แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับสะกดข่มศิษย์และผู้อาวุโสบางคนที่เกือบจะแตะเข้าสู้ขั้นเทพสงครามได้ยังต้องทรุดเข่าลง!!
"ตัวตนที่ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้...1ใน4 จตุรอาชาแห่งนครอันธกาล!!! "
เฟิงหวงกล่าวออกมาก่อนจะจำแลงร่างเป็นนกสีแดงเพลิงมทเกาะที่ไหล่ของอู้เฉียง..
" จตุรอาชาคืออะไร..แล้วนครอันธกาลคืออะไร? เหตุใดท่านถึงต้องแสดงท่าทีกังวลเช่นนี้ด้วย.. "
อู้เฉียงกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย..เฟิงหวงได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวอธิบายในทันที..
" เมื่อนานมาแล้ว..มีตัวตนที่คอยคุมกฏของโลกใบนี้อยู่ทั้งหมด4ตน..จตุรอาชาแห่งการทำลาย..จตุรอาชาแห่งโรคภัย..จตุรอาชาแห่งความวิบัติ..และสุดท้าย จตุรอาชาแห่งความตาย!!! แต่ไม่คิดเลยว่า 1 ใน 4จตุรอาชาจะอยู่ที่นี้ นครอันธกาลเกิดอะไรขึ้นกันแน่!! โดยเฉพาะจตุรอาชาที่อยู่ตรงหน้าเจ้าคือ จตุรอาชาแห่งความตาย!! "
อู้เฉียงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างขึ้น..
" แล้วเหตุใดตัวข้าถึงสามารถต้านทานกลิ่นอายเช่นนี้ได้..แล้วความแข็งแกร่งเล่าระหว่างท่านกับจตุรอาชาตนนั้นใครแข็งแกร่งกว่ากัน.. "
เฟิงหวงถอนหายใจออกมา..
" เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจ..ตัวข้าที่มีพลังแห่งความอัมตะ และ จตุรอาชาแห่งความตายถือว่าเป็นปรปักษ์กันหากต้องสู้กันจริงๆ..ก็คงจะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันรู้จบ!! ที่เจ้าทนต่อแรงกดดันเช่นนั้นได้เพราะเจ้าเป็นร่างสถิตแห่งฟีนิกส์ ทำให้เจ้าสามารถต้านทานกลิ่นอายแห่งความตายได้.."
อู้เฉียงขมวดคิ้วแนบแน่นก่อนจะจับตาดูจตุรอาชาตนนี้..แต่นั้นเองที่จตุรอาชาเอาเคียวขนาดใหญ่ด้านหลังมาถือไว้!!
" หืม? ร่างสถิตแห่ง ฟีนิกซ์ กับ ฟีนิกส์เพลิงอัมตะ!! น่าสนใจจริงๆ แต่ดูเหมือนว่ามนุษย์เหล่านี้จะเยอะเกินไป... "
จตรุอาชาแห่งความตายเอ่ยขึ้นสถบขึ้นก่อนจะนำปลายด้ามของ เคียวขนาดใหญ่เคาะลงบนพื้นสามครั้ง..
ตึ๊ง!! ตึ๊ง!! ตึ๊ง!!
เหล่าสัตว์นรกนับพันต่างหยุดชะงักแต่ที่น่าตกใจคือเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์เกือบพันคน..ต่างล้มลงพร้อมกันทั้งหมด!!
หลังจากนั้นจตุรอาชาแห่งความตายก็ปลดปล่อยคลื่นทมิฬแห่งความตายออกมาก่อนจะทำการฟาดเคียวขนาดใหญ่ก่อเกิดเป็นคลื่นทมิฬ!!
" นะ..นี้มัน!! "
อู้เฉียงตกตะลึง..จิตใจเต็มไปด้วยความสั่นไหวเผลอก้าวถอยหลังไปแค่หนึ่งก้าว..สัตว์นรกทั้งหมดล้วนสูญสลายไปหมดสิ้น!!
เฟิงหวงเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจในทันที..เพราะปกติจตรุอาชาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกใบนี้เด็ดขาดจะไม่มีการก้าวก่ายซึ้งกันและกัน..แล้วเหตุใดจตรุอาชาถึงโผล่ขึ้นมาและกำจัดสัตว์นรกทั้งหมดด้วยการโจมตีเช่นนั้น..
" ท่านเฟิงหวงหากจตรุอาชาตนนั้นมาร้าย..เราจะทำยังไง!! "
" จตุรอาชาทำร้ายมนุษย์ไม่ได้..แต่สามารถช่วงชิงดวงวิญญาณของมนุษย์ได้!!"
เฟิงหวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม..
แต่แล้วอยู่ๆจตรุอาชาก็โผลมาที่ตรงจุดอู้เฉียงยืนอยู่ด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าไป๋หลงนับพันเท่า!!หากเทียบกัน...
" แววตาไม่เลว..เป็นร่างสถิตของนกอัมตะนั่นสินะ..ฟินิกซ์สวรรค์เหตุใดเจ้าถึงอยู่กับมนุษย์ผู้นี้มิหนำซ้ำเจ้ายังมอบพลังสถิตให้กับเด็กมนุษย์นี้อีก...แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก!! "
จตรุอาชาแห่งความตายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย...แต่กลับไม่ได้ทำให้ลดความหวาดระแวงลงแมเแต่น้อย!!
" เรื่องของข้า..เจ้าไม่เกี่ยว!! อีกอย่างทำไมตัวเจ้าทั้งมี่ไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้..แล้วนครอันธกาลเกิดเหตุใดขึ้น!! "
จตรุอาชาเพียงแสดงท่าทีเงียบนิ่งเท่านั้นด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นโครงกระดูกจึงไม่สามารถแสดงสีหน้าท่าทางออกมาได้..
" ท่านฮาเดส..ขอให้ข้ามายังโลกมนุษย์แห่งนี้เพื่อช่วยเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นแต่...น่าเสียดายที่คืนต่อไปหรือก็คือคืนที่สองข้าไม่สามารถมายังโลกใบนี้ได้อีก.. "
จตุรอาชาเว้นช่วงไว้ราวกับไม่ต้องการกล่าวถึงเรื่องต่อไปนี้..
" เวลานี้นครอันธกาลกำลังสั่นไหว!! หลังจากที่ผลึกวิญญาณของท่านโซโลม่อนแตกดับไปเมื่อไม่นานมานี้..ทำให้พวกที่อยู่ในมุมมืดเริ่มก้าวออกมาหมายจะขึ้นเป็นผู้ปกครองเมืองอันธกาล!! ตัวข้าที่เป็น1ใน4จตรุอาชาที่ถูกท่านโซโลม่อนดูแลมา..หากใครคิดไม่ซื่อข้าจะเป็นคนช่วงชิงดวงวิญญาณมันมาเอง!! "
เฟิงหวงเบิกตากว้างขึ้นก่อนจะคืนร่างเป็นสตรีผมแดงเพลิงที่มีความสง่างามเทียบเท่าหรือมากกว่าเผ่าเทพเสียด้วยซ้ำ!!
" เจ้าบอกว่าอะไรนะ..โซโลม่อนผู้นั้นสิ้นชีพแล้ว อย่างงั้นรึ..ตัวตนราวกับสัตว์ประหลาดที่มาจากต่างมิตินั่น..ไม่มีทาง!! "
จตรุอาชาเพียงหันหลังให้เท่านั้นก้อนจะกระทืบเท้าลงบนพื้น..กวัดแกว่งเคียวขนาดใหญ่ก่อเกิดเป็นคลื่นทมิฬที่อัดแน่น..มากมายมหาศาลกว่าครั้งแรก
" จตรุพิพากษา!! "
ตึง!!
คลื่นทมิฬถูกส่งขึ้นไปบนท้องฟ้า..หมู่เมฆสีแดงแตกกระจายหมดในทันที..ราวกับระบายโทสะที่อัดอั้นไว้!!
" ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้าท่านผู้นั้นไม่มีทางแพ้พ่ายให้กับผู้ใดเป็นแน่!! ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว..อย่างสุดท้ายที่ข้าจะบอก โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์..เบื้องหลังของสถานที่นั้นมีแต่ความต่ำทราม..จงระวังเอาไว้ให้ดีร่างสถิตย์แห่งเพลิง อัมตะ!! "
จตรุอาชาเปิดประตูมิติที่สร้างขึ้นก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้..
" พวกเรา4ตนมีหน้าที่คานอำนาจเพื่อไม่ให้ใครคิดไม่ซื่อ..ข้าต้องกลับแล้วคืนที่สองมีบางอย่างที่ทำให้พวกเจ้าแตกพ่ายหากเจ้าคิดว่าตนเองมีความสามารถพอ...ถัดไปจากที่นี้ด้านทิศตะวันตกคืนที่สองจะมีบางอย่างออกมา หากมันผ่านเจ้ามาได้..ความตายเท่านั้นหากเป็นเช่นนั่นข้าจะเป็นคนพาดวงวิญญาณเจ้าไปเอง!! "
อู้เฉียงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกับความวิตกที่ก่อเกิดขึ้น!!
" ทำไมท่านถึงบอกข้า? "
" โชคชะตา!! "
จตรุอาชากล่าวจบก็หายไปในทันทีทิ้งไว้แค่เพียงความวางเปล่า..และคำถามมากมายภายในใจของอู้เฉียง..
...........................................................
ณ.โลกมาร
เวลานี้นับเป็นเวลาเฉลิมฉลองของเผ่ามาร..เหล่าราชวงศ์ชั้นสูงของเผ่ามารต่างเข้ามาในพระราชวังเพื่อเฉลิมฉลองขององค์เทพมารปัจจุบัน..
" ได้ข่าวว่าท่านเทียร์ประชวรหนักอย่างงั้นรึ..ท่านเทพมารเลยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด "
ทหารมารตนหนึ่งที่ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูเอ่ยขึ้น..
" เป็นเช่นนั้นท่านเทียร์เป็นธิดาองค์เดียวของท่านเทพมาร..แต่ถึงกระนั้นข้ากลับได้ยินมาว่าเทพมารองค์นี้ไร้ซึ่งสัญลักษณ์แห่งเทพมาร!! "
" มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!! ..เอาเถอะยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา.. "
ระหว่างสองทหารมารพูดคุยกันนั้นก็มีมารอีกตนที่มีลักษณะร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติกล่าวขึ้น
" พวกท่านทั้งสองคน..ข้ามีบางอย่างอยากจะบอก "
ทหารยาม2ตนที่อยู่ชนชั้นเทพสงครามขั้นต้นก็คิ้วขมวดในทันที..
" เจ้าเป็น.. "
ฟึบ!!
ศรีษะของเผ่ามารทั้งสองตนหลุดออกจากบ่าในทันทีด้วยความเร็วที่แม้ชนชั้นเทพสงครามยังโดนสังหารในเวลาไม่กี่อึดลมหายใจ!!
" ท่านเทพมารคิดอะไรอยู่กันถึงให้จักรพรรดิ์มารอย่างข้ามาสังหารเหล่ามารชั้นสูงตามหัวเมืองต่างๆที่มาเข้าร่วม..ทั้งๆที่แค่เสาหลักประมาณ 2-3 คนก็สามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมดแท้ๆ "
จักรพรรดิ์มารกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะเปิดประตูอย่างเชื่องช้า..
ตึง!!
ประตูได้ถูกปิดลงอีกครั้งพร้อมกับเลือดสีแดงสดจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมาผ่านร่องประตูด้านใต้..เป็นการสังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในค่ำคืนจันทราสีเลือด!!
จบ....