มุ่งหน้าไปยังหอคอยค่ายกลซางเหอทันที
“ที่นี่เหรอ!”
เย่เทียนมาถึงเขตเมืองเก่าที่ตรงนี้เป็นเขตเมืองแห่งแรกของฐานทะเลมารแต่ปัจจุบันมันอยู่บริเวณชายขอบของฐานทะเลมาร มีผู้อยู่อาศัยไม่มากนักแต่มันก็เงียบสงบมากผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุมากส่วนใหญ่เลือกที่จะตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้
หอคอยค่ายกลซางเหอก็ตั้งอยู่ในพื้นที่นี้เช่นกันสมาคมค่ายกลได้ปกป้องและดูแลมันเป็นอย่างดี พวกเขาจ้างทหารจำนวนหนึ่งมาเฝ้าที่นี่ไว้ทั้งกลางวันและกลางคืน
เย่เทียนหยิบบัตรคะแนนและบัตรประชาชนออกมาให้ทหารที่คอยเฝ้าอยู่จากนั้นเขาก็เข้าไปด้านใน
ภายในหอคอย
ฟูม!!!
ทันทีที่เย่เทียนเข้ามาด้านในภูมิทัศน์โดยรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เปลวเพลิงมากมายพลุ่งพล่านออกมาทำให้เย่เทียนรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกแห่งเปลวเพลิง
“ค่ายกลโจมตีเปลวเพลิง!”
สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไปพร้อมความรู้สึกสนใจที่ก่อตัวขึ้นเล็กน้อย
พลังโจมตีของเปลวเพลิงเหล่านี้แข็งแกร่งมากหากเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญก็คงยากที่จะรักษาชีวิตไว้ได้มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์เท่านั้นที่จะสามารถรับมือกับค่ายกลโจมตีเช่นนี้
“พรสวรรค์ด้านพละกำลัง”
“ทักษะดาบฟาดฟันวายุคราม!”
เย่เทียนปลดปล่อยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาทันทีแต่ไม่นานการโจมตีของเขาก็ถูกพลังที่แฝงเร้นอยู่ในค่ายกลสายหนึ่งพัดพาจนสลายไป
“เป็นอย่างที่คิดไว้ เราคงฉวยโอกาสใช้พลังอย่างเดียวผ่านไปไม่ได้เว้นเสียแต่ว่าพลังของเราจะบรรลุถึงระดับราชาเทียบเท่าราชาซางเหอมิเช่นนั้นการโจมตีของเราจะถูกพลังที่แฝงเร้นของค่ายกลทำให้สลายไป!”เย่เทียนขมวดคิ้ว
การจะฝ่าค่ายกลนี้ได้ต้องอาศัยพรสวรรค์ด้านค่ายกลเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นเย่เทียนจึงเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูง
พริบตาเดียวพื้นที่เปลวเพลิงก็กลายเป็นมิติค่ายกลอักขระลวดลายมากมายปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเย่เทียน
ในตอนนี้เขาเห็นภาพที่แตกต่างออกไปรูปแบบอักขระจำนวนมากเหล่านี้รวมกันเป็นเปลวเพลิงที่พุ่งเข้าโจมตีมายังเขา
เมื่อเห็นองค์ประกอบของค่ายกลเปลวเพลิงเย่เทียนก็ค่อยๆ เริ่มแผนการโต้กลับ
“เราต้องทำลายจุดเชื่อมต่อค่ายกลก่อน!”
เย่เทียนพยายามทำลายค่ายกลด้วยความช่วยเหลือของพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงครั้นแล้วเขาก็พบแกนหลักของค่ายกลซึ่งก็คือค่ายกลที่เชื่อมต่อระหว่างรูปแบบของค่ายกลแต่ละรูปแบบ
“สลาย!”
เย่เทียนรวบรวมลมปราณไว้ที่นิ้วและชี้ไปยังจุดเชื่อมต่อเหล่านั้น
ทันใดนั้นเมื่อจุดเชื่อมต่อแรกถูกทำลายค่ายกลเปลวเพลิงก็เริ่มไม่เสถียร
หลังจากนั้นเย่เทียนก็พบแกนหลักจุดเชื่อมต่ออื่นๆและเริ่มทำลายมันอีกครั้ง
เมื่อจุดเชื่อมต่อมากกว่า10จุดถูกทำลาย ค่ายกลก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ สลายหายไปทันที
ค่ายกลโจมตีของชั้นแรกถูกทำลายลงแล้ว!
ชั้นหนึ่งของหอคอยกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าและภาพวาดก็ปรากฏขึ้นในมือของเย่เทียน
“แผนผังค่ายกลป้องกันขั้นต้น : ค่ายกลม่านฝน!”
เย่เทียนเก็บแผนผังค่ายกลระดับเริ่มต้นและเริ่มฝ่าเข้าไปในชั้นที่สอง
ชั้นที่สองค่อนข้างซับซ้อนกว่าชั้นแรกมันเป็นค่ายกลเยือกแข็ง เย่เทียนใช้เวลาหลายชั่วโมงในการทำลายค่ายกลนี้โชคดีที่เย่เทียนแข็งแกร่งมาก เขาสามารถยืนหยัดในมิติค่ายกลได้นานกว่าปกติหากปรมาจารย์ทั่วไปมายังที่แห่งนี้พวกเขาคงถูกโจมตีจากค่ายกลเยือกแข็งนี้จนบาดเจ็บก่อนที่จะทำลายค่ายกลนี้ได้
ค่ายกลชั้นที่สามเป็นค่ายกลใบไม้เขียวมันเป็นค่ายกลโจมตีธาตุไม้ เย่เทียนใช้เวลาเกือบหนึ่งวันกว่าจะทำลายค่ายกลได้แต่เขาก็ต้องสูญเสียพลังปราณและกําลังกายไปอย่างมากเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ในการทดสอบของชั้นต่อไป
“ผ่านชั้นที่ 3 แล้ว เราได้รับแผนผังค่ายกลมา 3แผ่น แผนผังค่ายกลป้องกันขั้นต้นหนึ่งแผ่น : ค่ายกลม่านฝนแผนผังค่ายกลธาตุไฟขั้นต้นหนึ่งแผ่น : ค่ายกลมังกรไฟทะยานฟ้าแผนผังค่ายกลซ่อนเร้นอีกหนึ่งเเผ่น : ค่ายกลล่องหน ครั้งนี้นับว่าได้กําไรไม่น้อยแต่ไม่รู้ว่าจะได้คะแนนเท่าไหร่?”
เย่เทียนนําแผนผังสามทั้งแผ่นออกจากหอคอยค่ายกลซางเหอ
หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืนวันต่อมา เย่เทียนก็เดินทางไปยังสมาคมค่ายกล…
“ผมมาส่งภารกิจ!”
เย่เทียนมาถึงโถงภารกิจเพื่อส่งภารกิจหอค่ายกลซางเหอ
เจ้าหน้าที่หยิบบัตรประจำตัวเย่เทียนขึ้นมาตรวจสอบก่อนจะยืนยันตัวตนเย่เทียนได้ทันที
“ท่านได้ทำภารกิจสำเร็จแล้วจริงๆ และท่านก็ยังสามารถผ่านด่านที่สามได้รางวัลรวม 900 คะแนน ชั้นแรกได้รับ 200 คะแนน ชั้นที่สอง 300 คะแนน ชั้นที่สาม 400 คะแนน ปรมาจารย์เย่เทียน ในปีหน้าท่านสามารถรับภารกิจนี้ได้อีกครั้งแต่หากท่านไม่สามารถไปถึงชั้นที่ 4 ได้ท่านก็จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ”
“เข้าใจแล้ว!” เย่เทียนพยักหน้า
เจ้าหน้าที่ส่งคะแนน900คะแนนให้เย่เทียนและถามว่า “ปรมาจารย์เย่เทียนท่านน่าจะได้แผนผังค่ายกลสามแผ่นจากหอค่ายกลซางเหอใช่หรือไม่? หากเป็นแผนผังที่ทางสมาคมค่ายกลยังไม่มี ท่านสามารถแลกมันเป็นคะแนนได้ท่านยินดีที่จะแลกมันเป็นคะเเนนหรือไม่?”
“ได้!”
เย่เทียนหยิบแผนผังค่ายกลทั้งสามแผ่นออกมา
น่าเสียดายที่มีเพียงแผนผังค่ายกลซ่อนเร้นเพียงแผ่นเดียวที่ทางสมาคมค่ายกลยังไม่มีอีกสองแผ่นที่เหลือนั้น ทางสมาคมค่ายกลมีมันอยู่แล้ว เขาจึงไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้
แต่ด้วยแผนผังค่ายกลเพียงแผ่นเดียวเย่เทียนก็ได้รับคะแนนถึง 500 คะแนน ทำให้คะแนนของเย่เทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
เย่เทียนคํานวณอย่างรอบคอบตอนนี้เขามี 3,300 คะแนนซึ่งเพียงพอที่จะซื้อแผนผังค่ายกลรวบรวมรวมลมปราณ 6 เท่า
ในความเป็นจริงแผนผังค่ายกลระดับต้นนั้นไม่ได้แพงขนาดนี้แต่เป็นเพราะสมาคมค่ายกลยังไม่มีมัน เขาจึงสามารถแลกมันมาได้ 500 คะแนน
หากเขาต้องการแลกค่ายกลระดับเริ่มต้น10คะแนนก็เพียงพอแล้ว
ในที่สุดเย่เทียนก็แลกแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณ6เท่า แม้ว่าจะเป็นมันจะเป็นค่ายกลระดับกลางแต่มูลค่าของมันเทียบได้กับค่ายกลระดับสูง ดังนั้นมันจึงมีมูลค่าถึง 2,000 คะแนน และเขาใช้คะแนนอีก 1,000 คะแนนเพื่อแลกแผ่นจานค่ายกลระดับสูงมา
เมื่อได้แผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณและแผ่นจานค่ายกลมาทุกอย่างก็ถือว่าเตรียมพร้อมแล้ว
สิ่งต่อไปคือการทำความเข้าใจรูปแบบค่ายกลและการจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อถึงเวลานั้นเขาก็จะสามารถจารึกค่ายกลได้เมื่อสามารถสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณได้สำเร็จ ภายในหนึ่งปีเย่เทียนก็อาจจะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงได้