พวกเด็กๆ พากันออกจากบ้านอีกครั้งแล้วถึงแม้นจะเป็นช่วงเวลาที่จะเย็นมากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะอยู่ในเขตที่ดินทำกินของบ้านตัวเองกัน
และก็ใช่ว่าจะอยู่ข้างนอกกันนาน เพราะหมั่นโถวน้อยเพียงแค่อยากได้ผลส้มเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง เพื่อนำไปทำแยมส้ม
“ตอนเจอต้นส้มหมั่นโถวก็ไม่ได้คิดถึงการนำไปทำแย้มเสียด้วยสิ ลืมไปได้ยังไงกันของอร่อยๆแบบนี้น่ะ”หมั่นโถวน้อย อดไม่ได้ที่จะบ่นตัวเอง
“ไม่เป็นไรหรอกน้องหมั่นโถวน้อย แค่นึกไม่ออกแค่ 1-2 วันเองนะ ตอนนี้นึกออกแล้วพวกเราก็มาทำแยมส้มที่น้องเรียกมากินกันเลย”พี่สาวเปาจื่อ
“ใช่ๆ วันนี้พวกเราจะได้กินแยมส้มกันล่ะ”หมั่นโถวน้อย
“เดี๋ยวบอกให้ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ ทำซาลาเปา หรือหมั่นโถวให้พวกเราเพิ่ม เพื่อจะได้ลองจิ้มกินกับแยมส้มด้วย”พี่สาวเปาจื่อ
“ใช่เลยพี่เปาจื่อ ความคิดเยี่ยมมาก”หมั่นโถวน้อย
“ฟืด….ฟืด…..”
“กลิ่นไอฝน กับธรรมชาติหอมมาก…”หมั่นโถวน้อย
“พี่เปาจื่อ ก็ชอบกลิ่นฝนเหมือนกัน ฝนที่น้องหมั่นโถวน้อยทำดีที่สุดเลย”พี่สาวเปาจื่อ
“ถึงแล้ว…..”หมั่นโถวน้อย
“โอ้..!!!ต้นส้มออกลูกส้มเต็มต้นเลยน้องหมั่นโถวน้อย!!”พี่สาวเปาจื่อ
“เป็นไปได้ยังไงกัน….!!!????”พวกพี่ชาย
“..........!!!”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน
จากที่พากันเดินมาเพลินๆ คุยกันเพลินๆ ก็มาถึงต้นส้มแบบไม่รู้ตัว พอมองดูที่ต้นของมันกลับเจอผลส้มที่ออกเต็มต้นเหมือนเดิม ราวกับว่าพ่อ อาอา และพวกพี่ชายยังไม่ได้เก็บพวกมันลงมาเลยสักลูกเดียว ทั้งๆที่เก็บมาจนหมดต้นแล้ว และตอนนี้พวกท่านกำลังนำมันไปขายในตัวเมืองใหญ่อีกด้วย
“นี่มันจะดีเกินไปแล้ว สงสัยว่าจะวางฤดูใบไม้ผลิแรงเกินไปนิดละมั้งเนี่ยเรา???”หมั่นโถวน้อย บ่นพึมพำออกมาและนึกถึงความน่าจะเป็นไปได้ว่าทำไมต้นส้มต้นนี้ของเธอมันถึงได้ออกลูกเองอีกครั้ง
“แบบนี้แสดงว่าถ้าพวกเราเก็บผลส้มพวกนี้ไปหมดอีกรอบ จะมีลูกๆส้มออกมาเต็มต้นแบบนี้อีกใช่ไหมน้องหมั่นโถวน้อย????”พี่สาวเปาจื่อ
“ใช่พี่เปาจื่อ…!!!”หมั่นโถวน้อย
“ว้าว….ยอดไปเลย!!!”พี่สาวเปาจื่อ
“...............!!!”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ และพวกพี่ชาย
“สงสัยว่าหมั่นโถวอาจจะทำฤดูใบไม้ผลิแบบหมุนเวียนละมั้ง มันถึงได้เป็นแบบนี้ ต้นไม้ยืนต้นก็จะแบบว่าออกลูกเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับพวกข้าวโพด มันเทศที่จะต้องมีเมล็ดพันธุ์ลงไปถึงเติบโตขึ้นน่ะ”หมั่นโถวน้อย เอามือท้าวคางแบบครุ่นคิดพิจารณาอีกรอบ
“โอ้…!!!!”พวกพี่ๆ
“งั้นพวกเรารีบเก็บส้มกลับบ้านกันดีกว่าค่ะ อย่ารอช้ากันเลย”หมั่นโถวน้อย
“ได้เลยน้องสาว…!!!”พวกพี่ชาย
แน่นอนว่าพวกเด็กๆ พากันเก็บส้มผลที่อยู่เตี้ยๆเท่านั้น เพียงแค่นี้ก็ได้ส้มเยอะแยะแล้วไม่ต้องพากันปีนต้นส้ม หรือเอาไม้มาสอยผลส้มที่อยู่สูงๆเลย เพราะต้นส้มต้นนี้ผลดกมากมายจริงๆ !!!
“พอกันยังเด็กๆ…???”แม่
“น้องหมั่นโถวน้อย ส้มแค่นี้พอทำแยมส้มได้หรือยัง??? ต้องเก็บเพิ่มอีกไหมจ๊ะ..???”พี่สาวเปาจื่อ
“ไม่ต้องแล้วล่ะพี่เปาจื่อ แค่นี้ก็เยอะพอสมควรแล้ว กล้บบ้านเรากัน”หมั่นโถวน้อย
“กลับบ้านกัน…!!!”พวกพี่ชาย
พอได้คำตอบจากหมั่นโถวน้อยแล้ว ทุกๆคนก็พากันกลับบ้านกันเลย เพื่อจะได้ทำแยมส้มกันอย่างตื่นเต้น
“พวกเราจะได้ลองทำของใหม่ๆกันอีกแล้วนะคะเนี่ย”แม่
“ใช่ๆแยมส้มอะไรที่ว่าของหมั่นโถวน้อยเนี่ยทำไม่ได้ว่ายากอะไรเลย”อาสะใภ้เจียนตุย
“จริงค่ะ แค่แยกเนื้อส้มออกมาส่วนหนึ่ง และหั่นเปลือกส้มใส่ลงไปนิดหน่อย และผลส้มที่เติบโตมาจากพลังวิเศษของหมั่นโถวน้อยเนี่ยไม่ต้องเติมเกลือ น้ำตาลอย่างที่ต้องทำเลย”อาสะใภ้ต้งฝู่
“รสชาติที่มันเหนือกว่าผลส้มปรกติโดยทั่วไปที่ปลูกโดยมือของคนทั่วๆไปจริงๆนะ”แม่
“ใช่ค่ะ พีกุ้ยฮวา”อาสะใภ้ทั้งสองคน
“แบบนี้เท่ากับว่าเราไม่ต้องใช้เครื่องปรุงอื่นๆให้เปลืองเลยล่ะนะ เพราะถ้าเราทำแยมส้มเยอะมากขนาดนี้จะต้องใส่น้ำตาล และเกลือลงไปมากตั้งเท่าไหร่กัน แต่นี่ไม่จำเป็นเลยแค่ผลส้มจากพื้นที่ทดลองฤดูใบไม้ผลิของหมั่นโถวน้อยนี่มีรสชาติที่ดีเยี่ยมมากๆแล้ว”ยาย
“ใช่ๆ….รสชาติแบบเหนือธรรมชาติจริงๆ!!!”ย่า
“จริงค่ะแม่…”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน
“เดี๋ยวแม่จะไปทำซาลาเปา กับหมั่นโถวก่อนละกันนะจะได้เสร็จไล่ๆกันไป”ยาย
“ค่ะแม่..”แม่
ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน ที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำซาลาเปา หมั่นโถว และกวนแยมส้มกันอยู่ที่หน้าตาด้านหน้าบ้านกันอยู่ ส่วนพวกเด็กๆ ก็พากันรอแยมส้มอย่างใจจดใจจ่อกันเลย และกลิ่นที่มันกำลังส่งมาผ่านจมูกน้อยๆนี่ก็ทรมานท้องน้อยๆของพวกเด็กๆด้วยเช่นกัน
“ฟืด…..ฟืด……”
“กลิ่นของแยมส้มนี่หอมมว๊ากกกก…น้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ
“หอมมว๊ากกก…….”พวกพี่ชาย
“นั่นน่ะสิ เมื่อไหร่จะเสร็จน๊าอยากกินเร็วๆแล้วล่ะกลิ่นของแยมยั่วยวนมากๆเลย……”หมั่นโถวน้อย
“จริงๆแล้วเปลือกส้มนี่ยังแปรรูปทำเป็นของกินเล่นได้อีกนะ แต่ว่ามันจะเปลืองน้ำตาลมากๆเลย เอาไว้ให้พวกเรามีเครื่องปรุงในครัวของแม่เยอะๆก่อนละกันค่อยทำกันใหม่ได้ เพราะอย่างไรเสียต้นส้มของเราในอนาคตจะต้องมีมากมายหลายต้นเลยล่ะ”หมั่นโถวน้อย
“จริงเหรอน้องหมั่นโถวน้อย..???”พวกพี่ๆ
“จริงสิ เรียกว่าเปลือกส้มแก้วน่ะแต่ว่าไม่เป็นอะไรเปลือกส้มพวกนี้ทำเป็นชาเปลือกส้มแทนก็ได้”หมั่นโถวน้อย
“ชาเปลือกส้ม????”พวกพี่ๆ
“ถึงว่าสิน้องหมั่นโถวน้อยถึงเอาเปลือกส้มพวกนั้นไปตากแดดให้แห้งอีกแล้วใช่ไหม???”พี่สาวเปาจื่อ
“ใช่แล้วล่ะพี่เปาจื่อ แต่จะต้องใช้แดดแรงมากๆเลยนะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันจะไม่ได้ผลน่ะ”หมั่นโถวน้อย นึกถึงที่โลกที่เคยอยู่มีตู้อบแห้งอะไรแบบนั้น นี่เธอเองเลยต้องใช้พลังขั้นเทพของตัวเองปรับแดดให้เหมือนกับตู้อบแทนเสียเลย
“อือ……” “หงึก….หงึก….”พวกพี่ๆ
“ชาเปลือกส้มก็คงมีกลิ่นส้มหอมๆแน่ๆเลย”พี่สาวเปาจื่อ
“เดี๋ยวแยมส้มทำเสร็จแล้ว พวกเราก็ค่อยลองชงชาเปลือกส้มเอาไว้ดื่มด้วยเลย”หมั่นโถวน้อย
“ดีๆ….”พวกพี่ชาย
“เดี๋ยวพวกพี่ชายจะไปเก็บให้เองนะ”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“เอาไว้อีกสักพักก่อนละกันพี่ชาย ให้แน่ใจว่ามันโดนแดดเผาให้แห้งจริงๆ เพราะจะได้เก็บเอาไว้ได้นานๆน่ะ”หมั่นโถวน้อย
“ตกลงน้องหมั่นโถวน้อย…”พวกพี่ชาย
เมื่อชาเปลือกส้มแห้งได้ที่ดีแล้วพวกพี่ชายก็ ไปหาภาชนะมาใส่ชาเปลือกส้มกัน พร้อมกับบอก ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ว่าได้ชาอีกแบบหนึ่งเพิ่มแล้ว เพราะพึ่งจะได้ชาดอกเก๊กฮวยมาลองดื่มกัน พอตอนนี้ยังได้ชาเปลือกส้มมาอีกเป็นอะไรที่ทำให้ทุกๆคนยิ้มอย่างมีความสุขมากมายเลยจริงๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้จะหาของกินได้แต่ละอย่างยากเย็นมาก แถมของกินที่มีเก็บไว้แบบแปรรูปก็แทบจะไม่มีเลยอีกด้วย แต่ตอนนี้สิมีเกินกว่าที่ทุกๆคนจะคิดเอาไว้เสียอีก ทั้งขนมคบเคี้ยวไว้กินเล่นๆ ไหนจะชาชงพวกนี้นี่อีก เพราะการชงชากินนั้นต้องมีช่วงเวลาพิเศษมากจริงๆ ส่วนมากก็แค่กินน้ำร้อนกันและวิญญาณของชานั่นแหละ พวกท่านใส่ใบชาน้อยมากๆเพราะต้องประหยัดกัน และอีกอย่างหนึ่งน้ำที่จะจำเป็นก็ต้องประหยัดอีกด้วยเหมือนกัน
อะไรๆก็ต้องประหยัดหมดทุกๆอย่าง ใช้อย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะใช้กิน หรือใช้อย่างอื่นก็ตาม ทุกๆคนต่างรู้ดีว่าจะต้องช่วยกันประหยัดให้ได้มากที่สุด
“ดีจังเลย ที่เห็นน้ำในกามีน้ำชาเก๊กฮวย และชาเปลือกส้ม และยังมีน้ำเปล่าไว้ดื่มอีกต่างหากด้วยล่ะ พี่เปาจื่อมีความสุขที่สุดเลย”พี่สาวเปาจื่อ
“พี่รองด้วยล่ะ ไม่เห็นน้ำเยอะๆเต็มทุกกาทุกเหยือกแบบนี้นานมากแล้วจริงๆ แถมจะดื่มจะกินเมื่อไหร่ก็ได้ ดื่มมากได้เท่าที่ต้องการอีกต่างหาก”พี่รองเปาจี
“มันเหมือนความฝันเลยจริงๆนะพวกเรา”พี่ม่ายปิ่ง
“จากที่น้ำไม่เคยได้อาบแบบทุกๆวัน วันละหลายๆรอบ ดูตอนนี้สิ พวกเราตัวห๊อมมมมหอมกันหมดแล้วนะ”พี่อิ๋วปิ่ง
“ฟืด…..ฟืด……..”
“ตัวหอมแล้ว…!!!”พวกพี่ชาย
“แต่ว่านะพวกเราก็จะต้องใช้น้ำทุกหยดให้มีค่า เพราะตอนช่วงเวลาไม่มีน้ำกิน น้ำใช้มันทรมานมากจริงๆนะ!!!”พี่ส่านจือ
“ใช่……”พวกพี่ชาย ตอบเสียงอ่อยๆกันเลยเมื่อนึกถึงวันวานที่ผ่านมากับความยากลำบากมากขนาดไหนกัน
“ทุกวันนี้ก็ใช้น้ำฝนอาบน้ำกันไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับบ่อน้ำที่บ้านเลยล่ะ เพราะอย่างไรเสียฝนก็ยังคงตกอยู่ทุกๆวันตามที่น้องหมั่นโถวสั่งอยู่”พี่อิ่วก้วย
“จริง…!!!”พวกพี่ชาย
“พยายามใช้น้ำฝนที่ตกลงมาให้ได้มากที่สุดก่อน ในบ่อกักเก็บน้ำของที่บ้านยังไม่จำเป็นจะต้องนำมาใช้หรอก”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“ครับ…”พวกพี่ชาย
หมั่นโถวน้อย ฟังพวกพี่ๆพูดอย่างเงียบๆ และก็นึกสงสารไม่ได้จริงๆ พวกพี่ๆของเธอคงจะอยู่กับความลำบากเรื่องน้ำมามากมายนัก ความทรงจำส่วนนี้คงไม่ดีมากเสียด้วยและจะทำให้ลืมมันก็ยากมากเพราะพวกเขาอยู่กับสภาวะภัยแล้งแบบนี้มานานหลายปีแล้ว เป็นอะไรที่ฝังใจพวกเขาแน่นอน
แต่ก็ตกอยู่ในภาวะย้อนอดีตที่ไม่ค่อยดีนักกันไม่นาน เสียงแม่ๆก็ร้องเรียกพวกเด็กๆให้มาช่วยกันยกของกินเข้าบ้าน
“เด็กๆ….แยมส้ม ซาลาเปา หมั่นโถวเสร็จแล้วลูกมายกเข้าไปกินในบ้านกัน”แม่
“ค่ะ..!!” “ครับ…!!!”พวกเด็กๆ
“ได้กินแยมส้มแล้ว…”พี่สาวเปาจื่อ
“เตรียมพร้อมกันได้เลยพี่เปาจื่อ…”หมั่นโถวน้อย
พวกพี่ชายยกถาดที่ใส่ซาลาเปาที่มีไส้แยมส้มด้านใน และหมั่นโถวสำหรับจิ้มกินคู่กับแยมส้มที่แยกใส่ถ้วยมาต่างหากแล้ว
“กินแล้วนะคะ”สองสาวน้อย
“เป่าให้หายร้อนก่อนค่ะสาวน้อย เดี๋ยวปากพอง ลิ้นพองกันพอดี”แม่ รีบเตือนสองสาวน้อยก่อนเลยเพราะเห็นว่าพอพวกพี่ชายวางถาดลงเท่านั้นแหละทำท่าจะกระโดดลงถาดกันไปแล้ว!!!
“ค่ะแม่…”สองสาวน้อย
“อ้า……..”สองสาวน้อย เตรียมจะเป่าไล่ความร้อนแต่ทันใดนั้น!!!!
“อุ๊บ……อื้อ….อื้อ…..”เสียงร้องโวยวายแบบไม่มีเสียงของสองสาวน้อยเพราะโดนปิดปากอยู่!!!
พี่ใหญ่ พี่รอง ที่อยู่ใกล้น้องสาวทั้งสองคนเหมือนจะรู้ทันน้องสาวรีบเอามือปิดปากน้องสาวทั้งสองคนเสียก่อนที่จะเป่าไล่ความร้อนซาลาเปา และหมั่นโถวในถาดนี้
“ฟู่…..ฟู่…….”พวกพี่ชายคนอื่นๆพากันเป่าปากโล่งอกที่ไม่ต้องกินน้ำลายของพวกน้องสาวแล้ว!!!
“ฮ่า…..ฮ่า…ฮ่า….”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน
“ดีนะที่ปิดปากน้องสาวทันน่ะไม่งั้นถาดนั้นทั้งถาดคงได้กินกันแค่สองสาวน้อยนั่นแหละ”แม่
“เจ้าสองแสบนี่แสบมากจริงๆค่ะ ไม่คิดจะแบ่งเลย”อาสะใภ้ต้งฝู่
“ดีนะรอบนี้พวกพี่ชายเร็วกว่าน้องสาว ไม่งั้นก็คงต้องตกเป็นของน้องสาวทั้งถาดนั้นล่ะค่ะ”อาสะใภ้เจียนตุย
“ฮ่า…..ฮ่า…ฮ่า….”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน
************
พวกเด็กๆตอนนี้มีแต่ของกินอร่อยๆได้กินกันตลอดเลย ในแต่ละวันมีแต่รายการอาหารใหม่ๆเข้ามา ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุขมากๆ