เอี้ยเสวียนในห้วงจิตฟังเรื่องราวทั้งหมดความรู้สึกซับซ้อนเกิดขึ้นในใจ ความเศร้าให้กับอาชูร่า ความเข้าใจในความเจ็บปวดของเขาเพราะในบางช่วงบางตอนสิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินเอี้ยเสวียนเห็นภาพซ้อนทับตัวเองในร่างของอาชูร่าโดยเฉพาะตอนที่เขาระเบิดพลังออกมาทำลายสิ่งรอบข้างอย่างที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลด้วย
"เหตุใดท่านถึงเลือกข้า?" เอี้ยเสวียนถามอย่างระแวดระวัง"และข้าต้องทำสิ่งใดให้ท่าน? ข้าไม่อยากจะกลายเป็นเครื่องมือแห่งการแก้แค้นของใครทั้งนั้น"
อาชูราหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเศร้าปนกัน
"เจ้าไม่ต้องกลัวเจ้าจะไม่เป็นเครื่องมือของข้า ข้าต้องการให้เจ้าเป็นตัวของตัวเองข้าแค่...ขอโอกาสที่จะทำความดีผ่านพลังที่ข้าจะให้เจ้า"
"ข้าเลือกเจ้าเพราะข้าเห็นแสงสว่างในหัวใจเจ้าแสงที่ข้าเคยมี แต่ข้าให้มันดับไป เจ้าไม่ยอมแพ้ต่อความมืด แม้จะสิ้นหวังเจ้าก็ยังลุกขึ้นต่อสู้เพื่อผู้อื่น"
"สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้า...ไม่ใช่การแก้แค้นข้าแค่ต้องการให้เจ้าใช้พลังที่ข้าจะให้นั้น เพื่อปกป้องแทนที่จะทำลายเพื่อสร้างแทนที่จะพัง เพื่อให้ชีวิตแทนที่จะฆ่า"
"หากเจ้าทำได้...หากเจ้าใช้พลังของอาชูร่าแต่ยังคงมีหัวใจของผู้ปกป้องบางทีวิญญาณของข้าจะได้รับการให้อภัยบางทีข้าจะได้พบกับซูเหยียนและยู่เอ๋อร์อีกครั้ง"
เอี้ยเสวียนเงียบไปช่วงหนึ่ง ใจเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งความเห็นอกเห็นใจอาชูร่า ความต้องการช่วยเหลือแต่ก็เป็นกังวลเกี่ยวกับผลที่จะตามมา
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่าน"ในที่สุดเอี้ยเสวียนก็พูดขึ้น "ข้าไม่อยากเห็นท่านต้องทุกข์ต่อไปแต่...ข้าต้องรู้ว่าข้าจะต้องแบกรับอะไรบ้าง"
อาชูราพยักหน้าอย่างเข้าใจ "เจ้าถูกต้องที่จะถามพลังของข้าไม่ใช่ของขวัญ มันคือภาระ"
"ข้าจะให้พลังอันยิ่งใหญ่แก่เจ้าจากการรับรู้ของข้าตัวเจ้านั้นมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอีกทั้งอุปสรรคในภายภาคหน้ายังมากมายดังนั้นสิ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้าได้มันคงไม่ใช่พลังแต่เป็นกฎเกณฑ์แห่งการใช้พลังเป็นวิถีแห่งพลัง เป็นดั่งโซ่ตรวนให้เจ้าได้กักขังพลังของเจ้า ทุกครั้งที่เจ้าใช้เจ้าจะรู้สึกถึงกฎเกณฑ์ความผิดและถูกสิ่งเหล่านี้จะทำให้เจ้าสามารถควบคุมพลังของเจ้าให้ใช้ในทางที่ถูก"
อาชูร่าหยุดชั่วครู่ แล้วแววตาเขาเปลี่ยนเป็นความลึกลับเสียงเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นคำสอนอันลึกซึ้ง
"เจ้ารู้จักปรัชญาของจวงจื้อหรือไม่?" อาชูร่าถามอย่างนุ่มนวล"ปราชญ์ผู้เข้าใจในวิถีแห่งธรรมชาติผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาที่ลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่ง"
"วิถีที่ข้าจะสอนเจ้านั้นมีรากฐานมาจากคำสอนของท่าน กฎเกณฑ์ที่ข้าจะวางไว้ในร่างกายของเจ้าไม่ใช่เพื่อจำกัดเจ้า แต่เพื่อให้เจ้าได้เข้าใจถึงสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่า"
"ข้อแรกคือ อิสรจร (逍遙遊) - การเดินทางอย่างอิสระ"อาชูร่าเริ่มกล่าว "เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์การใช้พลังจะต้องเหมือนกับการเดินในสวนแห่งธรรมชาติ ไม่บังคับให้เกิดผลแต่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ"
"เมื่อเจ้าต่อสู้เจ้าจะต้องเป็นเหมือนลมที่พัดผ่านป่าไผ่ ไม่ทำลายแต่เคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติพลังของเจ้าจะไม่ใช่การบังคับ แต่เป็นการไหลไปตามกฎแห่งธรรมชาติ"
"ข้อที่สอง สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว (齊物論) - ความเท่าเทียมกันของสิ่งทั้งปวง"อาชูร่าต่อ "เจ้าจะเรียนรู้ว่าศัตรูและมิตรนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาแห่งจิตใจการใช้พลังเพื่อทำลายศัตรูคือการทำลายตัวเจ้าเอง"
"ในการต่อสู้ เจ้าจะต้องเห็นตัวเจ้าในศัตรูและเห็นศัตรูในตัวเจ้าเจ้าจะได้รับพลังที่แท้จริงเมื่อเจ้าเข้าใจว่าการปกป้องคือการปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"
"ข้อที่สาม คุณธรรมที่แท้ (德充符) - ความสมบูรณ์ของคุณธรรม"อาชูร่าพูดต่อ "พลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากการฝึกฝนเท่านั้นแต่มาจากการปรับจิตใจให้สมบูรณ์เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังโดยไม่ทำลายคุณธรรม"
"ทุกครั้งที่เจ้าใช้พลังเจ้าจะรู้สึกถึงนํ้าหนักของการกระทำ หากเจ้าใช้พลังเพื่อเกลียดชังโซ่ตรวนจะรัดตัวเจ้าให้แน่นขึ้น แต่หากเจ้าใช้พลังเพื่อเมตตาโซ่เหล่านั้นจะคลายออก"
"ข้อที่สี่ ปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ (大宗師) - ผู้ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่"อาชูร่าหยุดชั่วครู่ "เจ้าจะเรียนรู้ว่าครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือธรรมชาติเองพลังที่แท้จริงไม่ได้มาจากการต่อสู้กับธรรมชาติแต่มาจากการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ"
"เจ้าจะได้รับพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งได้แต่เจ้าจะใช้พลังนั้นเพื่อช่วยให้สรรพสิ่งได้เป็นไปตามธรรมชาติของมันเองไม่ใช่บังคับให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้า"
ความเงียบเกิดขึ้นในห้วงจิตเอี้ยเสวียนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงลมพัดผ่านป่าไผ่ในคำพูดของอาชูร่า
"แต่นี่เป็นเพียงสี่ข้อแรกเท่านั้น"อาชูร่าต่อด้วยเสียงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น "ข้อที่ห้า ฟ้าและดิน (天地) - ความสมดุลระหว่างฟ้าและดินเจ้าจะเรียนรู้ว่าพลังที่แท้จริงมาจากการรักษาสมดุลไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง"
"เจ้าจะมีพลังที่สามารถสร้างและทำลายได้แต่เจ้าจะต้องเรียนรู้ว่าเมื่อใดควรสร้าง เมื่อใดควรทำลายการใช้พลังจะต้องเหมือนกับการหายใจ - สูดเข้าและหายออกอย่างสมดุล"
"ข้อที่หก วิถีแห่งฟ้า (天道) - เจ้าจะเรียนรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตาหรือความบังเอิญนั้นไม่มีจริงทุกอย่างเป็นไปตามวิถีแห่งฟ้า พลังของเจ้าจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของวิถีนั้นไม่ใช่การต่อต้านหรือขัดขวาง"
"ข้อที่เจ็ด วัฏจักรแห่งฟ้า (天運) - เจ้าจะเข้าใจวัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรที่ถาวร ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยน พลังของเจ้าจะต้องเป็นไปตามวัฏจักรนี้ไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง"
"ข้อที่แปด รั้งความปรารถนา (刻意) - เจ้าจะเรียนรู้ที่จะควบคุมความปรารถนาของตัวเองไม่ให้มันครอบงำการใช้พลัง พลังที่มาจากความปรารถนาจะนำมาซึ่งการทำลายล้างแต่พลังที่มาจากความเงียบสงบจะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์"
"และข้อสุดท้าย ฟื้นธรรมชาติดั้งเดิม (繕性) - เจ้าจะเรียนรู้ที่จะกลับสู่ธรรมชาติดั้งเดิมของตัวเองไม่ให้พลังเปลี่ยนแปลงหัวใจของเจ้าแต่ให้หัวใจของเจ้าเปลี่ยนแปลงวิธีใช้พลัง"
อาชูร่าหยุดพูด แววตาเขาเต็มไปด้วยความเศร้าและความหวัง
"เหล่านี้คือเก้าข้อที่จะเป็นโซ่ตรวนรั้งพลังของเจ้าไว้แต่ละข้อที่เจ้าเข้าใจและนำมาปฏิบัติจริง โซ่หนึ่งจะหลุดออกและพลังของเจ้าจะเพิ่มขึ้น"
"เจ้าจะเห็นภาพแห่งการทำลายล้างที่ข้าเคยสร้างไว้ทุกครั้งที่โกรธ เจ้าจะต้องต่อสู้กับเงาแห่งอาชูร่าที่อยู่ในตัวเจ้าเจ้าจะต้องเลือกระหว่างการปกป้องและการทำลาย...ทุกครั้ง"
"ในยามที่เจ้าเศร้าที่สุด เจ้าจะได้ยินเสียงกระซิบของข้าที่บอกให้เจ้าแก้แค้นให้เจ้าทำลายทุกอย่างที่ทำให้เจ้าเจ็บปวดเจ้าจะต้องปฏิเสธเสียงนั้น...ตลอดชีวิต"
เอี้ยเสวียนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พร้อมทั้งคิดว่า"นี่มันไม่ใช่แล้วมั้ง ดูยังไงก็เป็นภาระที่หนักหนามาก"
"จากที่ท่านว่ามาทำไมข้าไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมันจะสามารถช่วยอะไรได้นอกจากช่วยถ่วงและเพิ่มลำดับความยากขึ้นไปอีก?"
อาชูร่ายิ้มอย่างอ่อนโยน"เจ้าจะได้รับพลังที่จะปกป้องผู้คนได้อย่างแท้จริงเจ้าจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังและการเข้าใจในกฎเกณฑ์ที่ไม่มีใครเทียบได้เจ้าจะได้รับความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของความเข้มแข็ง"
"คิดดูซิ"อาชูร่าเอ่ยอย่างนุ่มนวล "ข้าเคยเป็นผู้ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่แต่ข้าไม่เคยเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านี้ เจ้าจะได้เริ่มต้นด้วยการเข้าใจ แล้วค่อยๆเรียนรู้ที่จะใช้พลัง"
"เมื่อเจ้าเข้าใจข้อแรก - อิสรจร -เจ้าจะรู้สึกถึงความเป็นอิสระที่แท้จริง ไม่ใช่การเป็นอิสระจากการถูกควบคุมแต่การเป็นอิสระจากการต้องควบคุมอย่างอื่น"
"เมื่อเจ้าเข้าใจว่าสรรพสิ่งคือหนึ่งเดียวเจ้าจะไม่เจ็บปวดจากการแพ้หรือชนะเพราะเจ้าจะรู้ว่าการชนะของเจ้าคือการชนะของทุกคนและการแพ้ของเจ้าก็เป็นการแพ้ของทุกคน"
"เมื่อเจ้าเข้าใจคุณธรรมที่แท้เจ้าจะไม่ต้องดิ้นรนเพื่อเป็นคนดีเพราะความดีจะเป็นสิ่งที่ไหลออกมาจากตัวเจ้าโดยธรรมชาติ"
"และเมื่อเจ้าเข้าใจหลักของปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่เจ้าจะรู้ว่าเจ้าไม่ได้เป็นเพียงลูกศิษย์ของธรรมชาติแต่เจ้าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเอง"
"ส่วนห้าข้อที่เหลือจะช่วยให้เจ้าเข้าใจถึงความลึกซึ้งของการใช้พลังเจ้าจะรู้ว่าพลังไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นการแสดงออกของจิตวิญญาณ"
"แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด...เจ้าจะรู้ว่าเจ้าช่วยให้วิญญาณที่หลงทางคนหนึ่งได้กลับหาทางบ้านเจ้าจะได้รับการให้อภัยจากผู้ที่เคยผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด"
"เจ้าจะรับหรือไม่?"
อาชูร่ายื่นมือออกมา มือที่เคยฆ่าล้างและทำลายล้างแต่ขณะนี้กลับสั่นเทาด้วยความหวัง
"ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่บังคับใจเจ้าข้าจะไม่ควบคุมร่างกายเจ้าข้าจะเป็นเพียงเสียงที่คอยเตือนเจ้า...และหากเจ้าเลือกผิดข้าจะเป็นคนรับผิดชอบ"
"แต่เจ้าต้องรู้ว่า...หากเจ้ารับพลังนี้ชีวิตเจ้าจะเปลี่ยนไปตลอดกาล เจ้าจะไม่ใช่เอี้ยเสวียนธรรมดาอีกต่อไปเจ้าจะเป็นผู้แบกรับมรดกของอาชูร่าแต่เจ้าจะเป็นผู้ใช้มรดกนั้นด้วยภูมิปัญญาแห่งกฎเกณฑ์ที่ข้าไม่เคยมี"
เอี้ยเสวียนมองมือที่ยื่นออกมา ใจเขาเต็มไปด้วยความลังเลแต่เมื่อเขานึกถึงผู้คนที่เขาต้องการปกป้อง นึกถึงความอ่อนแอของตัวเองในอดีตและความเจ็บปวดของอาชูรา
"ข้า...ข้ารับ"
เขายื่นมือออกไปจับมือของอาชูร่า
ทันทีที่มือทั้งสองสัมผัสกัน ทุกอย่างเปลี่ยนไป
แสงสีแดงเลือดเริ่มไหลจากมือของอาชูร่าผสานเข้าไปในร่างกายของเอี้ยเสวียนไม่ใช่แสงที่อบอุ่นแต่เป็นเส้นแสงที่เสมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการพลังงานและจิตใจของเอี้ยเสวียนเอาไว้ทำให้ภายในร่างกลายเป็นเสมือนที่เล่นไล่จับของบรรดาโซ่ตรวน กับพลังของเอี้ยเสวียน
เอี้ยเสวียนรู้สึกราวกับมีลาวาเพลิงไหลไปตามเส้นเลือดในร่างกายและลุกลามไปทั่วสายฟ้าสีแดงเลือดไหลเวียนในหลอดเลือดของเขา หัวใจเต้นดังกว่าเดิม
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความเงียบสงบที่แปลกประหลาดเหมือนกับได้ยินเสียงลมพัดผ่านป่าไผ่ เสียงน้ำไหลเซาะผ่านหินเสียงของธรรมชาติที่กำลังสอนเขาในความเงียบ
"จำไว้"เสียงของอาชูร่าก้องอยู่ในจิตใจเขา"โซ่แห่งกฎเกณฑ์ที่อยู่ในร่างกายของเจ้านั้นจะสามารถคลายออกต่อเมื่อเจ้าสามารถเข้าใจในกฎเกณฑ์แห่งพลังและสามารถควบคุมมันได้เท่านั้นตราบใดที่เจ้าไม่สามารถเข้าใจในกฎเกณฑ์พลังต่างๆที่เจ้ามีอยู่จะไม่สามารถใช้ได้นั่นคือเจ้าจะกลายเป็นคนธรรมดาแต่ถ้าวันใดที่เจ้าเข้าใจในกฎเกณฑ์ต่างๆพลังของเจ้าจะเพิ่มมากขึ้นรวมถึงความสามารถในการควบคุมกฎนี้คือการควบคุมศาสตร์วิถีซึ่งจะทำให้เจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่งที่เจ้าต้องการได้"
"แต่จำไว้ว่า" อาชูร่าเสริม"การเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่งไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถบังคับทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้าแต่เจ้าจะสามารถช่วยให้สรรพสิ่งเหล่านั้นเป็นไปตามธรรมชาติที่แท้จริงของมันเอง"
"เจ้าจะเป็นเหมือนสายลมที่ช่วยให้ใบไผ่เต้นระบำตามจังหวะของมันไม่ใช่พายุที่บังคับให้ต้นไผ่หักโค่น เจ้าจะเป็นเหมือนสายน้ำที่ช่วยให้เมล็ดงอกไม่ใช่น้ำท่วมที่ทำลายรากเหง้า"
ในขณะที่พลังไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายเอี้ยเสวียนเขาเริ่มเข้าใจคำสอนเหล่านี้ไม่ใช่ด้วยสติปัญญาแต่ด้วยหัวใจเขารู้สึกเหมือนกับได้ใช้ชีวิตอยู่ในป่าไผ่ เดินเล่นริมลำธาร นอนมองดาวบนท้องฟ้า
"ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้"อาชูร่าพูดต่อ "เจ้าจะได้เห็นภาพแห่งอดีตของข้าได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของข้า แต่เจ้าจะไม่ได้เป็นข้าเจ้าจะเป็นตัวเจ้าเอง"
ทันใดนั้น ความมืดก็ปรากฏขึ้นในจิตใจเอี้ยเสวียนเขาเห็นภาพอาชูร่ายืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้นเห็นมือที่สั่นเทาหลังจากทำลายทุกอย่างที่เคยรัก
"เจ้าเห็นแล้ว"อาชูร่าเอ่ยอย่างเศร้า "นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีพลังแต่ไม่มีภูมิปัญญานี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใช้พลังด้วยความโกรธแค้นแทนที่จะใช้ด้วยเมตตา"
"แต่เจ้าจะไม่เป็นเช่นนั้น"อาชูร่าพูดด้วยความหวัง "เพราะเจ้าจะเริ่มต้นด้วยการเข้าใจข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจความหมายของแต่ละกฎเกณฑ์ผ่านประสบการณ์ในจิตใจ"
ทันใดนั้น ความมืดก็เปลี่ยนไปเอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ในป่าไผ่ที่สวยงาม ลมพัดเบาๆทำให้ใบไผ่เต้นไหวอย่างอ่อนช้อย
"นี่คือ อิสรจร" เสียงของอาชูร่าก้องขึ้นรอบตัวเขา"ความเป็นอิสระที่แท้จริง ดูต้นไผ่เหล่านี้ สิ มันไม่ต่อสู้กับลมมันไม่พยายามยืนหยัดอย่างแข็งกระด้าง มันเต้นไปกับลม ดัดตัวไปกับลมแต่รากของมันยังคงแน่นหนา"
"การใช้พลังแบบอิสรจรคือการไม่ยึดติดกับรูปแบบเจ้าจะไม่ใช้พลังเพื่อบังคับให้สถานการณ์เป็นไปตามที่เจ้าต้องการแต่เจ้าจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนมันไปในทางที่ดีกว่า"
เอี้ยเสวียนเดินเข้าไปในป่าไผ่เขารู้สึกเหมือนกับได้เรียนรู้ที่จะเต้นรำกับธรรมชาติ ไม่ใช่การควบคุมธรรมชาติ
ป่าไผ่เปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ริมลำธารเขาเห็นปลาว่ายน้ำ นกบิน หินเรียงตัวอยู่ใต้น้ำ
"นี่คือ สรรพสิ่งคือหนึ่งเดียว" อาชูร่าอธิบาย"ดูลำธารนี้ สิ ปลา นก หิน น้ำ ทุกอย่างเป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกันไม่มีอะไรที่แยกออกจากกัน"
"เมื่อเจ้าต่อสู้เจ้าจะต้องเข้าใจว่าเจ้าและศัตรูคือส่วนหนึ่งของระบบเดียวกันการทำลายศัตรูอย่างสิ้นเชิงก็เหมือนกับการทำลายระบบการปกป้องคือการรักษาสมดุลของระบบ"
"แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะต้องให้ความชั่วชนะความดี"อาชูร่าเตือน"แต่เจ้าจะต้องเข้าใจว่าแม้แต่ความชั่วก็มีบทบาทในการทำให้เจ้าเข้าใจความดีเจ้าจะใช้พลังเพื่อแปลงความชั่วให้กลายเป็นความดี ไม่ใช่การกำจัดมันทิ้งไป"
ลำธารเปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ในสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้นกผีเสื้อ และผึ้ง
"นี่คือ คุณธรรมที่แท้" อาชูร่าพูดต่อ"ดูดอกไม้เหล่านี้ สิ มันไม่ได้พยายามที่จะสวย มันไม่ได้พยายามที่จะหอมมันเป็นสิ่งที่มันเป็นโดยธรรมชาติ และความสวยงามก็เกิดขึ้นเอง"
"คุณธรรมที่แท้จริงไม่ใช่การบังคับตัวเองให้เป็นคนดีแต่เป็นการปล่อยให้ความดีที่มีอยู่ในตัวเจ้าไหลออกมาโดยธรรมชาติเมื่อเจ้าใช้พลังด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ คุณธรรมจะเป็นผลที่ตามมาไม่ใช่เป้าหมาย"
สวนเปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่บนยอดเขาสูงมองลงไปเห็นทุ่งหญ้าไผ่ป่าไผ่ ลำธาร และสวนดอกไม้
"นี่คือ ปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่" อาชูร่าอธิบาย"ธรรมชาติเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันไม่ได้สอนด้วยคำพูด แต่สอนด้วยตัวอย่างมันไม่ได้บังคับให้เจ้าเรียนรู้ แต่เจ้าเรียนรู้เพราะเจ้าต้องการ"
"เจ้าจะเป็นเหมือนนักเรียนที่เรียนรู้จากธรรมชาติไม่ใช่ครูที่สอนธรรมชาติ เจ้าจะใช้พลังเพื่อทำให้สรรพสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติของมันไม่ใช่บังคับให้เป็นไปตามธรรมชาติของเจ้า"
ยอดเขาเปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ในห้วงอวกาศ เห็นดาวฤกษ์เห็นดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์
"นี่คือ ฟ้าและดิน" อาชูร่าพูดต่อ"ดูสิ ฟ้าและดินอยู่ห่างไกลกัน แต่มันสร้างสมดุล ฟ้าให้ฝน ดินให้ต้นไม้ต้นไม้ให้ออกซิเจน กลับขึ้นสู่ฟ้า"
"เจ้าจะเรียนรู้ว่าพลังของเจ้าจะต้องมีสมดุลไม่เอนเอียงไปทางการสร้างหรือทำลายเพียงอย่างเดียว เจ้าจะสร้างเมื่อต้องสร้างทำลายเมื่อต้องทำลาย แต่เจ้าจะไม่ติดอยู่กับการกระทำใดการกระทำหนึ่ง"
อวกาศเปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนเห็นดาวเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์เห็นวัฏจักรของฤดูกาล
"นี่คือ อาชูร่าอธิบาย"ทุกอย่างเป็นไปตามวิถีที่กำหนดไว้ แต่ไม่ใช่การกำหนดโดยใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นการกำหนดโดยธรรมชาติของสิ่งนั้นๆ เอง"
"เจ้าจะเรียนรู้ว่าการใช้พลังไม่ใช่การต่อสู้กับโชคชะตาแต่เป็นการทำความเข้าใจโชคชะตาแล้วทำงานร่วมกับมันเจ้าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนได้ ยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ และมีปัญญวิถีแห่งฟ้า"าแยกแยะระหว่างสองสิ่งนี้"
ดาวเคราะห์เปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนเห็นวัฏจักรของชีวิต เกิด แก่ เจ็บตาย และเกิดใหม่
"นี่คือ วัฏจักรแห่งฟ้า" อาชูร่าต่อ"ไม่มีอะไรที่คงอยู่ตลอดไป ไม่มีอะไรที่หายไปตลอดไปทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ"
"เจ้าจะเรียนรู้ว่าแม้แต่ความเจ็บปวดและความสุขก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรเจ้าจะไม่ยึดติดกับความสุข ไม่หนีจากความเจ็บปวดเจ้าจะเรียนรู้ที่จะเต้นรำกับวัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลง"
วัฏจักรเปลี่ยนไป เอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกระจกแต่ละบานสะท้อนความปรารถนาที่แตกต่างกัน
"นี่คือ รั้งความปรารถนา" อาชูร่าอธิบาย"ดูกระจกเหล่านี้ สิ มันแสดงให้เห็นสิ่งที่เจ้าต้องการแต่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเป็น"
"เจ้าจะเรียนรู้ว่าความปรารถนาเป็นเหมือนลิงถ้าเจ้าไล่ตามมัน มันจะวิ่งไปเรื่อยๆ ถ้าเจ้านั่งนิ่งๆ มันจะกลับมาหาเจ้าเองเจ้าจะใช้พลังเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่ความปรารถนาชั่วคราว"
กระจกเปลี่ยนไปเอี้ยเสวียนพบว่าตัวเองอยู่ในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไผ่เล็กๆ กำลังงอกขึ้นมา
"นี่คือ ฟื้นธรรมชาติดั้งเดิม" อาชูร่าพูดท้าย"ดูต้นไผ่เหล่านี้ สิ มันไม่ได้พยายามที่จะเป็นต้นไผ่มันเป็นต้นไผ่โดยธรรมชาติ มันไม่ได้เลียนแบบใคร มันเป็นตัวของมันเอง"
"เจ้าจะเรียนรู้ว่าพลังที่แท้จริงมาจากการเป็นตัวเจ้าเองไม่ใช่การเป็นใครคนอื่น เจ้าจะใช้พลังเพื่อช่วยให้ผู้อื่นเป็นตัวของเขาเองไม่ใช่เป็นสิ่งที่เจ้าต้องการให้เขาเป็น"