ท่ามกลางเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือด หนามน้ำแข็งของซิกม่าพุ่งทะลุเข้าหายอดรากไม้ของนักอัญเชิญแห่งพงไพร รากไม้แข็งแรงงอกเงยขึ้นต่อสู้กับพลังน้ำแข็งที่ถาโถมเข้ามา เสียงปะทะและเสียงแตกหักของน้ำแข็งกับรากไม้สะท้อนไปทั่วสนาม
ขณะที่การต่อสู้ของธาตุทั้งสองกำลังคุกรุ่นอยู่นั้น หญิงสาวที่มีชื่อว่าฟางซิน ผู้ซึ่งมีอาชีพแห่งตำนานเป็นจอมมนตราสายฟ้าได้เหยียดมือขึ้นไปเหนือศีรษะและปลดปล่อยทักษะสกิลขั้นสูงสุดออกมา สายฟ้าสีขาวเงินปรากฏขึ้นที่มือของเขาและกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
“ครืนนนนนนนนนนนน!”
ท้องฟ้าเหนือหัวค่อยๆมืดครึ้มด้วยเมฆหนาทึบ ประกอบกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นกึกก้อง เป็นเสียงแสดงถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัว เมฆหม่นค่อยๆหมุนตัวเหนือสนามประลอง ราวกับพลังอันเกรี้ยวกราดของสายฟ้ากำลังถูกชักนำเข้ามาสู่สนามต่อสู้
【ทักษะสกิล สายฟ้าแห่งการลงทัณฑ์!】
ฟางซินประกาศพร้อมเสียงฟ้าร้องที่แตกสลายทั่วทั้งบริเวณ
“เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!”
พริบตาเดียว สายฟ้านับร้อยเส้นฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้าด้วยความรุนแรง สายฟ้าเส้นแรกพุ่งเข้าใส่นักสู้มือเปล่าของทีมซิกม่าโดยตรง ทำให้ต้องถูกกระแทกอย่างแรงจนไม่อาจหลบเลี่ยงได้
“อ่อก! ธะ..เธอมันบ้าไปแล้ว!”
ร่างของเขาสั่นสะท้านจากการถูกกระแทกที่เต็มไปด้วยสายฟ้าอันร้ายกาจ สายฟ้าแต่ละเส้นเหมือนเป็นดั่งมีดที่กรีดแทงร่างของนักสู้ที่ประมาท ขณะที่เขาถูกปล่อยทิ้งให้กระเด็นไปจากแรงฟาดของสายฟ้า ผู้ชมรอบสนามต่างอึ้งไปกับความรุนแรงของพลังนี้
“สุดยอด! เป็นพลังทำลายล้างที่น่าเหลือเชื่อมาก!”
เสียงโห่ร้องกึกก้องขึ้นในอัฒจรรย์ ขณะที่ฟางซินปลดปล่อยพลังแห่งสายฟ้าออกมาอย่างไร้ปรานี
“สมเป็นอาชีพในระดับเดียวกันกับฉัน!”
ซิกม่ายืนอยู่ใกล้กันหรี่ตามองภาพนั้นอย่างไม่พอใจ จากนั้นตัวของเขาก็รีบเปิดใช้ทักษะม่านพลังมนตรา
พลังอันหนาแน่นและโปร่งใสของม่านปกคลุมรอบกายเขาและเพื่อนร่วมทีมที่ยังยืนอยู่
“เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!เปรี๊ยง!”
แต่ถึงกระนั้น แรงของสายฟ้าที่ฟาดลงมาก็หนักหน่วงยิ่งนัก ทำให้ม่านพลังมนตราสั่นไหวและแตกร้าว ขณะที่สายฟ้าทะลุทะลวงผ่านม่านพลังบางๆทีละเส้น ซิกม่ากัดฟันพยายามต้านทาน แต่ในใจก็รู้ดีว่าพลังของฟางซินนั้นเกินกว่าจะป้องกันได้ด้วยพลังของเขาเพียงลำพัง
“ทำได้ดีมากฟางซิน!”
ในตอนนั้น โรคานที่มองเห็นโอกาสในการโจมตีก็ตะโกนเรียกเพื่อนร่วมทีมให้เตรียมการ
ขณะที่เขาก็ปลดปล่อยทักษะสำคัญของอาชีพอัศวินแห่งแสง เขาหลับตาชั่วครู่ รวบรวมพลังแสงอันศักดิ์สิทธิ์เข้ามาสู่คมดาบที่ยกอยู่เหนือศีรษะ แสงสว่างที่ห่อหุ้มดาบเริ่มเรืองรอง ราวกับมันเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาเป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่จะชำระล้างทุกสิ่ง
โรคานเปิดตาขึ้นอีกครั้งด้วยดวงตาที่แฝงความมุ่งมั่นแน่วแน่ เขารวบรวมพลังทั้งหมดและประกาศออกมาด้วยเสียงดังกึกก้อง
【ทักษะสกิล ดาบแสงพิพากษา!】
ดาบแสงพิพากษาถูกฟาดลงไปด้วยความเร็วและพลังที่รุนแรงอย่างเหลือเชื่อ
“ปัง!”
ม่านพลังมนตราที่ซิกม่าสร้างขึ้นสั่นสะเทือนและแตกร้าวทันทีที่ดาบของโรคานกระทบเข้าไป พลังแห่งการพิพากษาและแสงศักดิ์สิทธิ์ได้ทะลวงผ่านม่านพลังอย่างรุนแรง สายฟ้าอันมหาศาลที่ยังคงผ่าลงมาในขณะนั้น ได้ทะลุทะลวงเข้าหาผู้เล่นในทีมซิกม่าที่กำลังเสียหลัก
“อึก! ทะลวงมาได้ยังไงวะ!”
ซิกม่าพยายามตั้งหลักเพื่อป้องกัน แต่แรงฟาดจากสายฟ้าและพลังแสงพิพากษาส่งผลให้ร่างของเขาและเพื่อนร่วมทีมกระเด็นไปไกล พวกเขาล้มลงกับพื้น บางคนสั่นสะท้านด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ขณะที่คนอื่นๆยังคงดิ้นรนเพื่อพยุงตัวขึ้น
ขณะที่พวกซิกม่ากำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ โรคานและเพื่อนร่วมทีมของเขาก็เตรียมพร้อมที่จะโจมตีเพื่อปิดฉากศึกครั้งนี้
“เหลือคนสุดท้ายแล้ว!”
ทันใดนั้นเอง เขาก็มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในทีมซิกม่าที่ยืนอยู่ห่างออกไป ใบหน้าของเธอนิ่งสงบ ร่างในชุดคลุมสีเทานั้นแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ราวกับเธอไม่ได้รู้สึกกังวลหรือหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย
โรคานจ้องมองหญิงสาวคนนั้นอย่างสงสัย เขาไม่เคยเห็นเธอเคลื่อนไหวหรือใช้พลังใดๆในการต่อสู้
แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกระแวง โรคานตะโกนสั่งเพื่อนร่วมทีมให้เตรียมพร้อม และทุกคนในทีมโรคานก็พร้อมใจกันพุ่งเข้าหาเธอ หวังจะจบการต่อสู้ด้วยการกำจัดศัตรูคนสุดท้ายที่เหลืออยู่
ทว่าในช่วงวินาทีที่โรคานและทีมของเขากำลังจะเข้าถึงตัว
“ไม่ทันแล้วละ..”
หญิงสาวกุมมือทั้งสองข้างเอาไว้และหลับตาลง ปากของเธอเปล่งเสียงร่ายมนตราด้วยความนิ่งสงบ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ทักษะที่เธอเก็บงำเอาไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา เสียงสะท้อนที่เยือกเย็นก้องออกมาจากเธอ ราวกับเป็นเสียงที่มาจากอีกมิติหนึ่ง
【ทักษะสกิล การอัญเชิญแห่งภูติ】
ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูลึกลับขนาดใหญ่ที่เรืองแสงสีฟ้าเข้มปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ประตูนั้นมีลวดลายสลักซับซ้อนที่ให้ความรู้สึกถึงอำนาจและความลึกลับ พลังงานที่แผ่ออกมาจากประตูนั้นหนาวเยือกเสียจนทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกหวาดหวั่น
“กะ..เกิดอะไรขึ้น?!!”
การโจมตีทั้งหมดที่พุ่งเข้าหาตัวหญิงสาวถูกขัดขวางด้วยบานประตูนั้น ราวกับว่าตัวมันสามารถดูดซับการโจมตีได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
“ผู้มีอาชีพระดับตำนาน นักอัญเชิญแห่งภูติ!”
“พระเจ้า! นี่คืออาชีพที่หาโคตรยากเลยนะ!”
ผู้ชมรอบสนามต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจและทึ่งในทักษะของหญิงสาวผู้นี้
พวกเขาตระหนักว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นผู้มีอาชีพระดับตำนานที่เรียกว่านักอัญเชิญแห่งภูติ
พลังอำนาจของเธอนั้นสามารถเรียกสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติออกมาได้ ประตูที่เปิดขึ้นเบื้องหน้าของเธอเป็นเหมือนช่องทางที่เชื่อมโยงกับอีกมิติหนึ่ง พลังงานที่แผ่กระจายออกมาจากประตูนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกถึงอันตรายที่น่าสะพรึงกลัว
ท่ามกลางเสียงอื้ออึงและความตื่นตะลึงของผู้ชมที่รายล้อมลานประลอง
“เห๋? ไม่เหมือนกับอาชีพระดับตำนานอื่นๆที่มีกันอย่างเกลื่อนกราด”
“อาชีพของเธอคนนี้หายากไม่ต่างไปจากผู้มีพลังเทพเจ้าเลยซักนิด!”
อนาเธอร์ซึ่งนั่งอยู่บนอัฒจรรย์ก็ยกยิ้มและผิวปากเบาๆด้วยความสนใจ
เขามองไปยังบานประตูเรืองแสงที่เปิดออกพร้อมกับดวงตาที่ฉายประกายความคาดหวัง
“โฮกกกกกกกกกกกกก!”
ขณะที่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอย่าง หมียักษ์โลหิตทมิฬ ก้าวออกมาจากประตูนั้น
เจ้าหมีอสูรยักษ์ร่างกำยำ สีขนดำขลับราวกับคืนเดือนมืด มันมีดวงตาสีแดงฉานเหมือนเลือดซึ่งเปล่งประกายด้วยความดุร้ายและอำมหิต กลิ่นอายพลังของมันปะทุออกมา ราวกับคลื่นความตายที่พร้อมจะโหมเข้าใส่ทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง
“หมียักษ์โลหิตทมิฬ.. บอสมอนสเตอร์ปีศาจในดันเจี้ยนใช่ไหมนั่น?”
“นักอัญเชิญแห่งภูติ.. เธอคนนั้นสามารถเรียกสิ่งมีชีวิตที่มีระดับเลเวลสูงถึง 400 ออกมาได้งั้นหรือ?”
“ไม่ใช่แค่เลเวล แต่สถานะของมันก็ไม่ธรรมดา นี่อาจเป็นสัตว์อัญเชิญที่ทรงพลังที่สุดที่เคยมีมาในการแข่งขันครั้งนี้!”
เสียงกระซิบและการพูดคุยของผู้ชมรอบข้างดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ทั้งหมดต่างโฟกัสไปที่สัตว์ประหลาดร่างใหญ่ทั้งสิ้น
สำหรับนักอัญเชิญแห่งภูติแล้ว การอัญเชิญสิ่งมีชีวิตต่างๆขึ้นอยู่กับดวงและค่าจิตวิญญาณที่ส่งออกไปยังประตูอัญเชิญ
สัตว์อัญเชิญจะปรากฏตัวขึ้นแบบสุ่ม ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือทรงพลัง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับค่าจิตวิญญาณและโชคชะตาของผู้ใช้อวาตาร์นั้น และในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเธออย่างมาก
หมียักษ์โลหิตทมิฬเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่มีพลังมหาศาลและความแข็งแกร่งที่น่าหวั่นเกรง พร้อมกับการยืนสง่างามท่ามกลางสนามประลอง เสียงคำรามที่หนักแน่นและแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ได้ส่งผลให้แม้แต่ผู้ชมยังรู้สึกสะท้านและหวาดกลัว