ตอนที่ 157 เฮเลน
ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาเตรียมตัวอย่างแท้จริง ผ่านมากว่าสองอาทิตย์แล้วหลังจากการพบปะ นิทานยังคงปฏิบัติงานในฐานะหน่วยพิทักษ์เมืองต่อไปอย่างไม่มีหยุดพัก เขาไม่ได้เป็นคนขยัน แต่การทำงานเช่นนี้ก็ไม่ได้น่าเบื่อเสียทีเดียว แถมเขายังสามารถฝึกควบคุมพลังได้อีกด้วย
รูปแบบใหม่อย่างหนึ่งที่เขาทำได้คือการใช้คำแห่งพลัง จางหาย เสริมให้กับแผ่นปิดยันต์ สร้างผลลัพธ์ที่ทำให้ไอพลังและแสงเวลาใช้คำแห่งพลังแทบจะหายไปโดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านิทานจะสามารถใช้แรงดึงดูดศูนย์กลางได้อย่างตามใจชอบ มีหลายครั้งทีเดียวที่นิทานแอบลองใช้พลัง แรงดึงดูดศูนย์กลาง ในโอกาสต่าง ๆ ที่เขาคิดว่าอาจจุดประกายความคิดให้เขาได้ และผลลัพธ์ก็ออกมาน่าพอใจ เขาคล่องแคล่วในพลังดูดและผลักขึ้นมาก
นอกเหนือจากนั้นตารางการฝึกพลังยามค่ำคืนของนิทานก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปนัก เขามักจะหาโอกาสไปหาผู้พันลาลันตายามดึกเช่นเคย คีตาดูจะพยายามหนักเสียยิ่งกว่าเขา เห็นได้ชัดจากการที่ทุกคืนที่ห้องฝึกซ้อมมันจะพยายามหาอะไรแปลก ๆ ทำเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแต่อย่างใด
มันยังคงห่างจากการเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้เพื่อขึ้นเป็นนักสลักเอกอีกมาก แม้ก่อนหน้านี้มันจะเข้าใกล้ระดับของนักสลักเอกมากยิ่งกว่านิทานก็ตามที ความมุ่งมั่นของมันยิ่งสูงขึ้นจากการที่นิทานไม่ยอมให้มันร่วมสู้ด้วยในการต่อสู้กับหมีขนมรกตและโฮโจ ถึงแม้ตามจริงแล้วมันจะช่วยผ่านการแบ่งพลังก็ตาม
มันได้ลองพยายามตีความคำแห่งพลังในรูปแบบต่าง ๆ แล้วแต่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์อะไรที่น่าพอใจ การเรียนรู้คำยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับสัตว์ป่าธรรมดาเช่นมัน เมื่อเห็นเช่นนี้นิทานจึงสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาจึงปกครองมหาทวีป
ความพยายามของคีตาไม่ได้ไร้ค่าเสียทีเดียว การฝึกหนักบ่อย ๆ นั้นทำให้นิทานและมันแบ่งปันพลังระหว่างกันได้ราบรื่นและไร้รอยต่อมากกว่าที่เคย เมื่อนิทานเลื่อนขึ้นเป็นนักสลักเอก ปริมาณพลังที่มากขึ้นทำให้การควบคุมนั้นยากลำบากกว่าก่อนหน้า หากยามนี้เรื่องเหล่านั้นกลับไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ระหว่างช่วงรอคอยเช่นนี้ชีวิตของแต่ละคนดูจะดำเนินไปอย่างปกติ นิทานได้มีโอกาสพบกับสมาชิกกลุ่มขุดค้นอยู่บ้าง จะอย่างไรหลังจากนี้พวกเขาก็ต้องเสี่ยงชีวิตด้วยกัน จะสนิทกันมากขึ้นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด
คนที่เขาได้พบบ่อยที่สุดก็คือเพชฌฆาต สาเหตุไม่ใช่อะไรนอกไปจากตัวเพชฌฆาตนั้นอยากสนิทกับเขา และไม่รู้ไปทำอีท่าไหน โอไรออนนั้นสนิทกับเพชฌฆาตไปแล้วเรียบร้อย
เลโอเป็นอีกคนที่เขาเจอค่อนข้างบ่อย ส่วนหนึ่งเพราะว่าหลังจากรับรู้ว่าหนึ่งในผู้สนับสนุนใหญ่ของไพลินคือศาสนาปฐมมันตรา นิทานก็มักหาเวลาไปวิหารบ่อยขึ้น เขาไม่ใช่คนเคร่งศาสนาขนาดนั้นหากก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร พอเขาไปวิหารก็ได้เจอทั้งไลล่าและเลโอ
ทั้งสองต่างต้อนรับเขาเป็นอย่างดี แต่คนที่มีความสุขที่สุดคือคีตา เพราะสองสาวนั้นดูจะหลงความน่ารักของคีตาเข้าอย่างจัง ไม่ว่าไปเมื่อไรก็มักมีขนมหรืออาหารหลากหลายเตรียมไว้รอมันเสมอ กลายเป็นว่าช่วงหลังมักเป็นคีตาเองที่ชวนนิทานไปวิหาร
อิซึมิและโฮโจนั้นเขาไม่ได้เจอบ่อยนัก ทั้งสองเป็นสมาชิกในของกลุ่มการค้าอิสึกะ จึงไม่ได้ออกมาเดินเล่นข้างนอกบ่อย ๆ นัก หากก็ยังมีโอกาสได้เจอกันบ้างยามนิทานไปสาขาใหญ่ของกลุ่มการค้าอิสึกะเพื่อหาซื้อของเตรียมตัวสำหรับการขุดค้น
โอไรออนปัจจุบันอยู่ในความดูแลของหน่วยพิทักษ์เมือง แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่โอไรออนก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่หอพักของหน่วย เขากลับไปอยู่บ้านหลังหนึ่งที่หน่วยพิทักษ์เมืองเป็นเจ้าของ ในตอนแรกเจ้าตัวทำทีจะปฏิเสธแต่เพราะผู้พันลาลันตาเป็นคนจัดการด้วยตนเองเขาจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าที่มีบ้านเดี่ยวในเมืองหลวง
ระหว่างวันโอไรออนยังต้องไปโรงเรียนอย่างเด็กทั่วไป เขาไม่ได้แปลกแยกแต่อย่างใด นครรัตนะนั้นเป็นศูนย์รวมเผ่าพันธุ์ เพื่อนร่วมโรงเรียนจึงมีมากมายที่ไม่ใช่มนุษย์
โดยพื้นฐานโอไรออนเป็นเด็กที่จิตใจแข็งแกร่งแถมหน้าตาดีอยู่แล้ว เพียงไม่นานเขาก็ได้มีเพื่อนมากมาย ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้นิทานไม่ค่อยได้มีโอกาสไปเจอโอไรออนบ่อยนักเพราะเรื่องงานของเขาเองรวมถึงเรื่องที่โอไรออนกำลังยุ่งกับโรงเรียนด้วยเช่นกัน
คนที่ไปหาโอไรออนบ่อยที่สุดจึงกลายเป็นเพชฌฆาต เหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือบ้านของเพชฌฆาตกับภรรยาของเขาอยู่ไม่ไกลจากบ้านของโอไรออน รวมถึงเพชฌฆาตก็ดูจะถูกชะตากับโอไรออนไม่น้อย นิทานได้ยินมาว่ายามว่างเพชฌฆาตมักจะไปสอนวิชาดาบให้โอไรออนด้วย
ส่วนองค์หญิงไพลินนั้นนิทานมักเห็นเธอผ่าน ๆ ตาตลอดยามเขาเข้าเมืองไปซื้อของ แน่นอนว่าเธอยังคงถูกรุมล้อมด้วยประชาชนมากมายเช่นเคย จะได้คุยกันบ้างก็ยามที่นิทานไปร้านขนมเอมิลี่แล้วเธอมาหาอะไรกินพอดี
วันนี้นิทานนัดเจอกับโอไรออนหลังจากเลิกงาน เขาสัญญากับโอไรออนว่าจะไปช่วยดูวิชาดาบของโอไรออนให้
สถานที่ที่พวกเขานัดหมายกันนั้นน่าแปลกที่มันเป็นเขตที่พักอาศัยซึ่งดูจะไม่เหมาะนักกับการดูวิชาดาบ หากเมื่อเขาไปถึงเขาจึงได้เข้าใจ บ้านขนาดกลางตรงด้านหน้าของนิทานนั้นมีสวนที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ส่วนตัวบ้านนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก หากแต่ก็ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เป็นบ้านที่เพียงเห็นก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น
รอบด้านของบ้านกลับไม่ใช่บ้านหลังอื่น แต่เป็นกำแพงที่สูงกว่าหัวของนิทานรวมถึงป้ายที่สลักไว้ชัดเจนว่าห้ามผ่าน
'พื้นที่ส่วนบุคคลของหอสมุด ห้ามข้ามกำแพงในทุกกรณี'
เมื่อนิทานนึกภาพของแผนที่นครรัตนะในหัวถึงได้เข้าใจ เขตนี้คือพื้นที่ที่ติดกับสถานศึกษาเอกชนหอสมุดซึ่งกินพื้นที่กว้างใหญ่ บริเวณขอบของพื้นที่จึงมักไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่มากนัก
เมื่อนิทานมาถึงหน้าบ้าน ก่อนที่เขาจะทันกดกริ่งเรียก เสียงที่แสนคุ้นหูก็ดังขึ้นมาแต่ไกล
“พี่นิทานครับ!!”
ร่างเล็กของโอไรออนวิ่งออกมาต้อนรับเขาอย่างรวดเร็ว โอไรออนทำมุทรารหัสผ่านเพื่อปลดประตูอย่างรวดเร็วและคุ้นเคย แล้วจึงวิ่งเข้ามาจับมือของนิทานและคีตา
“คีตา! คิดถึงจังเลย” เด็กชายตัวน้อยกอดเจ้าหมาตัวใหญ่ที่สูงกว่าหัวของเขาด้วยความรัก นิทานหัวเราะน้อย ๆ ลูบหัวของโอไรออน
“ผู้พันลาลันตาให้นายอยู่บ้านหลังนี้เลยเหรอ” นิทานถามขึ้นอย่างสงสัย แม้บ้านหลังนี้จะไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นแต่ก็ใหญ่โตเกินไปสำหรับคนคนเดียว ยังไม่รวมเรื่องที่โอไรออนเป็นเพียงเด็ก 10ขวบ
“เปล่านะครับ บ้านของผมอยู่ห่างออกไปนิดหน่อย” โอไรออนส่ายหน้าตอบ นิทานยังไม่ทันจะถามถึงเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านก็ประกาศตนด้วยคำพูดรัวเร็วอันแสนคุ้นเคย
“บ้านของผมกับภรรยาเองครับคุณนิทาน บ้านของโอไรออนอยู่ใกล้มากผมเลยมักจะให้เขามาพักที่บ้านบ่อย ๆ น่ะครับ อยู่คนเดียวคงเหงาแย่เลย อีกอย่างเวลาที่ผมกลับบ้านดึกเฮเลนจะได้มีเพื่อนกินข้าวเย็นด้วย” เพชฌฆาตเดินมาด้วยรอยยิ้ม ด้านข้างของเขาคือหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีผมสีเขียวอ่อน นัยน์ตาสีน้ำตาล แม้จะหน้าตาได้มาตรฐานแต่เมื่อเพชฌฆาตอยู่ข้าง ๆ ก็ดูจะทำให้ความสวยของเธอดูหมองลงไป จากลักษณะภายนอก เธอสมควรไม่ใช่คนของไฟกัลป์
แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่นิทานก็อดยิ้มตามไม่ได้เมื่อเห็นว่าสายตาของเธอยามเธอมองไปที่เพชฌฆาตที่พูดคำว่าภรรยานั้นเต็มไปด้วยความรักเพียงใด ยังมีท่าทีของเพชฌฆาตที่ดูจะมีความสุขที่สุดที่เขาเคยเห็นด้วยอีก
“สวัสดีครับ วันนี้ขอรบกวนหน่อยนะครับ” นิทานพูดยิ้ม ๆ เขาไม่ใช่คนพูดเก่งนักแต่บรรยากาศของครอบครัวเช่นนี้ก็ทำให้เขาผ่อนคลาย
“นี่ไงที่รัก คนที่ผมบอก คุณนิทาน เป็นคนที่เก่งสุดยอดเลยค่ะ แถมยังเป็นเพื่อนสนิทองค์หญิงไพลินด้วยนะ เขาเป็นคนที่จัดการกับคนที่ลักพาตัวโอไรออน รวมถึงช่วยชีวิตของโอไรออนออกมา ส่วนทางด้านข้างก็เป็นคู่หูของนิทาน ชื่อคีตา” เพชฌฆาตพูดอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรักยามที่เขาหันไปคุยกับภรรยา
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยโอไรออนเอาไว้ หวังว่าสามีของฉันจะไม่ได้รบกวนคุณนิทานนะคะ” เฮเลนคนนี้ดูเป็นคนที่เสียงค่อนข้างเบาทีเดียว ออกจะฟังยากไปสักหน่อยแต่กับนิทานที่ต้องใช้ประสาทรับเสียงในป่าบ่อย ๆ แล้วไม่นับเป็นอะไร เพียงจากคำพูดก็รับรู้ได้ไม่ยากเลยว่าเธอค่อนข้างผูกพันกับเด็กชายเผ่าซือบาสคนนี้ไม่น้อย
“นี่ภรรยาของผมครับคุณนิทาน ชื่อเฮเลน นอกจากเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแล้วยังวาดรูปสวยที่สุดในโลกด้วยนะครับ เธอทำงานเป็นจิตรกรของวังเลยนะครับ ภาพของเธอจัดแสดงอยู่ในโถงใหญ่ของวังเชียว มีรูปหนึ่งที่อยู่ในวิหารปฐมมันตราด้วยนะครับ คุณนิทานเคยได้ยินมั้ยครับ ภาพหนังสือเล่มเก่าอันแสนโด่งดัง” เพชฌฆาตพูดจ้อฝอยรัว ๆ หากครั้งนี้น่าแปลกที่นิทานไม่รู้สึกรำคาญสักนิด
เฮเลนตีแขนของเพชฌฆาตด้วยใบหน้าขึ้นสีแดงจาง ๆ เป็นภาพที่เพียงเห็นก็ทำให้นิทานยิ้มไม่หุบ
ต่างกันคนละขั้วเลย แต่อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักสุด ๆ นิทานคิดด้วยรอยยิ้ม
“พี่นิทานต้องชิมไก่มอเรลทอดของน้าเฮเลนครับ อร่อยสุดยอดเลย! คีตาต้องชอบแน่ ๆ!” โอไรออนพูดอย่างตื่นเต้น พาให้เฮเลนยิ้มหวานอีกครั้ง
“โฮ่ง!”
ไก่ทอด! ไก่ทอด!
คีตาส่ายหางไปมาอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่ามีของกินอร่อย ๆ แถมยังเป็นเนื้อไก่มอเรลที่มันชอบเสียด้วย
“งั้นรอองค์หญิงไพลินสักครู่นะครับ แล้วเราค่อยไปดูโอไรออนอวดฝีมือกัน โอไรออนฝึกหนักมาเลยนะครับคุณนิทาน ขนาดโรงเรียนที่นครรัตนะนี้ผมมองว่ายากนะ แต่เขาก็ยังทำได้ดี ตอนเย็นก็กลับมาฝึกดาบกับผมต่อ คงอยากอวดคุณนิทานนั่นแหละครับ” เพชฌฆาตยิ้ม ลูบหัวของโอไรออนเบา ๆ
“ไพลินมาด้วยเหรอครับ” นิทานลอบยกนิ้วโป้งให้โอไรออนจนเขายิ้มแฉ่ง
“ครับ สักพักก็คงมาแล้วล่ะมั้งครับ เห็นบอกว่ามีเวลามารวมตัวพอดี แถมพอได้ยินว่าที่รักจะทำไก่ทอดก็ดีใจใหญ่เลย” เขาหัวเราะน้อย ๆ เอื้อมมือไปจับกับเฮเลน
“พูดถึงเราอยู่เหรอ” นอกจากจะเป็นที่รักแล้วองค์หญิงยังอายุยืนเป็นอย่างยิ่ง เธอไม่จำเป็นต้องใช้มุทราเปิดประตูแม้แต่น้อย ประตูเปิดให้เธอโดยอัตโนมัติ เห็นได้ชัดว่าเธอคงมาที่นี่บ่อยทีเดียว
เมื่อเห็นว่าสตรีผมแดงเพลิงนัยน์ตาชมพูมาถึงแล้ว เพชฌฆาตและเฮเลนก็ยิ้มเบิกบาน พวกเขาไม่ได้คำนับอย่างยิ่งใหญ่เช่นยามที่อยู่ข้างนอก หากเพียงโค้งตัวเล็กน้อยอย่างสนิทสนม
“ยินดีต้อนรับค่ะองค์หญิง” เป็นเฮเลนที่เดินออกไปต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้ม
“เราขอมาแย่งกินไก่ทอดมอเรลสูตรคุณเฮเลนหน่อยนะคะ เราอดข้าวมาตั้งแต่บ่ายเพื่อเย็นนี้เลยนะ” ไพลินยิ้มแฉ่งแล้วจึงหยิบขนมจำนวนมากออกมาจากกระเป๋าบรรจุขนมของเธอพร้อมกับชูมือขึ้นฟ้า
เฮเลนเอามือไปแปะกับมือของไพลินแล้วจึงรับขนมมาด้วยรอยยิ้ม ส่วนโอไรออนที่ดูจะหายเกร็งต่อหน้าไพลินแล้วก็ทักทายอย่างสุภาพ เธอยิ้มตอบรับพร้อมกับยื่นขนมอีกห่อให้โอไรออน
“เราขอดูผลการฝึกด้วยคงไม่ว่ากันนะ” เธอขยิบตา
“เย็นนี้ว่างด้วยเหรอไพลิน เห็นว่าช่วงนี้ยุ่งไม่ใช่เหรอ” นิทานถามขึ้นขณะที่ไพลินแจกขนมให้คีตาพร้อมกับพยายามดันหน้าและลิ้นขนาดใหญ่ที่บรรจงเลียหน้าของเธอออก
“ก็ไม่ขนาดนั้น จริง ๆ มีขุนนางชวนเรากินข้าวตามประสาแหละ ข้ออ้างพวกวิธีบริหารประเทศอะไรพวกนั้น แต่นาน ๆ ทีจะได้มานั่งคุยเล่นกับนายทั้งทีเราเลยหนีมา” เธอยักไหล่อย่างสบายใจ
“อีกอย่างไก่ทอดมอเรลสูตรคุณเฮเลนเลยนะ ไม่มาได้ยังไง” เธอหัวเราะเบิกบาน
“เห็นแก่กินด้วยเหรอครับองค์หญิง” นิทานได้โอกาสก็หาเรื่องแหย่เพื่อนสนิททันที
“คุณเฮเลนคะ มีคนไม่หิวค่ะ เอาส่วนของหมอนี่ให้เราได้เลยนะคะ” ได้ยินดังนั้นไพลินก็ฉวยโอกาสหาพวกอย่างว่องไว เมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองแล้วเฮเลนและเพชฌฆาตก็อดหัวเราะไม่ได้
“โฮ่ง!”
หิวแล้ว! หิว!
คีตาบ่นขึ้นมาหลังจากเห็นว่าพวกเขาเอาแต่คุยกันเช่นนี้ที่หน้าประตู ไม่ไปไหนเสียที
“ขอโทษ ๆ เอ้า โอไรออน ไหน มีอะไรจะอวดฉัน คีตาบ่นหิวแล้วเนี่ย” นิทานฉีกยิ้ม