ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่33:กวาดล้างเจ้าเมือง

    ''ลูกพ่อเจ้าจะเดินไปเดินมาอีกนานมั้ย ทำไมเหมือนเจ้ากังวลใจ''เจ้าเมืองถามเบลสิก้าเพราะเห็นว่าลูกของมันเดินวนไปวนมาอยู่นานแล้วและในหลายวันที่ผ่านมานางเองก็เหม่อลอยอยู่หลายครั้ง
    ''ข้าจะไม่ปิดบังท่านแล้วท่านพ่อ ข้าได้จ้างเจ้าแก่บ้านั่นไปจับตัวเด็กที่คือมิคาเอลมาแต่จนตอนนี้ข้ายังไม่ได้ข่าวอะไรเลย''เจ้าเมืองได้ยินก็ขมวดคิ้วและพูดขึ้น
    ''ทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่แรก หากเกิดพลาดขึ้นมาเราจะไม่แย่เอาหรือไง หากเด็กนั่นมันหนีไปได้ล่ะไม่นานมันก็คงจะกลับมาแก้แค้นแน่ๆ''
    ''ไม่ต้องห่วงหรอกท่านพ่อเจ้าแก่นั่นมีพลังเยอะข้าคิดว่าไม่นานงานคงจะสำเร็จ แต่ก็อดกังวลไม่ได้''เบลสิก้าพูดออกมาขณะเดินไปนั่งลงใกล้ๆพ่อของนาง
    ขณะเดียวกันบนภูเขาที่ตั้งของตระกูลทมิฬมิคาเอลและแบร็คได้ออกมาจากการฝึกแล้วแต่เฟรมมิ่งเฮลถูกโยนเข้าไปแทนโดยที่มิคาเอลไม่ได้อธิบายอะไรให้มันฟังเลยเมื่อออกมามิคาเอลเดินนำแบร็คไปหาหัวหน้าตระกูลทมิฬทันที ไม่นานทั้ง3คนก็ออกเดินทางเพื่อเข้าเมืองแต่อยู่ๆมิคาเอลก็หยุดเท้าลงเพราะนึกถึงใครบางคนได้ มิคาเอลเรียกเบบี้ในร่างมังกรออกมาตอนนี้เบบี้มีขนาดใหญ่มากขึ้นและพลังของมันก็ไม่อาจดูถูกได้เพราะมันมีพลังอยู่ที่ระดับ4ต้านแรงดึงดูด
    ''เบบี้ไปลากไอ้แก่ที่ทำร้ายข้ามาที่นี่ที''หลังได้รับคำสั่งเบบี้ก็บินออกไปบนท้องฟ้าทันที มันหันซ้านหันขวาอยู่ไม่กี่ทีจากนั้นจึงบินหายลับตาไป หัวหน้าตระกูลทมิฬก็ได้แต่นิ่งอึ้งเพราะถึงมันจะเคยเห็นประตูพรสวรรค์ที่เรียกสัตว์อสูรออกมาสู้ได้ก็ตาม แต่นี่มันมังกรสัตว์ในตำนานเวลาผ่านไปไม่กี่อึดลมหายใจเสียงหวีดของอากาศก็ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างของเบบี้ที่ร่อนลงมาในปากของมันมีชายแก่แขนขาดที่สภาพดูไม่ดีหมดสติอยู่ พลั่ก! เบบี้ปล่อยชายแก่คนนั้นลงมาจนมันได้สติ
    ''นี่เจ้า อย่าบอกนะว่ามังกรนั่นเป็นของเจ้า''เมื่อได้สติขึ้นมามันก็พล่ามออกมาทันทีแต่ ซวบ! มิคาเอลแทงมือเข้าไปบดขยี้ผลึกกักเก็บพลังของชายแก่ทันที จนตัวชายแก่นอนดิ้นอยู่บนพื้น
    ''ฮี่ ฮี่ ตอนแรกข้ากะจะจัดการเจ้าด้วยตัวเองแต่พอมาคิดดูแล้วเจ้ามันไม่คู่ควรพอ''หลังจากพูดจบมิคาเอลก็ใช้พลังบังคับให้แหวนมิติในตัวชายแก่ลอยเข้ามาในมือ
    ''เอาของของข้าคืนมาซะ แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะสู้ข้าได้หรือไงหากเจ้าไม่มีมังกรเจ้าจะไปสู้อะไรข้าได้''ชายแก่พูดออกมาด้วยความโมโห แต่แล้วมิาเอลก็ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาและทำให้ทุกคนลอยตัวขึ้น เป้าหมายคือวังเจ้าเมืองชายแก่ที่รู้ว่าตัวเองลอยอยู่ก็ตกใจและพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน
    ''ระ...ระดับต้านแรงดึงดูด เป็นไปไม่ได้ เมื่อครั้งที่แล้วเจ้ายัง...''มันพูดไม่ทันจบก็ถูกมิคาเอลซัดจนสลบหัวหน้าตระกูลทมิฬเองก็ได้เป็นลมไปแล้วเพราะนักรบระดับนี้มันไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตด้วยระดับต้านแรงดึงดูดการเดินทางจึงรวดเร็วมากตอนนี้ทั้งหมดลอยตัวอยู่เหนือวังเจ้าเมือง
    ''แย่แล้วท่านเจ้าเมือง มีนักรบระดับต้านแรงดึงดูดลอยอยู่เหนือวัง พวกเราจะทำยังไงกันดี''ทหารให้วิ่งมารายงานเจ้าเมืองทันทีที่เห็นคนลอยอยู่เหนือวังเจ้าเมือง
    ''นี่...เป็นไปได้ยังไง พวกเค้าเป็นใคร? มาเพื่ออะไร?''เจ้าเมืองครุ่นคิดอย่างหนักว่าคนพวกนั้นคือใครเพราะเท่าที่จำได้มันไม่เคยเชิญตัวตนระดับนี้มาที่เมือง หรือจะเป็นศัตรูก็ไม่น่าใช่เพราะมันไม่เคยล่วงเกินคนที่มีพลังขนาดนี้
    ''ท่านพ่อข้าว่าเราออกไปดูกันเถอะเราอาจจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง''เจ้าเมืองและเบลสิก้าออกมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะทำให้คนที่รออยู่เกิดโมโหและทำลายเมืองทิ้งเมื่อเจ้าเมืองออกมามันก็พบกับชาวบ้านจำนวนมากรอดูอยู่ด้วยเช่นกัน มันค่อยๆแหงนขึ้นไปมองบนท้องฟ้าแต่กลับมองไม่เห็นหน้าของบุคคลเหล่านั้น ที่เป็นแบบนี้เพราะมิคาเอลใช้พลังในการบิดเบือนใบหน้าเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นหน้าได้
    ''ไม่ทราบว่าพวกท่านมีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่''เจ้ามืองตะโกนถามอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
    ''มีสิ พวกเจ้าส่งคนไปฆ่าใครเข้าล่ะยังพอจำได้มั้ย''มิคาเอลพูดออกมาจนคนที่อยู่ที่นี่ได้ยินทุกคนเจ้าเมืองเองเมื่อได้ฟังกลับทำท่าทางสับสนในขณะที่เบลสิก้าหน้าเริ่มจะถอดสี
    ''ไม่มี ข้าไม่ได้จ้างใครให้ไปฆ่าใครเลย เกรงว่าท่านคงเข้าใจผิดแล้ว''มิคาเอลได้ยินแบบนั้นมันก็โยนชายแก่ที่นำมาด้วยลงพื้นทันที ตูม! เกิดเป็นหลุมลึกรอบตัวชายแก่ทันทีที่มันถึงพื้นที่ชายแก่ถูกโยนลงมาแล้วไม่ตายเป็นเพราะถึงผลึกกักเก็บพลังจะโดนทำลายไปแล้วก็ตามแต่ร่างกายนั้นยังคงแข็งแกร่งอยู่ เมื่อฝุ่นควันจางหายจึงเผยโฉมใบหน้าของคนที่ถูกโยนลงมาเมื่อเบลสิก้าเห็นนางถึงกับล้มลงไปนั่งบนพื้นอย่างไม่อาจควบคุมร่างกายได้
    ''ข้าถามพวกเจ้า ข้าไปทำอะไรให้ถึงต้องส่งคนมาฆ่าข้า''มิคาเอลนำพลังที่บิดเบือนใบหน้าออกจนทำให้เจ้าเมืองและเบลสิก้าตกใจกลัวจนตัวสั่น
    ''นี่...เป็นไปไม่ได้ ทำไมระดับพลังของเจ้าถึง...''เจ้าเมืองพูดออกมาด้วยความยากลำบากแต่มิคาเอลไม่ได้สนมันและกลุ่มคนที่นำมาค่อยๆลอยลงมาบนพื้นอย่างนิ่มนวลก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง
    ''ข้าถามว่าทำไมถึงส่งคนมาฆ่าข้า''มิคาเอลจับจ้องไปที่2พ่อลูกพร้อมกับจิตสังหารที่ท่วมท้นออกมา
    ''ขะ...ข้าไม่รู้เรื่องนี่ท่านพูดอะไรของท่าน''เจ้าเมืองพูดออกมาอย่างยากลำบาก ครั้งนี้มันซวยแน่
    ''ดี ถึงเจ้าจะพูดแบบนั้นก็เถอะ งั้นเจ้าคงจำครอบครัวที่เจ้าขอซื้อหยกไปได้ใช่มั้ย นอกจากเจ้าจะไม่จ่ายเงินแล้วเจ้ายังได้ส่งคนไปฆ่าครอบครัวนั้นอีก แต่ในครอบครัวนั้นกลับมีเด็กรอด1คนและตอนนี้เด็กคนนั้นก็คือศิษย์ของข้า แบร็คเจ้าต้องการให้ข้าทำยังไงกับมัน''มิคาเอลพูดออกมาทำให้เจ้าเมืองหน้าขาวซีดมันจำเรื่องครั้งนั้นได้ดีเพราะหยกชิ้นนั้นเป็นของที่ช่วยให้มันเพิ่มพลังได้ แต่มันกลัวว่าคนอื่นจะรู้จึงได้ส่งคนไปจัดการกับครอบครัวนั้นซะ
    ''อาจารย์ข้าไม่อยากให้มันตาย ท่านช่วยทำให้มันพิการและมีชีวิคอยู่แบบสุนัขที''แบร็คพูดออกมาเพราะการตายสำหรับเจ้าเมืองมันคงสบายเกินไป
    ''ตามที่เจ้าขอศิษย์ข้า''พูดจบมิคาเอลก็ลงมือทำลายผลึกกักเก็บพลังพร้อมทั้งตัดแขนและขาของเจ้าเมืองออกเป็นเพราะพลังที่ห่างชั้นในที่นี้จึงไม่มีใครมองการลงมือของมิคาเอลได้ทัน หลังตัดแขนและขาทิ้งไปแล้วมิคาเอลยังได้ส่งพลังเข้าไปห้ามเลือดจากบาดแผลให้ด้วยเพื่อไม่ให้มันเสียเลือดตายภายหลัง
    ''ทะ...ท่านพ่อ นี่เจ้าไม่เกรงกลัวกฎหมายหรือเกรงกลัวราชวงค์เลยหรือไง''ปัง! เบลสิก้าที่พูดออกมากลับถูกพลังของมิคาเอลอัดจนกระเด็นออกไป
    ''เกรงกลัวราชวงค์? พวกมันเป็นใครทำไมข้าจะต้องกลัวด้วย โลกใบนี้มีเพียงพลังที่อยู่เหนือทุกสิ่งหากไร้ซึ่งพลังก็เป็นได้แค่คนแบบเจ้าเท่านั้น ไร้ค่า!''มิคาเอลเงียบไปซักพักจากนั้นจึงหันไปมองชายแก่ที่นอนอยู่บนพื้นก่อนจะถามคำถามขึ้น
    ''บอกมาว่าใครจ้างเจ้า หากเจ้าพูดข้าจะปล่อยเจ้าไป''ชายแก่ที่ไร้พลังนั้นรีบพูดออกมาทันทีถึงจะไร้พลังแต่มันก็ยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้
    ''เป็นมัน''ชายแก่ชี้ไปที่ผู้อาวุโส1 จนเจ้าตัวเกิดอาการตัวสั่นทันทีและมันก็รีบพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
    ''ขะ...ข้าแค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมา คนที่สั่งข้าคือนาง''ผู้อาวุโส1ชี้ไปที่เบลสิก้าที่นอนอยู่บนพื้นมิคาเอลเมื่อได้รับคำตอบก็ฉีกยิ้มขึ้น ก่อนจะใช้พลังของมันดึงตัวเบลสิก้าเข้ามาอยู่ในมือและพูดขึ้น
    ''ดีนี่ ข้าช่วยชีวิตเจ้าแต่เจ้าส่งคนมาฆ่าข้า นี่คือการตอบแทนที่เจ้าเคยพูดไว้ใช่มั้ย''
    ''นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ข้า...''โผล๊ะ! มิคาเอลโยนเบลสิก้าไปทางวังเจ้าเมืองจากนั้นจึงใช้เทคนิคหมัดระเบิดกระดูกซัดใส่นาง จนตัวนางระเบิดออกแต่ยังไม่จบแค่นั้นเพราะกระดูกในร่างของนางต่างแตกออกมาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและพุ่งออกไปรอบทิศทางก่อนจะเริ่มระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้วังเจ้าเมืองกว่าครึ่งมีสภาพเป็นแค่ซากปรักหักพังเท่านั้น
    เดิมทีวิชาที่มิคาเอลใช้เป็นการอัดพลังเป็นจุดๆและต่อยใส่เป้าหมายจากนั้นพลังต่างๆจะวิ่งไปตามกระดูกของฝ่ายตรงข้าม และเมื่อทุกอย่างพร้อมกระดูกในร่างจะระเบิดและกระจายตัวออกไปและเมื่อกระจายตัวออกไปแล้วกระดูกเหล่านั้นก็เหมือนกับระเบิดพลังนับไม่ถ้วนและระเบิดพร้อมกันนี่นับว่ามิคาเอลยังใจดีอยู่บ้างเพราะถ้าหากมิคาเอลอัดพลังระดับ7ต้านแรงดึงดูดลงไปเกรงว่าทั้งเมืองคงระเบิดหายไปจากโลกแล้ว

    คล้ายกับเรื่องราชาไร้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน