เทพมารตกสวรรค์

    เทพมารตกสวรรค์ ภาค4 แดนนรก ตอนที่ 18 4จตุรอาชา แห่งนครอันธกาล

    แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับสะกดข่มศิษย์และผู้อาวุโสบางคนที่เกือบจะแตะเข้าสู้ขั้นเทพสงครามได้ยังต้องทรุดเข่าลง!!


     "ตัวตนที่ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้...1ใน4 จตุรอาชาแห่งนครอันธกาล!!! "


       เฟิงหวงกล่าวออกมาก่อนจะจำแลงร่างเป็นนกสีแดงเพลิงมทเกาะที่ไหล่ของอู้เฉียง..


    "  จตุรอาชาคืออะไร..แล้วนครอันธกาลคืออะไร? เหตุใดท่านถึงต้องแสดงท่าทีกังวลเช่นนี้ด้วย.. "


       อู้เฉียงกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย..เฟิงหวงได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวอธิบายในทันที..



    " เมื่อนานมาแล้ว..มีตัวตนที่คอยคุมกฏของโลกใบนี้อยู่ทั้งหมด4ตน..จตุรอาชาแห่งการทำลาย..จตุรอาชาแห่งโรคภัย..จตุรอาชาแห่งความวิบัติ..และสุดท้าย จตุรอาชาแห่งความตาย!!!  แต่ไม่คิดเลยว่า 1 ใน 4จตุรอาชาจะอยู่ที่นี้ นครอันธกาลเกิดอะไรขึ้นกันแน่!! โดยเฉพาะจตุรอาชาที่อยู่ตรงหน้าเจ้าคือ จตุรอาชาแห่งความตาย!! "


       อู้เฉียงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างขึ้น..


    " แล้วเหตุใดตัวข้าถึงสามารถต้านทานกลิ่นอายเช่นนี้ได้..แล้วความแข็งแกร่งเล่าระหว่างท่านกับจตุรอาชาตนนั้นใครแข็งแกร่งกว่ากัน.. "


       เฟิงหวงถอนหายใจออกมา..


    " เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจ..ตัวข้าที่มีพลังแห่งความอัมตะ และ จตุรอาชาแห่งความตายถือว่าเป็นปรปักษ์กันหากต้องสู้กันจริงๆ..ก็คงจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันรู้จบ!! ที่เจ้าทนต่อแรงกดดันเช่นนั้นได้เพราะเจ้าเป็นร่างสถิตแห่งฟีนิกส์ ทำให้เจ้าสามารถต้านทานกลิ่นอายแห่งความตายได้.."


       อู้เฉียงขมวดคิ้วแนบแน่นก่อนจะจับตาดูจตุรอาชาตนนี้..แต่นั้นเองที่จตุรอาชาเอาเคียวขนาดใหญ่ด้านหลังมาถือไว้!!


    " หืม? ร่างสถิตแห่ง ฟีนิกซ์ กับ ฟีนิกส์เพลิงอัมตะ!! น่าสนใจจริงๆ แต่ดูเหมือนว่ามนุษย์เหล่านี้จะเยอะเกินไป... "


       จตรุอาชาแห่งความตายเอ่ยขึ้นสถบขึ้นก่อนจะนำปลายด้ามของ เคียวขนาดใหญ่เคาะลงบนพื้นสามครั้ง..



    ตึ๊ง!! ตึ๊ง!! ตึ๊ง!!


       

        เหล่าสัตว์นรกนับพันต่างหยุดชะงักแต่ที่น่าตกใจคือเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์เกือบพันคน..ต่างล้มลงพร้อมกันทั้งหมด!!


        หลังจากนั้นจตุรอาชาแห่งความตายก็ปลดปล่อยคลื่นทมิฬแห่งความตายออกมาก่อนจะทำการฟาดเคียวขนาดใหญ่ก่อเกิดเป็นคลื่นทมิฬ!!


    " นะ..นี้มัน!! "


       อู้เฉียงตกตะลึง..จิตใจเต็มไปด้วยความสั่นไหวเผลอก้าวถอยหลังไปแค่หนึ่งก้าว..สัตว์นรกทั้งหมดล้วนสูญสลายไปหมดสิ้น!!


       เฟิงหวงเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจในทันที..เพราะปกติจตรุอาชาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้เด็ดขาดจะไม่มีการก้าวก่ายซึ้งกันและกัน..แล้วเหตุใดจตรุอาชาถึงโผล่ขึ้นมาและกำจัดสัตว์นรกทั้งหมดด้วยการโจมตีเช่นนั้น..


    " ท่านเฟิงหวงหากจตรุอาชาตนนั้นมาร้าย..เราจะทำยังไง!! "


    " จตุรอาชาทำร้ายมนุษย์ไม่ได้..แต่สามารถช่วงชิงดวงวิญญาณของมนุษย์ได้!!"


       เฟิงหวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม..


     

       แต่แล้วอยู่ๆจตรุอาชาก็โผลมาที่ตรงจุดอู้เฉียงยืนอยู่ด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าไป๋หลงนับพันเท่า!!หากเทียบกัน...


    " แววตาไม่เลว..เป็นร่างสถิตของนกอัมตะนั่นสินะ..ฟินิกซ์สวรรค์เหตุใดเจ้าถึงอยู่กับมนุษย์ผู้นี้มิหนำซ้ำเจ้ายังมอบพลังสถิตให้กับเด็กมนุษย์นี้อีก...แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก!! "


         จตรุอาชาแห่งความตายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย...แต่กลับไม่ได้ทำให้ลดความหวาดระแวงลงแมเแต่น้อย!!


    " เรื่องของข้า..เจ้าไม่เกี่ยว!! อีกอย่างทำไมตัวเจ้าทั้งมี่ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้..แล้วนครอันธกาลเกิดเหตุใดขึ้น!! "


        จตรุอาชาเพียงแสดงท่าทีเงียบนิ่งเท่านั้นด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นโครงกระดูกจึงไม่สามารถแสดงสีหน้าท่าทางออกมาได้..


    " ท่านฮาเดส..ขอให้ข้ามายังโลกมนุษย์แห่งนี้เพื่อช่วยเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นแต่...น่าเสียดายที่คืนต่อไปหรือก็คือคืนที่สองข้าไม่สามารถมายังโลกใบนี้ได้อีก.. "


       จตุรอาชาเว้นช่วงไว้ราวกับไม่ต้องการกล่าวถึงเรื่องต่อไปนี้..


    "  เวลานี้นครอันธกาลกำลังสั่นไหว!! หลังจากที่ผลึกวิญญาณของท่านโซโลม่อนแตกดับไปเมื่อไม่นานมานี้..ทำให้พวกที่อยู่ในมุมมืดเริ่มก้าวออกมาหมายจะขึ้นเป็นผู้ปกครองเมืองอันธกาล!! ตัวข้าที่เป็น1ใน4จตรุอาชาที่ถูกท่านโซโลม่อนดูแลมา..หากใครคิดไม่ซื่อข้าจะเป็นคนช่วงชิงดวงวิญญาณมันมาเอง!! "



        เฟิงหวงเบิกตากว้างขึ้นก่อนจะคืนร่างเป็นสตรีผมแดงเพลิงที่มีความสง่างามเทียบเท่าหรือมากกว่าเผ่าเทพเสียด้วยซ้ำ!!


    " เจ้าบอกว่าอะไรนะ..โซโลม่อนผู้นั้นสิ้นชีพแล้ว    อย่างงั้นรึ..ตัวตนราวกับสัตว์ประหลาดที่มาจากต่างมิตินั่น..ไม่มีทาง!! "


         จตรุอาชาเพียงหันหลังให้เท่านั้นก้อนจะกระทืบเท้าลงบนพื้น..กวัดแกว่งเคียวขนาดใหญ่ก่อเกิดเป็นคลื่นทมิฬที่อัดแน่น..มากมายมหาศาลกว่าครั้งแรก


       " จตรุพิพากษา!! "


     ตึง!!



       คลื่นทมิฬถูกส่งขึ้นไปบนท้องฟ้า..หมู่เมฆสีแดงแตกกระจายหมดในทันที..ราวกับระบายโทสะที่อัดอั้นไว้!!


    "  ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้าท่านผู้นั้นไม่มีทางแพ้พ่ายให้กับผู้ใดเป็นแน่!!  ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว..อย่างสุดท้ายที่ข้าจะบอก โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์..เบื้องหลังของสถานที่นั้นมีแต่ความต่ำทราม..จงระวังเอาไว้ให้ดีร่างสถิตย์แห่งเพลิง     อัมตะ!! "


       

          จตรุอาชาเปิดประตูมิติที่สร้างขึ้นก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้..


    "  พวกเรา4ตนมีหน้าที่คานอำนาจเพื่อไม่ให้ใครคิดไม่ซื่อ..ข้าต้องกลับแล้วคืนที่สองมีบางอย่างที่ทำให้พวกเจ้าแตกพ่ายหากเจ้าคิดว่าตนเองมีความสามารถพอ...ถัดไปจากที่นี้ด้านทิศตะวันตกคืนที่สองจะมีบางอย่างออกมา หากมันผ่านเจ้ามาได้..ความตายเท่านั้นหากเป็นเช่นนั่นข้าจะเป็นคนพาดวงวิญญาณเจ้าไปเอง!! "



           อู้เฉียงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกับความวิตกที่ก่อเกิดขึ้น!!


    " ทำไมท่านถึงบอกข้า? "


    " โชคชะตา!! "


       จตรุอาชากล่าวจบก็หายไปในทันทีทิ้งไว้แค่เพียงความวางเปล่า..และคำถามมากมายภายในใจของอู้เฉียง..


    ...........................................................


      ณ.โลกมาร

        


         เวลานี้นับเป็นเวลาเฉลิมฉลองของเผ่ามาร..เหล่าราชวงศ์ชั้นสูงของเผ่ามารต่างเข้ามาในพระราชวังเพื่อเฉลิมฉลองขององค์เทพมารปัจจุบัน..


    "  ได้ข่าวว่าท่านเทียร์ประชวรหนักอย่างงั้นรึ..ท่านเทพมารเลยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด " 


         ทหารมารตนหนึ่งที่ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูเอ่ยขึ้น..


    "   เป็นเช่นนั้นท่านเทียร์เป็นธิดาองค์เดียวของท่านเทพมาร..แต่ถึงกระนั้นข้ากลับได้ยินมาว่าเทพมารองค์นี้ไร้ซึ่งสัญลักษณ์แห่งเทพมาร!! "



    "   มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!! ..เอาเถอะยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา.. "



        ระหว่างสองทหารมารพูดคุยกันนั้นก็มีมารอีกตนที่มีลักษณะร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติกล่าวขึ้น


    "  พวกท่านทั้งสองคน..ข้ามีบางอย่างอยากจะบอก "


        ทหารยาม2ตนที่อยู่ชนชั้นเทพสงครามขั้นต้นก็คิ้วขมวดในทันที..


    " เจ้าเป็น.. "

         

       ฟึบ!!


        ศรีษะของเผ่ามารทั้งสองตนหลุดออกจากบ่าในทันทีด้วยความเร็วที่แม้ชนชั้นเทพสงครามยังโดนสังหารในเวลาไม่กี่อึดลมหายใจ!!


     " ท่านเทพมารคิดอะไรอยู่กันถึงให้จักรพรรดิ์มารอย่างข้ามาสังหารเหล่ามารชั้นสูงตามหัวเมืองต่างๆที่มาเข้าร่วม..ทั้งๆที่แค่เสาหลักประมาณ 2-3 คนก็สามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมดแท้ๆ "



        จักรพรรดิ์มารกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะเปิดประตูอย่างเชื่องช้า..


    ตึง!!



         ประตูได้ถูกปิดลงอีกครั้งพร้อมกับเลือดสีแดงสดจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาผ่านร่องประตูด้านใต้..เป็นการสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในค่ำคืนจันทราสีเลือด!!






    จบ....



    คล้ายกับเรื่องเทพมารตกสวรรค์ ที่คุณอ่าน