ต้าหมิงที่ล่อพวกหลางเลี่ยออกมานั้นก็มุ่งตรงไปยังจุดที่นัดกับพวกปู้เหยียนเอาไว้ ทางด้านพวกพั่วหวงที่แยกกันออกล่าก็ไม่ได้เอะใจถึงการเคลื่อนใหวของพวกหลางเลี่ย แม้แต่จวิ้นมู่ก็ยังคงออกล่าต่อไป แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มของชั้นเรียนขุนนางที่ได้รับหน้าที่ออกตามหาฐานของพวกต้าหมิง
ต้าหมิงได้ไม่ได้ให้ความสนใจคนกลุ่มนั้นและให้เย่สุ่ยเป็นคนจัดการ ตอนนี้ต้าหมิงต้องการที่จะตัดกำลังของพวกชั้นเรียนขุนนางเสียก่อนเพราะถ้ารอให้ชั้นเรียนขุนนางรวมตัวกันและมาโจมตีพวกตน ต่อให้เป็นพวกต้าหมิงก็ต้องพบเจอกับความยากลำบากแน่
“เจ้าเศษสวะหยุดเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ทำไมข้าต้องหยุดด้วย เลี่ยน้อย บิดาของเจ้าคนนี้ผิดหวังอย่างยิ่งแค่วิ่งตามก็ไม่สามารถตามข้าได้ทันแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
“ต้าหมิง!!!!!!!!!!!!!!!!!” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธอย่างถึงขีดสุด
ในตอนนั้นเองหนึ่งในชายหนุ่มของชั้นเรียนขุนนางก็ร่ายเวทย์สายลมออกมาทำให้ร่างของชายหนุ่มเคลื่อนใหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและเข้าไปใกล้ต้าหมิงทันที
“วายุคลั่ง!!!!!!!” ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบรายเวทย์ออกมาทันที
“แย่แล้ว.......ซะที่ใหนกันละ” ต้าหมิงที่แสร้งแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อถูกโจมตี แต่ต่อมาต้าหมิงก็เย้ยหยันพร้อมกับกระโดดขึ้นและง้างธนูออกไป
“ลาก่อนลูกน้อยของข้า” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยิงศรออกไปสวนกลับเวทย์วายุของชายหนุ่มในชั้นเรียนขุนนาง
“แย่แล้ว!!!!!!!!” ชายหนุ่มในชั้นเรียนขุนนางตื่นตระหนกและเสริมการป้องกันด้วยกำแพงวายุทันที
“ตอนนี้แหละ” หลางเลี่ยที่เห็นว่าตามต้าหมิงทันแล้วไม่รอช้าระเบิดพลังเวทย์ออกมาและร่ายเวทย์ทันที เปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาพร้อมกับกลายเป็นหอกเพลิงขนาดใหญ่
“ตายซะต้าหมิง!!!!!!!” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
“น่าเสียดายนะที่คำกล่าวของเจ้ามันไม่มีทางเป็นจริง แต่ตอนนี้ข้าว่าเจ้าควรจะดูพื้นที่รอบๆเสียหน่อยนะ” ต้าหมิงหลบหอกเพลิงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและกล่าวเย้ยหยันออกมา
“จะหนีไปใหน” พวกหลางเลี่ยไม่รอช้าวิ่งตามต้าหมิงในทันที
ในตอนนั้นเองที่พวกปู้เหยียนก็เตรียมพร้อมและทำให้กับดักที่วางเอาไว้ทำงาน “ตูม!!!” พื้นดินรอบๆพวกหลางเลี่ยพังทลาย หลุมขนาดใหญ่ปรากฏออกมา
“นี่มันบ้าอะไรกัน!!!!!!!!” พวกหลางเลี่ยตื่นตระหนกและกรีดร้อง
“อุ อ๊วกกกกก นี่มันกลิ่นอะไรเหม็นเป็นบ้า” ชายหนุ่มชั้นเรียนขุนนางกล่าวด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“เป็นไปไม่ได้ มูล มูลสัตว์ อ๊วกกกกกกกก” เหล่านักเรียนชั้นขุนนางที่ตกลงไปในหลุ่มที่เต็มไปด้วยมูลสัตว์ต่างพากันอ้วกออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ข้าไม่ใหวแล้ว ข้าทนไม่ได้แล้ว” หญิงสาวชั้นเรียนขุนนางไม่สามารถทนได้และรีบบีบแผ่นป้ายเพื่อออกจากการทดสอบทันที
หลายคนเองก็ไม่รอช้ารีบออกจากการทดสอบทันทีเพราะพวกเขาที่เกิดมาในตระกูลขุนนางและถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีจะมาทนกับสิ่งสกปรกแบบนี้ได้อย่างไร
“เลี่ยน้อย เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ บิดาผู้นี้ไม่ได้ตั้งใจนะ” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มและมองไปที่หลางเลี่ย
“เจ้าบัดซบต้าหมิงแน่จริงเจ้าก็มาต่อสู้ตัวต่อตัวกับข้าสิ” หลาเลี่ยคำรามออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าอยากจะอ้วกออกมา
“เลี่ยน้อยทำไมเจ้าถึงได้ก้าวร้าวแบบนี้ เอาแบบนี้ก่อนจะสู้กันเจ้านำชิ้นส่วนของสัตว์เวทมาไว้ที่ข้าก่อนดีหรือไม่” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มเย็นชา
ในตอนนั้นเองปู้เหยียนก็เคลื่อนใหวพร้อมกับยืนล้อมหลุมเอาไว้และเริ่มร่ายเวทย์ออกมา
“นี่พวกเจ้าคิดจะทำอะไร” หลางเลี่ยกลายเป็นหน้าซีดทันที
“เลี่ยน้อยถ้าเจ้ายังไม่ส่งชิ้นส่วนสัตว์เวทที่เจ้ามีมาให้บิดาของเจ้าผู้นี้ บิดาผู้นี้ก็จำเป็นต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้วละ” ต้าหมิงกล่าว
“ดีมาก ต้าหมิง เจ้าทำได้ดีจริงๆ” หลางเลี่ยคำราม ตอนนี้ถ้าตนขยับและเล่นตุกติกเพียงเล็กน้อยพวกปู้เหยียนจะต้องปล่อยการโจมตีเวทย์ออกมาแน่
“ต้าหมิงสักวันข้าจะต้องฆ่าเจ้าให้ได้” หลางเลี่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นและโยนถึงขนาดใหญ่ออกมาก่อนจะบีบแผ่นป้ายหนีออกไปจากการทดสอบ
“ยอดเยี่ยมไม่คิดว่าเราจะบีบให้พวกหลางเลี่ยออกจากการทดสอบได้จริงๆ” ปู้เหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“เพราะนี่เป็นเพียงการทดสอบการต่อสู้เอาชีวิตจึงถูกห้ามเอาไว้เพราะงั้นเราจึงต้องทำให้อีกฝ่ายถอยออกไปเองแล้วตอนนี้เราก็ได้รับชิ้นส่วนของสัตว์เวทมาแล้วด้วย” ต้าหมิงกล่าว
“การวัดคะแนนของการทดสอบจะวัดจากชิ้นส่วนของสัตว์เวทที่เราล่าได้ซึ่งก่อนการทดสอบได้มีการทดสอบแล้วว่าไม่ให้นำชิ้นส่วนที่นำมาจากข้างนอกเข้ามาเพราะงั้นการโกงจึงเป็นไปไม่ได้” ปู้เหยียนกล่าว
“เอาละต่อไปก็ถึงคราวเจ้าพั่วหวงแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าชั่วร้าย
อีกด้านกลุ่มชั้นเรียนขุนนางที่กำลังเข้าใกล้ฐานที่พักของพวกต้าหมิงก็ถูกเย่สุ่ยทำการโจมตีอย่างรุนแรงและบีบให้อีกฝ่ายถอนตัวออกจากการทดสอบ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมหลางเลี่ยถึงไม่มาเสียที” พั่วหวงกล่าว
“นี่มันแปลกมากหรือว่าหลางเลี่ยจะไปเจอฐานที่มั่นของต้าหมิงและบุกโจมตีคนเดียว” จวิ้นมู่กล่าว
“แบบนั้นมันอันตรายเกินไป ต้าหมิงนั้นเจ้าเลห์ชั่วร้ายหลางเลี่ยจะต้องติดกับอีกฝ่ายแน่” พั่วหวงกล่าวในฐานะคนที่เคยพ่ายแพ้ให้กับต้าหมิงมาแล้วจึงไม่คิดที่จะประมาทต้าหมิงอย่างเด็ดขาด
“ถ้าหลางเลี่ยเสร็จต้าหมิงไปแล้วพวกเราก็ไม่มีเวลามาล่าสัตว์เวทแล้วพวกเราจะต้องลงมือกันตอนนี้เลย” จวิ้นมู่กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาเขาไม่คิดว่าคนธรรมดาอย่างต้าหมิงจะสามารถทำให้หลางเลี่ยเสียท่าได้
“ถ้างั้นก็เรียกคนของเรากลับมาให้หมดและรวบตัวกันเถอะ” พั่วหวงกล่าว
อีกด้านหลางเลี่ยที่ถูกส่งออกจากการทดสอบต่างแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธก่อนจะหมดสติไปเพราะกลิ่นของมูลสัตว์
“เจ้าสามัญชนเจ้ากล้าทำกับลูกหลานของข้า!!!!!!!!!” ผู้อาวุโสของตระกูลหลางคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“เหอ เหอ กลิ่นนี้ชั่งรุนแรงยิ่งนักหรือว่าขุนนางเขาชอบกลิ่นแบบนี้กัน” เสี่ยวเตี่ยกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“ไร้ยางอาย ไร้ยางอายเกินไปแล้ว ทำไมสถาบันอันสูงศักดิ์ของเราถึงได้รับนักเรียนแบบนี้ ท่านผู้อาวุโสท่านจะต้องไล่ต้าหมิงออกไปเดี๋ยวนี้” อาจารย์ของชั้นเรียนขุนนางคำรามออกมาด้วยความโกรธ
เหล่าขุนนางหลายคนเองก็แสดงสีหน้าโกรธออกมาลูกลหานของพวกเขาต่างถูกทำให้อับอายต่อหน้าคนจำนวลมากแถมยังต่อหน้าจักรพรรดิหญิงอีกเรื่องนี้จะไม่ทำให้พวกเขาโกรธได้อย่างไร