อวี้หลันนั้นดูแลคุณชายอย่างดีมาโดยตลอดหยาง อู๋เสินเองก็พยายามส่งคนออกค้นหาบิดาของนางอยู่ตลอดเวลาแต่คนผู้นี้ราวกับว่าไร้ตัวตนยิ่งหาสิ่งที่พบกลับยิ่งว่างเปล่า
เขาจ้องมองนางที่กำลังสร้างสวนดอกไม้เล็กของตนที่หน้าเรือนอย่างมีสุขก็ไม่อยากบอกเื่นี้ให้นางทุกข์ใจเสียเท่าใด อีกทั้งสายตาของเขาที่ที่มีต่อนางนั้นค่อยๆลึกซึ้งห่วงใยเสียจนตัวเขาเองไม่ว่าอะไรก็กลัวว่านางจะเสียใจไปเสียหมด
ฟงอี้เองก็ช่วยนางตามหาตามทุกหนแห่งเช่นกันแต่เบาะแสที่นางมีแม้แต่คนในราชสำนักก็ยังจนปัญญาเสาะหา ทุกสี่ถึงห้าวันก็มักจะให้คนส่งขนมไปให้อวี้หลันได้ลองชิมทั้งขนมราคาแพงจากทุกหัวมุมเมืองปิ่นฝีมือประณีตสาวใช้ในเรือนคนอื่นๆ เห็นของที่นางได้รับต่างก็อิจฉานาง
หน้าคฤหาสน์ตระกูลหยางคนนำของส่งฟงอี้มาส่งให้นางเหมือนเช่นเคย ทั้งแนบจดหมายฉบับหนึ่งมานางออกมารับของแล้วกล่าวขอบคุณไป
“นี่อวี้หลันคุณชายฟงดีต่อเ้าจริงๆ นะครั้งนี้เป็อะไรหรือ” สองสาวใช้รีบเดินเข้ามากล่ามถามอย่างสงสัยหากเป็ขนมพวกนางก็มักจะได้แบ่งมาตลอดครั้งนี้เองก็คาดหวังไว้ยิ่ง
อวี้หลันก็พอรู้จึงได้รีบเปิดกล่องที่ได้รับออกดูครั้งนี้กล่องใหญ่ต่างออกไปจากทุกที พอเปิดออกก็พบกับชุดสีน้ำเงินเนื้อผ้าฝีมือปักล้วนนับว่าหายากลวดลายแปลกตา
“อวี้หลันชุดนี้ราคาคงแพงมากน่าดู”
“นั้นสิข้าว่าคงหลายตำลึงเงินดีไม่ดีอาจถึงกับตำลึงทองเลยทีเดียว เ้านี่โชคดีจริงๆ” สาวใช้อีกคนกล่าวเสริม
“จริงของพวกท่านแพงขนาดนี้ข้าเองคงรับไม่ได้เช่นกัน”
“พี่สาวทั้งสองข้ากลับเรือนก่อนเดี๋ยวคุณชายเรียกหาจะไม่พบ”
เมื่อกล่าวต่อทั้งสองแล้วจึงได้เดินกลับเรือนมาจดหมายที่แนบมายังไม่ได้เปิดอ่าน พอถึงหน้าเรือนหยาง อู๋เสินเห็นว่านางถือของจึงอยากรู้อยากเห็น
“อวี้หลันมานี่”
พอนางเดินมาถึงก็รีบยื่นมือขอเปิดดู
“ของคุณชายฟงเ้าค่ะท่านไม่ชอบหน้าเขาก็อย่าดูเลยเ้าค่ะ”
แต่หยาง อู๋เสินยังคงยื่นมือรอรับกล่องในมืออวี้หลันจึงได้แต่มอบให้อย่างจนใจ เมื่อเปิดออกก็เห็นชุดน้ำเงินงามแค่มองก็รู้ว่าฟงอี้ผู้นี้กำลังคิดใช้กิ่งสนเกี่ยวผลท้อของตน (หมายถึงเกี้ยวพาสาวใช้ของเขา) จึงรีบปิดกล่องไป
“จดหมายนี่ข้าอ่านได้หรือไม่”
“ได้สิเ้าคะ”
เขาไม่รีรอรีบเปิดอ่านเนื้อความจดหมาย้านัดเที่ยวงานเทศกาลซ่างหยวน (เทศกาลโคมไฟ) ในอีกสองวัน
“เ้าอ่านรึยัง”
“ยังเ้าค่ะ”
“เทศกาลซ่างหยวนที่จะถึงนี้เ้าอยากไปเที่ยวหรือไม่” เขาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเ้าเล่ห์
อวี้หลันก็ยิ้มออกมาอย่างรู้ทันก่อนเอ่ยเสียดสีเขาเล่นๆ
“คุณชายฟงชวนเที่ยวเทศกาลใช่มั้ยเ้าคะ หากคุณชายอนุญาตก็อยากไปเ้าค่ะ”
หยาง อู๋เสินนิ่งคิด่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะพาเ้าไปเองข้าเองก็ไม่ได้ออกเที่ยวเทศกาลเช่นนี้นานเต็มทีแล้ว”
“ดีเ้าค่ะ ข้าขอคืนได้หรือยังเ้าคะวันพรุ่งนี้จะนำไปคืน”
พอรู้ว่าอวี้หลันไม่คิดรับไว้ก็รีบคืนของให้นางไป อวี้หลันรับของมาพลางหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเดินไปยังห้องตนเพื่อนำของนี้ไปเก็บ
อวี้หลันก้าวเข้ามาในห้องนั่งคิดถึงเื่ราวที่ผ่านมารู้สึกว่าการทำเช่นมารดานั้นก็ดีไม่น้อยไม่ว่าทุกข์หรือสุขเพียงใดอย่างน้อยบันทึกเ่าั้ก็ไม่เคยเลือนหาย นางเปิดกล่องไม้ออกมองดุใบเฟิ่งอย่างพินิจก่อนหยิบขึ้นมาใบหนึ่ง
“ทุกข์สังขารล้วนไม่เที่ยง หลิน อวี้ซิน” กล่าวถึง่ที่มารดาของหลินจีได้จากไป
อวี้หลันมองออกนอกหน้าต่างจำได้ว่าในที่เรือนฝั่งซ้ายของคฤหาสน์มีต้นเฟิ่งอยู่จึงได้ออกไปเก็บมาสองใบ
ใบที่หนึ่งความว่า
“สายลมยามเย็นที่ไร้กังวล”
ใบที่สองความว่า
“แสงอาทิตย์ยามเช้าแห่งความเมตตาแสนอบอุ่น”
นางเก็บใบไม้ทั้งสองลงกล่องอย่างทะนุถนอมพลางยิ้มออกมาอย่างพึ่งใจ
เช้าวันต่อมาอวี้หลันได้นำชุดที่ฟงอี้ส่งมานั้นกลับไปคืนตามที่ได้กล่าวไว้แต่ไม่ว่าจะว่าอย่างไรฟงอี้ก็ไม่ยอมรับคืน
“ชุดนั้นข้าให้เ้าแล้วหากไม่้าจะทิ้งขว้างหรือให้ผู้อื่นก็แล้วแต่เ้า”
อวี้หลันมองกล่องชุดในมืออย่างไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรทั้งคำพูดของฟงอี้ก็เต็มไปด้วยกระแทกกระทั้นน้อยใจหากยืนยันที่จะคืนต่อก็ไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ
“แล้วเื่เที่ยวเทศกาลล่ะคุณชายเ้าเองก็คงไม่อนุญาตใช่หรือไม่”
อวี้หลันเผยยิ้มจางๆ บนหน้าทั้งพยักตอบก่อนเอ่ยชวนเขา
“ข้าไปกับคุณชายไม่ได้แต่เรายังสามารถพบที่งานนะเ้าคะ”
ฟงอี้เองก็ยิ้มรับเป็การสัญญา เมื่อคืนของไม่รับก็เพียงได้แต่นำกลับมาระหว่างทางเดินกลับคฤหาสน์ตระกูลหยางอวี้หลันบังเอิญเห็นสัญลักษณ์หนึ่งนางมองตามจนสุดสายตาอย่างรู้สึกคุ้นเคย
“ข้าเคยเห็นที่ไหนนะ”
อวี้หลันพยายามนึกอยู่นานอย่างไรก็นึกไม่ออกพอกลับถึงเรือนช่วยหยาง อู๋เสินฝนหมึกอยู่ใจก็เหม่อคิดถึงสัญลักษณ์ที่ได้เห็นจนทำหมึกเลอะออกนอกฐานฝนแล้วก็ยังไม่รู้ตัว
“อวี้หลันเ้าคิดอะไรอยู่”
พอได้ยินเสียงเรียกของเขาก็หลุดออกจากภวังค์ตน
“เปล่าเ้าค่ะ”
“เปล่าหรือดูหมึกที่เ้าฝนใช้ไปอีกสามวันคงไม่หมดกระมังเลอะเต็มกระดาษแล้ว”
อวี้หลันรีบก้มมองพยายามหาผ้ามาเช็ดหมึกที่เลอะออกแต่หยาง อู๋เสินก็ได้ห้ามนางไว้
“ไม่ต้องหรอกหมึกซึมลงกระดาษทิ้งกระดาษเสียโต๊ะจะได้ไม่เปื้อน”
“ทิ้งหมดเลยหรือเ้าคะ” อวี้หลันมองอย่างเสียดาย
“ไม่เช่นนั้นเ้าจะทำอย่างไร”
อวี้หลันนิ่งคิดครู่ใหญ่เขาเองก็เฝ้ารอว่านางจะทำอย่างไร จู่ๆ รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนหน้าสองมือหยิบรับกระดาษมา
“คุณชายข้าขอทั้งหมดนะเ้าคะ”
“เ้าจะเอาไปทำอะไร” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ความลับเ้าค่ะ” กล่าวเสร็จก็เดินถือกระดาษกลับห้องตนไปทิ้งให้หยาง อู๋เสินต้องดูแลหาชามาดื่มเองทั้งฝนหมึกเอง แต่ถึงเช่นนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่เห็นนางร่าเริงดี
อวี้หลันเดินหยิบของอยู่ทั่วคฤหาสน์เมื่อคนเอ่ยถามเพียงกล่าวว่า้าหยิบยืมให้คุณชายสาวใช้คนอื่นๆ จึงไม่ได้ว่าอย่างไร ขณะที่กำลังเดินกลับจวนตัวเองหวัง หนี่เหลียนก็เดินเข้ามาพอดีเพื่อพบฮูหยินหยาง
“แม่นางคนนั้นใครหรือ” หวัง หนี่เหลียนเอ่ยถามสาวใช้
“อ๋อนั้นสาวใช้คนใหม่ของคุณชายหยางเ้าค่ะ”
“อยู่มานานเท่าใดแล้ว”
“เกือบแปดเดือนแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้กล่าวเสร็จก็เดินนำนางไปพบฮูหยินหยาง
“มาแล้วหรือหนี่เหลียนข้ากำลังตั้งตารอเ้าอยู่เชียว” ฮูหยินหยางกล่าวเอ่ยหยางยินดีที่ได้พบทั้งรีบเดิเข้าไปหานาง
“ขออภัยที่ให้รอเ้าค่ะ พอดีเมื่อครู่เห็นสาวใช้คนหนึ่งจึงรู้สึกแปลกใจเอ่ยถามอยู่นาน” หวัง หนี่เหลียนเอ่ยตอบอย่างมีมารยาทเช่นทุกครั้ง
“เ้าหมายถึงอวี้หลันหรือนางเป็สาวใช้ที่หยางต้า(คำที่ใช้เรียกหยาง อู๋เสิน)ช่วยจากกลุ่มโจรนะ เ้าอย่าได้คิดมากเลย”
หวัง หนี่เหลียนเพียงยิ้มออกมาทั้งสองนั้นพูดคุยเื่ทั่วไปอยู่จนค่ำก่อนกลับไปด้วยว่าหยาง อู๋เสินนั้นกล่าวว่ามีบัญชีที่ต้องดูยังไม่ว่างพบจึงได้แต่กลับไป
“เสียเวลาเ้าจริงๆ มาทั้งที หยางต้ากลับไม่ว่างเสียนี่อย่างไร” ฮูหยินหยางเอ่ย
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านป้าข้าเข้าใจท่านพี่หยางดูแลกิจการมากมายเช่นนี้ก็นับว่าเป็เื่ธรรมดา”
“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจ” ฮูหยินเดินไปส่งนางขึ้นรถม้ากลับจวนไปก่อนเดินไปดูที่เรือนของบุตรชายว่าทำสิ่งใดอยู่เมื่อเห็นว่าเขานั้นกำลังตรวจดูบัญชีอยู่จริงๆ จึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดแล้วกลับเรือนตนไป
หยาง อู๋เสินเมื่อเห็นมารดาตนเดินกลับไปไกลแล้วจึงได้ปิดบัญชีลงแล้วเดินไปห้องของอวี้หลัน