“แต่เมื่อพวกเราไปทวงถามพวกเขากลับบอกว่าส่งไปแล้วหากเพื่อนของพวกเราไม่กลับไปเยี่ยมบ้านและแวะไปที่ตระกูลลู่ของพวกเรา พวกเราก็คงไม่รู้เรื่องนี้เจ้าคะว่าเงินไม่เคยไปถึงเลยแม้แต่เหรียญทองเดียว”
“ไม่ต้องกังวลพวกเจ้าพาข้าไปยังที่รับฝากเดียวข้าจะลองสอบถามให้ดูว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร?”
“ขอบคุณนายท่าน”
ทั้งสามคนเดินทางไปยังตำหนักที่รับฝากเงินสำหรับตำหนักที่รับฝากเงินกลับไปให้ครอบครัวของผู้ที่ทำงานภายในสำนักมังกรเพลิงเป็นตำหนักที่มีคนมาใช้บริการจำนวนมากและอยู่ไม่ไกลมากนักจากสถานที่พักของศิษย์สายนอก
“ข้าขอพบผู้ดูแลที่นี่หน่อยจะได้ไหม”เฟยหลงเอ่ยเมื่อไปถึง
“นายท่านมีธุระอะไรกับผู้ดูแลที่นี่เช่นนั้นหรือ?”
“ข้าแค่ต้องการสอบถามคนรับใช้ของข้าฝากเงินไปให้ครอบครัวของเขาแต่ยังไม่ได้รับเลยแม้แต่เหรียญทองเดียวช่วยบอกให้เขามาอธิบายให้ข้าฟังหน่อยจะได้ไหม?”
“ขอรับนายท่านข้าน้อยจะรีบไปตามผู้ดูแลมาขอรับ”
จากนั้นไม่นานผู้ดูได้รับรายงานเขารีบมาหาเฟยหลงอย่างรวดเร็ว
“ไม่ทราบว่านายท่านมีอะไรให้ข้าน้อยอู่ตงหลีรับใช้ขอรับ”
“ข้ารับใช้ของข้าฝากเงินจำนวนหลายหมื่นเหรียญทองไปให้ครอบครัวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำไมครอบครัวของเขายังไม่ได้รับเงินอีกท่านช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยสิ”
“คนรับใช้ของท่านคือแม่นางสองคนนี่ใช้หรือไม่ขอรับ”
“ใช่แล้วลู่ซางกับลู่ซือ เป็นคนรับใช้ของข้าเองนี่คือใบนำฝากที่พวกเจ้าออกให้กับพวกนางใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้วขอรับใบรับฝากพวกนี้พวกเราออกให้เองนายท่านรอสักครู่ขอรับข้าน้อยขอไปตรวจสอบดูก่อนว่าเกิดเพราะสาเหตุใดครอบครัวของนางจึงไม่ได้รับเงินจำนวนนี้”
อู่ตงหลีรีบเข้าไปตรวจสอบข้อมูลภายในตึกทันทีว่าใครที่เป็นคนส่งเงินพวกนั้นไปให้กับครอบครัวของคนรับใช้ทั้งสองเพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีอู่ตงหลีจึงรีบวิ่งออกมารายงานเฟยหลง
“เป็นอู๋อวี้ ศิษย์ของผู้อาวุโสห้ารับภารกิจส่งเงินนี้ไปให้กับครอบครัวของแม่นางทั้งสองขอรับและในใบรายงานก็รายงานกลับมาว่าส่งเงินเรียบร้อยแล้วด้วยขอรับ”
“อะไรนะอู๋อวี้ ศิษย์ของผู้อาวุโสห้าเช่นนั้นหรือ? เขาพักอยู่ที่ไหนท่านช่วยพาข้าไปพบเขาหน่อยจะได้ไหม?”
“ได้ขอรับเชิญนายทางตามข้ามาทางนี้ขอรับ”
อู่ตงหลีรีบนำทางเฟยหลงไปยังหุบเขาที่ผู้อาวุโสห้าอาศัยอยู่เขารู้ที่อยู่ของอู๋ อวี้เพราะในใบรับภารกิจนั้นจะมีข้อมูลทั้งหมดของผู้รับทำภารกิจบันทึกไว้อยู่เมื่อไปถึงที่พักของอู๋ อวี้ อู่ตงหลีรีบเข้าไปรายงานอู๋ อวี้ในทันที เพราะฐานะของอู๋อวี้คือศิษย์สายในซึ่งสูงกว่าเฟยหลง
“อะไรนะเจ้าบอกว่าเจ้าเฟยหลงพาคนรับใช้มาทวงเงินที่ข้าส่งไปให้ครอบครัวของพวกมันเช่นนั้นหรือ?”
“ขอรับนายท่านภารกิจที่ท่านรับไปทำข้ารายงานว่าทำเสร็จสิ้นไปแล้วแต่พวกเขายืนยันว่าทางครอบครัวของคนรับใช้ของเขาไม่ได้รับเงินขอรับ”
“กล้าดียังไงมาลองดีกับข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เงินแค่ไม่กี่หมื่นเหรียญทองกลับทำเป็นเรื่องใหญ่โตข้าจะออกไปจัดการกับพวกเขาเอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ก็แค่ศิษย์สายนอกคนเดียวข้าเป็นถึงศิษย์ของผู้อาวุโสห้า ออกไปพบกับเจ้านั่นสักหน่อย ข้าอยากจะดูหน้าทั้งนายทั้งบ่าวที่กล้าอาจหาญมาหาข้าถึงที่นี่ได้”
ทั้งสองคนเดินออกมาจากตำหนักของอู๋อวี้ เมื่ออู๋ อวี้มองเห็นเฟยหลงเขากลับจำได้ทันที เขาแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ย
“เป็นแค่ศิษย์สายนอกแต่บังอาจมารบกวนการฝึกของข้าเจ้าไม่รู้หรือไงว่าที่นี่เป็นเขตของศิษย์สายในอีกอย่างเงินแค่ไม่กี่หมื่นเหรียญทองข้าเอาไปเองแล้วพวกเจ้าจะทำไงหรือว่าพวกเจ้าอยากจะถูกขับออกจากสำนัก แค่คนรับใช้กล้าดีมาท้าทายกับข้าได้ พวกเจ้าไม่รู้หรือไงนายของพวกเจ้าเป็นแค่ศิษย์สายนอก ไม่กล้าทำอะไรศิษย์สายในเช่นพวกเราหรอก”
“เจ้าเป็นคนเอาเงินของพวกเขาไปจริงๆ เจ้ารับทำภารกิจของสำนักแต่เจ้ากลับทำเช่นนี้กับพวกเขาได้เงินแค่ไม่กี่หมื่นเหรียญทองสำหรับเจ้าแทบไม่มีค่าก็จริงแต่สำหรับพวกเขามันมีค่าเป็นอย่างมาก ข้าแนะนำให้เจ้าคืนเงินทั้งหมดให้กับพวกเขาเสียไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าก็แล้วกัน”
“เจ้าแค่ศิษย์สายนอก บังอาจกล้ามาสั่งข้าเช่นนั้นหรือ หากข้าไม่คืนเจ้าจะทำอะไรข้าจะทำร้ายข้าเพื่อคนรับใช้เช่นนั้นหรือ ?หรือว่าเจ้าจะไปร้องเรียนที่ตำหนักคุมกฎก็ได้นะอาจารย์ของข้าเป็นหัวหน้าผู้คุมกฎอยู่พอดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ในเมื่อเจ้าไม่คืนดีๆ ใช่หรือไม่?”
“ใช่ข้าไม่คืนมีอะไรไหม เจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่”
เฟยหลงทะยานออกไปทันทีอู่ตงหลีพลันตกตะลึงในทันที อู๋อวี้เองก็มั่นใจในฝีมือของตนเองตลอดเวลาเขาได้รับทรัพยากรมากมายทำให้ระดับฝีมือของเขาเองก็เลื่อนขั้นยอดยุทธ์ระดับเก้าแล้วอีกไม่นานเขาก็จะสามารถเลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิได้แล้วส่วนเฟยหลงนั้นยังคงอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นที่ห้าเท่านั้น
เฟยหลงกำหมัดแน่นพลังปราณทั่วร่างหลอมรวมเข้าไปในหมัดนั้น ส่วนทางด้านอู๋อวี้เองก็เช่นกันเขากำหมัดแน่น พร้อมกับหลอมรวมพลังปราณทั่วร่างไปที่หมัดของเขาเช่นกันเขาตั้งใจจะบดขยี้หมัดของเฟยหลงให้แหลกละเอียดในคราเดียว
ปัง!!!
แกร๊ก!!!
เสียงกระดูกแตกแหลกละเอียดดังขึ้นในทันทีลู่ซางและลู่ซือต่างตกตะลึงเขาไม่คาดคิดว่าเฟยหลงจะยอมทำเพื่อพวกเขาสองพี่น้องถึงขนาดนี้ได้
อ๊ากกกก!!
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วทั้งตำหนักเหล่าศิษย์ของผู้อาวุโสห้าต่างออกมาดู เมื่อเห็นว่าอู๋อวี้ได้รับบาดเจ็บพวกเขาจึงรีบทะยานเข้าไปหา
“เจ้าศิษย์สายนอกบังอาจกล้าทำร้ายศิษย์สายใน เจ้าไม่เกรงกลัวต่อกฎของสำนักเลยหรือไง?”
“กฎของสำนักเช่นนั้นหรือพวกเจ้าแหกตาดูเป็นถึงศิษย์ของผู้อาวุโสห้าแต่กลับกล้าเอาเงินของเพียงไม่กี่หมื่นเหรียญทองของข้ารับใช้ไปสงสัยผู้อาวุโสห้าคงจะไม่เคยสั่งสอนมันกระมัง แค่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ มันยังกล้าเอาไปไม่รู้ว่าของมีค่าของผู้อาวุโสจะถูกมันเอาไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว”
“นี่เป็นเรื่องจริงหรืออู๋อวี้ เจ้าเอาเงินคนรับใช้ของมันมาจริงเช่นนั้นหรือ?”
อู๋อวี้ได้เพียงแค่อ้ำอึ้งเท่านั้น หลังจากนั้นมันจึงเอ่ยขึ้นมา
“พวกมันโกหกมันแค้นที่อาจารย์ไม่ยอมให้มันผ่านตอนทดสอบรอบสุดท้าย มันจึงมาหาเรื่องข้าไม่เชื่อท่านถามอู่ตงหลีดู ข้าได้ส่งมอบภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเข้ามาหาเรื่องข้าเอง”
“อู่ตงหลีเจ้าบอกความจริงมา เป็นความจริงดังที่อู๋ อวี้พูดมาหรือไม่?”
“เป็นเป็น ความ จริงขอรับ นายท่านอู๋ อวี้ส่งมอบภารกิจเรียบร้อยแล้วขอรับ แต่พวกเขาบอกว่าทางบ้านไม่ได้รับเงินแม้แต่เหรียญทองเดียวขอรับ”อู่ตงหลีพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“น่าอับอายยิ่งนักพวกเจ้ากล้าใส่ร้ายศิษย์น้องของพวกเราแถมยังไม่เคารพอาจารย์ของพวกเราอีกหากวันนี้พวกเราไม่สั่งสอนเจ้า พวกเราคงไม่ใช่ศิษย์ผู้อาวุโสห้า”
ศิษย์ผู้อาวุโสห้าสามคนทะยานเข้าหาเฟยหลงในทันทีเฟยหลงจึงทะยานออกไปหาพวกเขาในทันที
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!
เฟยหลงซัดหมัดออกไปสามหมัดซ้อนร่างของศิษย์พี่ทั้งสามของอู๋ อวี้กระเด็ดไปไกล พวกเขากระอักเลือดออกมากองโตเฟยหลงค่อย ๆ เดินไปทางอู๋ อวี้ เขาค่อย ๆ ยกอู๋ อวี้ขึ้นมาจากนั้นจึงได้ชกไปที่จุดตันเถียนของอู๋ อวี้
ปัง!!!
อ๊ากกก!!!!
จุดตันเถียนของอู๋อวี้ถูกเฟยหลงทำลาย มันไม่สามารถกลับมาฝึกยุทธ์ได้อีกเป็นครั้งที่สอง
“ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าเงินแค่สี่ห้าหมื่นเหรียญทองมันมีค่ากับคนธรรมดามากเพียงใดในเมื่อเจ้าไม่ยอมคืนก็จงนำเงินนั้นไปรักษาตัวเองเสีย” เฟยหลงโยนร่างของอู๋อวี้ไปยังศิษย์ของผู้อาวุโสห้าทั้งสามคน ทั้งสามคนต่างตกตะลึงกับการกระทำของเฟยหลง พวกเขาไม่คิดว่าเฟยหลงจะกล้าทำลายจุดตันเถียนของอู๋อวี้
“พวกเจ้ายังอยากจะเอาความกับข้าก็เข้ามาเลยข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะเป็นศิษย์ของใคร แต่ในเมื่อเจ้าฟังความข้างเดียวพวกเจ้าอยากจะเป็นแบบอู๋ อวี้ก็เข้ามา”
ทั้งสามคนสั่นด้วยความหวาดกลัวเฟยหลงไม่คิดเลยว่ากายาทองคำอมตะจะทำให้เขาแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ไม่เพียงแค่ต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีระดับฝีมือสูงกว่าได้ แต่ยังสามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับสูงกว่าถึงกับแขนแตกละเอียดได้ภายในหมัดเดียวความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาไม่ต้องพูดถึงตอนนี้แม้แต่อาวุธระดับราชันย์ก็ไม่สามารถระคายเคืองผิวของเฟยหลงได้แม้แต่น้อย
“บังอาจไม่เคยเห็นกฎของสำนักอยู่ในสายตาของเจ้าเลยใช่ไหมเจ้ากล้าทำร้ายศิษย์ของข้าจนบาดเจ็บสาหัสถึงสี่คนวันนี้หากข้าปล่อยเจ้าให้รอดตายกลับไป ข้าคงไม่มีหน้าพบผู้อาวุโสคนอื่นเป็นแน่”
เสียงของผู้อาวุโสห้าดังขึ้นมาเมื่อเขาทราบเรื่องเขาจึงรีบกลับมายังยอดเขาในทันที เพื่อกลับมาดูเจ้าเด็กที่ทำให้ให้เขาต้องเสียหน้าถูกลูกศิษย์ของเขาสังหารแต่ไม่นึกเลยว่าฝ่ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับเป็นลูกศิษย์ของเขาเอง ผู้อาวุโสห้ามาพร้อมกับคนของตำหนักผู้คุมกฎอีกสิบคน
“จับมันเอาไว้ข้าจะนำมันไปตัดสินที่ตำหนักผู้คุมกฎโทษฐานผิดกฎของสำนักและทำร้ายศิษย์สายในจนได้รับบาดเจ็บสาหัส”
“ขอรับท่านผู้อาวุโส”
ลู่ซือและลู่ซางหน้าถอดสีพวกเขารีบวิ่งเข้ามาขวางหน้าคนของตำหนักผู้คุมกฎในทันที
“นายท่านไม่ผิดเป็นพวกเขาที่ผิด พวกเขาเอาเงินของพวกเราไป”
“หลีกไปเจ้าพวกสวะเจ้าไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องใด ๆพวกเจ้าเป็นแค่คนรับใช้ที่ต้อยต่ำ หากไม่หลีกไปข้าจะสังหารพวกเจ้าทั้งสองคน”
หนึ่งในผู้คุมกฎเอ่ยขึ้นมา
“ทำไมเป็นคนรับใช้ไม่ใช่คนหรืออย่างไรหากไม่มีพวกเราพวกท่านจะมีเวลาฝึกฝนเช่นทุกวันนี้หรือ หากไม่มีพวกเราพวกท่านจะแข็งแกร่งเช่นนี้หรือถึงพวกเราไม่แข็งแกร่ง แต่พวกท่านทั้งหมดทำกับข้าวเป็นไหม ซักผ้าเป็นไหมปัดกวาดทำความสะอาดตำหนักได้ไหม”
“บังอาจ”ชายคนนั้นทะยานออกมาหมายจะสังหารหญิงสาวทั้งสองคน เฟยหลงร่ายเวทสร้างม่านพลังป้องกันทั้งสองคนทันที เมื่อชายคนนั้นปล่อยหมัดออกมาหมัดของเขาปะทะเข้ากับม่านป้องกัน พลังที่เขาปล่อยออกมาสะท้อนกลับไปหาเขา ทำให้ร่างของเขาปลิวออกไปไกลและได้รับบาดเจ็บในทันที