บทที่ 33 ไสหัวออกไปจากหมู่บ้านหวังเจีย
ในเมื่อลูกสาลี่ป่าถูกขนมาถึงบ้านแล้ว หากเจียงเหลียนจูยังปฏิเสธอีกก็จะดูเป็นคนไร้น้ำใจเกินไป
คนอื่นอาจจะมีเจตนาร้ายแต่ท่านยายหลูเป็นเพื่อนบ้านที่กระตือรือร้นและมีน้ำใจจริง ๆ
"ถ้าอย่างนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ!"
เอ้อร์เป่าส่งสายตาให้หลานชายสองคนของท่านยายหลู ซึ่งพวกเขาก็คุ้นเคยกันดี "ฮิ ฮิ ขอบคุณพี่จู้จื่อ ขอบคุณพี่ซวนจื่อ"
หลานชายสองคนของท่านยายหลู คนหนึ่งชื่อจู้จื่อ อีกคนชื่อซวนจื่อ
ทั้งคู่เกิดมาหน้าตาซื่อ ๆ ดูแข็งแรงกำยำและมีพละกำลังมาก
จู้จื่อตัวน้อยเห็นพวกต้าเป่าทำงานอยู่ก็รู้สึกแปลกใจ "เอ๊ะ พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ จะปอกเปลือกสาลี่ป่าหรือ ให้พวกข้าช่วยปอกไหม"
ท่านยายหลูส่งสายตาปราม "กลับบ้านไปเสีย เขาจะทำชิวหลีเกา พวกเจ้าจะมาปีนป่ายอะไรที่นี่ กลับบ้านกับข้าเดี๋ยวนี้"
นางเกรงว่าพวกเขาจะเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น
เจียงเหลียนจูยิ้ม "ท่านยายเจ้าคะ ไหน ๆ ก็มาแล้วให้เด็กสองคนนี้ช่วยพวกข้าปอกเปลือกเถอะเจ้าค่ะ สาลี่เยอะขนาดนี้พวกข้าแม่ลูกคงต้องปอกกันจนถึงยามจื่อ*[1] การปอกเปลือกเป็นขั้นตอนแรกไม่ใช่ความลับอะไร ข้าเชื่อว่าจู้จื่อกับซวนจื่อต้องปอกได้คล่องแคล่วและเร็วกว่าพวกต้าเป่าแน่นอน เอาแบบนี้เถิดให้พวกเขาสองคนช่วยพวกข้าปอกเปลือกแล้วตอนเย็นก็กินข้าวเย็นที่บ้านข้า ดีหรือไม่เจ้าคะ"
ท่านยายหลูเห็นว่าเจียงเหลียนจูพูดด้วยความจริงใจ อีกทั้งเมื่อวานตอนที่เอ้อร์เป่าไปขอยืมมีดที่บ้านนางเพื่อปอกสาลี่ก็ได้บอกพวกเขาไว้แล้ว
มันไม่ใช่ความลับจริง ๆ
สาลี่หนึ่งถึงสองร้อยลูกนี้ต้องปอกทุกลูก นับว่าเป็นงานใหญ่และต้องใช้แรงงานมาก
"ก็ได้ แต่เรื่องข้าวเย็นไม่ต้องหรอก ข้าจะกลับไปทำกับข้าวพอถึงเวลาทานข้าวข้าจะเรียกพวกเขากลับไปทานให้เสร็จ แล้วค่อยไล่ให้กลับมาปอกต่อ"
เจียงเหลียนจูหัวเราะร่า "ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นเจ้าค่ะ ทานที่นี่แหละ ข้าจะให้พวกเขาทำงานเปล่า ๆ ไม่ได้ ตอนเย็นข้าจะทำของอร่อยให้เด็ก ๆ กินเอง"
จู้จื่อและซวนจื่อเป็นเด็กชายวัยกำลังโต พอได้ยินว่ามีของอร่อยก็นึกถึงเกี๊ยวที่เจียงเหลียนจูฝากเอ้อร์เป่านำไปให้ที่บ้าน รสชาตินั้นช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน
อร่อยที่สุด!
พวกเขาจึงทำหน้าอ้อนวอนบอกท่านยายหลู "ท่านย่า พวกเราทานที่บ้านเอ้อร์เป่าเถอะขอรับ ท่านย่า พวกเราสัญญาว่าจะทำงานไม่ขี้เกียจ ท่านย่า ให้พวกเราทานที่นี่เถอะนะขอรับ"
เจียงเหลียนจูเชื้อเชิญด้วยความจริงใจ อีกทั้งเด็กสองคนนี้ยังซนมากและอยากกินอาหารบ้านนาง นางจึงได้แต่ยอมตามใจ
ท่านยายหลูด่าว่าเจ้าเด็กพวกนี้ไม่กี่คำแล้วก็ยอมให้ไป จากนั้นจึงกลับบ้าน
***
บ้านตระกูลหวัง
บรรยากาศทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยความหดหู่ ยายเฒ่าหวังหลิวนอนอยู่บนเตียงคัง พอนางกลับมาก็ล้มตัวลงนอนทันที โดยบอกว่าปวดไปทั้งตัวและนอนมาจนถึงตอนนี้
หากนางไม่แสร้งทำเป็นปวดตาเฒ่าหวังคงทุบตีจนนางสะบักสะบอม
ถึงอย่างนั้น ตาเฒ่าหวังก็ยังไล่ลูกชายและลูกสะใภ้ในบ้านออกไปแล้วตบหน้าฉาดใหญ่ใส่นางสองที
จากนั้น ตาเฒ่าหวังก็พาลูกชายหลายคน หิ้วตะกร้าไข่ไก่ใบใหญ่ ไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอโทษแทนพวกนาง
บรรดาลูกสะใภ้และหลาน ๆ ต่างไม่กล้าส่งเสียงดังและพยายามหาข้ออ้างออกไปทำงานนอกบ้าน
ยายเฒ่าหวังหลิวนอนนิ่งเช่นนี้ตลอดทั้งบ่าย ไม่มีใครกล้าเข้ามาทำให้ขุ่นเคือง
นางอยากดื่มน้ำสักอึกก็ไม่มีใครรินให้
หากเป็นเวลาปกติ นางคงด่าทอเสียงดังไปแล้ว แต่ตอนนี้ต้องอดทนแล้วอดทนอีกจนกว่าจะผ่านพ้นไปได้
แน่นอนว่านางนอนไม่หลับได้แต่นอนบนเตียงคังและเงี่ยหูฟังเสียงจากภายนอก
"ท่านแม่ ถึงเวลากินข้าวแล้ว ต้องทำกับข้าวหรือยังเจ้าคะ อีกเดี๋ยวท่านพ่อและคนอื่น ๆ กลับมาต้องกินข้าวเย็น" สะใภ้สี่เอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ที่หน้าประตู
ยายเฒ่าหวังหลิวด่าว่า "นังตัวซวย เจ้ายังรู้จักทำข้าวเย็นอีกหรือ ยังไม่รีบเข้ามาเอาธัญพืชไปทำกับข้าวอีก ข้าบาดเจ็บหนักต้องนอนบนเตียง เจ้าตายไปแล้วหรืออย่างไร ทั้งบ่ายไม่เห็นหัวข้าไม่คิดจะมาถามไถ่กันเลยสักคำ"
สะใภ้สี่ไม่พูดอะไรปล่อยให้นางด่าไป นางก้มหน้าก้มตาเข้ามาหยิบของแล้วก็ก้มหน้าก้มตากลับออกไป
นางเป็นสะใภ้ที่ถูกกดขี่และมีอำนาจน้อยที่สุดในบ้านตระกูลหวัง เพราะให้กำเนิดลูกสาวสามคนไม่มีลูกชายแม้แต่คนเดียว จึงไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้
ปกติเวลายายเฒ่าหวังหลิวออกไปข้างนอกจะไม่พานางไปด้วย โดยบอกว่านางไม่มีวาสนาให้กำเนิดลูกชาย หากพาไปด้วยจะนำโชคร้ายมาให้
งานบ้านเกือบทั้งหมดในบ้านสะใภ้สี่คนนี้เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนสะใภ้รองและสะใภ้สามตอนนี้กลัวจะทำให้ยายเฒ่าหวังหลิวขุ่นเคืองจึงไม่กล้ามาเลยส่งนางมาขอธัญพืชแทน
และแน่นอนว่านางต้องถูกด่าทออย่างไร้เหตุผลก่อนจะออกไป
ยายเฒ่าหวังหลิวเตรียมจะด่าต่ออีกสองสามคำ แต่ได้ยินเสียงคนจากประตูใหญ่ด้านนอกว่า "ท่านปู่กลับมาแล้ว ท่านปู่ของพวกเรากลับมาแล้ว"
ทันใดนั้น ยายเฒ่าหวังหลิวก็ไม่กล้าส่งเสียง
ตาเฒ่าหวังเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับหิ้วตะกร้าไข่ไก่ที่ยังอยู่ครบถ้วนกลับมาด้วย
ยายเฒ่าหวังหลิวเห็นดังนั้นหัวใจก็สั่นสะท้าน "ตาเฒ่า หัวหน้าหมู่บ้านเขาไม่ผ่อนปรนจะไล่ครอบครัวเราออกไปจริง ๆ หรือ?"
ตาเฒ่าหวังหงุดหงิดจึงตะคอกเสียงดังก้อง "เขาไม่ไล่พวกเรา แต่ถ้าจะไล่ก็จะไล่แค่ยายแก่ปากเสียที่พูดจาไม่เป็นอย่างเจ้าออกไปจากหมู่บ้าน ข้าจะหย่ากับเจ้า ให้เจ้าไสหัวออกไปจากหมู่บ้านหวังเจีย!"
ยายเฒ่าหวังหลิวตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
นางร้องไห้คร่ำครวญ "โอ๊ย ตาเฒ่า ข้าไม่ได้รู้ตัวว่าผิดแล้วหรือ? ข้าแต่งงานกับท่านมาหลายสิบปี ให้กำเนิดลูกชายตั้งมากมาย หลาน ๆ ก็โตกันจนเต็มบ้านขนาดนี้ท่านยังจะหย่ากับข้าอีก ไม่เท่ากับสั่งให้ข้าไปตายหรอกหรือ คราวหน้าข้าจะระวังคำพูดให้ดี ขอร้องให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านผู้มีเมตตาไม่ถือสาคนเขลาด้วยเถอะ"
หวังเหล่าซานที่อยู่ข้าง ๆ พูดแทรกขึ้นว่า "ท่านแม่ ท่านพ่อแค่พูดด้วยความโมโหขอรับ พวกเราไปขอร้องท่านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ท่านพ่อก็ยอมรับผิดแทนท่านแม่ และท่านพ่อยังเชิญผู้อาวุโสหลายท่านในหมู่บ้านมาช่วยเกลี้ยกล่อม ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจึงยอมใจอ่อนไม่ไล่ตระกูลเราออกไปแล้วขอรับ"
ยายเฒ่าหวังหลิวปาดน้ำตา "จริงหรือ? แล้วเหตุใดเขาถึงไม่รับไข่ไก่พวกนั้นไว้เล่า"
ตาเฒ่าหวังโกรธจนอยากจะตีอีกครั้งแต่เห็นว่าลูกชายอยู่ข้าง ๆ จึงยอมไว้หน้ายายเฒ่าหวังหลิวบ้าง
"ไข่ไก่ตะกร้าเดียวจะมีค่าสักกี่เงินกัน ใครเขาจะเห็นค่า? เรื่องวุ่นวายขนาดนี้เกิดขึ้นแล้ว คิดจะใช้ไข่ไก่ตะกร้าเดียวให้เรื่องจบหรือ นังแก่เลอะเลือนมีแต่จะทำให้ข้าขายหน้า จะเอาไปเจรจาเขาได้ที่ไหนกัน?"
ยายเฒ่าหวังหลิวถูกตะคอกใส่จนน้ำลายกระเด็นโดนหน้าแต่ไม่กล้าโต้ตอบ "แล้ว... แล้วต้องทำอย่างไรล่ะ"
"ทำอย่างไรหรือ? ก็ต้องจัดโต๊ะอาหารดี ๆ สักมื้อ เชิญผู้อาวุโสหลายท่านมาร่วมโต๊ะแล้วเชิญท่านหัวหน้าหมู่บ้านมาเพื่อขอโทษสิ จะทำอย่างไรได้อีก"
ยายเฒ่าหวังหลิวรู้สึกเสียดาย อาหารดี ๆ หนึ่งโต๊ะนั้นราคาไม่ถูกเลย!
ต้องมีไก่ มีเป็ด มีเนื้อหมู นั่นสิ้นเปลืองเงินทองมาก
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ทุกอย่างเป็นเพราะนางก่อเรื่องนางจึงต้องยอมรับ "ตาเฒ่า ท่านไม่ต้องลำบาก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า ข้าจะรับผิดชอบเรื่องจัดเตรียมอาหารเอง"
"อายุขนาดนี้แล้วแต่ทำงานไม่รู้จักคิดหน้าคิดหลังเลย ไปหาหมอผีจอมลวงโลกนั่นก็ว่าแย่แล้ว ยังปากพล่อยกล้าด่าแม้กระทั่งหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าว่าเจ้าอายุยืนยาวจนสมองเสื่อมไปหมดแล้ว! แค่เจียงซื่อคนเดียวก็จัดการไม่ได้ ยังสร้างปัญหาใหญ่ให้ข้าอีก หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ลูกหลานที่โตกันหมดแล้ว ข้าคงหย่ากับเจ้าไปจริง ๆ แล้ว"
ยายเฒ่าหวังหลิวทำท่าทางน้อยใจ "สิ่งชั่วร้ายในตัวเจียงซื่อมีพลังแกร่งกล้า ข้าก็ไม่มีวิธีจัดการนี่ ตอนที่ไล่สองแม่ลูกนั่นออกจากบ้านท่านเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย ข้าเชิญหมอผีไปจัดการนาง ท่านก็เห็นชอบด้วย เรื่องที่จัดการพลาดจนเกิดเรื่องขึ้น มันเป็นเหตุไม่คาดคิดจะมาโทษข้าคนเดียวได้อย่างไรกัน"
……
*[1] ยามจื่อ เวลาประมาณ 23:00–01:00 น