บทที่ 39 แก๊งงูดำ
หลังจากแจ้งรายชื่อเสร็จเฉิงชิงยังได้แจ้งอีกว่าช่วงหนึ่งทุ่มให้มารวมตัวกันที่อาคารกลางด้วยหวังเฟิงคิดว่าคงจะมีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบรอบที่สองแน่นอน
หวังเฟิงกลับมารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมที่ใต้ต้นไม้อีกครั้งแล้วก็บอกกำหนดนัดหมายให้ทุกคนทราบ
“อยากรู้จังเลยว่าการทดสอบรอบที่สองจะเป็นยังไง”เมิ่งซิ่วอิงเท้าคาง ดวงตาล่องลอย จินตนาการว่าจะเจอกับการทดสอบแบบไหนบ้าง
“ถึงฉันจะไม่รู้ว่าการทดสอบจะเป็นแบบไหนแต่คิดว่าคงยากแน่” สวีตงหยางออกความเห็น
“ใช่พวกเราไม่ควรประมาท” หวังเฟิงก็คิดเช่นเดียวกัน “ก่อนอื่นฉันอยากให้พวกเราแบ่งปันเรื่องความสามารถให้สมาชิกทีมรู้ก่อน ขอแค่ที่พอบอกได้ก็พอฉันเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง”หวังเฟิงกวาดมองดวงตาทุกคนหนึ่งครั้งแล้วพูดต่อ “เริ่มจากฉันก่อนระดับการฝึกฝนของฉันอยู่ที่รวบรวมลมปราณขั้นสูง มีการสังเกตที่ดีส่วนพวกเทคโนโลยีฉันไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่”
หวังเฟิงแนะนำแบบถ่อมตัวเองมากแล้วแต่เพื่อนร่วมทีมทุกคนก็ยังตกใจมากอยู่ดี “รวบรวมปราณขั้นสูง” มันเป็นระดับที่สูงมากมากถึงขนาดบางคนไม่อาจเอื้อมถึงแต่หวังเฟิงกลับสามารถอยู่ในระดับนี้ได้ด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบปีไม่สิสิบเก้าปีด้วยซ้ำ
“นอกจากหล่อแล้วหัวหน้าทีมของเรายังเป็นอัจฉริยะด้วย !”เมิ่งซิ่วอิงอยากจะกรีดร้องดัง ๆ เลยนะ
“ใครว่าแค่อัจฉริยะล่ะนี่มันอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะชัด ๆ” สวีตงหยางพูดสมทบไม่คิดเลยว่าหวังเฟิงจะมีฝีมือขนาดนี้
ส่วนเจิ้งหมิงกลับหรี่ตาหันไปทางต้าเป่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายยอมเรียกหวังเฟิงว่าลูกพี่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำขนาดนี้
“ฮ่าๆ ลูกพี่ของต้าเป่า จะธรรมดาได้ยังไง ?”ต้าเป่าหัวเราะชอบใจ ถึงก่อนหน้านี้จะคาดเดาไว้บ้างถึงระดับพลังของหวังเฟิงแต่พอได้รับการยืนยันจริง ๆ เขาก็ยังดีใจมากอยู่ดี นี่มันระดับขาใหญ่เชียวนะ
“หยุดยอฉันได้แล้วตาพวกนายบ้าง” หวังเฟิงยกมือขึ้น พยายามห้ามปรามอารมณ์ของทุกคนนี่ถ้าเกิดเขาบอกระดับพลังที่แท้จริงของตัวเองออกไป ไม่รู้พวกเขาจะแสดงปฏิกิริยายังไงออกมา
ต้าเป่าบอกความสามารถของตัวเองเป็นคนที่สอง ตามด้วยเจิ้งหมิง เมิ่งซิ่วอิง และสวีตงหยางในบรรดาทั้งสี่คนนี้ ต้าเป่า กับเจิ้งหมิง มีฝีมือพอ ๆ กัน อยู่ในระดับรวบรวมปราณขั้นต้นด้านเมิ่งซิ่วอิงอยู่ในระดับกำลังภายนอกขั้นท้าย สุดท้ายสวีตงหยางอยู่ในระดับกำลังภายนอกขั้นกลาง
ถึงพวกเขาทั้งสองคนจะฝีมือยังไม่ถึงขั้นรวบรวมปราณแต่ก็มีความสามารถพิเศษคนหนึ่งเก่งด้านการสะกดรอย อีกคนเก่งด้านคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีถือว่าสมแล้วที่จะถูกจัดให้อยู่หน่วยสนับสนุน
“ดี! ตอนนี้ถือว่าพวกเราเป็นทีมเดียวกันโดยสมบูรณ์แล้วฝากตัวด้วยนะ”
“ฝากตัวด้วยหัวหน้า/ ลูกพี่” ทั้งสี่พูดพร้อมกัน
จากนั้นทุกคนก็อยู่คุยเล่นกันอีกพักหนึ่งเพื่อทำความคุ้นเคยก่อนจะแยกย้ายกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง พอถึงช่วงเย็นก่อนทุ่มตรง ทุกคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งไม่ใช่แค่กลุ่มของหวังเฟิง แต่กลุ่มอื่น ๆ ก็ดูเหมือนจะนัดเวลาไปยังอาคารกลางในเวลานี้เช่นกัน
ที่หน้าทางเข้าอาคารกลางมีทหารหน่วยพยัคฆ์คอยนำทางตลอด ทั้งยี่สิบสองคนถูกพาตัวมารวมอยู่ในห้องประชุมขนาดย่อยแห่งหนึ่งในห้องนี้มีโต๊ะยาวพิเศษวางซ้อนกันสี่แถว แถวหนึ่งสามารถนั่งได้สิบสองคน ด้านหน้าสุดมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กำลังแสดงโลโก้ของหน่วยพยัคฆ์อยู่
พอถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรงเฉิงชิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือแท็บเล็ตลายทหารเครื่องหนึ่งในมือด้านหลังยังมีหทารหน่วยพยัคฆ์เดินตามมาอีกสี่คน
“การทดสอบรอบที่สองจะเป็นภารกิจภาคสนามปัจจัยเสี่ยงมีเยอะกว่าการทดสอบรอบแรก ยังคงเป็นคำพูดเดิม ใครคิดจะถอยตอนนี้สามารถลุกไปได้เลย”
มาถึงขั้นนี้แน่นอนว่าไม่มีใครถอยอยู่แล้ว!
“ดีแล้วที่ไม่มีใครถอนตัว ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องลำบากมาจัดทีมใหม่ในการทดสอบรอบที่สอง แต่ละทีมจะได้ภารกิจไปทำไม่เหมือนกันสมาชิกในทีมต้องอาศัยความสามารถของตัวเองในการทำภารกิจให้สำเร็จ ห้ามขอความช่วยเหลือจากปัจจัยภายนอกโดยเด็ดขาดหากตรวจพบปรับตกทันที”
เฉิงชิงกวาดสายตาดุดันไปทั่วทั้งห้องแล้วพูดต่อ “ทุกทีมสามารถร้องขอการสนับสนุนจากหน่วยพยัคฆ์ได้สามอย่างเช่นข้อมูล พาหนะ อุปกรณ์ ลิสต์รายการที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ขอให้ศึกษาเอาจากอุปกรณ์ที่ทางหน่วยจะแจกให้หลังจากนี้และมีสิ่งหนึ่งที่พวกเธอต้องรู้ไว้ การประเมิณ การให้คะแนนของหน่วยพยัคฆ์เป็นไปอย่างยุติธรรมขอให้พวกเธอทุกคนโชคดี”
“ทีมของมู่ไป๋ลุกขึ้นมา” ทหารหน่วยพยัคฆ์คนหนึ่งพูดขึ้น
พอได้ยินคำสั่งทีมของมู่ไป๋ก็ลุกขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน จำนวนสมาชิกทีมของมู่ไป๋มีจำนวนห้าคนเท่ากับทีมของหวังเฟิง พอมู่ไป๋เดินไปถึงตรงหน้าทหารคนนั้น เขาก็ได้รับคอมพิวเตอร์มาหนึ่งเครื่องพร้อมกับเงินสดจำนวนหนึ่งหมื่นหยวน รับของมาเสร็จแล้วทีมของมู่ไป๋ก็ถูกสั่งให้ออกจากห้องไป
พอถึงทีมของหวังเฟิง เขาก็ได้ของเหมือนกันกับทีมของมู่ไป๋ทุกอย่าง คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องและเงินสดหนึ่งหมื่นหยวน
หวังเฟิงพาทุกคนไปนั่งบริเวณม้านั่งแถวสนามพร้อมกับส่งคอมพิวเตอร์ให้กับสวีตงหยางเป็นคนจัดการ “ในบรรดาพวกเรานายเก่งเรื่องนี้ที่สุดงั้นคอมฯ เครื่องนี้นายจัดการ”
สวีตงหยางพยักหน้าพอรับคอมพิวเตอร์มาจากหวังเฟิงก็เปิดเครื่องขึ้นมาทันที สายตาของทั้งห้าคนต่างจ้องอยู่บนจอคอมพิวเตอร์เป็นจุดเดียว
หลังจากเครื่องโหลดระบบปฏิบัติการเสร็จสิ้นยังไม่ทันเข้าสู่หน้าหลักก็มีหน้าต่างป๊อปอัปเด้งขึ้นมา บนหน้าต่างนั้นแสดงข้อความด้วยตัวอักษรใหญ่สีดำสนิทว่า[ภารกิจกวาดล้างแก๊งงูดำ]