มหาเทพโอสถ

    ตอนที่ 49 การเตรียมการงานประชันโอสถของนาง

    หลังจากกวาดมองหาทั่วทุกแห่งหนแล้ว เย่ฉงเทียนก็ยังหาเย่จื่อเฟิงไม่พบ


    "หุ้ยฉือ พี่ชายเจ้าหายไปไหน? "


    เย่หุ้ยฉือเกาหัวแล้วยิ้มด้วยความเคอะเขิน " ครั้นที่ผู้อาวุโสเสิ่นประกาศผลงานชุมนุมบันไดสวรรค์ เขาก็หยิบกระบี่เมฆาม่วงโบราณแล้วเดินออกไป..."


    "ว่ากระไรนะ!? ออกไปแล้ว? เหตุใดเจ้าถึงไม่หยุดเขาไว้? "เย่ฉงเทียนตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ก็เหมือนก็เป็นเพียงผู้เดียวที่งงคงไม่รู้อะไรเลย


    "เหตุใดข้าถึงไม่หยุดเขาไว้น่ะหรือ? ท่านพี่ก็แค่อยากเอากระบี่ไปอวดนิดอวดนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง เป็นข้าก็จะทําเช่นนั้น"


    เย่ฉงเทียนถอนหายใจแล้วมองไปที่เย่หุ้ยฉือ "เอากระบี่ไปอวด...คิดจริงๆ รึว่าเขาจะเหมือนกับเจ้า? "


    หลังจากพูดเช่นนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อไม่กี่ปีก่อน เขายังให้เย่จื่อเฟิงมองเย่หุ้ยฉือเป็นเยี่ยงอย่างอยู่เลย แล้วยามนี้ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมดเสียแล้ว...


    ....


    "เย่จื่อเฟิง เย่จื่อเฟิง! ไฉนเจ้าต้องรีบเดินขนาดนั้นด้วย? รอข้าด้วย! "


    หลิวปิงเชี่ยนวิ่งตามหลังมาอย่างกระหืดกระหอบ เป็นช่วงเวลาเดียวกับดวงตะวันกําลังลับขอบฟ้า แสงเหลืองนวลสาดกระทบใบหน้าของนางช่างเป็นภาพที่ดูงดงามมาก


    นางได้เฝ้ามองเย่จื่อเฟิงอยู่ตลอดเวลา นางจึงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าเย่จื่อเฟิงเดินออกมา เย่จื่อเฟิงกลับเดินจากมาอย่างเงียบๆ นางเห็นดังนั้นจึงตามเขาออกมาด้วยเช่นกัน


    เย่จื่อเฟิงหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองนาง จนนางวิ่งชนกับเขาเข้าอย่างจัง


    หลิวปิงเชี่ยนตกใจรีบถอยเท้าออกสองสามก้าว "ทําไมนึกอยากจะหยุดก็หยุดเช่นนี้? เห็นหรือไม่ข้าวิ่งชนกับเจ้าเลย! "


    เย่จื่อเฟิงหัวเราะ " ฮ่าๆ เจ้าให้ข้าหยุด ข้าก็ทําแล้ว ไหนเลยเจ้ายังกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของข้าอีกรึ? "


    "ไม่รู้ล่ะ มันเป็นความผิดของเจ้า" หลิวปิงเชี่ยนแสดงสีหน้าดื้อรั้นไม่ยินยอม


    เย่จื่อเฟิงไม่อยากเสียเวลากับนางจึงประสานมือทักทายอย่างเป็นทางการ "การที่แม่นางปิงเชี่ยนอุตส่าห์ดั้นด้นตามข้ามานานขนาดนี้ ข้าไม่คิดว่าแม่นางคงต้องการเพียงแค่เถียงกับข้ากระมัง? "


    "น่ะ...แน่นอน ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเถียงกับเจ้า แต่... ทําไมเจ้าถึงวิ่งเร็วขนาดนี้? เหมือนเจ้ามีเรื่องสําคัญต้องไปทํา"


    เย่จื่อเฟิงยิ้ม "นี่ก็เริ่มมืดค่ำแล้ว ข้าเกรงว่าร้านอาวุธจะปิดเสียก่อน ก็เลยรีบออกมา"


    "เจ้ากําลังไปที่ร้านอาวุธเช่นนั้นหรือ? " หลิวปิงเชี่ยนครุ่นคิดเรื่องนั้นแล้วพยักหน้า ราวกับนางเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ "เช่นนี้นี่เอง เจ้าอยากซื้อฝักกระบี่สินะ? อืม... รอข้าสักครู่ข้ามีของบางอย่างจะมอบให้เจ้า มันใช้เวลาไม่นานหรอก..."


    "แม่นางอยากจะมอบอันใดให้แก่ข้ารึ? " ครั้งนี้กลับเป็นเย่จื่อเฟิงที่ตกตะลึง เขาคิดว่าหลิวปิงเชี่ยนผู้นั้นมาที่นี่เพื่อจัดการกับเขา เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านางจะมาที่นี่เพื่อมอบของบางอย่างให้


    หลิวปิงเชี่ยนหัวเราะคิกคักแล้วหยิบเอาจดหมายปิดผนึกออกมาจากเสื้อ " คิกๆ สิ่งนี้เหมาะกับท่านมาก "


    เย่จื่อเฟิงมองไปยังจดหมายฉบับนี้อย่างสงสัยแล้วเลิกคิ้วขึ้น " หรือว่านี่คือ... "


    "หรือว่าเป็นจดหมายรัก? "


    สิ่งที่เย่จื่อเฟิงคิดออก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น...


    หลิวปิงเชี่ยนอุทานว่า ‘ห๋า’ ใบหน้าแดงแจ๋ ก้มหัวมุดด้วยความเขินอาย


    "พูดอะไรของเจ้า? เปิดอ่านก่อนสิ นี่คือเทียบเชิญต่างหาก" ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายกับใบหน้าแดงระเรื่อ ทําให้นางดูงดงามยิ่งนัก


    "เทียบเชิญ? " เย่จื่อเฟิง ชำเลืองมองไปที่หลิวปิงเชี่ยน แล้วเปิดเทียบเชิญออก สิ่งที่เห็นคือคําว่า หงส์ร่อนมังกรรํา ที่ปรากฏขึ้นมาก่อน


    "อื้มๆ " หลิวปิงเชี่ยนพยักหน้าด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ข้าเห็นว่าเจ้าชอบการปรุงยา ในตอนที่ข้าได้รับเทียบเชิญนี้มา ข้าก็นึกถึงเจ้าเป็นคนแรก และคิดว่าเจ้าจะต้องสนใจมันอย่างแน่นอน ข้าก็เลยเดินตามเพื่อเอามันมาให้เจ้าไง"


    "คําเชิญงานประชันโอสถจากตระกูลมู่หยุนแห่งเมืองเต๋าสวรรค์? มันเป็นเทียบเชิญจากอาจารย์ของเจ้า ผู้เฒ่าปีศาจมู่หยุนผู้นั้นสินะ อีกสิบวันข้างหน้าเช่นนั้นรึ? ช่างกระชั้นชิดยิ่งนัก"


    ครั้งก่อนตอนที่เย่จื่อเฟิงได้พูดคุยกับหลิวปิงเชี่ยน พวกเขาได้คุยกันถึงอาจารย์ของนาง ปีศาจเฒ่าแห่งตระกูลมู่หยุน เขาคือผู้ที่สอนปิงเชี่ยนปรุงยา การที่สามารถเข็นลูกศิษย์ระดับกำเนิดปราณให้กลายเป็นนักปรุงยาระดับแรกเริ่มได้นั้น ชายผู้นี้ถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว


    "ตกลงเจ้าจะไปกับข้าใช่หรือไม่? "


    แววตาของเย่จื่อเฟิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที เหตุผลเดียวที่เขาเข้าร่วมงานชุมนุมบันไดสวรรค์ก็เพื่อนําเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูลเท่านั้น ซึ่งตัวเขาเองไม่ได้สนใจงานนี้มากนัก แต่สําหรับงานประชันโอสถนั้นต่างออกไป เขาเป็นถึงนักปรุงยาปราดเปรื่อง สําหรับเขาแล้วไม่มีอะไรกระตุ้นต่อมความคลั่งไคล้ในโอสถไปมากกว่านี้อีกแล้ว บางทีเขาอาจได้สมุนไพรล้ำค่าเป็นของรางวัลด้วยก็ได้ เทียบเชิญอันนี้จึงมีความหมายกับเขามาก!


    "แม่นางปิงเชี่ยนการแข่งนี้คงไม่เหมาะกับข้า ถึงบนเทียบเชิญนี้ระบุไว้ว่าเชิญสองคน แต่ข้าว่าแม่นางควรจะหาคนอื่นดีกว่า..." แต่เย่จื่อเฟิงกลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวล


    หลิวปิงเชี่ยนหัวเราะเบาๆ " คิกๆ ในเมืองเหลยโจวแห่งนี้ นอกจากเจ้าแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่รู้วิถีแห่งการปรุงยามากกว่าข้าอีกแล้ว ไม่มีตัวเลือกไหนดีไปกว่าเจ้า ดังนั้นพวกเราจะไปในฐานะตัวแทนจากเมืองเหลยโจว"


    "ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปในฐานะนักปรุงยาตัวแทนจากเมืองเหลยโจวสินะ..." เย่จื่อเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าที่ปิงเชี่ยนอยากให้เขาเข้าร่วมงานด้วย เป็นเพราะนางได้เห็นเขาปรุงยาจิตสายฟ้า นางจึงรู้ดีว่าเขาเก่งกาจเพียงใด


    "แต่ว่า...ตระกูลเย่ของข้าเพิ่งจะเอาชนะตระกูลหลิวของเจ้าในงานชุมนุมบันไดสวรรค์ หากข้าไปที่เมืองเต๋าสวรรค์กับเจ้า ข้าเกรงว่าคนในตระกูลเจ้าจะต้องซุบซิบนินทากันเป็นแน่ ดังนั้นข้าคิดว่าข้าไม่ควร... "


    "ผู้ใดสนล่ะว่าพวกนั้นจะนินทาอะไรกัน? ข้าหลิวปิงเชี่ยนไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง นี่คือหนึ่งในหลักการของข้า ต่อให้เป็นท่านพ่อมาพูด ก็ไม่อาจทําให้ข้าเปลี่ยนใจได้ นอกเสียจากเจ้าไม่คิดจะไว้หน้าข้าจึงไม่อยากไป"


    เมื่อเห็นว่านางยังคงยืนกรานคําเดิม หากเขาไม่ไปด้วยก็คงเป็นการเสียมารยาทต่อนาง


    "ก็ได้ข้าสัญญาแล้วกันว่าอีกสิบวัน ข้าจะไปเข้าร่วมงานประชันโอสถที่เมืองเต๋าสวรรค์กับเจ้า"


    "จริงหรือ? เจ้าจะไม่กลับคําแน่นะ? " ใบหน้าของปิงเชี่ยนแดงระเรื่อแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข


    "ข้าพูดแล้วไม่คืนคํา" เย่จื่อเฟิงยืนยันกับนางอีกครั้ง " ถึงแม้ข้าจะตอบตกลง แต่ว่าเจ้าก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากตระกูลก่อน"


    "ข้าคิดวิธีเอาไว้แล้ว" ปิงเชี่ยนตอบกลับอย่างมั่นใจ


    "แล้วก็ ถึงแม้หลังจากเกิดเรื่องเช่นนั้นในงานชุมนุมบันไดสวรรค์ก็ตาม แต่เจ้าก็ยังอุตส่าห์มาเชิญข้าอีก ข้าขอขอบคุณเจ้าจากใจจริง แม่นางปิงเชี่ยน"


    ปิงเชี่ยนยิ้มตอบ " ข้าเคยบอกให้เจ้าเลิกเรียกข้าว่าแม่นางปิงเชี่ยนแล้วมิใช่หรือ เรียกข้าว่าปิงเชี่ยนก็พอ... "


    เย่จื่อเฟิงหัวเราะ " ได้เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าปิงเชี่ยน ข้าจะได้ไม่คิดว่าเจ้ามาจากตระกูลหลิว"


    เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ปิงเชี่ยนก็ทําหน้าถมึงทึง แล้วถอนหายใจออกมา


    ความตึงเครียดระหว่างสองตระกูลที่เกิดขึ้นในอดีต ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากหลังจากที่งานชุมนุมบันไดสวรรค์ได้ผ่านพ้นไป แต่ว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว อีกอย่างปิงเชี่ยนเองก็เป็นคนดี เขาจึงไม่อาจเพิกเฉยต่อนางได้เพียงเพราะเรื่องระหว่างสองตระกูล


    "เอาล่ะ ข้าเสร็จธุระแล้ว ครั้งหน้าที่เราพบกัน เราจะพูดถึงแผนงานประชันโอสถที่กําลังจะมาถึง" ตอนนี้ปิงเชี่ยนรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว นางจึงไม่อยากทําให้เย่จื่อเฟิงเสียเวลาอีก


    เย่จื่อเฟิงมองไปที่นางด้วยความงุนงง "ครั้งหน้าที่เราพบกันเช่นนั้นรึ? ตอนไหน? "


    หลิวปิงเชี่ยนตะโกนออกมาด้วยความร่าเริง "ลืมแล้วหรือไร? ข้าซื้อตัวเจ้าทั้งเดือนเป็นเงิน 100 เหรียญทอง นอกเสียจากเจ้าจะกลับคําพูดตัวเอง"


    "โอ๊ะ... เรื่องนั้น... .ข้ามิกล้าหรอก ข้าไม่มีทางกลับคําอย่างแน่นอน" เย่จื่อเฟิงตกใจ ตอนนั้นเขาต้องการส่วนผสมสําหรับโอสถผูกวิญญาณจริงๆ เมื่อเขาคิดเรื่องนั้นดูอีกทีเขาไม่ควรจะทําอะไรเช่นนั้นอีกในอนาคต


    "เอาล่ะ เมื่อเจ้ามีเวลาก็มาหาข้าที่หอสมบัตินะ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น" ปิงเชี่ยนตอบกลับ


    เย่จื่อเฟิงพยักหน้า "ตกลงข้าสัญญาว่าจะไปหา"


    "อืม เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ข้าว่าป่านนี้ท่านพ่อกับน้องหญิงของข้าคงกําลังตามหาข้าให้ควั่กแล้ว"


    "เวลากลับก็ระวังตัวด้วย! " เย่จื่อเฟิงพูดเตือนนางแล้วเดินตรงไปยังร้านอาวุธ


    หลิวปิงเชี่ยนมองเย่จื่อเฟิงหายเข้าไปในร้านแล้วพึมพํา "ฮึ่ม เจ้าซื่อบื้อ ทําไมถึงได้หัวช้านักนะ! "


    .....


    "เถ้าแก่ฉาง เถ้าแก่ฉางอยู่หรือไม่? " พอเข้ามาเย่จื่อเฟิงก็ร้องเรียกเถ้าแก่


    เย่จื่อเฟิงเปิดประตูร้านอาวุธแล้วส่งเสียงเรียกบรรดาบ้านที่อาศัยอยู่ในย่านการค้า ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า และคนงาน พวกเขาจึงมักไม่ออกไปดูงานชุมนุม


    เย่จื่อเฟิงรีบวิ่งมาที่นี่ทันทีหลังจากงานชุมนุมบันไดสวรรค์จบลง ดังนั้นผู้คนที่นี่จึงไม่มีผู้ใดรู้เรื่องที่ตระกูลเย่กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหลยโจว


    ชื่อจริงของเถ้าแก่ฉางคือฉางอูเฉิง ในตอนที่เขาได้ยินเย่จื่อเฟิงตะโกนเรียก เขาก็เดินออกมาในชุดขาวโดยยังไม่ได้สวมอาภรณ์คลุมทับ


    "นายน้อยขยะแห่งตระกูลเย่ ท่านมาทําอะไรป่านนี้? ไม่เห็นรึไงว่าตะวันตกดินแล้ว? ถ้าท่านอยากจะซื้ออะไร ก็ค่อยกลับมาใหม่ในวันพรุ่งก็แล้วกัน..."


    เย่จื่อเฟิงหยิบเอาถุงทองถุงใหญ่ออกมาจากอกเสื้อ


    "นี่คือหนึ่งร้อยเหรียญทอง แต่ข้าไม่ได้มาเพื่อซื้อของ"


    ฉางอูเฉิงตกใจ "หากเจ้าไม่ได้มาเพื่อซื้อของ เช่นนั้นเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร? ทําไมถึงได้หยิบเงินออกมาตั้งหนึ่งร้อยเหรียญทอง? "


    เย่จื่อเฟิงยิ้มแล้วยกกระบี่เมฆาม่วงโบราณที่กําลังเปล่งแสงขึ้นมาให้ดู


    "ไม่มีอะไรมากหรอก ข้าแค่อยากให้เจ้าช่วยหลอมกระบี่เล่มนี้ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้! "


    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องมหาเทพโอสถ ที่คุณอ่าน