เฟียสนั่งชมการต่อสู้ของฟ็อกซ์กับมิโนทอร์บนต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ พลางกัดกินผลไม้ในมือซึ่งไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน โดยไม่มีทีท่าเป็นกังวลกับการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
ส่วนลูเคียที่สัมผัสได้ถึงพลังของฟ็อกซ์ที่เริ่มเพิ่มทวีมากขึ้นเรื่อยๆ พลางก้มมองแหวนที่นิ้วของเธอทันที เพราะมันเป็นแหวนแรงโน้มถ่วงแบบเดียวกันกับของฟ็อกซ์ ต่างกันเพียงแค่ที่นิ้วของเธอมีเพียงห้าวงเท่านั้น หลังจบศึกดันเจี้ยนเมื่อสองปีก่อน พวกเขาต่างก็ใส่แหวนแรงโน้มถ่วงพร้อมกับฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อมาพิชิตดันเจี้ยนพระเจ้า
ทว่าเพียงแค่อสูรชั้นแรกก็เทียบเท่าได้กับบอสชั้นที่ 100 ของดันเจี้ยนทั่วไป ทำเอาอดคิดไม่ได้ว่าการจะลงไปชั้นที่ลึกกว่านี้ โอกาสการรอดชีวิตนั้นมีมากน้อยแค่ไหนกัน ลูเคียรู้สึกแปลกๆ กับมิโนทอร์ตัวนี้มากเพราะมันแตกต่างจากอสูรในป่ารอบๆ อย่างมาก ราวกับนี่ไม่ใช่ที่อยู่ของมัน
"อาจารย์หญิงท่านคลายผนึกแรงโน้มถ่วงให้ฟ็อกซ์ หรือว่ามิโนทอร์ตัวนั้นแข็งแกร่งมากหรือคะ!?"
"สำหรับพวกเจ้าคงพอที่จะเรียกว่าเป็นอสูรที่ไม่อาจเอาชนะได้ในเวลานี้"
"มิโนทอร์ตัวนั้นเลเวลเท่าไหร่คะอาจารย์หญิง ทำไมศิษย์ถึงตรวจสอบไม่ได้"
"ถ้าดูจากพลังที่ไม่เป็นระเบียบของมัน น่าจะพึ่งขึ้นเลเวล 9 มาได้ไม่นานนี่ล่ะ"
"แล้วแบบนี้.........."
"อย่าห่วงไปข้าไม่ปล่อยเจ้านั่นตายหรอก"
"โอกาสชนะล่ะคะ!?"
"ศูนย์เปอร์เซ็นต์!!" คำตอบของเฟียสทำเอาลูเคียถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ทันที พลางมองไปทางฟ็อกซ์ที่กำลังต่อสู้ด้วยแววตาที่สงสารและเป็นห่วง
กลับมาด้านฟ็อกซ์ที่จู่ๆ ร่างกายเริ่มรู้สึกเบาหวิว กับพละกำลังมหาศาลที่พรั่งพรูออกมา เขารีบดีดตัวพุ่งเข้าโจมตีมิโนทอร์อย่างรวดเร็ว แต่เพราะยังไม่คุ้นเคยกับพลังและสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป
"ตู้มมมมม!!!!"
ในจังหวะที่ฟ็อกซ์พุ่งโจมตีด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น ทว่านอกจากมิโนทอร์จะมองตามความเร็วนั่นทันแล้ว ยังอาศัยการเอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ฟ็อกซ์พุ่งเลยเป้าหมายไปชนเข้ากับต้นไม้หลายสิบต้น ส่วนเฟียสได้แต่ส่ายหน้าในความอ่อนประสบการณ์ของฟ็อกซ์
เมื่อฝุ่นควันจางลงก็ปรากฏร่างของฟ็อกซ์เดินออกมาอย่างสงบ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กระทั่งคู่ต่อสู้อย่างมิโนทอร์ที่เดิมทีไม่สนใจมนุษย์ที่อ่อนแอ ยังยกยิ้มขึ้นอย่างถูกอกถูกใจราวกับจะมีเรื่องเรื่องสนุกเกิดขึ้น ฉับพลันนั้นเองร่างของฟ็อกซ์ก็หายไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม
มีดคู่ในมือทั้งสองเล่มของฟ็อกซ์ตวัดผ่านคอของมิโนทอร์อย่างรวดเร็ว ทว่ามิโนทอร์กลับมิได้หวาดเกรงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังยืนนิ่งให้ฟันคออย่างหน้าตาเฉย และสิ่งที่ทำให้ฟ็อกซ์ถึงกับเคร่งเครียดก็คือมีดคู่ในมือทั้งสองเล่มไม่อาจตัดผ่านเนื้อของมิโนทอร์ได้ ทั้งยังแตกหักไปในทันทีอีกด้วย ก่อนจะรีบดีดตัวถอยหลังกลับไปตั้งหลัก
"เลิกเล่นไร้สาระได้แล้วเจ้ามนุษย์ที่แสนอ่อนแอ ในเมื่อมีพลังกายที่สูงขนาดนั้นก็ช่วยทำให้ข้าสนุกหน่อยก็แล้วกัน"
สิ้นเสียงมิโนทอร์มันหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พลันปรากฏอยู่เบื้องหน้าของฟ็อกซ์ในเสี้ยวพริบตา หมัดขวาที่ปล่อยออกไปในระยะกระชั้นชิด ทำให้ฟ็อกซ์ไม่อาจหลบได้จึงต้องยกแขนขึ้นมากำบัง และสวนหมัดขวาของเขากลับไปอย่างเต็มแรง ทว่าเป็นฟ็อกซ์ที่ลอยกระเด็นไปนับร้อยก้าวอย่างรุนแรง ผิดกับมิโนทอร์ที่ยืนรับหมัดนิ่งอยู่กับที่
"โอ้ว!! ทักษะต่อสู้กับปฏิกริยาตอบสนองถือว่าใช้ได้ น่าเสียดายดันเป็นพวกเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ"
คำเอ่ยอย่างดูถูกของมิโนทอร์ล้วนไม่มีผลกับใดใดกับฟ็อกซ์ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบอยู่เสมอ ทว่าภายในจิตใจของเขากลับพูดคุยผ่านจิตกับเฟียส
"ยัยปีศาจ ไอ้วัวปากเสียนี่แต่เดิมทีไม่ได้อยู่ที่ชั้นนี้ใช่ไหม"
"ใช้ได้เหมือนกันนิ จริงๆ แล้วเจ้าวัวน้อยนี่เป็นองค์รักษ์ที่เฝ้าห้องบอสชั้นที่ 8 น่ะ"
"แล้วเธอรับภารกิจที่พวกเราทำไม่ได้มาทำไมกัน!!"
"เฮ้ออ ขืนรอเจ้าไล่ระดับเหมือนคนอื่นๆ คงต้องรออีกหลายสิบปีกว่าจะผ่านชั้น 10 ไปได้ ฉะนั้นการสู้ข้ามระดับเป็นตัวเลือกที่ดีและเร็วที่สุด หากเจ้ายอมแพ้ก็บอกมาเดี๋ยวข้าไปจัดการมันให้ แล้วไปหาภารกิจอ่อนๆ ให้เจ้าทำเพื่อฆ่าเวลาเล่นดีป่ะ"
เฟียสจงใจใช้คำพูดดูถูกเพื่อกระตุ้นฟ็อกซ์และมันก็ได้ผลดีมากอีกด้วย เพราะในเวลานี้ฟ็อกซ์เปลี่ยนสายตาที่เคยจริงจัง เป็นสายตาที่เย็นเยียบพร้อมต่อสู้แบบแลกชีวิตเพื่อสังหาร ความน่ากลัวของฟ็อกซ์คือเมื่ออยู่ในโหมดนี้หากศัตรูไม่ตายก็ต้องเป็นเขาตายถึงจะจบการต่อสู้ เช่นเดียวกับที่เคยเจอกับแม่ทัพอสูรที่เขาต่อสู้แลกชีวิต ทว่าครั้งนั้นยังโชคดีที่ผู้ดูแลมาสมทบและช่วยเหลือทัน
ส่วนมิโนทอร์ที่ดูมนุษย์ตรงหน้าไม่สนใจในคำพูดของมัน ถึงกับเริ่มโกรธขึ้นมาไม่น้อยพลางพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ฟ็อกซ์เองก็พุ่งเข้าโจมตีสวนพร้อมกัน ทว่าเพียงแค่การปะทะกันของพลังกายกับการออกหมัด กลับทำให้พื้นที่รอบๆ เริ่มแตกร้าว ความรุนแรงของมันทำเอาพื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว
แม้ว่าจะดูเหมือนกับว่าฟ็อกซ์นั้นเหนือกว่าได้เป็นฝ่ายที่โจมตีโดนตลอด ทว่าในความเป็นจริงแล้วกลับกลายเป็นฟ็อกซ์ที่บาดเจ็บหนักสุด เพราะถึงโจมตีโดนแต่ร่างของมิโนทอร์แข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้าเสียอีก ทำให้ทุกครั้งที่เขาโจมตีโดนเป็นตัวเขาเองที่ต้องถึงกับชาไปทั้งแขน และการรับการโจมตีของมิโนทอร์แม้ว่าเขาจะป้องกันได้ แต่มันทรงพลังเกินกว่าร่างกายของฟ็อกซ์จะรับไหว จนในที่สุดเป็นฟ็อกซ์ที่เริ่มหมดแรงก่อนทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง จึงพลาดโดนหมัดขวาเข้าที่กลางอกเต็มๆ
"ตู้มมม!!!!"
ฟ็อกซ์ถึงกับกระอักเลือดออกมา แม้ว่าเขาจะผนึกธาตุดินกับธาตุน้ำแข็งเพื่อป้องกัน แต่ว่าหมัดของมิโนทอร์กลับโจมตีทะลุผ่านการป้องกันของเขาได้อย่างง่ายดาย ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับนอนหอบหายใจรวยรินจากอาการบาดเจ็บ ลูเคียที่เฝ้าระวังอยู่บนต้นไม้เตรียมจะพุ่งทะยานเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ ทว่ากลับถูกเสียงของเฟียสเหนี่ยวรั้งเอาไว้ ทำให้เธอไม่อาจขัดคำสั่งของอาจารย์หญิงได้
มิโนทอร์เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของฟ็อกซ์ พลางใช้เท้าเหยียบกระทืบไปกลางอกของฟ็อกซ์ ทำเอาเขาถึงกับต้องกระอักเลือดมาอีกครั้ง และครั้งนี้มีกระดูกซี่โครงอย่างน้อยเจ็ดแปดซี่หักลง แม้ความเจ็บปวดที่ได้รับจะแสนสาหัส แต่กลับไร้ซึ่งเสียงร้องโอดครวญของฟ็อกซ์ หรือจะบอกว่าเขาเคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อนแล้วก็ไม่ผิดนัก อาจพูดได้ว่าแค่ซี่โครงหักเจ็ดแปดซี่ถือว่าชิวมากสำหรับฟ็อกซ์ที่เคยผ่านการถูกทรมาณจากเฟียสมา
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามนุษย์ที่แสนอ่อนแอหากคุกเข่าขอร้อง ข้าอาจจะให้เจ้ามีชีวิตรอดก็ได้นะ" เสียงของมิโนทอร์เอ่ยอย่างดูแคลน ทว่าฟ็อกซ์ก็ยังไร้ซึ่งการตอบโต้ตามเดิม พลางเมินหน้าอย่างไม่สนใจเจ้ามิโนทอร์ ทำเอามันถึงกับโกรธถึงขีดสุด และหมายจะกระทืบให้ตายในทีเดียว
"!!!!?"
ทว่าฟ็อกซ์เองก็ใช้มนตราดีดตัวออกจากการโดนกระทืบได้ แม้ร่างกายของเขาจะบาดเจ็บอย่างหนักจนแทบขยับเขยือนไม่ได้ แต่พลังมานาของเขายังเต็มเปี่ยม หากพูดง่ายๆ ก็คือมนตรารูปแบบพิเศษที่เขาคิดขึ้นมาโดยเฉพาะ หรือก็คือมนตราที่ใช้พลังมานาผ่านความคิดของเขา ซึ่งสามารถควบคุมร่างกายของตนเป็นเหมือนหุ่นเชิดได้ ส่วนเหตุผลที่คิดค้นรูปแบบมนตรานี่มาก็เพราะว่า
ก่อนหน้านี้เฟียสได้ให้เขาฝึกแต่พลังกายเพียงอย่างเดียว ช่วงแรกๆ แค่ครึ่งวันก็หมดสภาพจนขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ แต่พลังมานาภายในร่างของเขากลับเต็มเปี่ยม ทว่ามนตรารักษาของเฟียสมันไม่ได้ช่วยฟื้นฟูร่างกายของเขา จึงต้องพักฟื้นร่างกายหลายชั่วโมง เขาจึงคิดว่ามันเสียเวลาในการเพิ่มระดับไปโดยเปล่าประโยชน์ เลยคิดค้นรูปแบบทักษะนี้ขึ้นมาในระหว่างที่พักฟื้นร่างกายเพื่อออกล่าต่อ
นอกเหนือไปจากนั้นรูปแบบพิเศษนี้ยังใช้กรณีฉุกเฉินอีกอย่างด้วย เช่นหากบาดเจ็บจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการขยับร่างกาย ขอเพียงมีพลังมานาหลงเหลือก็สามารถใช้มันเพื่อพาร่างของเขาหลบหนี
ฟ็อกซ์มองไปยังมิโนทอร์ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเริ่มเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก"ไอ้วัวน้อยวันนี้ข้าสู้เจ้าไม่ได้ พรุ่งนี้ข้าจะมาแก้มือใหม่!!"
"หึ!! คิดว่าจะหนีข้าพ้นรึไง"
ทว่ามิโนทอร์กลับพูดตอกกลับไปอย่างโอ้อวด ฉับพลันนั้นเองแววตาของมันถึงกับเปลี่ยนไปในทันที เพราะมนุษย์ที่บาดเจ็บสาหัสกำลังจะตาย กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในเสี้ยวพริบตา มันรีบเปิดสัมผัสเพื่อค้นหาโดยรอบทันที แต่กลับไม่พบร่องรอยใดใดตกค้างหลงเหลือเลย ราวกับว่าจู่ๆ ก็ถูกลบหายไปซะอย่างนั้น ทำเอาเจ้ามิโนทอร์ถึงกับตกตะลึงไปไม่น้อย เพราะมันไม่รู้จักเกี่ยวกับศาสตร์มนตราแม้แต่น้อย
ส่วนฟ็อกซ์ใช้มนตราวาร์ปกลับไปที่ห้องพักภายในเมืองเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่เข้ามาที่ดันเจี้ยนพระเจ้าเขาได้ทำการเลือกจุดวาร์ปที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อหนีเอาตัวรอดในยามคับขัน หากมนุษย์ทุกคนต้องต่อสู้จนตัวตายเสมอ ป่านนี้คงสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปหมดแล้ว สิ่งที่มนุษย์เก่งที่สุดก็คือการเอาตัวรอดนั่นเอง เมื่อฟ็อกซ์กลับมาถึงห้องก็พาร่างกายที่แสนสาหัสของเขาไปนอนพัก ไม่นานนักเฟียสกับลูเคียก็ตามกลับมา และก็ไม่พ้นเฟียสที่ต้องเป็นคนรักษาให้เหมือนเดิม