อาทิตย์ตกดิน แสงตะวันลับขอบฟ้าสาดลงบนลานกว้างให้บรรยากาศไปอีกแบบ
ฮั่วเสี่ยวเหวินเดินไปบนเส้นทางภูเขาเรื่อยๆความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานมลายหายไปจนสิ้น
ห่างออกไปไกลๆ เธอเห็นคนสองคนนั่งพิงกันบนพื้นหญ้า ขาทั้งสองข้างพาตัวเองเดินไปทางนั้นอย่างไม่รู้ตัว
พวกเขานั่งอยู่บนพื้นหญ้า มีดอกไม้ต้นเล็กบานกระจัดกระจายแม้จะสวยไม่เท่าดอกกุหลาบแต่ก็มีกลิ่นหอมอีกแบบ
ชายหนุ่มผมสั้นใช้มือข้างหนึ่งโอบหญิงสาวที่พิงซบทั้งคู่กำลังเงยหน้ามองไปทางทิศตะวันตก
เมื่อมองตามสายตาของทั้งคู่ไป ฮั่วเสี่ยวเหวินก็ต้องตาเป็นประกายพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
แสงอาทิตย์ตกดินลอดผ่านก้อนเมฆที่จับกันเป็นก้อนย้อมให้ชั้นเมฆสีขาวหิมะกลายเป็นสีแดงฉาน ดวงอาทิตย์หลบตัวอยู่ด้านหลังยอดเขาและค่อยๆหายไป ท้องฟ้าเองก็มืดลงทีละนิดเช่นกัน
หญิงสาวถอนหายใจ “ดุจสวรรค์บนดิน”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ทิวทัศน์ยามเย็นงดงามเหลือคณาเพียงน่าเสียดายว่านี่ใกล้เวลาพลบค่ำแล้ว ผมรู้สึกว่ากลอนวรรคนี้ไม่ดี”
หญิงสาวหันไปมองเขา “ไม่ดีอย่างไรนี่เป็นกลอนที่มีชื่อเสียงเชียวนะ”
“เธอลองคิดดูสิ ทิวทัศน์ยามเย็นงดงามก็จริงแต่เงาต้นไม้ตะคุ่มยามตะวันรอนไม่งดงามกว่าหรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินมองคนทั้งสอง อดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ฉากรักเช่นนี้คือชีวิตรักในอุดมคติของเธอ แต่เธอกับจางเจียหมิง พวกเขาทั้งสองต้องคอยกังวลถึงการทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ตลอดเวลา
ตอนที่จางเจียหมิงเสนอให้ออกมาเที่ยวเล่นหนึ่งวันเธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย จินตนาการว่าจะได้ไปนั่งในจุดที่ทิวทัศน์งดงามด้วยกันพูดคุยกัน แค่นี้ก็โรแมนติกแล้ว
แต่วัดแห่งนี้…
ฮั่วเสี่ยวเหวินยิ้มขมขื่นเหมือนว่าเขาจะไม่รู้จักความโรแมนติก
ไม่รู้เหตุใด ฮั่วเสี่ยวเหวินเอาแต่รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนั้นคือจางอิ่นเซิง
เดินมาถึงด้านหลังของสองคนนั้น จังหวะที่เธอกำลังลังเลว่าจะลองเรียกดูดีหรือไม่ชายคนนั้นพลันหันหน้ามาเหมือนรู้สึกได้
ใบหน้าขาวผ่อง ดวงตาเว้าเข้าไปเล็กน้อย คิ้วเข้มดุจหมึกฮั่วเสี่ยวเหวินร้องตกใจ “นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคุณจริงๆ ด้วยจางอิ่นเซิง”
จางอิ่นเซิงตกใจเช่นกัน เขาถามเธอว่า “เธอมาดูพระอาทิตย์ตกเหมือนกันหรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้า หันไปมองหญิงสาวข้างกายเขา
จางอิ่นเซิงประคองหญิงสาวลุกขึ้นแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้นว่า “นี่คือคนรักของฉันหลินเข่อเอ๋อร์”
เขามองไปที่หลินเข่อเอ๋อร์ “เธอคือฮั่วเสี่ยวเหวิน”
หลินเข่อเอ๋อร์ยิ้มกว้าง เดินมาจับมือฮั่วเสี่ยวเหวิน “เธอคือฮั่วเสี่ยวเหวินนี่เอง อิ่นเซิงเคยพูดถึงเธอให้ฟังอยู่บ่อยๆ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเหลือบสายตามองรอยกระบนดั้งจมูกของเธอแบบผ่านๆพบว่าเวลาอีกฝ่ายไม่ได้ทำหน้าเย็นชาก็ไม่ได้ขี้เหร่เลย
แต่จางอิ่นเซิงไปชอบหล่อนได้อย่างไร? เธอนึกออกแล้ววันนั้นจางอิ่นปินพูดกับเธออย่างเจ้าเล่ห์ว่าหลินเข่อเอ๋อร์ตั้งใจมาหาจางอิ่นเซิงโดยเฉพาะ
ผู้หญิงอุตส่าห์เดินทางไกลมาหาทั้งยังมาหาถึงบ้านจางอิ่นเซิงจะหวั่นไหวก็ไม่แปลก
“เขาเคยพูดถึงฉันให้ฟังบ่อยๆ หรือคะ” ฮั่วเสี่ยวเหวินแกล้งทำเป็นไม่พอใจ “ต้องพูดถึงในทางที่ไม่ดีแน่ๆ”
“เธอเข้าใจเขาผิดแล้วอิ่นเซิงคอยชมเธอให้ฉันฟังอยู่บ่อยๆ ต่างหากบอกว่าถ้าตัวเองฉลาดมีความสามารถได้สักครึ่งหนึ่งของเธอก็คงดี” น้ำเสียงที่พูดมีความหึงหวงเล็กน้อย ฮั่วเสี่ยวเหวินพอจะเดาได้ว่าหลินเข่อเอ๋อร์คงไม่ชอบใจนักเวลาจางอิ่นเซิงชมตัวเธอให้เจ้าหล่อนฟัง
เห็นหลินเข่อเอ๋อร์หนาวจนตัวสั่นเบาๆ จางอิ่นเซิงจึงเสนอให้กลับเพราะอากาศบนภูเขาค่อนข้างหนาว
เดินไปได้ไม่นาน ฮั่วเสี่ยวเหวินต้องค้นพบด้วยความตกใจเมื่อเห็นจางเจียหมิงกำลังยืนอยู่ข้างทาง “พี่เจียหมิง ไม่ใช่ว่าพี่กลับไปแล้วหรือ?”
จางเจียหมิงเขินอายเล็กน้อยเมื่อตกเป็นจุดสนใจของทุกคน
ทั้งสี่คนเดินกลับด้วยกัน จางเจียหมิงจงใจรั้งท้ายเขาอธิบายกับฮั่วเสี่ยวเหวิน “ตอนแรกพี่ก็อยากกลับไปแต่เห็นเธออยู่ที่นี่คนเดียว พี่วางใจไม่ลงจึงไม่ได้กลับ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินจนปัญญา เขาเห็นเธอเป็นแค่เด็กจริงๆ
“จริงสิ พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานไม่ใช่หรือ?”
จางเจียหมิงโกหกว่าขอลางานมาสองวันที่จริงเขารู้สึกกลัวเช่นกัน ผู้ควบคุมโรงงานเข้มงวดมากครั้งนั้นเขาขาดงานไปหลายวัน อีกฝ่ายไล่เขาออกทันทีและหักเงินเดือนทั้งเดือน
ระหว่างทางกลับหมู่บ้านทั้งสี่คนค่อนข้างสนุกสนานพูดคุยหัวเราะตลอดทางจนเดินครบสิบกว่าลี้โดยไม่รู้ตัว
ทั้งสี่คนแยกกันที่ทางเข้าหมู่บ้านฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกหิวเล็กน้อยระหว่างเดินกลับบ้านด้วยกันกับจางเจียหมิง
จังหวะที่เดินผ่านบ้านของจางต้ากั๋วฮั่วเสี่ยวเหวินหยุดเดินแบบไม่รู้ตัว จางเจียหมิงรู้ว่าเธอคิดถึงสถานที่แห่งนี้เขาไม่ได้พูดอะไร ยืนเป็นเพื่อนเธอเงียบๆ
ประตูบ้านของจางต้ากั๋วมีแม่กุญแจคล้องอยู่ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าบ้านหลังนี้เป็นของหลิวเยวี่ยแล้ว
บ้านเก่าของจางต้ากั๋วที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลปิดประตูแล้วเช่นกันเธอคิดว่าเขาน่าจะออกไปทำนา
จางเจียหมิงจับมือเธอ “ไปกัน”
แต่ในจังหวะนี้เองประตูบ้านได้เปิดออกจางอิ่นปินเดินออกมาจากข้างใน ฮั่วเสี่ยวเหวินมั่นใจว่าอีกฝ่ายเห็นเธอกับจางเจียหมิงแล้วเขาทำท่าเหมือนจะหนี
แต่ไม่รู้เหตุใดสุดท้ายเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเดินหน้าระรื่นมาทางพวกฮั่วเสี่ยวเหวิน
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน ไม่ขายเต้าหู้แล้วหรือ? แม่ของฉันบ่นทุกวันว่าอยากกินเต้าหู้ฝีมือเธอ” เขาทำหน้าประจบเอาใจฮั่วเสี่ยวเหวินยิ้มเยาะ นี่มันพฤติกรรมของพวกร้อนตัวชัดๆ
ใบหน้าของเขายังแดงระเรื่ออยู่ ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเขามาทำอะไรที่บ้านของจางต้ากั๋ว
ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นจางอิ่นปินออกมาทางหลังบ้านของจางหวาแต่เธอไม่คิดเลยว่าจางหวาที่แต่งงานกับจางต้ากั๋วไปแล้วจะยังทำเรื่องแบบนี้อยู่อีก
คนในหมู่บ้านชอบนินทาเรื่องสามีภรรยานอกใจกันที่สุดแล้วสีหน้าของจางเจียหมิงจึงไม่น่ามองทันที เขาลากฮั่วเสี่ยวเหวินไปทางบ้านเก่าของจางต้ากั๋วหลังจากจางอิ่นปินจากไป
ประตูบ้านพลันถูกผลักเปิด จางหวาค่อยๆ เดินออกมาฝีมือด้านการแสดงของเธอสูงกว่าจางอิ่นปินมาก เธอทำตัวปกติและยังคงเป็นมิตรกับทั้งสองคน “ผ่านมาตั้งนานขนาดนี้ ไม่เห็นพวกเธอจะแวะมาเที่ยวบ้านน้าบ้างเลย”
พูดแล้วก็เชิญทั้งสองคนเข้าบ้าน จางเจียหมิงถามว่า “คุณอาต้ากั๋วไม่อยู่บ้านหรือครับ?”
จางหวายกน้ำชาเข้ามาให้ “อ้อมาหาคุณอาต้ากั๋วหรอกหรือ เขาออกไปทำงานน่ะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินยืนมือไปรับน้ำชา “คุณอาต้ากั๋วทำงานเหน็ดเหนื่อยอยู่ข้างนอกคุณน้าจางที่ทำงานอยู่บ้านเองก็ไม่ได้สบายเช่นกัน”
จางหวาผงะแต่ก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “น้าอยู่บ้านไปก็แค่ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร เหนื่อยที่ไหนกัน”
จางเจียหมิงไม่ยอมรับชาที่เธอยื่นให้ จางหวาไม่ถือสาวางชาลงบนโต๊ะ
“คุณไม่ละอาย…”
ฮั่วเสี่ยวเหวินตัดบทเขา พูดเสียงดังว่า “พี่เจียหมิง พวกเราต้องกลับกันแล้ว”
จางเจียหมิงไม่ได้พูดประโยคที่เตรียมจะถามว่า ‘คุณไม่ละอายหรือที่ทำแบบนี้กับคุณอาต้ากั๋ว’ ออกมา
ถูกฮั่วเสี่ยวเหวินลากออกมา จางเจียหมิงไม่เข้าใจสักเท่าไหร่นัก “เธอจะห้ามพี่ทำไม?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินหันมองไปด้านหลังเห็นว่าจางหวาไม่ได้ตามมาจึงอธิบาย “ตอนนี้พี่พูดเรื่องพวกนี้กับหล่อนไปก็เปล่าประโยชน์มีแต่จะทำให้หล่อนรู้สึกต่อต้านพวกเราเปล่าๆ”
จางเจียหมิงพูดด้วยความเดือดดาล “เหอะ พี่ไม่ได้อยากให้หล่อนรู้สึกดีกับพี่อยู่แล้ว”
“หากหล่อนพูดถึงพวกเราในทางไม่ดีให้คุณอาต้ากั๋วฟังล่ะ? พี่ไม่กลัวคุณอาต้ากั๋วจะถูกยุให้แตกคอกับเราหรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเหลือบมองบ้านหลังเก่าผุพังหลังนั้นแล้วรู้สึกเหมือนเห็นหน้าซื่อๆของจางต้ากั๋ว เธอถอนหายใจ “เหตุใดคนดีแบบนั้นถึงได้มาเจอกับคนแบบนี้ได้นะ?