บทที่ 12 โลกมนุษย์นี่อันตรายจริง ๆ
ผู้ช่วยผู้ดูแลคนนั้นตั้งใจจะต่อรองเพื่อกดราคา แต่ไม่คิดว่าจะล้มเหลว
เขารีบดึงตัวไท่จี้เย่ไว้อย่างร้อนรน เปลี่ยนน้ำเสียงเป็การขอร้อง "น้องชาย ไม่ปิดบังเ้าหรอก แม่นมในจวนของเราไปชนเตาของคุณหนูล้มโดยไม่ได้ตั้งใจ กลัวว่าคุณหนูจะลงโทษ เลยให้ข้าออกมาหาเตาที่คล้ายกันมาแทน"
"พอดีเห็นว่าเตาของเ้านี่เหมือนกันเจ็ดแปดส่วน เ้าช่วยขายเตานี่ให้ข้าเถอะ"
"ท่านพูดแบบนี้ค่อยฟังดูใช้ได้"
ไท่จี้เย่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก คุยทักทายกันสองสามประโยค ถามชื่อและที่อยู่จวนเพื่อเป็การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ให้ตัวเอง
เขามีฝีปากคล่องแคล่ว ไม่นานก็ทำให้ชายคนนั้นยิ้มแย้มมีความสุข และนัดว่าจะดื่มชาด้วยกันในภายหลัง
สำหรับเตาถ่าน ผู้ช่วยผู้ดูแลตกลงซื้อในราคาสูงถึงสิบเจ็ดตำลึงเงิน รวมถึงถ่านอีกไม่กี่ชั่งในราคาห้าร้อยอีแปะ
นี่คุ้มกว่านำไปฝากที่โรงรับจำนำมากนัก!
ไท่จี้เย่ก็ใจกว้าง แถมเลื่อนลากให้ชายคนนั้นลากกลับไปด้วย
เมื่อเห็นร่างของอีกฝ่ายหายลับไป ไท่หย่งอันก็ดีใจจนะโสูงถึงสามฉื่อ เขาผอมเหมือนไม้ไผ่ลำเล็กอยู่แล้ว ะโทีก็ราวกับจะพุ่งทะลุท้องฟ้า
"ฮ่า ๆ ท่านอาสามเยี่ยมมาก รวยแล้ว ครอบครัวเรารวยแล้ว!"
ไท่จี้เย่ก็ดีใจ แต่ยังคงกระตุกแขนหลานชายเอาไว้ "เบา ๆ หน่อย ของมีค่าไม่ควรโอ้อวด ไปกัน เปลี่ยนที่คุยกันดีกว่า!"
สองอาหลานเดินวนสองสามที ก็มาถึงปากตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ร้านแรกที่ปากตรอกเปิดประตูอยู่ มีเสียงร้องะโแว่วมา
"ซื้อก็ซื้อไม่ซื้อก็ไป! เปิดแล้ว!"
ไท่จี้เย่ตาเป็ประกาย เท้าของเขากำลังจะขยับ แต่ไท่หย่งอันกลับดึงสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วตบมันในฝ่ามือสองสามที
ไท่จี้เย่แข็งค้างทันที เขาถามอย่างใ "ทำไมเอาเ้านี่มาด้วย!"
ในมือของไท่หย่งอันถือไม้กระดานเล็ก ๆ กว้างเท่าฝ่ามือเด็ก ยาวประมาณหนึ่งศอกครึ่ง เป็สีดำเงาวับ
เขายิ้มยิงฟันแฝงความภูมิใจ "ท่านปู่แอบให้ข้าก่อนออกจากบ้าน บอกว่าถ้าท่านเอาเงินไปทำเื่ไม่ดี ให้ข้าเอาอันนี้ฟาดขาของท่านให้หัก!"
ไท่จี้เย่ขบฟันแน่น รู้สึกขาเย็นวาบ
เขาซนกว่าพี่ชายทั้งสองคนมาั้แ่เด็ก พูดได้ว่าความมันวาวของแผ่นกระดานไม้นี่ เกิดจากิัของเขาขัดถูมันจนขึ้นเงาล้วน ๆ !
"เอ่อ อะแฮ่ม... พอดีข้าคิดถึงคนรู้จัก อยากเข้าไปทักทายหน่อย"
ไท่หย่งอันไม่สนใจคำพูดของเขา "ไปกันเถอะท่านอาสาม ท่านปู่สั่งให้ซื้อข้าวฟ่างร้อยชั่ง แล้วก็ไข่ไก่สามสิบฟองให้น้องสาว จะได้รีบกลับบ้าน"
"ไปก็ไป ไป ๆ !"
ไท่จี้เย่รู้สึกว่าตัวเองถูกท่านพ่อควบคุมจากทางไกลผ่านหลานชาย ทำให้ศักดิ์ศรีของเขาถูกทำลายจึงรู้สึกหดหู่มาก แต่พอได้ลูบเงินในอกเสื้อก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง
หลังจากค่ำลง ลมเย็นพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้อีกาบนต้นไม้ถูกความหนาวปิดปากจนไม่สามารถส่งเสียงร้องได้
ในห้องโถงของบ้านครอบครัวไท่มีเตาดินติดไฟกำลังเผาไหม้อยู่ ส่งเสียงแตกปะทุเป็ระยะ
หยางลี่ฮวาและหลิวตงเหนียงนั่งล้อมเตา อาศัยแสงสลัว ๆ เย็บเสื้อและกางเกง
ท่านผู้เฒ่าไท่อุ้มหลานสาวตัวน้อย กำลังตั้งใจสอนให้นางพูด จูจูกินนอนไปหลายวัน อาการตอนนี้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งฟื้น
ตอนนี้นางเหมือนนกขุนทองที่กำลังหัดพูด พูดตามท่านปู่ไปเรื่อย
"ท่านปู่!"
"ท่านพ่อ!"
"ท่านแม่!"
"พี่ชาย!"
ทุกครั้งที่นางออกเสียงก็จะชะโงกหน้ามองไปยังคนในบ้านที่กำลังเรียกหา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวัง จนกระทั่งคนในบ้านตอบรับอย่างร่าเริง เด็กน้อยก็ดีใจจนะโขึ้นไปบนตักของท่านปู่ แก้มยุ้ยสั่นดุ๊กดิ๊ก
ฮิ ฮิ!
จูจูเป็เด็กน้อยที่มีแต่คนรักเอ็นดู!
ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้!
เด็กน้อยร่างอวบน่ารักยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ทำให้ทุกคนในครอบครัวอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างตามไปด้วย
"จูจูบ้านเรามองยังไงก็เป็เด็กที่มีโชควาสนาจริง ๆ !" หลิวตงเหนียงรู้สึกอิจฉาอยู่เต็มหัวใจ
นางให้กำเนิดลูกชายเพียงคนเดียวคือหย่งเยว่ จึงหวังอย่างยิ่งว่าจะได้มีลูกสาวสักคน
หยางลี่ฮวากล่าวปลอบโยน "หน้าหนาวไม่ค่อยสะดวกออกนอกบ้าน รอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วให้น้องรองพาเ้าไปหาหมอในเมืองฟื้นฟูร่างกายสักหน่อย"
"บางทีปีหน้า่เวลานี้ จูจูอาจจะมีน้องสาวแล้วก็ได้"
หลิวตงเหนียงได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดง แต่ในใจอดไม่ได้ที่จะเริ่มมีความหวังขึ้นมา
ไท่จี้จู่คิดถึงน้องกับลูกชาย จึงลุกขึ้นพูดว่า "ท่านพ่อ ข้าจะไปคอยดูพวกน้องสามหน่อย ข้างนอกมืดมาก ทางเดินไม่สะดวก"
ยังไม่ทันที่ชายชราจะตอบรับ ก็มีเสียงเปิดปิดประตูไม้ดังมาจากข้างนอกแว่ว ๆ ทุกคนตื่นเต้นดีใจ ต่างพากันทิ้งงานในมือและรีบไปที่ประตู
ใช่แล้ว ไท่จี้เย่และหย่งอันกลับมาแล้ว
และที่สำคัญ ทั้งสองคนนั่งรถม้ากลับมา!
ทุกคนรีบช่วยกันขนของ หลังจากทุกคนกลับเข้าบ้านแล้ว ก็ผลักไท่จี้เย่และหย่งอันไปนั่งข้างเตาผิงให้อบอุ่น
ทั้งสองยิ้มแย้มโบกมือ ไท่จี้เย่พูดว่า "พวกเรากลัวว่าระหว่างทางจะเจอคนถามให้ยุ่งยาก ก็เลยจ่ายสิบอีแปะเช่ารถม้า นั่งอยู่ข้างในคนไม่มองเห็น แถมยังอบอุ่นด้วย"
พูดจบ เขากลัวว่าท่านพ่อจะบ่นเื่ใช้เงินฟุ่มเฟือย จึงรีบแสดงของที่ซื้อมา "ท่านพ่อ พวกเราซื้อข้าวฟ่างมาหนึ่งร้อยชั่ง กับไข่ไก่สามสิบฟอง"
"นอกจากนี้ยังมีนี่ด้วย..."
เขาล้วงห่อกระดาษเคลือบน้ำมันออกมาจากอก เปิดออกเผยให้เห็นใบยาสูบสีน้ำตาลอมเหลืองด้านใน ยิ้มประจบเอาใจพลางยื่นไปตรงหน้าบิดา
ท่านผู้เฒ่าขมวดคิ้ว อยากจะด่าสักหน่อยแต่ก็กลัวจะทำร้ายความกตัญญูของลูก
โชคดีที่ไท่หย่งอันกำลังเล่าอย่างออกรส กำลังพูดถึงเตาที่พวกเขาขายไปได้ราคาดีถึงสิบเจ็ดตำลึงเงิน
ทั้งครอบครัวต่างก็อดไม่ได้ที่จะร้องออกมาด้วยความดีใจ ผู้เป็บิดาจ้องลูกชายคนเล็กด้วยสายตาดุ ๆ แล้วก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
ไท่จี้เย่ยิ้มแห้ง ๆ เล่าเื่ความคึกคักในเมืองจากนั้นก็ส่งเงินที่เหลือให้ ชายชราไม่แม้แต่จะมองดู มอบให้หยางลี่ฮวาทั้งหมด
หยางลี่ฮวาชินกับการดูแลบ้าน จึงเก็บเงินไว้อย่างเรียบร้อย ส่วนหลิวตงเหนียงยิ้มพลางพูดว่า "ท่านพ่อ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงหุงข้าวฟ่างกินดีไหม"
"ที่บ้านยังมีผักแห้งเหลืออยู่ไม่น้อย ลวกน้ำแล้วทำไข่ราดหน้า ดีไหมเ้าคะ?"
พวกเด็ก ๆ มองไปที่ท่านปู่อย่างพร้อมเพรียง ดวงตาเบิกโต ทำให้ท่านผู้เฒ่าไท่รู้สึกทั้งสงสารทั้งขบขัน "ได้ บ้านเราได้เงินก้อนเล็ก ๆ มา ถือว่าเป็การฉลองแล้วกัน"
"โอ้ พรุ่งนี้ได้กินข้าวเปล่าแล้ว!"
"ไข่ราดหน้า ยังมีไข่ราดหน้าอีกนะ!"
ไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่วิ่งไปมาทั่วบ้านอย่างดีใจ เมื่อวิ่งผ่านจูจูก็อุ้มนางขึ้นมาแล้ววิ่งซนด้วยกัน
จูจูที่น่าสงสารถูกยกลอยจากพื้นทันที นางใมากจนกระทั่งคว้าผมของพวกพี่ชายแน่น ร่างเล็กอวบของเด็กน้อยโยนไปมา จนกระจุกผมเล็ก ๆ บนหัวแทบจะสั่นหลุดออกมา
แม่เ้า!
โลกมนุษย์อันตรายจัง!
ไม่มีภัยพิบัติจากฟ้า แต่กลับมีพี่ชายที่ไว้ใจไม่ได้!
โชคดีที่ท่านปู่มีสายตาเฉียบไว มือเร็ว คว้าหลานสาวไว้ได้ในทันท่วงที พร้อมกับถีบหลานชายทั้งหลายสองที
"เ้าพวกเวร น้องเพิ่งหายป่วยยังจะมาเหวี่ยงแบบนี้อีก ไปให้พ้น! ถ้าทำให้นางใอีกจะลงโทษไม่ให้พวกเ้ากินข้าวพรุ่งนี้!"
ไท่หย่งลู่กับไท่หย่งเยว่หดคอทันที แล้วทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยทันใด
ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ พูดคุยกันอีกสองสามประโยคแล้วก็พาเด็ก ๆ กลับไปพักผ่อน
จูจูนอนอยู่บนเตียงที่อบอุ่น ท่านพ่อนอนกรนเบา ๆ อยู่ด้านข้าง ท่านแม่กอดนางไว้ ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ห่มผ้านวมนุ่ม ๆ ด้วยกัน
มือของมารดาลูบหลังนางเบา ๆ ทำให้รู้สึกอุ่นใจเป็พิเศษ
นางขยับเข้าไปในอ้อมอกของมารดาอีกครั้ง แล้วหลับไปอย่างมีความสุข
ที่ห้องด้านนอก ชายชรานั่งข้างเตาไฟ ยังคงกำชับลูกชายคนเล็กว่าต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนิสัยชั่วร้ายในการพนันเด็ดขาด
ไท่จี้เย่รู้สึกผิดที่ถูกตำหนิ เห็นบิดาชรากำลังดูดกล้องยาสูบที่ว่างเปล่า เขาจึงฉลาดพอที่จะแกะห่อกระดาษน้ำมันเพื่อช่วยเติมยาเส้น
แต่ผลคือ พอมือของเขาแตะที่ก้านกล้องยาสูบ บิดาก็เปลี่ยนสีหน้าทันที!