ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่44 แก้แค้น

    ภายนอกมีเสียงดังอึกทึกครึกโครม นี่มันข่าวใหญ่ลับฟ้ามีคนไปถึงเจดีย์ชั้นที่ 9 ได้แม้แต่ผู้นำอาณาจักรสายฟ้ายังไม่สามารถขึ้นไปชั้นบนสุดได้
    บางคนบอกไม่นานแสงเจดีย์ชั้นที่ 9 อาจดับจะดับลงก็ได้ ไม่มีใครทนอยู่ที่นั่นได้นานขนาดนั้น
    แต่ผ่านไปหลายชั่วยามเจดีย์ชั้นที่ 9 ก็ไม่ดับแสงลง แสงส่องเจิดจรัสทั่วเมืองสายฟ้า


    ภายในเจดีย์ชั้นที่ 9 อี้เฉินยังคงขยับไม่ได้ เขาจะถอยก็ถอยไม่ได้ปราณพลังชั้นที่ 9 นั้นกดดันรุนแรงเกินไป ร่างทั้งร่างของเราแทบแหลก กระตูกแตกหักแทบทุกส่วนของร่างกาย

    อี้เฉินจ้องมองไปที่มังกรสายฟ้าที่อยู่ใจกลางห้องโถงใหญ่ มันหน้าจะเป็นตัวการที่ปลดปล่อยสายฟ้าทั้ง9ชั้น

    อี้เฉินใช้เวลาไปถึง 10 วันกว่าเขาจะทนรับกับแรงกดดันอันหนักหน่วงได้

    มังกรสายฟ้าเริ่มขยับ มันพูดว่าเจ้าเป็นลูกหลายของผู้ถูกเนรเทศหรือ

    อี้เฉิน สับสนอย่างมาก มันพูดได้ด้วยหรือ มังกรสายฟ้าสายฟ้าตัวนี้

    "ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูดถึง"

    "แต่ข้ามั่นใจข้าเคยเจอสายเลือดแบบนี้"

    อี้เฉินครุ่นคิดอยู่สักระยะ หรือจะเป็นนางคนที่ให้กายามังกรกับข้า ข้าได้กินสมุนไพรที่มีเลือดของนางอยู่

    "ข้าไม่รู้จริงๆ ท่านอย่าถามข้าเลย"

    "เอาเถอะข้าเตือนเจ้าอย่างหนึ่งแล้วกัน ระวังคนจากดินแดนเซียน"

    อี้เฉินปวดหัวตุบๆ พวกเขาพูดแต่เรื่องดินแดนที่อี้เฉินไม่รู้จัก
    "ท่านเป็นใครกันแน่เหตุใดท่านถึงอยู่ที่นี่"
    "เจ้าหนูเจ้าอย่ารู้มากนักเลยมันยังไม่ถึงเวลา อีกไม่นานเจ้าจะรู้ทุกอย่างนั้นเอง"

    "มังกรสายฟ้ากล่าวขึ้น"


    "เจ้ากลับไปได้แล้วในเจดีย์ 9 ชั้นไม่มีอะไรสำหรับเจ้าอีกแล้ว
    มันเป็นเจดีย์ไว้สำหรับฝึกปรือเจตจำนงให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น เจ้าผ่าน
    คนที่เจตจำนงไม่แข็งแกร่งพอภายภาคหน้าจะอ่อนแอไร้ทางเดินไปข้างหน้า"

    อี้เฉินได้ยินยังตกตะลึง เขาขึ้นมาแทบตายไม่เห็นได้อะไรเลย

    "แต่ข้าได้ยินพวกเขาจอมยุทธภายนอกว่าเจดีย์ 9 ชั้นใช้นั่งตระหนักรู้ภาพสลักเพื่อหยั่งรู้วิถีราชันย์ไม่ใช่หรือ"

    มังกรสายฟ้า หัวเราะ "อิอิ" "ใครบอกเจ้ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่นั่งมองภาพแกะสลักบนฝาผนังห้องโถง"

    อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน เขาถึงกับพูดไม่ออกแล้วไอ้พวกที่มันนั่งมองภาพแกะสลัก พวกมันจะรู้ไหมว่าถูกหลอก


    อี้เฉินกลับไปชั้นที่ 8 เขาใช้เวลาไม่นานเพราะแรงกดดันกับสายฟ้านั้นอี้เฉินเริ่มชินกับมัน ไม่นานเขาก็มาถึงชั้นที่ 7 ทันทีที่อี้เฉินเห็นพวกจอมยุทธ์อาวุโสชราขั้น นภา นั่งหยั่งรู้ภาพสลักอยู่เขาก็หลุดขำไม่ได้ อี้เฉินรีบปิดปากแล้วจากไปจากที่นี่


    ภายนอกเจดีย์9 ชั้นต่างเกิดเสียงอึกทึกฮือฮา เห็นไหมข้าบอกแล้วว่าไม่มีใครอยู่ชั้นที่ 8 กับชั้นที่ 9 ได้นานหรอก ไฟสว่างเพียงไม่กี่10 วันไม่สามารถหยั่งรู้ภาพสลักฝาผนังได้หรอก


    จอมยุทธบางคนยังส่ายหัวเสียดายอยากรู้ คน ๆนั้นเป็นใคร แล้วเขาได้อะไรจากเจดีย์ชั้นที่ 9หรือไม่
    หลายๆ คนคิดว่าข้างบนชั้นที่9อาจมีสิ่งสืบทอดอยู่ก็เป็นไปได้ หรือไม่ก็เป็นอาวุธล้ำค่า


    อี้เฉินใช้เวลา 2 วันเขาก็ออกจากเจดีย์ 9 ชั้น
    มาได้ ช่วงที่เขาออกมาฝนตกหนักมาก อี้เฉินเดินไปหาชุดกันฝนกับหมวกฟาง หมายจะแฝงด้วยเข้าไปในตระกูลชิงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมาก


    ฝนตกค่อนข้างหนัก บวกกับผู้อาวุโสขั้นนภาหลายคนอยู่ในเจดีย์เก้าชั้นกันหลายคน
    อี้เฉินจึงเลือกลงมือวันนี้ เขาได้ชำระล้างเป็นไขกระดูก ทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นไปอย่างมากอี้เฉินจึงมั่นใจระดับหนึ่ง ที่จะฆ่าผู้อาวุโส

    อี้เฉินเดินเรียบท้ายเมืองไปที่ตั้งของตระกูลชิง


    เขาปกปิดปราณพลังของเขาทั้งหมดให้เหมือนสามัญชนแล้วก้าวเดินเข้าไปภายในตระกูลชิง คนเฝ้ายามส่วนใหญ่ไม่สนจนใจ แถมฝนยังตกหนักจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครคนส่วนใหญ่ใส่ชุดกันฝนกันทั้งสิ้น

    อี้เฉินแฝงตัวจนมาถึงตำหนักของ ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลชิง อี้เฉินทำทีเป็นขอเข้าพบ
    จอมยุทธแถวๆ นั้นมีอยู่หลายคนส่วนใหญ่เป็นขั้นก่อกำเนิด เขาเห็นอี้เฉินไม่มีปราณพลัง
    พวกเขาจึงไม่ระแวงในตัวอี้เฉิน อี้เฉินเข้าไปภายในตำหนักได้ เขาเห็นผู้อาวุโสตระกูลชิง

    อี้เฉินไม่รอช้าเขาเรียกหอกโลหิตจากในกายาออกมา แพร่กลิ่นอายอำมหิตและบ้าคลั่ง
    อี้เฉินง้างหอกฟาดใส่ปราณพลังอย่างเต็มแรง แม้แต่ตำหนักผู้อาวุโสยังพังทลาย
    ขั้นพลังก่อกำเนิดที่เฝ้ายามร่างแตกดับกลายเป็นหมอกเลือด
    กลิ่นอายของความตายและคาวเลือดคละคลุ้ง

    ผู้อาวุโสตระกูลชิง กระอักเลือดคำใหญ่เลือดไหลนอง หน้าอกมีแผลฉีกขาดถ้าไม่ติดที่เขาตอบสนองทันคงตายไปแล้ว

    "เจ้าเป็นใครกันแน่"

    "เจ้าหมาแก่ข้ามารับหัวของเจ้าแล้ว "

    อี้เฉินวาดมือออกไป โซ่สีทองหลายสิบเส้นสาย ปราณพลังพุ่งทะยานออกไปเข้าโจมตี
    ผู้อาวุโสตระกูลชิง โซสีทอง พุ่งทะลุร่างตรึงผู้อาวุโสไว้
    "เจ้า เจ้า ยังไม่ตายงั้นหรือ อี้เฉิน "
    ผู้อาวุโสตระกูลชิง จำโซ่สีทองได้มันเป็นวิชาของ อี้เฉิน

    ผู้อาวุโสตาเบิกกว้างนี่มันพลังของขั้นนภา อี้เฉิน ไปถึงขั้นนภาแล้วงั้นหรือไอ้เด็กนี้น่ากลัวจริงๆ ถ้าหากมันยังมีชีวิตอยู่ ตระกลูชิงได้พังพินาศแน่
    ตัวเขาเริ่มหวาดกลัว ปราณพลังที่อี้เฉินสำแดง
    โซ่สีทองค่อยๆ บีบรัดผู้อาวุโสเข้าไปเลื่อนๆ

    ผู้อาวุโสตระกูลชิงระเบิดปราณพลังคิดหนี "ถ้าข้าหลุดออกไปได้เจ้าตายแน่ ไอ้เด็กเวร"

    อี้เฉินตะโกนลั่น "ตายซะ"

    อี้เฉินหมุนควงหอกเลือด ระเบิดปราณพลังสร้างเพลิงสีดำทมิฬล้อมรอบหอกแล้วปาออกไป
    หอกนั้นพุ่งแหวกอากาศเป็นสายแสง ที่ที่หอกผ่านถูกเผาผลาญจนสลายสิ้น
    ปราณพลังเพลิงสีดำทมิฬ ท่วมท้นท้องฟ้า แม้แต่ฝนที่ตกลงมายังเหือดแห้ง


    "อ๊าก"

    พุ่งแท่งร่างผู้อาวุโสตระกูลชิงจนกระเด็นไปไกลร่างติดหน้าผาภูเขายังถล่มไปครึ่งแถบ
    ร่างแหลกสลายถูกฝังอยู่ในกองหิน
    เสียงหอกที่กระทบภูเขาดังสะเทือนเลื่อนลั่นออกไปไกล แม้แต่ภายในเมืองหลวงยังได้ยินเสียงต่อสู้ชัดเจน

    ฝูงชนต่างพากันแตกตื่น เหมือนฝูงนกฝูงกา พวกเขาพากันมาดูที่เกิดเหตุอย่างไว





    ตระกูลชิงส่งสัญญาณเตือนมีผู้บุกรุก

    อี้เฉินที่ฆ่าผู้อาวุโสตระกูลชิงเสร็จเขาก็เผ่นหนีไป ไม่นานก็มีจอมยุทธขั้นนภาไล่ตามมาทัน

    อี้เฉินหันไปเตือน"ถ้าเจ้ายังตามมาอีก ข้าจะฆ่าเจ้าซะ"

    จอมยุทธขั้นนภา คนนั้นไม่หวาดกลัวอี้เฉิน

    หัวเราะ "อิอิ"

    "เจ้าช่างโอหังเสียจริง ปราณพลังก็ไม่เท่าไร ยังอาจหาญพูดจาโอหัง"

    "ใจกล้าห่อฟ้านัก เจ้ากินดีหมีหัวใจเสือมา กล้าแม้กระทั่งล้อมฆ่าผู้นำตระกูลชิวของพวกเรา"


    จอมยุทธขั้นนภา มั่นใจอี้เฉินต้องลอบโจมตีผู้นำตระกูลชิวก่อนเป็นแน่ ถึงฆ่าผู้นำตระกูลชิวได้

    "ข้าก็อยากรู้เจ้าจะเก่งเหมือนปากว่าไหม"


    จอมยุทธขั้นนภา สำแดง ปราณพลังควบคุมปราณอากาศรอบๆ ขังอี้เฉินไว้ คิดหมายจับอี้เฉิน ไปรับผลงานกับตระกูลชิง ฝนรอบ ๆ ยังถูกบดบังปราณพลังล้อมรอบอี้เฉินไว้เหมือนคุกที่ไร้ทางหนี แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิด

    เพียงอี้เฉินวาดมือปราณพลังที่ขังอี้เฉินไว้ก็แตกกระจายดั่งกระจก จอมยุทธขั้นนภา ใจสั่นสะท้าย ดวงตาฉายแววหวาดกลัว ปราณพลังอี้เฉินนั้นสำแดงลึกล้ำเกินไปควบคุมได้แม้กระทั่งปราณพลังรอบๆ กายา


    อี้เฉินก้าวเท้าพุ่งเข้ามาประชิด ปล่อยหมัดอัดปราณพลังพุ่งออกไปเป็นหมัดยักษ์หมัดนั้นใหญ่เป็นร้อยจั้งบดบังแม้กระทั่งพื้นที่เป็น100จั้ง จอมยุทธขั้นนภาที่โดนหมัดไม่มีโอกาสได้ร้องสักคำ ร่างสลายหายในพริบตา กลายเป็นหมอเลือด


    จอมยุทธที่ไล่ตามมาต่างใจสั่นสะท้านต่างหวาดกลัว คนผู้นั้นโหดเหี้ยมอำมหิตมากแม้แต่ขั้นนภาด้วยกันยังตายในหมัดเดียว ตอนนี้ขั้นนภาตระกูลชิงเหลืออยู่แค่เขาคนเดียวแล้ว ถ้าเขาตายละก็ตระกูลต้องพังพินาศแน่เขาจึงเลือกที่จะปล่อยอี้เฉินไปก่อน เขาเตรียมขอความช่วยเหลือจากตระกูลอื่นให้ไล่ฆ่าอี้เฉิน


    ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายออกทั้งอาณาจักรสายฟ้าหยั่งกับรองเท้าติดปีก ผู้อาวุโสตระกูลชิงตายไปสองคน แถมคนฆ่ายังลอยนวลไปอีกบางคนยังคุยกันว่า “คงถึงยุคตระกูลชิงล่มสลายแล้วมั้ง แม้แต่ผู้นำยังตายดับไปแบบนี้จอมยุทธ”


    บางกลุ่มที่ไม่ชอบตระกูลชิวยังหัวเราะ "เยาะเย้ย" ตระกูลชิง



    ฝูงชนต่างพูดคุย "ช่วงนี้มีแต่เรื่องไหนจะคนที่ขึ้นไปเจดีย์ชั้นที่ 9ได้ ไหนจะมีคนสังหารคนตระกูลชิวอีก "


    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน