เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

เล่มที่6 บทที่ 175 กลับบ้านกัน

        

        ซูเจี่ยนอันทำสีหน้าราวกับว่า‘ต่อให้ฉันเจอนาย ฉันก็จำไม่ได้’ ลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาโน้มตัวลงมาก่อนพูดว่า

        “พี่ชายเธอบอกฉันหมดแล้วฉันรู้ว่าเธอตั้งใจไปหาฉัน”

        ซูเจี่ยนอันตาเบิกกว้างอย่างตกใจหน้าเธอแดงขึ้นมาในพริบตา

        เธออยากจะเถียงแต่วินาทีนี้คงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปจึงได้แต่นิ่งเงียบอย่างคนมีชนักติดหลังพลางเบือนหน้าหนี

        “พี่ฉันบอกนายเรื่องอะไรอีก?” เธอกลัวว่าพี่จะบอกความลับสุดยอดของเธอกับเขา ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็...เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกันล่ะเนี่ย

        ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนจะถามย้อน“เธอยังมีเรื่องปิดบังฉันอีกเหรอ”

        ได้ยินดังนั้นความยินดีก็ฉายชัดบนรอยยิ้มของซูเจี่ยนอัน“หมายความว่าพี่บอกนายแค่เรื่องนี้สินะ!” พูดจบเธอก็ตกใจที่หลุดปากออกไป “ไม่มีแล้ว!ฉันไม่ใช่นายนะ จะได้มีเรื่องปิดบังชาวบ้านเยอะขนาดนั้น”   

        ตอนนี้รอยยิ้มของลู่เป๋าเหยียนยิ่งดูยากที่จะคาดเดาเข้าไปใหญ่

        ที่เขาไม่พูดออกมาก็เพราะอยากได้ยินคำนั้นจากปากเธอเองแต่ตามนิสัยของซูเจี่ยนอัน เธอคงไม่ยอมพูดง่ายๆแน่ ดังนั้น เขาว่าจะปล่อยให้เธอได้ใจแบบนี้ไปก่อนสักระยะถ้าไม่ไหวจริงๆ เขาค่อยใช้ไม้แข็งตามที่ซูอี้เฉิงบอก...

         

           

        เสิ่นเยว่ชวนกับซูอี้เฉิงจะกลับเมือง A ไฟล์ทสองทุ่มครึ่งก่อนออกเดินทางพวกเขาจึงมากินข้าวเป็นเพื่อนซูเจี่ยนอันแล้วค่อยไปสนามบินแต่ที่ซูเจี่ยนอันนึกไม่ถึงก็คือลู่เป๋าเหยียนก็กำลังจะกลับเหมือนกัน   

        “ฉันต้องกลับไปประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่โรงแรม”ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย “เธอจะอยู่ที่นี่หรือจะไปกับฉัน?”

        “ฉันแอดมิทอยู่นะ”ซูเจี่ยนอันตอบช้าไปหนึ่งจังหวะ “หมอคงไม่ยอมให้ฉันออกไปไหนแน่”

        ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วเล็กน้อย“เธอเป็นเมียฉัน ฉันจะพาเธอไปไหนทำไมต้องรอให้คนอื่นอนุญาต?”

        “.......”ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆ แก้มใสของเธอค่อยๆแดงก่ำขึ้นมา

        เมื่อก่อนเวลาอยู่ในที่สาธารณะลู่เป๋าเหยียนมักจะเรียกเธอว่าภรรยาถึงจะไม่ได้ดูเหินห่าง แต่ก็เป็นสุภาพบุรุษ แม้จะไม่ได้ดูสวีทมากก็ตาม แต่คราวนี้เขาพูดคำว่า‘เมีย’ ออกมาเต็มปากอย่างวางอำนาจ

        เธอเชื่อว่าเขาสามารถพาเธอออกไปได้จริงอย่างที่พูด

        แต่...ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันดูแปลกๆ?

        ซูเจี่ยนอันเริ่มรู้ตัวจึงเอนนอนลงบนเตียง“ใครจะไปกับนายกัน? ฉันจะอยู่ที่โรงพยาบาล!”

        ลู่เป๋าเหยียนตามใจเธอ“งั้นรอฉันกลับมานะ” พูดจบเขาก็ออกไปทันที   

        ซูเจี่ยนอันเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะหยิบแท็บเล็ตที่เสิ่นเยว่ชวนทิ้งไว้ให้มาเปิดหนังดู

        สี่ทุ่มกว่าขาขวาของเธอก็เริ่มปวด ตามมาด้วยอาการปวดที่เอว ตอนแรกเธอก็พอกัดฟันทนได้แต่ตอนหลังขนาดหนังที่กำลังสนุกก็ไม่อาจเบนความสนใจของเธอได้อีก

        เธอเปลี่ยนแผ่นยาที่เอวแต่ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไรสุดท้ายจึงต้องเรียกคุณหมอ

        “อาการปวดแผลถือเป็นเรื่องปกติค่ะ”แพทย์หญิงกล่าว “ดิฉันจัดยาแก้ปวดไว้แล้ว หลังทานยาก็คงดีขึ้นค่ะ”

        “จริงสิต้องโทรหาคุณลู่นี่หน่า!” พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้นมา“ก่อนคุณลู่จะออกไปเขาสั่งไว้ค่ะ ว่าถ้ามีอะไรให้รีบโทรหาเขาทันที”   

        ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าลู่เป๋าเหยียนประชุมเสร็จหรือยังจึงไม่อยากรบกวนแต่พยาบาลสาวคนนั้นวิ่งออกไปแล้ว เธอจึงรั้งไว้ไม่ทัน   

        ไม่นานหลังจากนั้นนางพยาบาลอีกคนก็เอายามาให้ซูเจี่ยนอัน ต่อให้กินยาแล้วก็ใช่ว่ายาจะออกฤทธิ์ทันทีซูเจี่ยนอันยังคงปวดแผลเกินทานทน แต่เพราะนิสัยที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเธอจึงกัดฟันไม่ร้องโอดโอยออกมา

        เมื่อลู่เป๋าเหยียนกลับมาที่โรงพยาบาลบนหน้าผากของซูเจี่ยนอันก็ชื้นเหงื่อไปหมด

        เขาช่วยซับเหงื่อให้เธอพลางถาม“ปวดมากเลยเหรอ”

        ซูเจี่ยนอันกัดฟันพยักหน้าตอบรับจากนั้นก็เงียบไปนานก่อนพูดขึ้นว่า “นายไม่ต้องประชุมแล้วเหรอ”

        “การประชุมเลื่อนไปพรุ่งนี้ก็ได้”หลังเงียบอยู่ชั่วอึดใจ ลู่เป๋าเหยียนก็จับมือซูเจี่ยนอันขึ้นมา

        “เจี่ยนอันพวกเรากลับเมือง A กันดีไหม?ต่อให้เธอโกรธฉัน แต่ก็ไม่ควรให้มันมากระทบการรักษาของเธอนะ โรงพยาบาลที่เมืองA ดีกว่าที่นี่ อีกอย่าง ถ้าเธอยังไม่หายดีแล้วจะมีแรงมาโกรธฉันงั้นเหรอ?”

        เดิมทีซูเจี่ยนอันกำลังทำหน้าบูดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดแต่เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เป่าเหยียนเธอถึงกับหลุดยิ้มออกมา

        “ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงเลยเนี่ย”

        “เดี๋ยวฉันบอกให้วังหยางไปเดินเรื่องให้พรุ่งนี้เธอจะได้ย้ายไปโรงพยาบาลที่เมือง A”

        “เดี๋ยวก่อน”ซูเจี่ยนอันพูดออกมาพลางฝืนความเจ็บปวด “ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะนายกำลังปรึกษากับฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ”   

        “ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”ลู่เป๋าเหยียนช่วยห่มผ้าให้เธอ “เชื่อฟังฉัน นอนซะตื่นขึ้นมาก็ไม่ปวดแล้วนะเด็กดี”

        นี่มันคำพูดกล่อมเด็กชัดๆแต่ถึงอย่างนั้นซูเจี่ยนอันก็หลับตาลงอย่างว่าง่าย

        ไม่รู้ว่ายาแก้ปวดผสมยานอนหลับอยู่ด้วยหรือเพราะยาออกฤทธิ์เธอเลยไม่รู้สึกปวดแผลอีกแล้ว ความง่วงจึงเริ่มครอบงำเธอแต่ก่อนที่จะหลับไปซูเจี่ยนอันก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ทั้งๆที่ยังสะลึมสะลือ

        “ลู่เป๋าเหยียนนายจะอยู่เป็นเพื่อนฉันที่นี่หรือเปล่า” เธอถาม

        “อยู่สิ”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “นอนเถอะ ฉันไม่ไปไหนหรอก”

        “ฉันไม่ได้กลัวว่านายจะหนีไปไหนสักหน่อย”เสียงของเธอเริ่มแหบไปตามความง่วงงุน “ฉันจะบอกว่าอย่านอนที่โซฟาอีกเลยมานอนบนเตียงก็ได้...”เธอแค่รู้สึกว่าคนตัวสูงอย่างเขาไปนอนโซฟามันดูจะ...น่าสงสารเกินไปถ้าจะให้ฟุบนอนกับข้างเตียง ก็คงปวดคอ...

        ลู่เป๋าเหยียนลูบผมเธอเล็กน้อยก่อนจะขึ้นมานอนบนเตียง   

        เตียงไซด์เล็กแบบนี้นอนสองคนก็เต็มทำให้ทั้งคู่ตัวติดกันไร้ซึ่งช่องว่างใดๆ

        ลู่เป๋าเหยียนนอนตะแคงก่อนจะยื่นมือมารั้งซูเจี่ยนอันเข้าสู่อ้อมกอด

        “นอนเถอะนะ”เขาตบไหล่ซูเจี่ยนอันเบาๆราวกับกำลังกล่อมเด็กแรกเกิด   

        ซูเจี่ยนอันรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างประหลาดความเจ็บปวดที่เอวและขาขวาค่อยๆจางหาย เธอจึงเข้าสู่นิทราในไม่ช้า   

        ตีสามกว่าฤทธิ์ยาก็เริ่มหมด ซูเจี่ยนอันปวดแผลอีกครั้งจนตื่นขึ้นมา

        เมื่อเธอลืมตาก็พบว่าลู่เป๋าเหยียนยังคงนอนอยู่ท่าเดิมเธออยู่ในอ้อมกอดของเขา ส่วนเขากำลังขมวดคิ้วมุ่น

         มีใครขมวดคิ้วแบบนี้ตอนนอนกันบ้าง? สงสัยลู่เป๋าเหยียนคงกำลังฝัน

        ซูเจี่ยนอันยังจำตอนที่ลู่เป๋าเหยียนนอนฝันร้ายได้ตอนนั้นเขาก็ทำหน้าแบบนี้ แถมยังละเมอเรียกหาพ่ออีกด้วย

        ดูท่าการตายของพ่อจะส่งผลกระทบต่อเขามากแต่เขาไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้กับเธอเลยสักครั้ง

        เธอพยายามข่มความเจ็บปวดและพลิกตัวมากอดเขาไว้เหมือนครั้งนั้นมือเล็กของเธอตบหลังเขาเบาๆอย่างปลอบโยน ทั้งสองคนดูราวกับนกยวนยางที่รักใคร่กันไม่มีผิด   

        ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่ปมที่คิ้วของเขาเริ่มคลายตัวและหลับได้อย่างเป็นสุข   

        ซูเจี่ยนอันมองเขาอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะยกมือเขาออกจากตัวเธอ ขณะที่กำลังจะลุกออกจากเตียง เธอก็ถูกรั้งตัวไว้เสียงของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้นในความมืด

        “เธอจะไปไหน”

        ซูเจี่ยนอันหันกลับไปมองจึงเห็นสีหน้ากังวลใจของเขา

        เขาไม่ได้โกรธแค่กลัวว่าเธอจะจากไป กลัวว่าเธอจะหายไปเหมือนกับพ่อของเขาโดยไม่บอกกล่าว

        “ฉันปวดแผลว่าจะลุกไปกินยา นาย...เป็นอะไรหรือเปล่า?”ซูเจี่ยนอันตอบ

        ลู่เป๋าเหยียนเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำตัวแปลกจากเดิมจึงลุกออกจากเตียงก่อนเอ่ย

        “เธอนอนเถอะเดี๋ยวฉันหยิบให้”

        “อื้อ”ซูเจี่ยนอันตอบและเอื้อมมือไปเปิดไฟ เธอรับยาและแก้วน้ำมาจากลู่เป๋าเหยียน

        เมื่อกินยาเสร็จเธอก็มองลู่เป๋าเหยียนก่อนจะถามออกไปว่า

        “เมื่อกี้เหมือนนายกำลังฝันร้ายนายฝันเรื่องอะไรเหรอ”

        ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปอย่างเห็นได้ชัด“ไม่มีอะไร นอนต่อเถอะ”   

        ซูเจี่ยนอันมองลู่เป๋าเหยียนอย่างพิจารณาไม่ใช่ไม่มีอะไร แต่เขายังไม่อยากบอกเธอ

        “เลิกคิดได้แล้ว”ลู่เป๋าเหยียนกดปิดไฟ ก่อนจะดึงมือซูเจี่ยนอันให้นอนลงบนเตียงพลางกอดเธอเอาไว้ซูเจี่ยนอันเริ่มดิ้นอย่างประท้วง แต่เขารีบเอ่ยเตือนเสียงเบา

        “อย่าดิ้นล่ะ!”

        ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าผลลัพธ์ของ‘การดิ้น’ คืออะไร เธอจึงไม่กล้าขยับตัวอีก หลังหาจุดที่นอนได้อย่างสบาย เธอก็หลับไปอย่างว่าง่าย

        ลู่เป๋าเหยียนกำลังปิดบังบางอย่างเธอยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังแต่ก็ไม่อยากจะถามเซ้าซี้ สักวันหนึ่งเขาคงบอกเธอเอง เหมือนกับที่เขาสารภาพความรู้สึกกับเธอวันนี้

        “ยังปวดอยู่หรือเปล่า”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยถาม

        “นิดหน่อยเดี๋ยวก็คงดีขึ้นแล้วล่ะ” ซูเจี่ยนอันตอบพลางหาวหลังนิ่งอยู่ชั่วครู่เธอก็พูดเสริม “ลู่เป๋าเหยียน พรุ่งนี้... พวกเรากลับกันเถอะ”   

        ถึงจะรู้ว่ายังไงพรุ่งนี้ลู่เป๋าเหยียนก็คงพาเธอกลับแต่เธอก็อยากบอกด้วยตัวเองอยู่ดีว่าเธอยอมกลับไปกับเขาแล้ว

        ลู่เป๋าเหยียนจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา“อืม”

        ซูเจี่ยนอันเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง

        ทั้งสองคนเข้าสู่นินทราจนกระทั่งเจ็ดโมงกว่าของเช้าวันรุ่งขึ้น

        เมื่อลู่เป๋าเหยียนตื่นขึ้นมาก็พบว่าซูเจี่ยนอันยังคงหลับอยู่เธอนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาราวกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ลมหายใจผ่อนเป็นจังหวะดูนิ่งสงบจนคนมองไม่กล้ารบกวน

        เขาปล่อยตัวเธอและลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบเพื่อออกไปโทรศัพท์สั่งวังหยางให้ทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลและเตรียมเดินทางกลับเมือง A

        เมื่อวานก่อนที่เสิ่นเยว่ชวนจะเดินทางกลับเขาได้เตือนวังหยางไว้ว่า ซูเจี่ยนอันอาจจะไม่ยอมกลับไม่แน่ลู่เป๋าเหยียนอาจจะอารมณ์ไม่ดี ฉะนั้นเขาควรทำอะไรอย่างระมัดระวังไม่นึกเลยว่าเรื่องจะไม่ได้เป็นอย่างที่คาด

        ลู่เป๋าเหยียนก็ยังคงเป็นลู่เป๋าเหยียน!วังหยางคิดอย่างนับถือก่อนจะไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายอย่างอารมณ์ดี

        หลังตื่นขึ้นมาซูเจี่ยนอันก็กินอาหารเช้าเมื่อกินเสร็จเรียบร้อยลู่เป๋าเหยียนก็ยื่นเสื้อผ้ามาให้เธอ

        “เปลี่ยนชุดก่อนพวกเราจะกลับกันแล้ว”

        เมื่อคืนซูเจี่ยนอันเป็นคนรับปากกับลู่เป๋าเหยียนว่าวันนี้จะเดินทางกลับเมืองAเธอจึงยอมให้ลู่เป๋าเหยียนอุ้มเข้าห้องน้ำไปโดยไม่อิดออด

        “เสร็จแล้วเรียกนะ”   

        พูดจบลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกไปและช่วยปิดประตูห้องน้ำให้

        เพราะบาดเจ็บหลายที่ทำให้ซูเจี่ยนอันเปลี่ยนชุดค่อนข้างช้าแต่เธอไม่นึกเลยว่าจะเจอกับปัญหาใหญ่ที่น่าอายแบบนี้...   

        เพราะบาดแผลที่เอวทำให้เธอเอื้อมมือไปด้านหลังได้อย่างยากลำบากหากจะให้ติดตะขอชุดชั้นในยิ่งไม่ต้องพูดถึง พอฝืนเอื้อมมากเข้าเธอก็ปวดแผลจนแทบทรุดเธอพยายามอยู่นานจนเหงื่อออก แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

        “เจี่ยนอัน?” เสียงของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงความผิดปติ“เปลี่ยนชุดเสร็จหรือยัง?”   

        “กะใกล้แล้ว” ซูเจี่ยนอันอยากจะร้องไห้ “นายรออีกแป๊บนึง”   

        ลู่เป๋าเหยียนรอต่ออีก6-7 นาทีก็เริ่มหมดความอดทน เขาเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปและพบว่าซูเจี่ยนอันกำลังหันหลังให้เขาภาพของแผ่นหลังขาวนวลเนียนและเอวบางจึงปรากฎเข้าสู่สายตา

        “กรี๊ด!”ซูเจี่ยนอันกรีดร้องอย่างตกใจ “นายจะเข้าทำไมเนี่ย! ออกไปนะ! คนโรคจิต!”

        ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วก่อนจะปิดประตูและเดินตรงมาหาซูเจี่ยนอัน   

        ซูเจี่ยนอันเบิกตากว้างอย่างตกใจ“ลู่เป๋าเหยียน!”

        ทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับพูดอย่างใจเย็น“ถ้าฉันออกไป เธอคงเปลี่ยนชุดจนตัวช้ำไปหมดแน่”   

        เขาช่วยซูเจี่ยนอันติดตะขอให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบเสื้อแขนยาวมาสวมให้เธอ และเดินออกจากห้องน้ำไปอย่างสบายใจ

        ซูเจี่ยนอันยืนอึ้งอยู่สักพักเมื่อหันไปมองตัวเองในกระจกก็เห็นพวงแก้มทั้งสองข้างแดงก่ำเป็นลูกตำลึงลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดอย่างเสียสูญ

        เธอยกมือขึ้นทาบทรวงอกของตัวเองจึงสัมผัสได้ว่าหัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบระเบิด ลู่เป๋าเหยียนแตะโดนแผ่นหลังของเธอสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขายังคงรับรู้ได้จนถึงตอนนี้   

        กรี๊ดๆ ๆ

        ซูเจี่ยนอันกรีดร้องอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง

         

         

คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
169K 382
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

นิยาย รัก
627K 1276
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
955K 747
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

นิยาย รัก
615K 1801