ตอนที่ 56 สองบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มขยับตัวล่า
[ถ้าฉันจะมอบเทคโนโลยีในการผลิตโทรศัพท์มือถือให้กับเธอ เธอจะสนใจไหม?] สตีเฟ่น จ๊อบส์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอาจริงเอาจัง ด้วยนิสัยของเขาไม่ใช่คนพูดเล่นๆ อยู่แล้ว ทำให้พีทและน้าผี ที่เป็นสักขีพยานในการมอบของล้ำค่าในครั้งนี้ถึงกับสั่นสะท้านไปเลยทีเดียว
ต้องอย่าลืมว่าเทคโนโลยีมือถือของสตีเฟ่น จ๊อบส์ เปรียบได้ดั่งลูกรักของเจ้าตัวเลยทีเดียว การที่สตีเฟ่น จ๊อบส์ยอมมอบมันให้กลับพีท ย่อมหมายถึงเขาได้ส่งต่อลูกของตัวเองให้กับพีทเป็นคนเลี้ยงดู
มือถือ ‘Uphone!’ โทรศัพท์มือถือชั้นนำระดับโลกในโลกเก่า กำลังจะกลายเป็นแบรนด์มือถือที่ประเทศไทยเป็นคนสร้าง?!
[สนใจครับ] มีหรือที่พีทจะไม่สนใจ แม้ตัวเขาในตอนนี้จะหัวหมุนไปกับร้านไก่ทอดและแอปพลิเคชันของเขา จนไม่มีเวลาที่จะพัก…แต่อย่าลืมว่าเขานั้นเป็นผู้ครอบครองระบบ เขายังมีสตีเฟ่น จ๊อบส์ น้าผีและเอไออัลฟ่า คอยช่วยเหลือกับเรื่องนี้อยู่
พีทไม่จำเป็นต้องลงแรงอะไร เพียงแค่อยู่คอยเป็นฉากหน้าให้กับสตีเฟ่น จ๊อบส์ เท่านั้น ที่เหลือตัวของสตีเฟ่น จ๊อบส์จะคอยจัดการอยู่เบื้องหลังให้เอง
ในห้องทำงานของสตีเฟ่น จ๊อบส์เองก็มีอุปกรณ์มากมายสำหรับสร้างมือถือที่ต้องการจะพัฒนา ขอแค่พัฒนามือถือในนี้เป็นอันเสร็จสรรพ ตัวของพีทก็แค่เริ่มดำเนินการจัดจ้าง จัดซื้อโรงงานและคัดลอกเทคโนโลยีทั้งหมดออกมาเพื่อเริ่มการผลิต ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
เขาไม่จำเป็นต้องทำการวิจัยหรือพัฒนาที่เรียกว่า R&D (Research & Develop) ให้ยุ่งยาก
ทั้งหมดล้วนเป็นความลับที่มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่จะรู้ถึงเทคโนโลยีทั้งหมดที่เขาเป็นคนสร้าง
ดังนั้นเมื่อพีทตกลงรับปากว่าเขายินดีที่จะรับช่วงต่อมือถือของสตีเฟ่น จ๊อบส์ ตัวของชายหนุ่มผู้เงียบขรึม ก็พลันเขาสวมกอดพีทด้วยความขอบคุณในทันที
และที่สตีเฟ่น จ๊อบส์แสดงปฏิกิริยาออกมาเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่า เขาได้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร เขาพึ่งจะนำพาเทคโนโลยีอย่างบริษัท Pineapple ของเขา เข้าสู่ระดับโลกได้เพียงไม่นาน ยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความสำเร็จ สุดท้ายร่างกายที่ใช้งานมาอย่างหนักก็ร่วงโรยลงในที่สุด
สิ่งนี้จึงเปรียบเหมือนปณิธานของสตีเฟ่น จ๊อบส์ นั้นยังไม่สมบูรณ์ เขายังกระหายอยากที่จะสร้างเทคโนโลยีชั้นนำของเขาอยู่ การที่มีพีทเป็นดั่งตัวแทนของตนเอง มันจึงไม่ต่างอะไรกับสตีเฟ่น จ๊อบส์นั้นได้โอกาสที่สองของชีวิตเลยทีเดียว
[ตอนนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง เธอแค่เข้ามาตรวจสอบการพัฒนาของฉันเป็นระยะๆ ก็พอ] สตีเฟ่น จ๊อบส์รู้แล้วว่าพีทนั้นยุ่งมาก จึงไม่ได้รั้งตัวพีทเอาไว้นาน พอได้ประชุมตกลงกันว่า มือถือของเขาจะเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปอีกครั้ง ตัวของพีทก็ได้กลับออกมาจากระบบ เพื่อพักผ่อนร่างกายแล้ว
ติ้ง~!
ติ้ง~!
ในช่วงประมาณราวๆ ตีสองกว่าๆ ได้มีข้อความถูกส่งเข้ามาในอีเมลของ Rayzen หรือก็คืออีกตัวตนหนึ่งของพีท ในวงการนักพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยจดหมายที่ถูกส่งเข้ามาก็เป็นจดหมายจากบริษัท Gogle และบริษัท Pineapple นั่นเอง
‘ถึงนักพัฒนา Rayzen ยินดีกับความสำเร็จกับแอปพลิเคชัน Becute ที่ทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านดาวน์โหลด ทางบริษัท Gogle ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยความจริงใจและหวังว่าในอนาคต บริษัทของเราจะได้ร่วมมือกันอีก’
‘ถึงนักพัฒนา Rayzen บริษัท Pineapple ขอแสดงความยินดีกับแอปพลิเคชัน Becute และ เกม Simulator ของท่านเป็นอย่างมากและด้วยความสำเร็จจากเกมที่ท่านได้ลงขายใน App Store ของทางเรา พลันได้มีผู้เล่นจำนวนมากที่ชื่นชอบในเกมของท่านและได้ติดต่อขอให้ทางเราช่วยประสานงานติดต่อนักพัฒนา Rayzen ให้ช่วยพัฒนาเกมใหม่ๆ ให้กับผู้เล่นเพิ่มเติม เรียนมาด้วยความเคารพ’
อีเมลทั้งสองฉบับล้วนแล้วแต่ยกยอ ปอปั้น Rayzen กันอย่างเต็มที่ อนึ่งที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกเขาได้กำไรจากยอดขายแอปพลิเคชันของพีท ทั้งแอปแต่งรูปและเกม กันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แม้ในตอนแรกพวกเขาจะไม่ได้มุ่งหวังว่าแอปพลิเคชันของพีท จะไม่ได้ทำกำไรให้กับบริษัทของเขามากนัก ถ้าเทียบกับบรรดาแอปชั้นนำที่พวกเขามีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว แต่ทว่าจากการที่แอปพลิเคชันของพีททะยานเข้าสู่ 1 ล้านดาวน์โหลดในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้
มันทำให้พวกเขาต้องหันมาให้ความสนใจกับนักพัฒนา Rayzen มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
พวกเขาต่างต้องการอยากที่จะให้ นักพัฒนา Rayzen ออกแอปพลิเคชันใหม่ๆ เพื่อสร้างปรากฏการณ์อีก ดังนั้นจึงได้ทำการส่งอีเมลทั้งสองฉบับนี้มาให้กับพีท
โดยหลงลืมไปเลยว่า เวลาไทม์โซนของพวกเขา นั้นแตกต่างจากพีทที่อยู่ที่ประเทศไทย ห่างกัน 12 ชั่วโมง…แน่นอนเป็นอีกครั้งที่พวกเขาเฝ้ารอการตอบกลับ พวกเขาเฝ้ารอจนถึงเวลาเลิกงานแต่สุดท้าย ก็ไม่มีอีเมลตอบกลับใดๆ
จึงได้แต่เข้ามารายงานกับผู้บริหารโดยตรงว่า อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ใส่ใจกับอีเมลที่พวกเขาส่งไป ซึ่งผู้บริหารของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ได้รับรายงาน ก็พลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ไม่ใช่โกรธที่พีทไม่ได้ตอบอีเมลของพวกเขา หากแต่โกรธลูกน้องที่เป็นผู้ประสานงานดันพลาดส่งอีเมลให้อีกฝ่ายในยามวิกาลต่างหาก
“โง่เง่า! ฉันสั่งพวกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าการจะติดต่อกับนักพัฒนา Rayzen ต้องคำนึงถึงเวลาไทม์โซนของเขาด้วย ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปบริษัท Pineapple ได้ฉกตัวนักพัฒนาคนนี้ไปแน่…พวกคุณไปจดรายชื่อหัวหน้าทีมฝ่ายดูแลลูกค้าทั้งหมดมา ฉันจะส่งพวกเขาไปดูแลสาขาที่ประเทศไทย!” หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Gogle โกรธจัด เขาเริ่มไม่พอใจกับการทำงานของฝ่ายดูแลลูกค้าเป็นอย่างมาก ที่ทำให้ทุกอย่างมันเกือบจะเสียเรื่อง
และด้วยเหตุนี้ ภายในสองชั่วโมง รายชื่อหัวหน้าทีมฝ่ายดูแลลูกค้าในประเทศ สหรัฐอเมริกาทั้งหมดก็พลันถูกส่งตรงมาถึงผู้บริหาร รวมๆ แล้วมากกว่า 30 รายชื่อ
จำนวนรายชื่อทั้ง 30 คน ได้ถูกวางอยู่บนโต๊ะในที่ประชุมของเหล่าผู้บริหาร รายชื่อทั้งหมดนี้คือ 30 คนที่มีศักยภาพมากพอที่จะขึ้นเป็น ผู้จัดการในระดับสูงของบริษัท Gogle ในอนาคตแทบทั้งสิ้น
“ฉันขอเสนอให้ส่งตัว เอลริค ไปประจำการที่นั่น มีใครโต้แย้งใดๆ ไหม?” หนึ่งในผู้บริหารที่มีอำนาจพอสมควร มีชื่อว่า ‘ไมเคิล’ ได้เสนอชื่อ ผู้จัดการเอลริคที่ดำรงตำแหน่งอยู่ที่ ลอสแอนเจลิส ขึ้นมากลางที่ประชุม
“พวกเราเห็นด้วย เอลริค ถึงจะอายุมากแล้ว แต่ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากกว่าคนอื่นๆ เคยติดต่อนักพัฒนาฝีมือดีให้ย้ายมาทำงานกับเรามาแล้วมากมาย การส่งเข้าไปติดต่อกับนักพัฒนา Rayzen เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว” ผู้บริหารกว่าหลายสิบคน ต่างยกมือเห็นด้วย
แน่นอนบางคน ยกมือออกเสียงไปทั้งแบบนั้น…พวกเขาแค่เอออ้อไปทั้งแบบนั้น แต่อันที่จริงเป่าปากโล่งใจ ที่ไม่ต้องเสียตัวหัวหน้าทีมที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการในอนาคต ในเส้นสายของตนไปนั่นเอง
บริษัท Gogle เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ก็มีการเมืองภายในเหมือนกับบริษัทอื่นๆ อาจจะเข้มข้นกว่าบริษัทอื่นเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากมีผลประโยชน์และเม็ดเงินอันมหาศาล เป็นสิ่งล่อตาล่อใจ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่พีทจะต้องสนใจ
ก๊อก~ “เข้ามาได้” ชายวัยกลางคนอายุ 45 ปี ใส่สูทผูกไท เดินเข้ามาในห้องทำงานไมเคิล ที่เป็นผู้บริหารระดับสูง
“เอลริค คุณเดินทางมาเหนื่อยๆ นั่งลงก่อนสิ” ไมเคิลผายมือ เชิญชายวัยกลางคนที่พึ่งจะเดินทางมาจาก ลอสแอนเจลิส มาที่ มหานครนิวยอร์ค นั่งลงที่เก้าอี้นุ่มๆ
“คุณคงได้ยินมาบ้างแล้วใช่ไหม ว่าคุณจะถูกส่งไปดูแล บริษัทของเราที่ประเทศไทย” ไมเคิลไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพูดเข้าเรื่องในทันทีที่ เอลริคหรือชายวัยกลางคนนั่งลงตรงหน้า
“ครับ” เสียงของเอลริค ตอบกลับด้วยความแผ่วเบาราวกับคนหมดเรี่ยวแรง ซึ่งมันก็จริง เอลริค รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนแก่ที่หมดไฟแล้ว
อายุของเขา 45 ปีแล้ว แม้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาจะถูกวางตัวให้ชิงตำแหน่งผู้จัดการ แต่การถูกส่งไปยังประเทศไทย ที่ห่างไกลแบบนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการเนรเทศเลยสักนิด
‘ประเทศไทย?’
อยู่ที่ไหน…เป็นประเทศแบบใด…เอลริคไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ในทวีปเอเชียเขารู้จักแค่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีและสิงคโปร์เท่านั้น แต่ประเทศไทย ไม่ยักจะเคยได้ยิน
ฉะนั้นแล้วการถูกส่งตัวไปยังประเทศที่ไม่รู้จัก มันเหมือนกับส่งเขาไปรับโทษชัดๆ
“คุณอาจจะคิดว่าผมส่งคุณไปยังประเทศไทย เพื่อเป็นการลงโทษสินะ? แต่ถ้าให้ผมพูดตามตรงนี้คือโอกาสของคุณ ที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับผู้จัดการ ไม่สิ ผู้บริหารเลยก็ว่าได้” ไมเคิลชงกาแฟมาวางลงตรงหน้าเอลริค ที่มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง
“ประเทศไทย ผมเองก็พึ่งรู้จักเมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน…แต่ที่นั่น มีนักพัฒนาคนหนึ่งที่ชื่อว่า Rayzen อาศัยอยู่ที่นั่น ในช่วงสั้นๆ ที่ผ่านมา คุณคงจะได้ยินชื่อแอปพลิเคชันแต่งภาพอย่าง Becute และเกมจำลองชีวิตมาแล้วใช่หรือไม่ นั่นแหละคือผลงานของเขา” ไมเคิลจิบกาแฟและเริ่มบอกภารกิจคร่าวๆ ให้กับเอลริค ที่จะถูกส่งไปดูแลที่ประเทศไทย
“บริษัทต้องการให้ผมดึงตัวนักพัฒนาคนนี้มาทำงานให้กับบริษัทของเราใช่ไหมครับ?” เอลริคก็ไม่ได้โง่ เขาฉลาดและมีความหลักแหลมมาก เพียงฟังสิ่งที่ไมเคิลพูดแบบคร่าวๆ ก็รู้แล้วว่า อีกฝ่ายหมายถึงอะไร
“นั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่ฉันอยากให้คุณทำก็คือ ช่วยทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้ไหม” ไม่ใช่แค่เอาใจนักพัฒนาเท่านั้นที่ไมเคิลต้องการ ไมเคิลอยากที่จะเอาใจ Rayzen ด้วยการทำให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเลย
“แต่ศูนย์กลาง Data Center ของเราได้ตกลงกับประเทศสิงคโปร์ไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ?” เอลริคเอ่ยถาม อย่างที่บอกว่าเขานั้นรู้จักประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากบริษัท Gogle ได้ตกลงตั้ง Data center ขึ้นที่ประเทศนั้น เมื่อปี 2011
“ก็ใช่ที่บริษัทของเราตั้งฐาน Data Center ที่นั่นไปแล้ว…แต่ถ้าสำนักงานใหญ่อีกแห่งในภูมิภาคล่ะ?” ไมเคิลหรี่ตาลง ทันใดนั้นเอลริคก็พลันเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้ว
สิงคโปร์คือ Data Center ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้ว ดังนั้นถ้าจะให้ผลตอบแทนที่เท่าๆ กันกับประเทศไทย มีเพียงอย่างเดียวคือต้องตั้งสำนักงานใหญ่ไว้ที่นั่นแทน ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ
ไมเคิลและเอลริค จับมือกัน…แม้ในใจของเอลริคจะผิดหวังมากที่ต้องย้ายบ้านมายังประเทศไทย ที่ตัวเองก็แทบไม่รู้จักเกี่ยวกับประเทศนี้เลย อีกทั้งจากงานที่ได้รับมอบหมายมานี้ คงจะต้องอยู่ที่นี่อีกนานหลายปี เป็นไปได้ว่าคงต้องพาครอบครัวติดตามไปด้วย
เอลริคเองก็มีครอบครัว มีภรรยาและลูกสาววัย 6 ขวบ การย้ายไปต่างบ้านต่างเมือง พวกเขาล้วนคุ้นชินกันดีแล้ว แต่กระนั้นนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะต้องโยกย้าย ถึงขั้นย้ายประเทศ ย้ายทวีปกันเลยทีเดียว
เอลริคเตรียมตัวที่จะออกเดินทางในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้าและการเดินทางของเขาก็มีการประกาศจากบริษัท Gogle เป็นการใหญ่
เพราะทันทีที่มีการอนุมัติโยกย้ายเอลริคมาประจำที่ประเทศไทย ทางด้านสื่อของประเทศไทยก็ตีข่าวยกใหญ่ราวกับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเลยทีเดียว
พีทได้อ่านข่าวที่ทางบริษัท Gogle จะส่งผู้จัดการแนวหน้าของบริษัทมาประจำที่ประเทศไทยแล้ว พลางเปิดอ่านอีเมลจากบริษัท Gogle และ Pineapple ที่ส่งมาเมื่อคืนด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น จากการที่ถูกเจ้าเอไออัลฟ่า ปลุกจนตื่น
‘ขอบคุณสำหรับอีเมลที่ส่งเข้ามา ทางด้านของผมเองยังไม่มีแผนการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ในตอนนี้ แต่อาจจะมีเกมออนไลน์ในโทรศัพท์มือถือที่เตรียมไว้ลงในเดือนหน้า ยังไงขอฝากบริษัทช่วยตรวจสอบด้วยครับ ด้วยความเคารพ’
‘ปล.ผมได้ยินข่าวที่ทางบริษัท Gogle ได้ส่งผู้จัดการมาประจำที่ประเทศไทยแล้ว ถ้าหากเข้ามาถึงแล้ว รบกวนขอช่องทางการติดต่อส่วนตัวเอาไว้ด้วยนะครับ’ พีทตอบกลับจดหมายไปทั้งแบบนั้น โดยลืมไปเสียสนิทว่าเขาได้ทำการแนบจดหมายนี้ถึงบริษัท Gogle และ Pineapple
ซึ่งถือเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง ที่ในทันทีที่อีเมลทั้งสองฉบับถูกส่งไป พีทก็พลันตาสว่างขึ้นมาทันที
[น้าผี คุณจ๊อบส์! ช่วยด้วยครับ ผมส่งอีเมลผิด…ดันเผลอไปส่งให้บริษัท Pineapple ด้วย!]
พีทร้องออกมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก เขาตัวสั่นเล็กน้อย แต่ถึงแม้ว่าพีทจะตัวสั่นงันงกสักแค่ไหน ตัวของทั้งสองกลับหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย
[AI.อัลฟ่า จัดการให้เจ้านายของเธอหน่อยสิ] น้าผียิ้มและโบกมือลา ก่อนที่หน้าต่างระบบของพีท จะพลันปรากฏตัวหนังสือและโค๊ดจำนวนมากวิ่งปราดไปมา จากน้ำมือของเอไออัลฟ่านั่นเอง
[ทำการลบอีเมลปลายทาง…ดำเนินการเสร็จสิ้น!] ไม่ถึงอึดใจ อีเมลที่พีทส่งไปยังบริษัท Pineapple ก็พลันถูกลบทิ้งอย่างเกลี้ยงเกลา
แต่ทว่าในบริษัท Pineapple นั้นมีผู้ที่เฝ้ารอจดหมายของพีทมาตลอดทั้งคืน มีหรือที่พวกเขาจะพลาดอีเมลที่ถูกส่งเข้ามาได้
ภายในเสี้ยววินาที ก่อนที่อีเมลจะถูกลบ พวกเขาได้เปิดอ่านอีเมลของพีทแล้วและในทันใดนั้น อีเมลก็ได้ถูกทำลายหายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา
“รีบเรียกประชุม ผู้บริหารโดยด่วน!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy