เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบ Logistic win the war

    ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบ Logistic win the war

    เมื่อผมได้ขึ้นเรือเหาะมาพร้อมกับคนขนและขนของมาหลายสิบคนทำให้ผมได้คิดว่า

    ลอจิสติกนี่คืออะไรที่สุดยอดจริงๆ

    การมีเรือเหาะที่ไม่ต้องพึ่งน้ำมันหรือรันเวย์แบบเครื่องบินอย่างนี้แม้การบินบนท้องฟ้าจะไม่เร็วเท่ากับเครื่องบินยุคปัจจุบัน

    แต่ความสบายในการเดินทางนั้นเหนือกว่ามากๆ

    และการไม่ต้องพึ่งน้ำมันหรือรันเวย์แถมยังสามารถเอนหลังงีบได้อีกต่างหาก

    ทำให้ผมคิดว่าที่โดราเมอนและโนบิตะทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอาณาจักรต่างๆได้หลายครั้งเพราะมีอุปกรณ์อย่างนี้ล่ะ

    การมีการขนส่งลำเลียงที่ดีที่ทำให้สามารถหลบรอดสายตารัฐบาลที่ปกครองดวงดาวได้

    นั้นส่งผลต่ออำนาจการปครองดวงดาวนั้นๆจริง

    อย่างที่โดราเอมอนและโนบิตะได้แสดงให้พวกเราเห็นแล้วจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยการเอาอุปกรณ์โดยสารที่หลบสายตารัฐบาลได้ไปสู่เมืองหลวงและเริ่มการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ตรงนั้น

    การที่เราลำเลียงกำลังทหารของเราไปที่นครหลวงของศัตรูได้โดยฝ่ายศัตรูไม่รู้ตัวนั้นคือความได้เปรียบอย่างมหาศาลในทางยุทธวิธี

    สมกับเป็นสิ่งประดิษฐ์ของศตวรรษที่ยี่สิบสองจริงๆ

    แม้เรือเหาะนี้จะยังเทียบไม่ค่อยได้เท่าไรในด้านความเร็วหรือการซ่อนตัว

    แต่ผมคิดว่าจะพัฒนามันให้ดียิ่งๆขึ้นต่อไปให้เท่ากับสิ่งประดิษฐ์จากศตวรรษที่ยี่สิบสองของโดราเอมอนให้ได้

    มองในแง่หนึ่งหากเราอยู่ตามป่าตามเขา

    หากไม่อยากเสี่ยงตายเดินข้ามป่าเองก็ต้องขี่คอโหงพรายข้ามป่านี่ล่ะ

    ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

    ผมกลับมาในบ้านพ่อกำนันด้วยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากการบินแบบช้าๆไม่คิดอะไรมาก

    ช่วยกันลำเลียงคนและลำเลียงของ

    เอาคนที่มาใหม่หน่วยก้านดีไปไหว้ฝากตัวรับใช้พ่อกำนันเอาไว้

    พ่อกำนันก็รับเอาไว้เพราะแสดงถึงอำนาจบารมีของแกที่มากขึ้นในบริเวณตำบลนี้

    หากมีเสือสวามิภักดิ์แนวคิดของพวกเขาแบบเดียวกับยุคสามก๊ก

    ที่จะรับโจรที่มาสวามิภักดิ์ทางการไว้เสมอ

    ผมเคาะกระจกลงอาคมที่อยู่ตรงเรือเหาะ

    หน้ากระจกกลายเป็นภาพของยายในหมู่บ้านของเสือดำที่กำลังเอาสีผึ้งสดใสทาปากอยู่

    ยายนั้นถอยหลังอย่างตกใจ

    “ชั้นจะบอกว่าชั้นถึงอย่างปลอดภัยแล้วนะจ๊ะไม่ต้องเป็นห่วงไป”

    “พ่อเจิดล่ะก็ตกใจหมด”

    ย่า ยายลูกเด็กเล็กแดงก็มามุงดูกระจกอาคมสองด้าน

    ที่สามารถติดต่อกับกระจกที่เสกอาคมคู่กันที่อยู่อีกด้านหนึ่งได้

    ผมไม่คิดจะทำแบบซิริอัสกับแฮร์รี่เลยเสกกระจกบานใหญ่ๆที่เคลือบเอาไว้ป้องกันเด็กเอาไม้กวาดมาตีหรือลูกหินจากหนังสติ๊กมาทำให้แตก

    พร้อมกับลงยันต์กันแตกเอาไว้อีกที

    ทำให้ผมใช้เวทย์แก้ปัญหาการสื่อสารและโทรคมนาคมที่ไม่สะดวกได้อีกทางหนึ่ง

    แต่อย่างที่ว่ามันมีข้อเสียในเรื่องของการติดต่อสื่อสารได้แค่กระจกที่เป็นคู่กันเท่านั้น

    ผมคิดว่าจะลองศึกษาการสร้างกระจกมือถือที่สามารถสื่อสารได้แบบหมู่ในอนาคต

    แต่ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน

    โทคิโอมิแฟ่งจักรวาล Fate Stay Night นั้นคิดถูกในเรื่องการที่ว่าการติดต่อสื่อสารของพ่อมดจอมเวทย์นั้นก้าวหน้าและสะดวกกว่า

    หากเราต้องมาอยู่ในดินแดนที่น้ำไฟเข้าไม่ค่อยจะถึงอย่างผมในตอนนี้

    ต่างจากในอนาคตที่การติดต่อสื่อสารของโทคิโอมิด้วยกระดาษสื่อสารที่สามารถส่งข้อความถึงอีกฝ่ายที่มีกระดาษคู่กันได้นั้น

    โทรเลขที่หลายประเทศยกเลิกไปแล้วยังจะง่ายกว่าเลย

    แต่เนื่องจากเราอยู่ในดินแดนบ้านเมืองเถื่อน

    การใช้เวทย์ที่สะดวกน้อยกว่าเทคโนโลยีปัจจุบันเลยกลายเป็นสิ่งทันสมัย

    เท่านี้ผมก็สามารถสื่อสารกับหมู่บ้านเสือดำได้ตลอดเวลา

    “อยากกินขนมหวานหรืออะไรก็บอกได้นะจ๊ะสามารถติดต่อชั้นผ่านกระจกนี้ได้ตลอดเวลาจ๊ะ”

    ผมกล่าวปลอบใจพวกย่า ยายและลูกเด็กเล็กแดงที่มามุงกระจกเวทย์ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้

    การขนส่งและการติดต่อสื่อสารนั้นคือสิ่งที่ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้

    แต่คนที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้นั้นมีแต่รัฐเท่านั้น

    ประชาชนเห็นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อจะเอาปูนซีเมนต์ไปกลบยังโดนข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ

    นี่ล่ะความมีอำนาจของรัฐบาลล่ะ

    ตราบใดที่รัฐบาลไม่อนุมัติ

    ไม่มีใครมีสิทธิทำอะไรทั้งนั้น!!!

    ตามหลักกฎหมายที่วางหลักการปฏิบัติหน้าที่ของราชการเอาไว้

    ต่อให้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนแต่หากทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตนก็นับเป็นการผิดวินัย

    หมายความว่าต่อให้มีปลัดหนุ่มเป็นคนไฟแรงแค่ไหนมีความสามารถเพียงใด

    หากผู้บังคับบัญชาไม่ให้ทำ

    ก็ไม่มีใครมีสิทธิในการพัฒนาประเทศนี้ทั้งนั้น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน