ณ พิภพหยุนเมื่อเฟยหรงและเฟยเทียนได้จากไปแล้ว หยุนฮ่าวรีบประชุดครั้งใหญ่ในทันที เพราะอยากรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมผู้ทรงพลังระดับมหเทวะกับชายหนุ่มปริศนาทั้งสองคนถึงได้มาถล่มพวกเขาซะเละขนาดนี้ ทั้งยังคำพูดปริศนาที่เฟยหรงทิ้งเอาไว้มันทำให้เขารู้สึกค้างคาใจเป็นอย่างมาก
"พวกเจ้ามีอะไรจะสารภาพไหม!!"น้ำเสียงที่เรียบเฉยและทรงพลังดังขึ้นหยุนฮ่าวที่ตอนนี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยพันแผลนั่งลงพร้อมกับมองไปทางเหล่าผู้อาวุโสูอย่างคาดคั้นหาคำตอบ เมื่อถูกกดดันมากๆเข้าพวกเขาล้วนแต่ร้อนรนกันจนนั่งไม่ติดในที่สุด พวกมันก็ลุกขึ้นและพากันมานั่งคุกเข่าลงด้านหน้าของหยุนฮ่าวก่อนที่พวกมันจะกล่าวสารภาพด้วยท่าทีร้อนรน
"ท่านประมุข โปรดเมตตาด้วยทั้งหมดเป็นความคิดของผู้อาวุโสใหญ่ ในตอนที่ท่านปิดด่านไปสามร้อยปีนั้นคุณหนูนางมีสามีและลูกอยู่ด้านนอกและพากลับมายังตระกูล ในตอนนั้นผู้อาวุโสใหญ่ชักจูงพวกข้าและบอกว่าพวกเขาไม่คู่ควรกับสายเลือดของพวกเราดังนั้นเขาจึงวางแผนเพื่อที่จะประหารชายคนนั้น ทั้งยังดึงรากปราณของเด็กทารกน้อยด้วย"
"ประหาร!! ดึงรากปราณ!!"หยุนอู่หลิงอุทานมือกุมไปที่หน้าอกแล้วทรุดตัวลงกับพื้น มิน่าทำไมบรรยากาศรอบๆตัวของบุตรชายนางถึงเต็มไปด้วยความเกียจชัง ในที่สุดนางก็เข้าใจและไม่คิดไม่ฝัน เหล่าผู้อาวุโสพวกนี้เมื่อตอนนางยังวัยเยาว์พวกเขาช่างดูเป็นมิตรและสนิทชิดชเื้อจนเรียกหาพวกเขาว่าท่านปู่เกือบทุกคน ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าพวกเขาจะทำกับสามีและลูกชายของเขาได้ลงคอ
"ในตอนที่กำลังจะประหารนั้นจู่ๆก็มีชายชรามาช่วยพวกเขาไปและจากนั้นพวกเขาก็หายไปไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย ดังนั้นผู้อาวุโสใหญ่จึงนัดแนะกับพวกเราว่าหากคุณหนูมาถามให้บอกไปว่า ชายคนนั้นและลูกชายตายไปแล้วขอรับ ในตอนนั้นพวกข้าเห็นว่ามันไม่คู่ควรจริงๆจึงลงมือกระทำไป รู้ตัวอีกทีพวกเราก็หันหลังกลับไม่ได้แล้ว"
"ประหาร!! ดึงรากปราณ!! นี่คือสิ่งที่ผู้อาวุโสทุกคนที่ข้ารักดุจคนในครอบครัวมอบให้แก่ข้า ดี! ดีมาก!! ในตอนนั้นข้าเชื่อท่านทุกคนสุดหัวใจโดยไม่ลังเล ไม่เคยคิดแม้แต่เคลือบแคลงสงสัย เพราะไม่คิดว่าพวกท่านจะทำกับสามีและบุตรชายของข้าได้ลงคอ!!"หยุนอู่หลิงระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้ หยุนฮ่าวและภรรยาถึงกับมองไปที่นางเป็นสายตาเดียว แต่เดิมนางเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อยและอ่อนหวานสำรวมในกิริยาอาการ พวกเขาไม่เคยคาดฝันเลยว่าจะมีวันที่นางจะระเบิดอารมณ์ออกมาเช่นนี้
"หลิงเอ๋อ เรื่องนั้นหมดนั้นเป็นความจริงหรือ?"หยุนเซียนผู้เป็นมารดากล่าวขึ้น แน่นอนนางปรารถนาหลานมาโดยตลอดแต่ดูเหมือนตอนนี้ความหวังนั้นจะแหลกสลายไปเสียแล้ว เนื่องจากการกระทำของเหล่าผู้อาวุโสพวกนี้
"เหอะๆนี่ข้าเฝ้าเลี้ยงดูคนที่ทำร้ายหลานของตัวเองหรือนี่ช่างอัปยศยิ่งนัก"หยุนฮ่าวรู้สึกเย้ยหยันในการกระทำของตนเอง เมื่อเขาออกจากการปิดด่านออกมา และเห็นหยุนเฉียนมีพรสวรรค์ล้ำเลิศจึงยกมันขึ้นมาเป็นศิษย์สืบทอด นี่คือความอัปยศอย่างแท้จริงไม่มีสิ่งอื่นใดมาแทนได้ ครั้นจะไปขอโทษอีกฝ่ายเห็นทีว่าคงจะสายไปเสียแล้ว น้ำเสียงอันเหมือนเฉยและเย็นชาของหลานชายที่ทิ้งไว้นั้น สั่นสะท้านหัวใจของชายผู้แข็งแกร่งดุจเขาเขาอย่างเขายิ่งนัก
"พวกเจ้ารู้ตัวดีว่าควรทำเช่นไรอย่าให้ข้าต้องเอ๋ยเลย"หยุนฮ่าวกล่าว การกระทำเช่นนี้เหมือนกับว่าไม่เห็นผู้นำตระกูลในสายตาครั้นยังชักนำภัยร้ายมาสู่ตระกูล นี่คือเรื่องร้ายแรงที่ไม่สามารถให้อภัยได้แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังคงเป็นกำลังให้ตระกูล หากขาดพวกมันไปตระกูลหยุนจะถูกโจมตีจากหลายฝ่ายเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่อาจฆ่าให้พวกมันตายตกได้
"ท่านประมูขโปรดเมตตาด้วย!! ท่านประมุขโปรดเมตตา"น้ำเสียงโหยหวนของเหล่าผู้อาวุโสดังขึ้นมาสิ่งที่พวกมันต้องพบเจอคือการผนึกพลังและทนต่อสายวายุคลั่งนับร้อยสาย แม้ร่างกายอาจจะไม่ตายตกแต่ก็ต้องทนทรมานไปกับความเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส ที่แม้แต่จักรพรรดิเทวะยังไม่อาจทนได้ นี่คือทนทัณฑ์ใหญ่ที่พวกมันสมควรได้รับ
"พวกเจ้าร้องขอความเมตตา??หากเอาความจริงมากล่าว โทษของพวกเจ้านั้นสมควรตายด้วยซ้ำ นี่เห็นแก่คุณงามความดีที่พวกเจ้าสังสมกันมาข้าจึงลดโทษให้แล้ว ดังนั้นในระหว่างได้รับโทษข้าหวังว่าวายุคลั่งเหล่านั้นจะทำให้พวกเจ้าคิดได้ว่าอะไรสมควรทำหรือไม่สมควร"หยุนฮ่าวกล่าวคำขาดเหล่าผู้อาวุโสถึงกับหน้าซีดเผือด แต่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม แม้สำหรับพวกเขาการตายยังดีซะกว่าการรับโทษทัณฑ์ในครั้งนี้ แต่ในใจก็ยังคงมีความรักและผูกพันธ์กับตระกูลหยุนไม่เสื่อมคลายเพราะมันคือตระกูลที่พวกเขาอยู่มานับหมื่นปี เวลานี้ได้แต่โทษตัวเองว่าช่างโง่เง่าที่ในร้อยปีก่อนนั้นได้เลือกทำในสิ่งที่ผิดพลาดลงไป
"ละ แล้วข้าจะทำอย่างไรดี"หยุนอู่หลิงทรุดตัวลงอีกครั้ง ความอ่อนแอเกิดขึ้นในใจของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ในเวลานี้แทบจะไม่มีหน้าพอที่จะพบอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยซ้ำ หากนางไม่พาเฟยหงกลับมาที่ตระกูลและตัดสินใจปิดด่านเรื่องเช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
"หลิงเอ๋อ ลูกไม่ต้องกังวลไปพวกเราต้องหาทางออกให้กับเรื่องนี้ได้แน่ ลูกเชื่อแม่สิ"หยุนเซียนนั่งลงโอบกอดลูกสาวและกล่าวปลอบประโลม แน่นอนนางย่อมเข้าใจการกระทำของเฟยเทียนและเฟยหรง หากเป็นนางเมื่อมีคนทำให้บิดาต้องเจ็บช้ำน้ำใจและทำร้ายตัวเขาเองแม้แต่นางก็ไม่อาจปล่อยไว้ได้เช่นกัน
"ท่านแม่ แต่ท่านไม่เห็นสายตาที่ลูกมองข้าหรือเจ้าคะ สายตานั้นทั้งทิ่มแทงและเย็นชา ข้าจะสู้หน้าเขาได้อย่างไร"นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือทั้งหยุนเซียนและหยุนฮ่าวต่างพากันถอนหายใจ ดูการปัญหาครั้งนี้จะไม่ง่ายดายอย่างที่คิดเสียแล้ว
"งั้นเอาเช่นนี้เป็นไง ลูกก็ออกไปดูพวกเขาอยู่ห่างๆดีไหม ทักษะซ่อนเงาในเมฆาของตระกูลเราก็ใช่ว่าจะอ่อนด้อยถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางจับได้ แม้จะไม่ได้รับการให้อภัยในวันนี้แต่การได้เห็นหน้าพวกเขาทุกวันมันก็ดีไม่น้อยไม่ใช่หรือ"หยุนฮ่าวเสนอความคิด ทักษะซ่อนเงาในเมฆาของตระกูลหยุนขึ้นชื่อเรื่องความว่องไวเป็นที่สุด หากไม่เป็นเช่นนั้นในชั่วพริบตาที่หอกเปลวเพลิงของเฟยหรงจู่โจมพวกผู้อาวุโสเขาจะสลัดหลุดจากจักรพรรดิมังกรและพยัคฆ์สวรรค์สามเนตรได้อย่างไร หากใช้ทักษะนี้ผู้ใช้จะสามารถกลบพลังปราณให้หายไปกับสายลมได้ถือว่าเป็นวิชาสายสอดแนมที่ยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียว
หยุนอู่หลิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยนางปาดน้ำตาพร้อมกับพุ่งทะยานออกไปในที่สุด ด้วยท่าร่างที่งดงาม พริ้มไหว และรวดเร็วเพียงสิบลมหายใจนางก็มาออกมาถึงหน้าประตูของพิภพหยุนในที่สุด
"ท่านพี่ ท่านว่าพวกเขาจะปรับความเข้าใจกันได้ไหม"หยุนเซียนกล่าวถาม ในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวั่นใจ
"เห้อ หากจะให้พูดแล้วพวกเขาไม่ได้โกรธหลิงเอ๋อ แต่มาเพื่อชำระแค้นกับตระกูลหยุนมากกว่า ในช่วงเวลานั้นหากสัตว์เทพมหาเทวะทั้งสองลงมือพร้อมกันอีกครั้งข้าไม่อาจที่จะต้านทานได้และอาจจะจบลงที่ตระกูลล่มสลาย แต่พวกเขาไม่ทำเช่นนั้นเขาเพียงดึงรากปราณและฆ่าผู้อาวุโสใหญ่ที่เป็นต้นเหตุเท่านั้นและจากไป นั่นหมายความว่าพวกเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดกับตระกูลหยุนของเราแล้ว"
"แล้วถ้าเป็นแบบนั้น........."
"เซียนเอ๋อ! ไม่จำเป็นต้องกังวลไป แม้พวกเขาจะไม่มีความรู้สึกใดๆกับตระกูลหยุนอีกแล้วแต่สายใยของแม่ลูกไม่มีทางเสื่อมคลาย เจ้าสังเกตุหรือไม่ในตอนที่เด็กคนนั้นประกาศคำพูดสุดท้ายออกมาแม้แต่เขายังไม่สามารถสะกดกลั้นน้ำตาและความรู้สึกของเขาได้ นั่นหมายความว่าในใจของเขาก็โหยหาหลิงเอ๋ออยู่ไม่ใช่น้อย แม้ตระกูลหยุนจะไร้ซึ่งวาสนาแต่ก็ไม่ใช่ว่าหลิงเอ๋อจะไร้วาสนาตามไปด้วย"
"เห้อ ต้องโทษพวกเราเองที่ไม่ดูแลตระกูลให้ดี"หยุนเซียนถอนหายใจ
"บางทีเด็กคนนั้นอาจจะพูดถูก ปิดด่านมากไปอาจจะกลายเป็นคนโง่เขลาไม่ทันโลก ลูกหลานคนนี้ช่างเป็นคนที่พิเศษจริงๆ"หยุนฮ่าวมองไปบนฟ้า เขาอดนึกถึงท่าทีที่ห้าวหาญของเฟยหรงที่ต่อกรกับคนที่มีระดับเหนือกว่าไม่ได้ แม้ว่าตระกูลหยุนจะไม่ได้รับการให้อภัยจากพวกเขาแต่มันก็อดไม่ได้ที่หยุนฮ่าวจะภาคภูมิใจในตัวของลูกหลาน
ตัดกลับมาทางเฟยเทียนและเฟยหรงที่ตอนนี้เขาได้มาถึงหอกระบี่ดาวตกแล้ว แน่นอนเมื่อสองหนุ่มมาถึงสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการไปหาเฟยหงที่ตอนนี้กำลังเดินเล่นอยุ่กับเจ้าตัวน้อยสองคน
"ท่านพ่อ!!"มาเขามาถึงทั้งปิงลี่อินและเฟิงหยุนเยว่ก็วิ่งเข้ามากอดเฟยหรงในทันทีแสดงถึงความคิดถึงเอามากๆแม้เวลาจะผ่านไปยังไม่ถึงเจ็ดวันก็ตาม
"ไงเจ้าตัวแสบของพ่อ เราไปเดินเล่นกันดีกว่าให้ท่านปู่คุยกับท่านทวดซักพัก"เฟยหรงกล่าวเขาอุ้มเด็กหญิงทั้งสองออกไปในทันที เวลานี้เหลือเพียงเฟยหงและเฟยเทียนเท่านั้น
"พวกเจ้าคงพบนางแล้ว?"เฟยหงกล่าวขึ้น เฟยเทียนพยักหน้ารับก่อนจะกล่าว "ข้าและหรงหรงถล่มพวกเขาจนราบแล้วนางก็ปรากฏตัว มาพร้อมกับผู้นำตระกูล"
"เห้อ เวลาช่างผันผ่านไปรวดเร็วจริงคิดไม่ถึงว่าวันนี้บุตรชายของข้าจะเติบโตถึงขนาดถล่มตระกูลหยุนได้ ฮ่าๆๆ"เฟยหงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ต้องยอมรับว่าตัวเขาเองก็มีความแค้นเคืองอีกฝ่ายไม่น้อย แต่ด้วยเป็นตระกูลของภรรยารวมไปถึงไม่มีพลังและความสามารถที่จะต่อกร จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงไม่ได้กล่าวโทษอะไรลูกชายและหลานของเขา เขาเพียงไม่ทำเรื่องที่เลยเถิดมากเกินไปก็เพียงพอ
"ท่านพ่อ ได้โปรดใช้สิ่งนี้เถอะมันไร้ประโยชน์สำหรับข้าแล้ว"เฟยเทียนยกกล่องหยกขึ้นมาด้านในแน่นอนว่าบรรจุรากปราณของเขาเอาไว้และเตรียมพร้อมจะปลูกถ่ายมันให้กับผู้เป็นพ่อ
"ของชิ้นนี้ดูเหมือนจะล้ำค่าเกินไปสำหรับคนแก่อย่างข้าเสียแล้ว เจ้าเก็บมันไว้ให้คนที่คู่ควรจะดีกว่า"เฟยหงกล่าว
"ไม่มีคำว่าคู่ควรไม่คู่ควรหรอกท่านพ่อ หากท่านไม่ยอมรับมันข้าจะใช้กำลังยัดมันเข้าไปในตัวของท่านเอง"เฟยเทียนกล่าวด้วยท่าทีมุ่งมั่น จนทำให้เฟยหงผู้เป็นพ่อถึงกับถอนหายใจ ตัวเขาเป็นแค่ระดับเทวะจะไม่สู้อะไรกับลูกชายที่ตอนนี้เป็นระดับจักรพรรดิเทวะได้ดังนั้นจึงต้องจำใจต้องปลูกถ่ายรากปราณแต่โดยดี
ในขณะที่พวกเขากำลังปลูกถ่ายรากปราณกันอยู่นั้น ทางด้านเฟยหรงก็ได้พาแม่หนูตัวน้อยทั้งสองออกไปท่องเที่ยวที่เกาะลอยฟ้าของศิษย์สายนอกที่ในเวลานี้กำลังครึกครื้นกันเอามากๆเลยทีเดียว
"ท่านพ่อพวกเขาทำอะไรกันหรือเจ้าคะ ทำไมมันดูน่าสนใจยิ่งนัก"ปิงลี่อินอยากรู้อยากเห็น เฟยหรงมองไปยังพื้นที่ๆพวกเขากำลังมุงกันอยู่ก่อนจะกล่าวตอบลูกสาว "ดูเหมือนจะมีการประลองเลื่อนขั้นศิษย์จากสายนอกไปสายในน่ะ ลูกสนใจหรือ"
"เจ้าค่ะ"เด็กหญิงทั้งสองกล่าวพร้อมกัน เฟยหรงจึงไม่ลังเลที่จะอุ้มทั้งสองและลงไปเดินเช่นคนอื่นเพื่อดูการประลองของสำนักที่เกิดขึ้น ในตอนนี้มีนักสู้หญิงสองคนกำลังสู้กันพร้อมกวัดแกว่งกระบี่ด้วยท่าทางที่งดงามเหนือคำบรรยาย ด้านล่างมีเสียงเฮกันไม่ขาดสายพร้อมด้วยโต๊ะพนันที่มีอยู่เพื่อความบรรเทิงของเหล่าศิษย์
"โอ้ ไม่คิดเลยว่าจะมาที่นี่"เฟยหรงมองไปด้านบนของสนามประลองด้านบนนั้นมีคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาหนึ่งคนและยังมีคนที่ที่เขารู้สึกคับคล้ายคับคลากำลังประลองกันอยู่และนั่นไม่ใช่ใครนอกซะจากเฟยหว่านถิงและเหล่ยอิงธิดาของจักรพรรดิเหล่ยนั่นเอง