โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 73 ทีมที่ 4

    จอห์นยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า

    “ทุกคนในที่นี้ล้วนแล้วแต่รู้จักหน้าและคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพราะพวกท่านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ทำงานในหน่วยงานของประเทศนี้แทบทั้งสิ้น จะมีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกเชิญมาที่นี่ด้วยเหตุผลพิเศษ”

    เซนเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ถอนหายใจ เพราะเขานั้นเป็นหนึ่งในคนที่ถูกเชิญมาเป็นกรณีพิเศษดังนั้นเขาจึงไม่คุ้นเคยกับใครเลยแม้แต่คนเดียวในที่นี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งและมีความทะนงในตนเองดังนั้นพวกเขาจะยอมรับแค่คนที่แข็งแกร่งเท่านั้น แม้ว่าเซนจะแข็งแกร่งแต่อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ภายนอกของชายหนุ่มกลับไม่ได้เหมือนจะดูเป็นคนที่แข็งแกร่งเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มไม่ได้มีมัดกล้ามที่ใหญ่โต หรือบรรยากาศรอบตัวที่ดูบ้าคลั่งเหมือนกับพวกทหารที่ผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน

    ในระหว่างนั้นเองก็ได้มีชายสองคนที่ก่อนหน้านี้ได้เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าค่ายพักแรมเดินเข้ามาหาจอห์นพร้อมกับม้วนกระดาษแผ่นใหญ่ แผ่นหนึ่งและคลี่มันออกเพื่อให้ทุกคนในสถานที่แห่งนี้สามารถเห็นเนื้อหาภายในได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเนื้อหาภายในนั้นกลับเป็นเพียงรายชื่อของเหล่าคณะเดินทางและมีเลขบางอย่างกำกับไว้ด้านหลังชื่อเท่านั้น

    มันเป็นเลขตัวเดียว ซึ่งแต่ละคนจะมีเพียงหนึ่งตัวเลขเท่านั้นเละเลขนั้นถูกจำกัดอยู่ที่ 1-10 และแน่นอนมันต้องมีความหมาย

    “มองที่ชื่อของพวกท่าน ท่านจะเห็นว่าด้านหลังชื่อของพวกท่านนั้นล้วนแล้วแต่มีตัวเลขกำกับเอาไว้อยู่ นั่นเป็นเลขแบ่งกลุ่มเดินทางของพวกท่านโดยพวกเรานั้นได้วิเคราะห์และแบ่งความสามารถของพวกท่านเอาไว้เป็นอย่างดี เพื่อที่จะสร้างทีมที่สมดุลขึ้นมา ในจำนวนทีมละสิบสองคน…เมื่อพวกท่านทราบเลขของตัวเองแล้วขอให้แยกกันไปตามหาคนที่ชูป้ายเลขของท่านที่รออยู่บริเวณรอบๆ”

    เมื่อจอห์นได้กล่าวจบทุกคนก็ได้ลุกยืนขึ้นทันที ซึ่งเซนเองก็ได้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับมองไปรอบๆ เพื่อหาเลขของตนเอง ซึ่งเขามองไปและได้พบกับคนผู้หนึ่งที่มีหน้าตาหล่อเหลากำลังชูป้ายเลขของเขา เลขนั้นคือ 4

    เซนได้เดินเข้าไปทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ได้เลขเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไปเซนก็ได้เห็นว่าทุกกลุ่มนั้นได้จัดแถวที่หมายเลขของตัวเองกันครบแล้ว และในทีมที่สี่ของเซนนั้นประกอบด้วยชายทั้งหมดเก้าคน และหญิงสาวสองคน ด้วยการที่มีหญิงสาวในกลุ่มน้อยอย่างมากทำให้พวกเธอทั้งสองต่างตกเป็นเป้าสายตาของคนในกลุ่มทันที สมาชิกนั้นจะต้องมีทั้งหมด 12 คนอย่างไรก็ตามตอนนี้มันกลับมีเพียง 11 ในแต่ละทีมนั่นหมายความว่าคนถือป้ายหมายเลขของพวกเขาอาจจะเป็นหนึ่งในทีมพวกเขาด้วยและอาจจะเป็นผู้นำของทีม

    “อื้มมม!”

    เมื่อคนถือป้ายเห็นว่าทีมของตนเองนั้นได้รวมตัวกันครบแล้ว เขาก็ต้องการจักล่าวแนะนำตนเอง รวมถึงให้สมาชิกในทีมสร้างความคุ้นเคยกัน

    “พวกเรามาแนะนำตัวกันก่อนแล้วกัน เริ่มจากข้า ข้าชื่อว่า ริช เป็นคลาสอัศวินที่จะทำหน้าที่ปกป้องพวกเจ้าและลุยในแนวหน้า ข้าสังกัดกองอัศวินที่ 3 ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!”

    เมื่อริชซึ่งดูเหมือนจะเป็นผู้นำทีมที่สี่ได้แนะนำตัวเสร็จทั้งทีมต่างตกอยู่ในความโกลาหลทันที ยกเว้นเซนที่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใคร

    “ข้านึกเอาไว้แล้วว่าผู้นำทีมของแต่ละทีมหน้าตาคุ้นๆ ที่แท้พวกเขาก็มาจากกองอัศวินเลขหลักเดียว…”

    ชายคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเซนกล่าวขึ้น และเซนนั้นเผลอได้ยินพอดีทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าริชนั้นมีฝีมือที่อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งหากเปรียบเฉพาะกับมนุษย์ทั่วไป

    “ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน ข้ามีชื่อว่า โรม เป็นคลาสนักธนู แม้จะลุยในแนวหน้าไม่ได้แต่ข้าจะสนับสนุนพวกเจ้าอย่างดีในแนวหลัง ข้าสังกัดในหน่วยนักล่า ขอฝากตัวด้วย”

    “….”

    สมาชิกในทีมทั้งหมดต่างแนะนำตัวกัน และพบว่าผู้คนส่วนใหญ่นั้นมีคนที่เป็นคลาสจอมเวทเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งเป็นหญิงสาวในกลุ่มที่มีชื่อว่าไอรีน เธอเป็นจอมเวทธาตุน้ำและเวทมนตร์ของเธอเน้นไปในทางสายรักษาจึงมีพลังที่ต่ำ แต่นับว่าเป็นจอมเวทสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ

    “เหลือเจ้าคนเดียวแล้ว…”

    ริชกล่าวขึ้นทำให้เซนตื่นจากภวังค์ความคิดของตนเอง เขาลืมไปเลยว่าตนเองนั้นก็ต้องเริ่มแนะนำตัวเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มรีบลุกยืนขึ้นด้วยท่าทางที่เอื่อยเฉื่อยตามปกติของชายหนุ่ม ก่อนที่จะเริ่มกล่าวแนะนำตนเองด้วยน้ำเสียงธรรมดา

    “ข้าชื่อว่าเซน เป็นคลาสจอมเวท ใช้ธาตุสายฟ้า…เอ่อ…สังกัดกับราชสำนักขึ้นตรงต่อราชาเอวินซ์…เอ่อ…แค่นี้แหละยินดีที่ได้รู้จักทุกคน”

    เซนกล่าวจบเข้าก็นั่งลงกับที่ทันที การพูดกับคนจำนวนมากยังเป็นปัญหาสำหรับเซน ชายหนุ่มนั้นไม่ถนัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างไรก็ตามการแนะนำของเขาเซนคิดว่ามันก็ไม่ได้แย่นัก และแน่นอนว่าคนอื่นๆ นั้นต่างก็พอใจที่เซนร่วมทีม

    “เวทสายฟ้า เป็นธาตุหายากเลยนะนั่น ดีจริงๆ ที่เรามีผู้ใช้เวทมนตร์โจมตีหนักในทีม”

    ริชกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับเซน ในขณะเดียวกันคนอื่นๆ ในทีมต่างพยักหน้าเห็นด้วย เพราะการจะพบผู้ใช้เวทสายฟ้าตัวเป็นๆ นั้นนับว่ามีโอกาสต่ำอย่างมากเพราะมันหายาก

    “ในฐานะที่เราเป็นจอมเวทเหมือนกัน ข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะท่านเซน…”

    ไอรีนสะกิดหลังเซนพร้อมกับกล่าวและก้มโค้งคำนับ เซนเองเมื่อต้องคุยกับหญิงสาวที่พึ่งรู้จักเขาก็รู้สึกเกร็งเช่นกันเขาจึงได้ยิ้มและก้มศีรษะทักทายอีกฝ่าย

    “เหอะ! แค่ใช้เวทมนตร์หายากได้นิดหน่อย ไม่ได้หมายความว่าจะมีฝีมือ เวทสายฟ้าข้าได้ยินมาว่าควบคุมยากอย่างมาก อย่าเป็นตัวถ่วงและสาดเวทใส่พวกเดียวกันก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นข้านี่แหละที่จะฆ่าเจ้าเพื่อปลดภาระของคนในทีม!”

    ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างดีสมส่วนและมีใบหน้าที่หยิ่งยโสได้กล่าวขึ้น เขามีชื่อว่ารอนนี่ เป็นหนึ่งในขุนนางที่มีความทะนงตัว ผู้คนในทีมต่างประจบเขาเพราะตำแหน่งที่สูง อย่างไรก็ตามสำหรับเซนนั้นเขาค่อนข้างปากหมาเลยทีเดียว

    รอนนี่นั้นเป็นคลาสนักดาบที่ขึ้นชื่อเรื่องความรวดเร็วดังนั้นเขาจึงดูถูกจอมเวทที่ดูอืดอาดอย่างเซนอย่างมาก ที่เขาตัดสินชายหนุ่มว่าอืดอาดเช่นนั้นเป็นเพราะบุคลิกของชายหนุ่มที่แสดงออกมาเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้วที่รอนนี่กล่าววาจารุนแรงกับเซนเช่นนี้เป็นเพราะว่าเซนนั้นมายุ่งกับหญิงสาวที่เขาเล็งเอาไว้อย่างไอรีน

    “หญิงงามเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวด้วยจริงๆ”

    เซนแสดงรอยยิ้มอ่อนๆ ออกมาพร้อมกับส่ายหัว อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดอย่างไรก็ไม่ใช่ความผิดของไอรีน แต่เพียงคำพูดเดียวของรอนนี่นั้นทำให้ทั้งทีมของเขาต่างมองเขาในทางไม่ดี

    “นี่สินะมนุษย์ พวกเขามักจะถูกระบบที่เรียกว่าระบบอำนาจครอบงำเสมอ แม้แต่ตอนนี้ริชจะเป็นหัวหน้าทีมแต่เห็นได้ชัดว่ารอนนี่กลายเป็นคนที่ชักจูงผู้คนได้มากที่สุด…”

    เซนเลือกที่จะไม่สนใจและใส่การปฏิสัมพันธ์ผู้คนในทีมมากนักเพราะถึงอย่างไรในทีมนี้นั้นสุดท้ายเขาอาจจะต้องแยกกันไป เพราะเซนนั้นก็มีเป้าหมายของตนเอง ย้อนกลับไปในหลายวันก่อน…

    เซนได้พบกับมารีนหรือหญิงเพี้ยนอีกครั้ง เธอนั้นได้ยื่นข้อเสนอให้กับเซน

    “หากเจ้าช่วยข้าตามหาสิ่งที่ข้าต้องการในดินแดนแห่งการทดสอบครั้งนี้ ข้าจะมอบสมบัติล้ำค่าให้กับเจ้า เจ้าสนใจหรือไม่?”

    แน่นอนว่ามีหรือที่หญิงสาวกล่าวมาเช่นนั้นแล้วเซนจะไม่สนใจ ชายหนุ่มตอบตกลงทันที ดังนั้นหญิงสาวจึงได้ยื่นแหวนหยกที่ดูใหม่เอี่ยมพร้อมกับกล่าว

    “แหวนนี้เป็นแหวนแจ้งตำแหน่ง มันจะแจ้งตำแหน่งของข้าให้เจ้ารู้ในขณะเดียวกันมันก็จะแจ้งตำแหน่งของเจ้าให้ข้ารู้เช่นกัน มันจะสั่นอย่างรุนแรงเมื่ออีกฝ่ายตกอยู่ในอันตราย…แต่ช่างมันเถอะ! ข้าไม่คิดว่าในดินแดนแห่งการทดสอบนี้จะทำอะไรข้าได้ เมื่อเจ้าเจอกับสิ่งที่ข้าตามหาขอให้เจ้าส่งพลังเวทมนตร์เข้าไปในแหวน และกล่าวคำพูดถึงข้า แหวนจะส่งข้อความเสียงมาหาข้าเอง”