หลังจากจัดการส่งคนของตัวเองถึงยังที่ตั้งของสำนักแล้วรวมถึงการอธิบายวิธีการใช้วงมิติเคลื่อนย้ายที่นางได้สร้างไว้เพื่อขึ้นไปยังเกาะลอยฟ้าต่างๆที่อยู่บนเกาะกลางน้ำใต้ต้นท้อสวรรค์ข้างศาลาแปดเหลี่ยมที่สร้างไว้ให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดแต่ก็แค่ในส่วนที่สำคัญๆเท่านั้น....
จากนั้นในส่วนอื่นๆก็ให้ฮุ่ยหลงและจินเฟิงเป็นคนอธิบายแทน ส่วนตัวนางนั้นก็ต้องกลับไปอธิบายเรื่องต่างๆให้ทุกคนในครอบครัวฟัง เพราะตอนนี้ทุกคนไม่มีตำแหน่งในราชสำนักแล้ว และนางก็พร้อมจะให้ทุกคนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
ด้วยเพราะนางคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะให้ทุกคนในครอบครัวมาเป็นเสาหลักและสร้างความมั่นคงให้ตัวเองโดยการรับตำแหน่งผู้อาวุโสในสำนักแล้วต่อไปคนสกุลเยว่จะเร้นกายหายไปจากทุกตำแหน่งในราชสำนักและไปโลดแล่นในโลกของชาวยุทธแทน.....
และตอนนี้ชิงเซียนได้กลับมาหาทุกคนที่มานั่งรอนางที่ห้องทำงานของบิดาของนางหรือเยว่ฉางอี้แล้ว นางไม่รอช้าเปิดและปิดประตูก่อนจะลงอักขระป้องกันเอาไว้และเริ่มหัวข้อสนทนาทันที
"พวกท่านอย่าพึ่งถามอันใดข้าตอนนี้นะเจ้าคะ ข้าขอเล่าทีเดียวจบแล้วข้าจะให้พวกท่านถามกันทีหลังนะเจ้าคะ"
"ได้สิ...พวกปู่จะรอ เจ้าเล่ามาเถิดพวกปู่รอฟังอยู่...."เยว่เจียงแม้จะอยากถามมากแค่ไหนก็ต้องอดทนไว้เพราะอีกไม่นานพวกเขาจะได้รู้เรื่องที่สงสัยแล้วเพียงแค่อดทนรอเท่านั้น.....
จากนั้นชิงเซียนนางก็เล่าเรื่องต่างๆตั้งแต่นางออกมาจากการฝึกวิชาจากท่านอาจารย์หรือว่าหมอเทวดาไป๋หานลู่ หลังกลับมาที่นี่นางก็ได้มาเปิดกิจการเป็นของตัวเองในคราบคุณชายเหิงเยว่อีกทั้งยังกลับไปอยู่ในรูปลักษณ์ของเหิงเยว่ให้ทุกคนเห็นอีกด้วย คนที่ดูจะตกใจมากที่สุดคงไม่พ้นเยว่เจียงที่ได้พบหลานสาวในคราบคุณชายเหิงเยว่หรือคนที่ได้เข้ามาช่วยเหลือให้โรงประมูลประจำตระกลูผ่านช่วงเวลาที่อยากลำบาก และจากนั้นก็เรื่องกำลังคนที่มีรวมถึงรายละเอียดการสร้างสำนักเป็นของตนเองด้วย
หลังจากที่ทุกคนได้ยินเรื่องต่างๆที่นางทำมันทำให้ทุกคนอดทึ่งไม่ได้ทั้งที่ช่วงที่นางทำเรื่องมากมายต่างๆเหล่านี้รวมไปจนถึงตอนนี้นางเป็นเพียงสตรีมิหน่ำซ้ำอายุยังเพียงแค่สิบห้าหนาวยังไม่สิบหกด้วยซ้ำ นี่พวกเขากลายเป็นคนไม่ได้เรื่องเลยจริงๆเมื่อนำตัวเองมาเทียบกับสตรีตัวน้อยตรงหน้า
"พวกท่านอย่าได้หดหู่ไปเลยเจ้าคะ แม้พวกท่านจะมีอายุที่มากกว่าข้าแต่ข้าก็มีของมากมายที่เอื่ออำนวยต่อความสะดวกสบายมากกว่าพวกท่านหรือแม้แต่คนในแผ่นดินนี้ ข้าต้องขอขอบคุณท่านตาองค์เทพที่รักและเอ็นดูข้าเยว่ชิงเซียนผู้นี้เจ้าคะ"ทุกคนในที่นี้พอเข้าใจว่าชิงเซียนนางพูดถึงใครเพราะทุกคนในครอบครัวต่างเข้าใจว่าชิงเซียนนางมีองค์เทพชราคุ้มครองเป็นเทพประจำตัวและคอยมอบสิ่งต่างๆให้นาง
"งั้นต่อไปนี้เราจะทำอย่างไรต่อไปรึเซียนเออร์ และหากมีคนรู้ว่าคุณชายเหิงเยว่เป็นเจ้าจะมิลำบากรึ ที่พ่อและพี่ชายของเจ้าลาออกไม่ใช่แค่ได้ให้สัญญากับเจ้าแต่เพราะพวกพ่อคิดว่าถ้าหากพวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับราชสำนักแล้วคนเหล่านั้นก็จะไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับพวกเราอีกและเจ้าอาจจะปลอดภัยขึ้น แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าหากพวกนั้นรู้เรื่องพวกมันคงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเจ้าแล้วตอนนี้พวกพ่อก็ไม่มีอำนาจอีกแล้วจะทำอย่างไรดี"ฉางอี้ถามบุตรสาวของตนด้วยความสงสัยกังวลและเป็นห่วง
"ไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ เพราะหลังจากนี้ต่อไปพวกเราจะ'หายไป'อย่างไร้ร่องรอย"ทุกคนที่ได้ยินต่างก็รู้สึกตกใจและยังงงๆในคำพูดของชิงเซียน
"แล้วถ้าเราหายไปแล้วจวนและบ่าวรับใช้ที่นี่หล่ะเซียนเออร์ แล้วไหนจะที่ลูกบอกว่าจะช่วยฮ่องเต้อีกหล่ะจะทำเช่นไร"ฉางอี้ถามบุตรสาวอีกครั้ง
"ไม่ต้องห่วงเจ้าคะ จวนแห่งนี้ข้าจะสร้างม่านอักขระเอาไว้จะไม่ให้ผู้ใดเข้ามาได้ส่วนคนที่นี่ข้าจะให้พวกเขาทำพันธะวิญญาณกับข้าเหมือนคนของข้าและให้ไปอยู่ที่สำนักหากใครที่ไม่ต้องการฝึกฝนหรือแก่ชรามากแล้วข้าจะให้พวกเขาเหล่านั้นดูแลส่วนล่างของสำนักเพราะสำนักที่ข้างสร้างมีสองส่วนคือบนพื้นดินและเกาะลอยฟ้าเจ้าค่ะเมื่อพวกท่านไปเห็นก็จะเข้าใจเอง ส่วนเรื่องฝ่าบาทพวกท่านไม่ต้องห่วงข้าให้เครื่องสื่อสารไปแล้วหากมีเรื่องอันใดพระองค์จะติดต่อมาเองและข้าก็ให้คนของข้าช่วยดูแลไว้ให้แล้วรวมถึงความปลอดภัยของเสด็จอาฮ่องเฮาด้วย"
"ขอบใจเจ้ามากนะเซียนเออร์ที่ส่งคนไปดูแลความปลอดภัยของอาเจ้า...เท่านี้ปู่ก็หมดห่วงแล้ว เพราะนอกจากพ่อของเจ้าแล้วก็มีอาของเจ้านี่เเหละที่ท่านย่าของเจ้าได้ทิ้งไว้ให้เป็นของขวัญสำหรับปู่ หากนางยังอยู่นางคงภูมิใจในหลานตัวน้อยๆของนางเป็นแน่"ท่านปู่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆนิดหน่อยคงคิดถึงท่านย่ามากสินะ เพราะจากความจำของร่างเก่าดูเหมือนท่านย่าจะจากไปตั้วแต่นางอายุได้เพียงห้าขวบปีเท่านั้นหรือก็คือสิบปีที่แล้วในสนามรบเพราะรับลูกธนูแทนท่านปู่
"อย่าได้เศร้าไปเลยเจ้าคะท่านปู่ ท่านย่า ท่านไปสบายแล้วตอนนี้คงไปเป็นเทพธิดาบนสวรรค์แล้ว และถ้าท่านย่ามองลงมาแล้วเห็นท่านยังทุกข์ใจและโทษตัวเองอยู่เช่นนี้ท่านย่าคงไม่สบายใจและไม่เป็นสุขเอาได้นะเจ้าคะ"ที่นางกล่าวไปแบบนั้นเพราะในใจของท่านปู่ยังคงโทษว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนรักตายอยู่ตลอดมาจนถึงทุกวันนี้
"จริงขอรับท่านพ่อ หากท่านยังคิดเช่นนั้นท่านแม่คงเสียใจยิ่ง"ฉางอี้ที่รู้มาตลอดว่าบิดาตนโทษตัวเองมาตลอดก็รีบกล่าวเสริมต่อจากบุตรสาวทันที เยว่เจียงก็ดูจะมีสีหน้าที่ดีขึ้นชิงเซียนจึงกล่าวต่อทันที
"ถ้างั้นเรามาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยดีกว่านะเจ้าคะ เพราะตอนเเรกข้ากะว่าจะอยู่ที่นี่ต่อจึงสั่งให้ทุกคนทำแปลงผักและนาข้าวแต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วฉะนั้นเดี๋ยวข้าจะไปสร้างม่านพลังรอบๆจวนรวมถึงประตูเชื่อมไปมาระหว่างสำนักกับที่นี่ไว้ก่อนนะเจ้าคะ เพื่อที่คนของเราจะได้มาดูแลจวน แปลงผักและนาข้าวได้ ส่วนพวกท่านก็ให้เรียกรวมคนของเรามาที่ลานฝึกซ้อมและถามความสมัครใจของพวกเขาว่ายอมทำสัญญาวิญญาณหรือเปล่าหากไม่พวกท่านก็ให้พวกเขาจากไปได้เลยพร้อมเงินจำนวนหนึ่งที่พอให้พวกเขาไปตั้งตัวได้ ส่วนคนที่เต็มใจให้พวกเขารอที่นั้นได้เลยเดี๋ยวข้าจะตามไปทำสัญญาให้เจ้าค่ะ หากไม่มีใครถามอะไรอีกข้าไปก่อนนะเจ้าคะ"
หลังจากนั้นทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการที่ชิงเซียนวางไว้ ทุกคนในจวนอดีตแม่ทัพไม่มีใครไม่ยินยอมทุกคนต่างยินดีที่จะทำสัญญาวิญญาณ
หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครได้พบเจอคนในจวนอดีตแม่ทัพอีกเลย รวมถึงกิจการต่างๆก็ปิดตัวลงเหลือเพียงโรงประมูลที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเจ้าของใหม่แล้วและได้เปลี่ยนป้ายชื่อหน้าโรงประมูลเป็นโรงประมูลหอภูติสวรรค์และตอนนี้กำลังปิดปรับปรุงอยู่
ทุกคนในเมืองหลวงที่ได้รับรู้ข่าวนี้ต่างก็พูดไปต่างๆนาๆทั้งคนจวนสกุลเยว่ย้ายไปอยู่ที่อื่น มีทั้งที่กิจการปิดตัวลงเพราะขาดทุนเพราะสินค้าโดนปล้นและอีกมากมายรวมถึงข่าวที่ว่าคนสกุลเยว่ถูกอุ้มฆ่ายกจวน ข่าวเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของชิงเซียนที่ให้คนของตนปล่อยข่าวออกไป
นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วที่คนในจวนสกุลเยว่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ช่วงแรกๆก็มีคนพยามสืบหาและก็มีบางพวกพยายามจะเข้ามาในจวนแต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวทุกรายไปรวมถึงชินอ๋องหยางหลงเทียนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเขาพยายามจะตามหาทุกคนแต่ก็ไม่พบและตอนนี้เขาคลั่งจนเเทบจะระเบิดวังอ๋องทิ้งอยู่แล้ว
"ยังไม่มีใครสืบได้อีกรึ! ข้ารอมาสองเดือนแล้วนะ! ข้าให้เวลาพวกเจ้าอีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น! หากยังไม่เจอก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก! ไปซะ!!"หลงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดและโมโหเอามากๆเพราะครั้งสุดท้ายที่เจอนางก็ตอนที่นางไปพบฮ่องเต้ แล้วนางหายไปที่ใดทำไมไม่บอกเขาสักคำไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยให้เขาตามหาด้วยซ้ำ
"ขอรับ! นายท่าน!"ทุกคนหายไปทันทีที่ได้รับคำสั่งไม่มีใครต้องการอยู่รับโทสะของผู้เป็นนายเลยแม้แต่องครักษ์ข้างกาย
เพียงทุกคนจากไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามองครักษ์ข้างกายของหลงเทียนก็มาปรากฏตรงหน้าพร้อมซองจดหมายในมือและหีบเล็กๆหนึ่งใบขนาดเท่าจอกชา
"ขออนุญาติขอรับนายท่าน ตอนที่ข้าได้ออกไปตามหานายหญิงได้มีคนชุดดำสองคนฝากจดหมายและหีบนี่มาให้ท่านและยังบอกอีกว่านายหญิงเป็นคนฝากมาให้ และวิธีการเปิดของทั้งสองท่านต้องใช้เลือดของท่านหยดลงไปหนึ่งหยดขอรับ"
"เอามาให้ข้า"พอได้มาเขาก็ทำตามทันทีเพราะที่เขาเชื่อเพราะคงไม่มีผู้ใช้อักขระสีทองในแคว้นหรือทวีปนี้เป็นแน่นอกจากนางและที่เขามั่นใจเพราะอักขระป้องกันบนจดหมายและหีบเล็กๆมันมีลักษณะตัวอักษรแปลกๆเหมือนที่เขาเคยเห็นนางขีดเขียน
เพียงหยดเลือดลงจดหมายก็มีแสงสีทองส่องสว่างวาบและหายไปพร้อมกับจดหมายที่เปิดออกและในจดหมายมีข้อความว่า
:ท่านไม่ต้องให้คนออกตามหาข้าแล้ว เพราะถึงจะหาอย่างไรก็คงหาไม่เจอเมื่อถึงเวลาข้าจะไปหาท่านเอง และสิ่งของในหีบเล็กๆนั้นข้าให้ท่านเผื่อท่านรอข้าไม่ไหว :
จาก ปีศาจน้อยของท่าน
หลังจากอ่านจดหมายจบหลงเทียนก็หยดเลือดลงบนหีบเล็กทันที จากนั้นก็ปรากฏแสงสว่างเช่นเดิมแต่แทนที่มันจะเปิดออกเฉยๆกลับมีบางอย่างพุ่งออกมาและติดเข้ากับใบหูของเขาและที่หน้าตกใจคือเสียงที่ดังออกมา
"สวัสดีเจ้าค่ะพี่หลงเทียน..."
"เจ้า!.....เซียนน้อยรึ! เจ้าอยู่ที่ใดทำอะไรอยู่ เป็นอะไรหรือไม่ แล้วทุกคนในจวนหายไปที่ใด เจ้าปลอดภัยหรือไม่ แล้วทำไมไม่ติดต่อมาไปไหนก็ไม่เคยบอกเจ้าเห็นข้าเป็นตัวอะไรเจ้าจะทิ้งข้าใช่หรือไม่ข้ามันไม่สำคัญในสายตาเจ้าเลยรึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าให้คนออกตามหาเจ้ามานานนับสองเดือนแล้......."
"เดี๋ยวๆๆเจ้าคะข้าฟังไม่ทัน ข้าไม่ได้จะทิ้งหรือหนีท่านนะเจ้าคะข้าเพียงพาครอบครัวมาฝึกฝนเท่านั้นส่วนคนในจวนก็มีนะเจ้าคะแต่ไม่มีใครเห็นเพราะข้าได้ลงอักขระเอาไว้ และข้าก็สบายดีเจ้าค่ะแล้วที่ข้าติดต่อมาเพราะคิดว่าถ้าข้าหายไปนานกว่านี้ลูกน้องท่านคงไม่ได้พักผ่อนเป็นแน่ ต่อไปนี้ท่านมีอันใดก็ติดต่อข้าผ่านต่างหูนี่นะเจ้าคะเพียงท่านถ่ายลมปราณลงไปและทำการนึกถึงคนที่ต้องการเช่นข้าหรือพี่ของท่านหรือคนที่มีเครื่องสื่อสารอักขระนี้ก็ได้เจ้าค่ะไม่จำกัดระยะทางและข้าได้ทำห้องมิติสำหรับฝึกฝนไว้ให้ด้วยนะเจ้าคะ เพียงแค่คิดก็เข้าาไปได้แล้ว และที่ข้าติดต่อมาคืออีกสองเดือนข้าหน้าจะเข้าฤดูหนาวแล้วพวกท่านเตรียมรับมือด้วยนะเจ้าคะตามที่ข้าได้บอกกล่าวพวกท่านไปก่อนหน้านี้"
"แล้วข้าจะได้เจอเจ้าอีกเมื่อใดเซียนน้อย....ข้าคิดถึงเจ้า"หลงเทียนถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ชิงเซียนไม่เคยได้ยินมาก่อนอีกทั้งคำพูดว่าคิดถึงมันทำให้นางหัวใจเต้นแรงอีกด้วย ทั้งที่เป็นคำพูดว่าคิดถึงธรรมดาๆทั่วไปแท้ๆ
"อะ เอ่อ.....เมื่อใดก็เมื่อนั้นแหละเจ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ......."ชิงเซียนที่ตัดการเชื่อมต่อไปก่อนจึงไม่ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของหลงเทียน ในใจของหลงเทียนตอนนี้มีความสุขยิ่งนักยิ่งได้ยินเสียงที่กะตุกกะตักติดๆขัดๆของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เขาชอบใจยิ่งและนั้นยิ่งทำให้หลงเทียนหัวเราะดังขึ้น
ทุกคนในวังอ๋องที่อยู่บริเวณนั้นที่ได้ยินเสียงหัวเราะของหลงเทียนต่างพากันยืนนิ่งค้าง ในใจพวกเขาต่างตื่นตระหนกตกใจที่ได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังออกมาจากห้องทรงงานเพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินเสียงหัวเราะของชินอ๋องอีกเลยนับตั้งแต่เสด็จแม่ของพระองค์จากไป
แม้แต่ฮ่องเต้ที่เสด็จมาหาน้องชายก็ให้นึกฉงนใจอะไรที่ทำให้บุรุษเย็นชาหน้านิ่งอารมณ์ดีถึงเพียงนี้ ทั้งที่ตลอดสองเดือนมานี้ได้แต่ทำหน้านิ่งไม่ก็เย็นชาจนจะแช่เเข็งคนได้อยู่แล้ว งานก็ไม่ทำให้คนมาตามไปพบก็ไม่ไปแปลกยิ่งนัก!
สองเดือนต่อมา
.
.
.
.
.
.